- หน้าแรก
- เพี้ยน เพี้ยนกันให้หมด เป็นคนเพี้ยนๆ นี่แหละดี
- บทที่ 28 - โลกใบนี้คือนิยายออนไลน์เรื่องใหญ่
บทที่ 28 - โลกใบนี้คือนิยายออนไลน์เรื่องใหญ่
บทที่ 28 - โลกใบนี้คือนิยายออนไลน์เรื่องใหญ่
บทที่ 28 - โลกใบนี้คือนิยายออนไลน์เรื่องใหญ่
☆☆☆☆☆
จู่ๆ ก็ไม่มีใครสนใจแล้วว่าอัตราการเต้นหัวใจของหลิวว่อซิงพุ่งไปเท่าไหร่ ทุกคนมัวแต่คิดหาวิธีไล่เซี่ยหมีออกไปก่อน
หลิวว่อซิงอาศัยจังหวะนี้ปรับจังหวะการหายใจของตัวเอง พยายามทำให้หัวใจกลับมาเต้นเป็นปกติ
แต่การลดอัตราการเต้นหัวใจมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น คำพูดถากถางของชายคนเมื่อกี้ยังคงดังก้องอยู่ในหัว เธอได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นตึกตักอย่างชัดเจน
ไม่ได้การแล้ว ถ้าปล่อยไว้แบบนี้...
"ฉันขอทดสอบคุณก่อนเลย!" เสียงใสแจ๋วขัดจังหวะความคิดของเธอขึ้นมา
"น่ารำคาญโว้ย! ตัวร้ายจ้องจะแย่งซือจุนของฉัน! นี่คือนิยายคลาสสิกเรื่องอะไร?"
เซี่ยหมีตักเค้กในจานของหลิวว่อซิงเข้าปากอย่างไม่เกรงใจพลางเลิกคิ้วท้าทายผู้ชายฝั่งตรงข้าม
ผู้ชายคนนั้นชะงักไปนิด ก่อนจะตั้งสติได้ "นี่มันไม่ใช่วรรณกรรมคลาสสิกสักหน่อย!"
"นายกล้าพูดว่าไม่ใช่วรรณกรรมคลาสสิกเหรอ? นายไม่เคยอ่านไซอิ๋วหรือไง?" เซี่ยหมีสวนกลับอย่างไม่ไว้หน้า
ชายหนุ่มถึงกับมึนตึ้บ
ตัวร้ายจ้องจะแย่งซือจุนของฉัน... ไซอิ๋ว...
【ชะอุ้ย เหมือนจะไม่มีจุดผิดแฮะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า】
【แบบนี้ก็ได้เหรอ? ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าขำเป็นบ้า】
"ข้อต่อไป เผด็จการ! คลั่งรัก! บังคับขืนใจยัยเสือสาว คือวรรณกรรมคลาสสิกเรื่องอะไร"
ผู้ชายคนนั้นคิดจนหัวแทบระเบิดก็คิดไม่ออก "...ไม่รู้"
"ลั่วถัวเสียงจื่อไง! ข้อต่อไป คุณชายขี้โรคกับหนุ่มรับใช้หน้ามน คือเรื่องอะไร"
"ก็ยังไม่รู้อยู่ดี..."
"หนุ่มน้อยรุ่นถู่ไง! ข้อต่อไป รุ่นพี่โรคจิตเกินไปแล้ว จ้องจะเอาชีวิตฉันทุกปี..."
【ข้อนี้ฉันรู้! แฮร์รี่ พอตเตอร์!】
【ดูเหมือนว่าถ้าวรรณกรรมคลาสสิกโดนเอามาตั้งชื่อแบบนิยายออนไลน์แล้วจะพีคมากเลยนะ】
...
คอมเมนต์โดนเซี่ยหมีปั่นจนกู่ไม่กลับ มีแต่เสียงหัวเราะฮ่าฮ่าฮ่าและพากันยกตัวอย่างกันยกใหญ่
ผู้ชายคนนั้นก็มัวแต่หลงไปกับตรรกะสุดเพี้ยนของเซี่ยหมีจนลืมหน้าที่ของตัวเองไปสนิท นั่งฟังอย่างออกรสออกชาติ
"น่าสนใจแฮะ แล้วสามก๊กจะเปลี่ยนเป็นยังไงล่ะ?"
"สามก๊กเหรอ ก็ต้องเป็น..."
ทีมงานโกรธจนสบถใส่หูฟัง "นายโดนยัยนั่นปั่นหัวแล้ว อย่าไปคล้อยตามสิโว้ย!!"
"พรืด—"
หลิวว่อซิงกลั้นขำไม่อยู่ ก้มหน้าหัวเราะออกมา
รอยยิ้มของเธอเหมือนผิวน้ำนิ่งสงบที่มีระลอกคลื่นอ่อนโยนแผ่ขยายออกไป ดูแล้วชวนให้รู้สึกสบายใจ
【อ๊ากกก ชอบว่อซิงจังเลย เวลายิ้มสวยมาก】
【เพิ่งสังเกตว่าเธอไม่โกรธเลยตั้งแต่ต้นจนจบ ทั้งที่คู่ดูตัวพูดจาแย่ขนาดนั้น นิสัยดีสุดๆ เลยอ่ะ】
【สมกับเป็นลูกคุณหนูจริงๆ】
ในที่สุดภาพลักษณ์ของหลิวว่อซิงก็ไม่ถูกทำลาย
ไม่เหมือนในนิยายต้นฉบับที่ต้องกลายเป็นตัวตลกเพราะเสียงนาฬิกาเตือนดังลั่น แถมยังโดนชาวเน็ตด่าเรื่อง 'หน้าไหว้หลังหลอก' บนเวยป๋อไปพักใหญ่
...
การจำลองดูตัวจบลงด้วยผลงานของแขกรับเชิญแต่ละคนดังนี้:
เซี่ยหมีพลิกบทบาทปั่นหัวอีกฝ่ายจนเป็นลม
ชิวเฉิงเย่สติแตกพังประตูหนีเตลิดไปเลย
เซียวจิ่งซีเถียงกับอีกฝ่ายด้วยเหตุผล แม้จะโกรธแต่ก็ยังคุมมาดสุภาพบุรุษไว้ได้ ไม่ได้ด่าทออะไร
สวี่ซวงหรงโกรธจนน้ำตาคลอแต่ก็ยังดื้อดึงนั่งเถียงต่อ พยายามนำเสนอทัศนคติของตัวเอง
การดูตัวของหลิวว่อซิงถูกเซี่ยหมีขัดจังหวะ
ส่วนเสิ่นโม่ชิงหูตึงกำเริบ
ใช่แล้ว หูตึงกำเริบ
หลังจากโชว์สกิลหูตึงตอนคุยกับสวี่ซวงหรงในวันแรกแล้วหายเงียบไปเลย วันนี้บทหูตึงก็กลับมาอีกครั้ง
เหตุการณ์คร่าวๆ ตอนนั้นมีดังนี้:
คู่ดูตัว "บลาๆๆๆๆ บลาๆๆๆๆ!"
เสิ่นโม่ชิง "หา?"
คู่ดูตัว "บลาๆๆๆ แว้กๆๆๆ!"
เสิ่นโม่ชิง "หา?"
คู่ดูตัว "ไอ้เชี่ยเอ๊ย*แม่ง!"
เสิ่นโม่ชิง "หา?"
จบการดูตัว
สีหน้าของทีมงานเบื้องหลังบอกบุญไม่รับสุดๆ
อาการหูตึงของคุณเสิ่นเนี่ย มันกำเริบเป็นพักๆ สินะ?
ตอนกลับคฤหาสน์พวกเขาก็ยังคงนั่งรถของรายการ
พอเซี่ยหมีขึ้นมานั่งบนรถ เห็นเสิ่นโม่ชิงตามขึ้นมา เธอก็รีบเอามือป้องปากกระซิบด่าโคตรเหง้าศักราชของเขาด้วยเสียงแผ่วเบาทันที
แล้วก็โดนเสิ่นโม่ชิงดีดหน้าผากไปหนึ่งที "ด่าได้เจ็บแสบมากนะ"
"อ้าว นายได้ยินเหรอ?" เซี่ยหมีลูบหน้าผากอย่างขัดใจ "เห็นเขาบอกกันว่านายหูตึงไม่ใช่หรือไง"
มีเกลือเป็นหนอนนี่หว่า กล้าส่งข่าวกรองผิดๆ ให้เธอได้ยังไง
"ก็มีบ้าง"
"คำว่ามีบ้างนี่หมายความว่าไง?"
"การหูตึงตามสถานการณ์ช่วยลดการเข้าสังคมที่ไร้ประโยชน์ได้"
เสิ่นโม่ชิงชะงักไปนิด เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ มุมปากยกยิ้มขึ้น "มีคนสอนผมน่ะ"
ประโยคหลังเขากระซิบเบามาก เซี่ยหมีเลยได้ยินแค่ประโยคแรก
อดไม่ได้ที่จะทึ่งในสภาพจิตใจของเขาจริงๆ
"นิสัยเหมือนฉันเป๊ะเลยแฮะ"
"คุณเสิ่นคะ"
สวี่ซวงหรงขึ้นรถมาตอนไหนก็ไม่รู้ ดูเหมือนจะได้ยินบทสนทนาเมื่อกี้ ขอบตาเธอยังดูแดงๆ "งั้นการพูดคุยกับฉันในวันแรก... ก็ถือเป็นการเข้าสังคมที่ไร้ประโยชน์สำหรับคุณเหรอคะ?"
เธอดูเหมือนลูกกระต่ายน้อยที่ถูกทอดทิ้ง ร่างบอบบางสั่นสะท้านเหมือนจะปลิวลม
เสิ่นโม่ชิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย "เป็นปัญหาเรื่องมารยาทส่วนตัวของผมเอง คุณไม่ต้องเก็บไปใส่ใจหรอกครับ"
"แปลว่าเขาสันดานเสียน่ะ ไม่เกี่ยวกับเธอหรอก" เซี่ยหมีช่วยแปลให้ฟัง
สวี่ซวงหรงถึงกับจุกพูดไม่ออก
คำพูดที่เตรียมมาถูกกลืนลงคอไปหมด
คนข้างหลังกำลังจะขึ้นรถ สวี่ซวงหรงที่อยากจะพูดอะไรต่อก็ทำได้แค่ยอมแพ้ แล้วเดินเข้าไปนั่งเบาะหลังแทน
พอเซียวจิ่งซีขึ้นรถมา เห็นเสิ่นโม่ชิงนั่งอยู่ข้างเซี่ยหมี เขาก็ขมวดคิ้วทันที
เขากำลังจะไปนั่งเบาะหลังเซี่ยหมี แต่กลับโดนคนชิงตัดหน้าไปก่อน
"อิ่งตี้เซียว วันนี้ฉันรู้สึกเมารถนิดหน่อย ขอฉันนั่งตรงนี้ได้ไหมคะ?" หลิวว่อซิงนั่นเอง
เซียวจิ่งซีกระตุกยิ้มมุมปาก สุดท้ายก็ไม่มีทางเลือกนอกจากไปนั่งเบาะหลังสุด
บรรยากาศบนรถเงียบสงัดตลอดทาง
แต่ผู้ชมสวมวิญญาณนักสืบกันหมดแล้ว เริ่มวิเคราะห์ร่องรอยต่างๆ ท่ามกลางบรรยากาศสุดอึดอัดนี้
【ตอนสวี่ซวงหรงดูตัวเมื่อกี้ก็ร้องไห้ ตอนนี้ตาตายังแดงอยู่เลย เซียวจิ่งซีจะดูไม่ออกได้ไง? แต่เขาไม่ปลอบเธอเลยสักนิด นี่ใช่คู่จิ้นกันจริงๆ เหรอ?】
【ดูไม่เหมือนทะเลาะกันเลยนะ เมื่อกี้เซียวจิ่งซียังอยากไปนั่งข้างหลังเซี่ยหมีอยู่เลย】
【คู่นี้จบเห่แล้วจริงๆ เหรอเนี่ย?】
แฟนคลับคู่จิ้นสติแตกอีกรอบ เปิดศึกเถียงกับกลุ่มคนดูทั่วไปทันที คอมเมนต์กลายเป็นสนามรบขนาดย่อมไปเลย
พวกเขาทะเลาะกันยืดยาวจนแขกรับเชิญกลับถึงคฤหาสน์
เซียวจิ่งซีเดินไปหาสวี่ซวงหรง พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "เรามาคุยกันหน่อยเถอะ"
สวี่ซวงหรงอึ้งไปนิดนึง "...ตกลงค่ะ"
【มาแล้วๆๆ เลิกเถียงกันได้แล้ว】
【ฉันสังหรณ์ใจว่าการคุยกันรอบนี้ต้องมีเรื่องใหญ่แน่ๆ】
【เขาจะมาง้อและคืนดีกันต่างหาก!】
พวกเขาเดินไปที่สวนหลังบ้าน
เซียวจิ่งซีดูเหมือนไม่อยากเสียเวลา เข้าประเด็นทันที
"ซีรีส์ของเราออกอากาศจบไปสองเดือนแล้วนะ การเดินสายโปรโมตก็ถือว่าจบไปแล้ว"
"การสร้างกระแสคู่จิ้นที่เราทำเพื่อโปรโมตซีรีส์เรื่องนั้น ยุติลงแค่นี้เถอะ"
[จบแล้ว]