- หน้าแรก
- เพี้ยน เพี้ยนกันให้หมด เป็นคนเพี้ยนๆ นี่แหละดี
- บทที่ 27 - สูตรสำเร็จมุกเป๊ะ ฉันขอทดสอบนายหน่อย
บทที่ 27 - สูตรสำเร็จมุกเป๊ะ ฉันขอทดสอบนายหน่อย
บทที่ 27 - สูตรสำเร็จมุกเป๊ะ ฉันขอทดสอบนายหน่อย
บทที่ 27 - สูตรสำเร็จมุกเป๊ะ ฉันขอทดสอบนายหน่อย
☆☆☆☆☆
เซี่ยหมีผลักประตูเดินเข้าไปในห้องส่วนตัว
หนุ่มหล่อล่ำกล้ามโตสูง 185 เซนติเมตรคนหนึ่งนั่งรอเธออยู่ก่อนแล้ว เขาใส่เสื้อยืดสีขาวรัดรูปที่เน้นให้เห็นซิกซ์แพ็กแปดลอนอย่างชัดเจน
ประโยคแรกที่เขาเปิดปากแนะนำตัวก็คือ "สวัสดีครับ ผมเรียนพละ"
นี่มันหนุ่มพละสูง 185 ซิกซ์แพ็กแน่นของแท้
แต่เซี่ยหมีกลับช็อกจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง
โอเค เข้าใจว่าใส่เสื้อรัดรูปเพื่อโชว์ซิกซ์แพ็ก แต่ไอ้กางเกงรัดรูปเป้าตุงกับรองเท้าทรงลุงนี่มันหมายความว่าไง?
รายการเข้าใจสเปกในฝันของเธอผิดไปหรือเปล่าเนี่ย?
【พรืด】
【เปลี่ยนเป็นฉันคงสติแตกไปแล้ว】
【ขำจะตายรายการทำตัวเป็นคนปกติหน่อย】
【ฉันแวะไปดูช่องอื่นมา สเปกแต่ละคนหน้าตาดูปกติมาก แปลว่าอะไร? แปลว่ารายการไม่ได้แกล้งเรื่องสเปกในฝัน พูดง่ายๆ คือรายการคิดว่านี่คือสเปกพี่เซี่ยจริงๆ】
【พี่เซี่ย: เจ๋ง】
"สวัสดีค่ะ ให้เรียกคุณว่าอะไรดีคะ"
ในฐานะตัวแม่ผู้มีมารยาท เซี่ยหมีไม่ใช่คนประเภทตัดสินคนจากภายนอก เธอเลยนั่งลงพูดคุยกับเขาตามปกติ
"ผมชื่อหวังเย่าจู่"
หวังเย่าจู่เชิดคางขึ้นอย่างภาคภูมิใจ "ผมเคยเห็นคุณที่งานโรดโชว์ครั้งนึง คุณชื่ออะไรนะ?"
【มาแล้วๆๆ การยั่วโมโหครั้งแรกมาแล้ว!】
【มาออกรายการขนาดนี้แล้วยังถามชื่อเธออีก นี่มันจงใจบอกชัดๆ ว่า 'เธอไม่ดังเลยฉันไม่รู้จักเธอสักนิด' เป็นการยั่วยุแบบหน้าด้านๆ เลยนะ】
และก็เป็นไปตามคาด เซี่ยหมีเริ่มของขึ้น
"ที่งานโรดโชว์มีคนร้องเรียกตั้งเยอะแยะ ฉันจะร้องสักสองทีมันจะเป็นอะไรไปล่ะ?"
หวังเย่าจู่ "?"
【?】
【……?】
【พี่สาว พี่นี่มัน……】
หวังเย่าจู่เกือบจะหลุดขำ แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพเขาจึงรีบตั้งสติกลับมาดึงหน้าหยิ่งยโสต่อ
"บ้านผมมีคอนโดหรูใจกลางเมืองสามห้อง พ่อแม่เป็นผู้บริหารระดับสูง บ้านมีผมเป็นลูกชายคนเดียว ทรัพย์สินรวมกันแปดหลัก เลี้ยงคุณได้สบายมาก เพราะงั้นถ้าคุณจะแต่งงานกับผมคุณต้องออกจากวงการ ผมไม่ชอบให้ผู้หญิงออกหน้าออกตา"
【เชี่ย สูตรสำเร็จมุกเป๊ะ】
【แค่ฟังฉันก็เริ่มโมโหแล้ว】
【สภาพจิตใจพี่เซี่ยตอนนี้น่าจะด่ามันเปิงไปแล้วมั้ง?】
"ขอโทษนะคะ คุณอาจจะเข้าใจฉันผิดไป"
เซี่ยหมีจิบกาแฟอย่างสง่างาม "ฉันไม่ใช่แค่ดาราสาวสวยสะพรั่ง แต่ฉันยังเป็นนักอ่านรางวัลโนเบล ผู้ถือครองรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าหย่าตี๋ ผู้อยู่อาศัยในเมืองเดียวกับมหาวิทยาลัยชิงหวาและเป่ยต้า และเป็นผู้เข้าร่วมการสอบเข้าปริญญาโทด้วย"
"เพราะฉะนั้น ถ้าคุณจะแต่งงานกับฉันคุณต้องถอนชื่อออกจากทะเบียนตระกูล ฉันไม่ชอบทำตัวเป็นลูกน้องใคร"
หวังเย่าจู่ "??"
【รางวัลโนเบล? ชิงหวา? ปริญญาโท? เชี่ย พี่เซี่ยโคตรเทพ!!】
【เดี๋ยวสิ ไม่ใช่ละ】
【ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าขำจนจะบ้าตายแล้ว】
หวังเย่าจู่ไม่ยอมแพ้ รีบหาเรื่องคุยใหม่ทันที "ผมคิดว่าทองหมั้นสามอย่างตอนแต่งงานเราใช้ทองแดงแทนได้นะ หมายถึงผูกพันใจเป็นหนึ่งเดียว ความหมายสำคัญกว่าราคา คุณว่าไง?"
เซี่ยหมี "มีเหตุผลค่ะ งั้นเมียนายก็ใช้ซิลิโคนแทนได้เหมือนกัน ตัวติดกันหนึบหนับดั่งกาวใจไง"
หวังเย่าจู่โกรธจนพูดไม่ออก ชี้หน้าเธอแล้วพูดตะกุกตะกัก "คุณ คุณ คุณ" อยู่นานสองนาน
เซี่ยหมีฉีกยิ้มกว้าง "หรือจะหาคนตายก็ได้นะ หมายถึงเป็นตายร่วมกันไง"
หวังเย่าจู่โกรธจนแทบช็อกหมดสติ
เสียงร้อนรนของทีมงานดังขึ้นในหูฟัง "ใจเย็นๆ! ภารกิจของคุณคือยั่วให้เธอโกรธ ไม่ใช่ปล่อยให้เธอปั่นหัวจนโกรธเอง!!"
พอได้ยินประโยคนี้หวังเย่าจู่ถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขากำลังถ่ายรายการอยู่ ไม่ได้มาดูตัวจริงๆ
ใจเย็น เขาต้องใจเย็น
"คุยเรื่องมีลูกกันดีกว่า" เขาหาประเด็นใหม่เจออย่างรวดเร็ว "ผมไม่ได้ลำเอียงรักลูกชายมากกว่าลูกสาวนะ ผู้ชายผู้หญิงผมเอาหมด คุณต้องคลอดลูกชายหนึ่งคนลูกสาวหนึ่งคนให้ผมนะ จะได้รวมกันเป็นคำว่าดีไง"
เรื่องอ่อนไหวขนาดนี้ เขาไม่เชื่อหรอกว่าเซี่ยหมีจะไม่ปรี๊ดแตก!
เซี่ยหมีจิบกาแฟด้วยท่าทีนิ่งสงบ "นายก็ไปผูกคอตายสิ จะได้รวมกันเป็นคำว่าเวรตะไลไง"
ตู้ม!
โจมตีทีเดียวจอด หวังเย่าจู่โกรธจนเป็นลมล้มพับไปเลย
พอหันไปดูอัตราการเต้นหัวใจของเซี่ยหมี กลับไม่เกิน 70 ด้วยซ้ำ นิ่งสนิทสุดๆ
ผู้ชมถึงกับคารวะ
【พี่สาวฉันเทพเกินไปแล้ว】
【ถ้าฉันเถียงเก่งได้ครึ่งนึงของพี่เซี่ย ฉันคงไม่ต้องมาทนเจอพวกผู้ชายดูตัวตรรกะพังๆ พวกนี้หรอก】
【ใครสะใจไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ คือฉันโคตรสะใจ】
เซี่ยหมีจบการดูตัวเป็นคนแรก เธอเตรียมตัวลงไปหาอะไรกินข้างล่าง
แต่ดันได้ยินเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่งดังมาจากห้องข้างๆ
"อ๊ากกกกกกกก!!"
"เชี่ยเอ๊ย! เชี่ยเอ๊ย! แม่งโคตรเชี่ยเลยโว้ย!!"
ตามมาด้วยเสียงชิวเฉิงเย่พังประตูพุ่งพรวดออกมา เขาวิ่งลงบันไดไปเหมือนหมาบ้า นาฬิกาวัดใจบนข้อมือเขาส่งเสียงเตือนรัวๆ อย่างบ้าคลั่ง
ให้ตายเถอะ สติแตกไปหนึ่งรายแล้ว
ถ้าจำไม่ผิด ในนิยายต้นฉบับฉากนี้ชิวเฉิงเย่ต้องเจอคู่ดูตัวที่เป็นสาวยันเดเระจอมบงการ บังคับห้ามเขาไปผับ ห้ามกินเหล้า และห้ามมีเพื่อนผู้หญิงเด็ดขาด
สำหรับเพลย์บอยอย่างชิวเฉิงเย่แล้ว เรื่องนี้ถือเป็นจุดตายของจริง
พอเดินผ่านหน้าห้องส่วนตัวอีกห้อง เซี่ยหมีก็ได้ยินเสียงพูดอย่างฉะฉานดังลอดออกมา
ประตูแง้มอยู่เล็กน้อย มองผ่านช่องประตูเข้าไปก็เห็นหลิวว่อซิงกับคู่ดูตัวของเธอ
หลิวว่อซิงยังคงนั่งหลังตรงอย่างสง่างามและยิ้มรับฟังสิ่งที่อีกฝ่ายพูดเหมือนเช่นเคย
ส่วนอีกฝ่ายก็กำลังโอ้อวดตัวเองอย่างภูมิใจพลางสั่งสอนเธอด้วยท่าทีเหมือนคนแก่ขี้บ่น
"คุณบอกว่าคุณสนใจเรื่องการบริหารธุรกิจเหรอ? งั้นผมขอทดสอบคุณหน่อย องค์ประกอบของกลยุทธ์องค์กรคืออะไร? แนวคิดของการบริหารธุรกิจคืออะไร? รูปแบบพื้นฐานขององค์กรธุรกิจคืออะไร?"
พอเห็นหลิวว่อซิงเงียบ เขาก็เลิกคิ้วขึ้น "ตอบไม่ได้ล่ะสิ จริงๆ แล้วคุณไม่รู้เรื่องพวกนี้เลยใช่ไหม? ยอมรับมาเถอะน่าว่างานอดิเรกของคุณคือการเดินช้อปปิ้งซื้อของ ผมไม่หัวเราะเยาะคุณหรอก"
แววตาของหลิวว่อซิงวูบไหวเล็กน้อย แต่ก็ยังคงรอยยิ้มไว้
ทว่าเซี่ยหมีกลับสังเกตเห็นว่ามือของเธอที่วางอยู่ใต้โต๊ะกำแน่นจนเป็นหมัด อัตราการเต้นหัวใจบนนาฬิกาก็กำลังพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ
เซี่ยหมีอดนึกถึงคาแรคเตอร์ของหลิวว่อซิงไม่ได้
ลูกสาวคนเล็กของตระกูลที่ถูกสอนให้เรียนดนตรี หมากรุก เขียนพู่กัน วาดภาพ และมารยาทตั้งแต่เด็ก ถูกปลูกฝังความคิดว่าผู้หญิงต้องเรียบร้อยและวางตัวดี เธอจึงรักษารอยยิ้มไว้เสมอ แต่แท้จริงแล้ว...
ในเนื้อเรื่องต้นฉบับฉากนี้ หลิวว่อซิงไม่รู้เลยว่าการจำลองดูตัวครั้งนี้เป็นการแกล้งของรายการ แถมยังลืมเรื่องที่นาฬิกาจะดังเตือนถ้าหัวใจเต้นเกิน 120 ไปซะสนิท พอเสียงเตือนดังขึ้น ความโกรธของเธอก็ถูกแฉจนหมดเปลือก ภาพลักษณ์สาวเรียบร้อยพังทลาย เธอเผยสีหน้าลุกลี้ลุกลนและทำตัวไม่ถูกออกมาเป็นครั้งแรก
"ได้ยินมาว่าคุณทำงานในบริษัทที่บ้าน แถมยังเป็นผู้บริหารระดับสูงด้วย? ไม่ได้จะว่าคุณนะ ถึงนั่นจะเป็นธุรกิจบ้านคุณก็เถอะ แต่ตำแหน่งงานเฉพาะทางมันก็ต้องยกให้คนที่มีความเชี่ยวชาญสิ คุณอาศัยเส้นสายครอบครัวขึ้นไปนั่งตำแหน่งนั้นแล้วมันจะได้อะไรขึ้นมา? เอาแบบนี้แล้วกัน ผมขอทดสอบคุณหน่อย บริษัทของคุณ..."
หมัดของหลิวว่อซิงที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะยิ่งกำแน่นขึ้น อัตราการเต้นของหัวใจก็ใกล้จะพุ่งทะลุขีดจำกัดแล้ว
ทันใดนั้น มือเย็นเฉียบข้างหนึ่งก็คว้าข้อมือเธอไว้และใช้ฝ่ามือปิดหน้าปัดนาฬิกาให้
หลิวว่อซิงชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะเข้าใจสถานการณ์ทันที เหงื่อเย็นเยียบผุดเต็มแผ่นหลังด้วยความโล่งอก
"คุณผู้ชายคะ เมื่อกี้คุณบอกว่าชอบอ่านวรรณกรรมคลาสสิกใช่ไหมคะ?" เซี่ยหมีมายืนอยู่ข้างๆ เธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ มุมปากยกยิ้มขึ้นครึ่งหนึ่ง น้ำเสียงแฝงความขี้เล่นอย่างเต็มเปี่ยม
"งั้นฉันขอทดสอบคุณหน่อย"
[จบแล้ว]