- หน้าแรก
- หย่าเถอะข้าไม่แคร์ ขอมุ่งหน้าปั้นลูกแฝดสู่ตำแหน่งมหาเศรษฐี
- บทที่ 5 ซ่อมแซมบ้าน
บทที่ 5 ซ่อมแซมบ้าน
บทที่ 5 ซ่อมแซมบ้าน
บทที่ 5 ซ่อมแซมบ้าน
"ท่านแม่ ข้าวต้มวันนี้ทำไมถึงได้อร่อยขนาดนี้เจ้าคะ? กินแล้วรู้สึกสบายตัวจังเลย! อบอุ่นไปทั้งตัวเลยเจ้าค่ะ!" เอ้อร์เป่าเป็นเด็กช่างสังเกต จึงสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกายในทันที
ความเผ็ดร้อนนิดๆ ของพริกไทยป่น ผสมผสานกับความหอมของเนื้อและผักกาดเขียว บวกกับความหวานชุ่มคอของน้ำพุวิญญาณในมิติ พอกินเข้าไปสักคำ ก็รู้สึกได้เลยว่าอาการปวดหัววิงเวียนทุเลาลงไปมาก
เสิ่นชิงอวี๋ยิ้มตอบไปส่งๆ "ก็พวกเจ้าป่วยหนัก พลังงานในร่างกายถูกใช้ไปเยอะ เลยหิวจัดน่ะสิ"
อย่างนั้นหรือ?
แฝดสามกินข้าวต้มชามโตกันไปคนละชาม เหงื่อก็เริ่มซึมออกมาบางๆ พากันขยี้ตาด้วยความง่วงงุน
เสิ่นชิงอวี๋มองดูพวกเขาด้วยความขบขัน "เอาล่ะ นอนพักอีกสักหน่อยเถอะ ตื่นมาน่าจะสบายตัวขึ้นเยอะแล้วล่ะ"
หลังจากเด็กทั้งสามคนหลับสนิทไปได้ไม่นาน เซียวอวิ๋นฉี่ก็กลับมา แถมยังขับรถม้าลากด้วยลาตัวหนึ่งกลับมาด้วย
เสิ่นชิงอวี๋มองลาผอมแห้งที่ลากรถกระดานมาด้วยความตกตะลึง "ทำไมเจ้าถึงได้ซื้อรถลามาด้วยล่ะ?"
เซียวอวิ๋นฉี่สาละวนอยู่กับการผูกเชือก พลางชี้ไปที่กองข้าวของสูงเป็นภูเขาบนรถกระดาน "เจ้าเขียนรายการมาให้ยาวเป็นหางว่าวขนาดนั้น หากไม่ซื้อรถลามา ข้าจะแบกกลับมาไหวหรือ?"
ต่อให้เรี่ยวแรงจะเยอะแค่ไหน บ่าก็ไม่ได้กว้างพอจะแบกของได้หมดหรอก!
เสิ่นชิงอวี๋ "..."
แม่ร่วง! มีเหตุผลชะมัด
เจ้าลาเอียงหัวมองผักกาดขาวต้นใหญ่ที่เหลืออยู่ในลานบ้าน พยายามจะเบียดตัวเข้าไปใกล้ "อ๊าอี๊อ๊าอี๊..."
"ที่แท้ก็ซื้อตัวกินจุกลับมานี่เอง!" เสิ่นชิงอวี๋เบ้ปากอย่างดูแคลน
เซียวอวิ๋นฉี่หน้าดำทะมึน ฟาดฝ่ามือลงบนก้นลาอย่างแรง "ไอ้ตัวขายหน้าเอ๊ย!"
เจ้าลาตกใจกระโดดโหยง ร้องลั่น "อ๊าอี๊อ๊าอี๊อ๊าอี๊..."
แล้วก็หันกลับไปมองผักกาดขาวต้นนั้นต่อ
เสิ่นชิงอวี๋เตรียมจะเข้าไปช่วยขนของลง แต่เซียวอวิ๋นฉี่บอกว่าไม่ต้อง
ชายฉกรรจ์รูปร่างสูงใหญ่ใช้เวลาเพียงชั่วครู่ก็ขนของลงมาจนหมด
มีทั้งไส้ผ้าฝ้าย ปลอกหมอน เครื่องปรุงรสสารพัดชนิด เนื้อ ไข่ ข้าวสาร แป้ง ชาม ตะเกียบ และยาจีนของเด็กๆ...
ตอนนั้นเองที่เซียวอวิ๋นฉี่เพิ่งนึกถึงเด็กสามคนขึ้นมาได้ "แล้วเด็กๆ ล่ะ? เจ้ารีบไปต้มยาจีนเร็วเข้า ข้าจะไปดูหน่อย..."
เพิ่งจะนึกขึ้นมาได้เนี่ยนะ?
พ่อผู้ได้มาเปล่าๆ คนนี้ปฏิกิริยาเชื่องช้าสมคำร่ำลือจริงๆ
เสิ่นชิงอวี๋กลอกตาบน "ไข้ลดกันหมดแล้วล่ะ ในครัวยังมีข้าวต้มเหลืออยู่ เจ้าไปกินรองท้องสักหน่อยสิ"
เซียวอวิ๋นฉี่เชื่อคำพูดของนาง
พอได้ลิ้มรสข้าวต้มหมูสับใส่ผักกาดเขียวที่ดูธรรมดาๆ เซียวอวิ๋นฉี่ก็ถึงกับอึ้งไป รสชาติดีเยี่ยมมาก ฝีมือไม่ด้อยไปกว่าแม่ครัวส่วนตัวของตระกูลใหญ่โตเลยแม้แต่น้อย
ในความทรงจำ เสิ่นชิงอวี๋ไม่มีฝีมือการทำอาหารระดับนี้เลยนี่นา?
หรือว่านางจะแอบฝึกฝนมาในช่วงหลายปีนี้?
สายตาจับผิดของเซียวอวิ๋นฉี่จับจ้องไปที่ใบหน้าของเสิ่นชิงอวี๋ที่กำลังต้มยาอยู่
ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า สิวที่บวมแดงและกลัดหนองบนใบหน้าของเสิ่นชิงอวี๋เมื่อวานนี้ วันนี้กลับยุบลงไปมาก ดู... สะอาดสะอ้านขึ้นไม่น้อย
เสิ่นชิงอวี๋ต้มยาไปพลางถอนใจไปพลาง "เด็กทั้งสามคนจงใจทำให้ตัวเองหนาวจนป่วย ก็เพราะกลัวว่าพวกเราจะหย่ากัน... ต่อไปอย่าได้เอ่ยเรื่องหย่าให้เด็กๆ ได้ยินอีกนะ จะได้ไม่ต้องทำให้พวกเขาหวาดระแวง"
เมื่อนึกถึงนิสัยดื้อรั้นของเด็กทั้งสามคน เซียวอวิ๋นฉี่ก็รู้สึกปวดหัวเช่นกัน "เจ้าเลี้ยงลูกประสาอะไร? ถึงได้ปล่อยให้พวกเขาเป็นแบบนี้? เอะอะอะไรก็ใช้วิธีแบบนี้งั้นหรือ?"
เสิ่นชิงอวี๋โยนฟืนในมือลงพื้นอย่างแรง แล้วตอบกลับเสียงเย็น "ทำไมล่ะ? ข้าเลี้ยงลูกสามคนมาด้วยมือของตัวเองตั้งแต่เกิดจนอายุหกขวบ เลี้ยงออกมาไม่ได้ดั่งใจเจ้า ข้าก็กลายเป็นคนเลวร้ายงั้นหรือ?"
เซียวอวิ๋นฉี่ถึงกับสะอึก "ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น..."
"แล้วเจ้าหมายความว่าอย่างไรเล่า?"
"หากว่าพ่อของเด็กๆ อยู่บ้านคอยอบรมสั่งสอนเป็นประจำ เด็กๆ ก็คงจะดีกว่านี้กระมัง? น่าเสียดายที่เด็กๆ ไม่มีบุญ พ่อสารเลวของพวกเขาถึงได้ไม่ยอมอยู่ติดบ้านเอาเสียเลย!"
เรื่องฝีปาก เสิ่นชิงอวี๋ไม่เคยยอมแพ้ใคร
เซียวอวิ๋นฉี่เริ่มนึกเสียใจ ทะเลาะกับผู้หญิงนี่เถียงสู้ไม่ได้จริงๆ แฮะ
เมื่อรู้ตัวว่าผิดก็ต้องยอมรับ เซียวอวิ๋นฉี่ยอมจำนนอย่างเด็ดขาด "ข้าคิดผิดไปเอง..."
"ฮึ!"
นางยังไม่ได้งัดฝีปากออกมาใช้เต็มที่เลยด้วยซ้ำ! ศัตรูก็ยอมจำนนเสียแล้ว
กว่าเด็กๆ จะตื่น ก็ปาเข้าไปตอนเที่ยงแล้ว
เสิ่นชิงอวี๋ยกยาจีนไปให้พวกเขาดื่ม
ไข้ของเด็กๆ ลดลงหมดแล้ว สีหน้าก็ดูสดใสขึ้นมาก แววตาของแต่ละคนเริ่มกลอกกลิ้งไปมาอย่างซุกซนอีกครั้ง
เสิ่นชิงอวี๋ขยาดเด็กสามคนนี้จริงๆ "พวกเจ้าอย่าได้หาทำเรื่องวุ่นวายอีก กินข้าวให้ตรงเวลา นอนให้พอ งานบ้านพวกข้าจะทำเอง วันนี้พวกเจ้าพักผ่อนไปเลย"
"ท่านแม่ ไม่หย่ากันแล้วใช่ไหมเจ้าคะ?" ต้าเป่ายังไม่ค่อยวางใจ
"ไม่หย่าแล้วล่ะ พ่อของพวกเจ้ากำลังจะจ้างคนมาซ่อมบ้าน กะว่าจะอยู่บ้านนี้ไปอีกร้อยปีนู่นแน่ะ!" เสิ่นชิงอวี๋ชี้นิ้วไปทางหน้าต่างอย่างหงุดหงิด
พอได้ยินดังนั้น เด็กน้อยทั้งสามก็ลุกขึ้นไปดูที่นอกหน้าต่าง
ในลานบ้านมีคนกำลังขนอิฐสีน้ำเงินลงมา ดูแล้วเยอะมากทีเดียว ดูท่าจะซ่อมบ้านจริงๆ ด้วย
"ท่านพ่อล่ะเจ้าคะ?" ต้าเป่ามองไม่เห็นเซียวอวิ๋นฉี่ก็ใจคอไม่ดี
เสิ่นชิงอวี๋แทบจะขำไม่ออก "วางใจเถอะ ไม่ได้หนีไปไหนหรอก เขาไปตามคนในหมู่บ้านมาช่วยซ่อมบ้านน่ะ..."
เซียวอวิ๋นฉี่ไปตามคนมาซ่อมบ้านจริงๆ
เวลาผ่านไปไม่นาน หัวหน้าหมู่บ้านก็เดินตามเซียวอวิ๋นฉี่เข้ามา หลังจากเดินชี้ไม้ชี้มืออยู่ในลานบ้านครู่หนึ่ง ก็รับปากว่าพรุ่งนี้จะเกณฑ์ชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านมาช่วยสร้างบ้านให้
บ้านอิฐสีน้ำเงินหลังคากระเบื้อง สร้างรวดเดียวตั้งสามห้อง ใครเห็นเป็นต้องอิจฉาตาร้อน!
สายตาที่หัวหน้าหมู่บ้านมองเซียวอวิ๋นฉี่เปลี่ยนไป "อวิ๋นฉี่เอ๊ย ตอนอยู่ข้างนอกเจ้าทำงานอะไรกันแน่? ถึงได้หาเงินได้เป็นกอบเป็นกำขนาดนี้!"
เซียวอวิ๋นฉี่หัวเราะแหะๆ กลบเกลื่อน "ก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันหรอกขอรับ แค่รับจ้างวิ่งเต้นทำธุระให้ชาวบ้านเขาเท่านั้น..."
หัวหน้าหมู่บ้าน "..."
แฝดสามดีใจกันใหญ่ ไม่ใช่เพราะจะได้บ้านใหม่ แต่ดีใจที่พ่อจะไม่ไปไหนแล้วต่างหาก
บนโต๊ะอาหาร เซียวอวิ๋นฉี่ปรึกษากับเสิ่นชิงอวี๋เรื่องแผนการของวันพรุ่งนี้ "ต้องเลี้ยงข้าวคนที่มาช่วยงาน... เจ้าทำไหวหรือไม่? หากไม่ไหวก็ไปจ้างคนในหมู่บ้านมาช่วยงาน..."
เสิ่นชิงอวี๋พยักหน้ารับ "จ้างคนมาช่วยล้างผักหั่นผักสักคนก็ดี ข้าทำคนเดียวไม่ไหวหรอก"
แฝดสามยิ้มจนตาหยี
ทว่าสิ่งที่แฝดสามไม่รู้ก็คือ ตอนกลางคืนที่ปิดประตูห้องแล้ว เซียวอวิ๋นฉี่กลับอธิบายให้เสิ่นชิงอวี๋ฟังว่า "ไม่ว่าข้าจะอยู่บ้านนานแค่ไหน พอสร้างบ้านเสร็จ พวกเจ้าก็จะได้อยู่อย่างสุขสบาย"
นี่ก็แปลว่ายังจะไปอยู่นั่นเอง
เสิ่นชิงอวี๋แค่นเสียงเย็นชา "วางใจเถอะ ข้าไม่ได้เข้าใจผิดหรอก"
เซียวอวิ๋นฉี่ "..."
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ภายในลานบ้านก็คึกคักขึ้นมาถนัดตา
ชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านที่มาช่วยงานมากันพร้อมหน้า หลิวชุ่ยสี่ ลูกสะใภ้ของหัวหน้าหมู่บ้านที่มาช่วยล้างผักเป็นลูกมือก็มาถึงแล้วเช่นกัน
หลิวชุ่ยสี่เป็นคนคล่องแคล่วว่องไว นางล้างผักกาดขาวไปพลาง ก็ถามเสิ่นชิงอวี๋ไปพลาง "ชิงอวี๋ วันนี้พวกเราจะทำกับข้าวอะไรบ้างล่ะ?"
เสิ่นชิงอวี๋ครุ่นคิดครู่หนึ่ง "หมูสามชั้นน้ำแดง"
พอได้ยินดังนั้น ดวงตาของหลิวชุ่ยสี่ก็เป็นประกาย นางเองก็ไม่ได้กินเนื้อมาหลายวันแล้วเหมือนกัน
เสียง "แปะ" ดังขึ้นเบาๆ เนื้อหมูสามชั้นชิ้นโตน้ำหนักราวๆ สามสี่ชั่ง ถูกโยนลงในกะละมัง ทำเอาชาวบ้านที่มาช่วยงานเห็นเข้าก็มีแรงฮึดขึ้นมาทันที!
พี่หัวเหล็กใจป้ำจริงๆ!
หลิวชุ่ยสี่รับหน้าที่ล้างผักและก่อไฟ ส่วนเสิ่นชิงอวี๋รับหน้าที่หั่นผักและผัดกับข้าว
เมื่อเห็นท่าทางการทำอาหารที่ลื่นไหลราวกับสายน้ำของเสิ่นชิงอวี๋ หลิวชุ่ยสี่ก็ถึงกับอ้าปากค้าง
กลิ่นหอมของหมูสามชั้นน้ำแดงตุ๋นมันฝรั่งและผักกาดขาวโชยกรุ่นไปทั่ว
แฝดสามไม่รู้ว่าชะโงกหน้าเข้ามาดูที่ประตูครัวกี่รอบแล้ว กว่าจะรอจนเสิ่นชิงอวี๋ร้องเรียก "ต้าเป่า ไปเรียกให้ทุกคนหยุดพักมากินข้าวได้แล้ว"
"ได้เลยเจ้าค่ะ!"
แฝดสามวิ่งแข่งกันออกไปเรียกให้ทุกคนมากินข้าว
มันฝรั่งนุ่มๆ เนื้อหมูสามชั้นที่ละลายในปาก และผักกาดขาวที่นุ่มชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำซุป ตักราดบนข้าวสวยร้อนๆ หอมฉุยยั่วน้ำลายสุดๆ!
ทำเอาใครหลายคนอดใจไม่ไหวต้องลอบกลืนน้ำลาย
ทุกคนต่างก็กินกันอย่างเอร็ดอร่อย
หลิวชุ่ยสี่พบว่าหมูสามชั้นน้ำแดงไม่ได้มีรสชาติหวานเลี่ยนอย่างที่คิด พอเติมน้ำตาลทรายแดงลงไปนิดหน่อย ความหวานอมเปรี้ยวก็ยิ่งทำให้รสชาติกลมกล่อมขึ้น น้ำซุปที่คลุกเคล้ากับข้าวสวยก็ทำให้หยุดกินไม่ได้เลยทีเดียว
อร่อยมากจริงๆ!
เสิ่นชิงอวี๋ทำอาหารเก่งมาก!
[จบตอน]