เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 551 เสิ่นเยียนหายตัวไป

ตอนที่ 551 เสิ่นเยียนหายตัวไป

ตอนที่ 551 เสิ่นเยียนหายตัวไป


เจียงเสียนเยวี่ยหน้าเสีย นางรีบยื่นมือไปคว้าจับชีพจรของเสิ่นเยียนทันที

ขณะเดียวกัน เวินอวี้ชูก็สังเกตเห็นกระดิ่งสีดำลูกนั้นเช่นกัน เขามั่นใจว่ามันต้องเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญจึงหมายจะเก็บมา ทว่าเพียงแค่เอื้อมมือไปคว้า กระดิ่งสีดำลูกนั้นกลับมลายหายไปต่อหน้าต่อตา!

"เยียนเยียน!"

เจียงเสียนเยวี่ยกรีดร้องเรียกด้วยความกังวล

ทุกคนต่างหันมองตามเสียง ทว่าภาพที่เห็นกลับมีเพียงความว่างเปล่า... เสิ่นเยียนที่เพิ่งถูกหมอกดำพันธนาการไว้เมื่อครู่ บัดนี้ได้หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย

ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นดึงดูดคนกลุ่มใหญ่ให้รุดมายังที่เกิดเหตุ ทั้งตงจู๋เสวี่ย ผู้อาวุโสหก รวมถึงจิงจื่อเชียนนายน้อยนิกาย เฮ่อเหลียนอวี้เจี๋ย และศิษย์คนอื่นๆ ทว่าสิ่งที่พวกเขาพบมีเพียงความว่างเปล่า เสิ่นเยียนไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว

"ผู้อาวุโสสาม ผู้อาวุโสหก เยียนเยียนหายไปแล้ว!"

สีหน้าของจูเก๋อโย่วหลินย่ำแย่ถึงขีดสุด เขาพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อจ้าวหม่านจนตัวลอย ดวงตาเบิกกว้างด้วยความโกรธจัดจนแทบคลั่ง "จ้าวหม่าน! แกทำอะไรกับเยียนเยียนกันแน่?"

ด้านฉือเยว่เองก็สลัดท่าทีเกียจคร้านทิ้งไป นัยน์ตาสาดประกายสังหารจ้องเขม็งไปที่จ้าวหม่าน น้ำเสียงเย็นเฉียบเสียดแทงถึงกระดูก

"เยียนล่ะ?"

อวี่ฉางอิงปรี่เข้าไปกระชากตัวจูเก๋อโย่วหลินออก ก่อนจะลงมือบีบคอจ้าวหม่านด้วยตัวเอง นางออกแรงกดอย่างรุนแรงจนอีกฝ่ายแทบจะขาดใจตาย ใบหน้าดงามของหญิงสาวประดับด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ชวนให้คนมองรู้สึกขนหัวลุก

"พี่ชายที่แสนดี... บอกน้องสาวคนนี้มาซิว่าเจ้าทำอะไรกับเยียนเยียน?"

จ้าวหม่านถูกบีบคอจนหน้าเขียวหน้าแดง ลมหายใจเริ่มขาดห้วง ทว่าเขากลับหวาดกลัวเกินกว่าจะกล้าขัดขืน ทำได้เพียงเบิกตามองอวี่ฉางอิงอย่างเสียขวัญ

อวี่ฉางอิงยิ่งเพิ่มแรงบีบที่ลำคอ สีหน้าของจ้าวหม่านแปรเปลี่ยนจากแดงก่ำเป็นม่วงคล้ำ ดูท่าคงจะสิ้นลมในอีกไม่กี่อึดใจ

"อย่าเพิ่งฆ่าเขา"

เผยซู่เอ่ยขัดขึ้นมา

"เราต้องรู้ก่อนว่าเยียนเยียนอยู่ที่ไหน"

เมื่อได้ยินดังนั้น อวี่ฉางอิงจึงยอมคลายมือลงเล็กน้อยพอให้จ้าวหม่านได้หอบหายใจ ทว่าสายตายังคงเปี่ยมไปด้วยจิตสังหาร

"พูดมา... หากยังอยากมีชีวิตอยู่จนถึงเช้าวันพรุ่งนี้"

จ้าวหม่านหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ กว่าจะตั้งสติได้ก็แสนยากเย็น

ทว่าเขากลับไม่ได้ปริปากบอกเบาะแสของเสิ่นเยียนตามที่กลุ่มอสุราต้องการ แต่กลับหันไปร่ำร้องต่อหน้าผู้อาวุโสทั้งสองแทน

เขาแค่นหัวเราะหยัน

"ผู้อาวุโสสาม ผู้อาวุโสหก! พวกท่านเห็นหรือไม่ว่าคนพวกนี้กล้าลงมือโหดเหี้ยมกับศิษย์ร่วมสำนักเพียงใด! ต้องลงโทษให้หนัก ห้ามละเว้นเด็ดขาด! อีกอย่าง... ข้าจะไปรู้เบาะแสของเสิ่นเยียนได้ยังไง? พอโผล่มาก็โยนขี้ให้ข้าทันที ช่างน่าขันสิ้นดี! ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นพวกมันเองนั่นแหละที่อิจฉาเสิ่นเยียนจนจงใจทำร้ายนาง แล้วค่อยมาป้ายสีข้า!"

สิ้นคำพูดนั้น จิตสังหารของเหล่าสหายอสุราก็ระเบิดออกมาอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม

เมื่อเห็นแววตาอำมหิตของคนกลุ่มนั้น จ้าวหม่านก็เริ่มขวัญเสีย เขาตัดสินใจวิ่งหนีไปหาผู้อาวุโสสามและผู้อาวุโสหกเพื่อขอความคุ้มครองทันที

ทว่า

เพียงก้าวออกไปได้ก้าวเดียว เถาวัลย์สีดำทมิฬหลายเส้นก็พุ่งทะลวงผ่านร่างของเขาไปประดุจสายฟ้าฟาด!

ฉีด! เลือดสดสาดกระเซ็นไปทั่ว!

เหตุการณ์พลิกผันที่เกิดขึ้นในพริบตาทำเอาศิษย์รอบข้างตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อ

"พะ...พวกแก..."

จ้าวหม่านนัยน์ตาเบิกโพลง เลือดไหลทะลักออกจากมุมปาก เขามองไปทางพวกของฉือเยว่ด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

นัยน์ตาของฉือเยว่พลันเปลี่ยนเป็นสีเขียววาบ เขาเอ่ยย้ำทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ

"เอา...ตัว...เยียน...คืนมา"

จิงจื่อเชียนที่เพิ่งได้สติจากความตกตะลึงก็ระเบิดอารมณ์โกรธออกมาทันที

"พวกเจ้าจะทำอะไร? คิดจะก่อกบฏหรือไง!"

เฮ่อเหลียนอวี้เจี๋ยก้าวออกมาข้างหน้าพลางเอ่ยเสียงเย็น

"พวกเจ้ากล้าลงมือกับศิษย์พี่ศิษย์น้องร่วมสำนักโดยไม่สนถูกผิดแบบนี้ นี่กะจะบิดเบือนความจริงหรือคิดจะฆ่าปิดปากกันแน่?"

พูดจบนางก็หันไปทางผู้อาวุโสหกด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

"ผู้อาวุโสหก เรื่องที่ศิษย์น้องเสิ่นหายตัวไปนั้นประหลาดลี้ลับนัก ทว่าการที่คนพวกนี้บังอาจสังหารศิษย์น้องจ้าวต่อหน้าต่อตาผู้อาวุโส ถือเป็นการละเมิดกฎสำนักอย่างร้ายแรง..."

สีหน้าของผู้อาวุโสหกดูสับสนและซับซ้อน สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความผิดหวัง

"พวกเจ้านี่มัน... เหลวไหลกันใหญ่แล้ว!"

จากนั้นเขาก็ส่งเสียงสั่งการ

"แพทย์โอสถ! เร็วเข้า รีบมาดูอาการจ้าวหม่าน!"

จิงจื่อเชียนมองพวกฉือเยว่ด้วยสายตาเย็นชา

"พวกเจ้าบังอาจฝ่าฝืนกฎสำนักอย่างโจ่งแจ้ง เรื่องนี้ต่อให้ผู้อาวุโสฉีออกหน้ามาเอง ก็คุ้มครองพวกเจ้าไม่ได้!"

ศิษย์สำนักเฉียนคุนคนอื่นๆ ต่างพากันส่งเสียงสนับสนุน

ขณะนี้ ผู้อาวุโสฉีได้พาศิษย์บางส่วนล่วงหน้าออกไปจากแดนลับจักรพรรดิหลิงแล้ว ส่วนคนที่เหลือล้วนอออยู่ตรงทางออก หากไม่ใช่เพราะเสิ่นเยียนหายตัวไปอย่างกะทันหัน ทุกคนคงออกจากแดนลับไปนานแล้ว

ในตอนที่ศิษย์สองสามคนกำลังจะเข้าไปตัดเถาวัลย์เพื่อช่วยจ้าวหม่านนั้นเอง

เสียงของเจียงเสียนเยวี่ยก็ดังแทรกขึ้น

"จ้าวหม่าน... ทางที่ดีเจ้าควรบอกที่อยู่ของเยียนเยียนมาเดี๋ยวนี้!"

ทุกคนเห็นเพียงเจียงเสียนเยวี่ยที่ยืนตระหง่านด้วยสีหน้าเย็นเฉียบ รังสีความกดดันที่แผ่ออกมาทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าไปตอแยด้วย

อวี่ฉางอิงเหยียดยิ้มมุมปาก

"เสิ่นเยียนหายไปแบบนี้ จ้าวหม่านไม่มีทางรอดพ้นความเกี่ยวข้องไปได้ พวกเจ้าอยากจะปกป้องมัน แล้วเยียนเยียนของพวกเราล่ะ? พวกเจ้าเคยแยแสบ้างไหมว่านางจะเป็นตายร้ายดียังไง? นางไม่ใช่พี่น้องร่วมสำนักของพวกเจ้าหรือไง? พวกเราน่ะยอมรับบทลงโทษได้ แต่ไอ้สวะนี่ต้องคายที่อยู่ของเยียนเยียนออกมา! ไม่อย่างนั้น... ต่อให้ต้องแหกกฎสำนักอีกสักครั้งจะเป็นไรไป!"

แววตาของจ้าวหม่านวูบไหวด้วยความลนลาน เขาฝืนทนต่อความเจ็บปวดแล้วระเบิดพลังวิญญาณออกมาสั่นสะเทือนจนเถาวัลย์ฉีกขาด ร่างของเขางองุ้มด้วยความเจ็บปวด เลือดทะลักออกจากปากไม่หยุด

เขากัดฟันตะคอกกลับ

"พวกแกมันก็แค่พวกชอบใส่ร้าย!"

ตราบใดที่เขาปากแข็งยืนกรานว่าไม่รู้เรื่อง ใครจะทำอะไรได้?

อีกอย่าง ป่านนี้เสิ่นเยียนคงถูกส่งไปยังที่แห่งนั้นแล้ว!

ต่อให้พวกมันคิดจะตามไปช่วย ก็คงจะ...

น้ำไกลไม่อาจดับไฟใกล้!

ทันใดนั้น ผู้อาวุโสสามตงจู๋เสวี่ยที่มีสีหน้าอึมครึมมาตลอดก็เอ่ยขัดขึ้นเสียงเข้ม

"พอได้แล้ว!"

จ้าวหม่านคิดว่าผู้อาวุโสสามจะออกหน้าป้องตน จึงแอบดีใจอยู่ลึกๆ แต่บนใบหน้ายังคงแสร้งทำเป็นผู้น่าสงสาร

"ผู้อาวุโสสาม ท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับข้านะขอรับ! คนพวกนี้มันบ้าไปแล้ว!"

ตงจู๋เสวี่ยจ้องมองจ้าวหม่านด้วยสายตาคมกริบราวกับจะมองให้ทะลุเข้าไปถึงข้างใน

"เสิ่นเยียนอยู่ที่ไหน?"

จ้าวหม่านถึงกับชะงัก

คนอื่นๆ เองก็พากันงุนงงไปตามๆ กัน

ตงจู๋เสวี่ยก้าวเท้าเข้าไปประชิดจ้าวหม่านทีละก้าว น้ำเสียงเย็นเยียบถึงขีดสุด

"เปิ่นจั๋วถามว่า... เสิ่นเยียนอยู่ที่ไหน? หากเจ้าไม่พูด เปิ่นจั๋วจะใช้วิชาค้นวิญญาณกับเจ้าเดี๋ยวนี้!"

จ้าวหม่านหน้าซีดเผือดด้วยความตื่นตะลึง เขาไม่คาดคิดเลยว่าผู้อาวุโสสามจะกล้าลั่นวาจาเช่นนี้! การที่ผู้อาวุโสจะใช้วิชาค้นวิญญาณกับศิษย์นั้นถือเป็นเรื่องต้องห้ามร้ายแรง ยกเว้นเสียแต่ว่าศิษย์ผู้นั้นจะก่อความผิดที่ไม่อาจชดใช้ได้จริงๆ...

เฮ่อเหลียนอวี้เจี๋ยเห็นท่าไม่ดีจึงรีบแย้ง

"ผู้อาวุโสสาม ทำแบบนี้จะไม่เป็นการทำผิดกฎสำนักหรือเจ้าคะ?"

ผู้อาวุโสหกได้สติก็รีบเข้าไปกระซิบเตือนตงจู๋เสวี่ย

"จู๋เสวี่ย ใจเย็นก่อน เรื่องนี้วู่วามไม่ได้นะ!"

ที่สำคัญ จ้าวหม่านคนนี้เป็นถึงบุตรชายของผู้อาวุโสรอง!

หากตงจู๋เสวี่ยใช้วิชาค้นวิญญาณกับเขาจริงๆ นั่นเท่ากับเป็นการประกาศศึกกับผู้อาวุโสรองชัดๆ

ทว่าตงจู๋เสวี่ยกลับเมินคำเตือนของผู้อาวุโสหก นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

"จ้าวหม่าน เจ้าอย่าคิดว่าเปิ่นจั๋วจะโง่เขลาจนโดนคำลวงไม่กี่คำของเจ้าปั่นหัวได้ วันนี้หากไม่ยอมพูดความจริงออกมา ก็อย่าหาว่าเปิ่นจั๋วไร้เมตตา!"

แววตาของนางเย็นยะเยือกแฝงไปด้วยอำนาจอันน่าเกรงขามจนคนรอบข้างรู้สึกหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจ

จ้าวหม่านหน้าถอดสี เหงื่อเย็นผุดพรายเต็มหน้าผาก แววตาฉายชัดถึงความประหม่าและความผิดที่ซุกซ่อนไว้

เขากัดฟันแน่น ยืนกรานคำเดิม

"ข้า... ข้าไม่ได้ทำอะไรจริงๆ!"

ตงจู๋เสวี่ยหรี่ตาลงพลัน แค่นหัวเราะในลำคอ

"ถ้าอย่างนั้น... ก็อย่าหาว่าเปิ่นจั๋วใช้วิชาค้นวิญญาณกับเจ้าก็แล้วกัน!"

จบบทที่ ตอนที่ 551 เสิ่นเยียนหายตัวไป

คัดลอกลิงก์แล้ว