- หน้าแรก
- คัมภีร์กระบี่มหาวิถี
- บทที่ 36 - ไล่ล่ากลางถนน ลากเจ้าอ้วนลงน้ำ!
บทที่ 36 - ไล่ล่ากลางถนน ลากเจ้าอ้วนลงน้ำ!
บทที่ 36 - ไล่ล่ากลางถนน ลากเจ้าอ้วนลงน้ำ!
บทที่ 36 - ไล่ล่ากลางถนน ลากเจ้าอ้วนลงน้ำ!
เสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย! ฝ่ามืออันดุดันเหี้ยมเกรียมของอาจารย์อวี๋ก็ฟาดลงตรงหน้ากู้หาน!
เคร้ง! เสียงโลหะกระทบกันดังกังวาน!
เป็นกู้หานที่ลอบระวังตัวอยู่ก่อนแล้ว เขาชิงจังหวะหยิบกระบี่ยาวออกมาขวางไว้เบื้องหน้าได้ทันท่วงที และฝ่ามือของอาจารย์อวี๋ ก็ฟาดเข้าที่ตัวกระบี่อย่างจัง!
ทว่า แม้กระบี่จะเหนียวแน่นทนทาน สามารถต้านทานการโจมตีไว้ได้ ทว่าพลังปราณที่ถาโถมเข้ามาดุจเกลียวคลื่น พกพาพละกำลังมหาศาลไร้ขีดจำกัด ก็ยังมีพลังกว่าครึ่งทะลวงเข้าสู่ร่างกายของเขาอยู่ดี!
พรวด! เขาพ่นเลือดคำโต กระดูกทั่วร่างไม่รู้ว่าหักไปกี่ท่อน ร่างลอยละลิ่วกระเด็นถอยหลังไปในพริบตา!
ตุ้บ! ครู่ต่อมา ร่างของเขาก็ร่วงกระแทกพื้นอย่างแรง
"ตายแล้วรึ"
"ถามโง่ๆ อาจารย์อวี๋มีระดับพลังตั้งเท่าไหร่ มันต้องตายแน่ๆ อยู่แล้ว!"
ยามนี้ มีผู้คนจำนวนไม่น้อยถูกดึงดูดด้วยเสียงเอะอะโวยวาย แม้จะหวาดกลัวในความดุร้ายของอาจารย์อวี๋จนไม่กล้าเข้าใกล้ ทว่านั่นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการยืนดูเรื่องสนุกอยู่ห่างๆ
"คนผู้นี้... ข้าเหมือนจะเคยเห็นหน้าที่ไหนนะ!"
"เคยเห็นรึ ใครกันล่ะ"
"ก็คนที่ทำให้คุณชายหลิว... แค่กๆ ทำให้คุณชายหลิวเสียหน้าไง!"
"เป็นมันเองรึเนี่ย!"
"คนผู้นี้มีเบื้องหลังอะไรกันแน่ ถึงได้ใจกล้าห่อฟ้าปานนี้ เพิ่งจะไปล่วงเกินคุณชายหลิวมาหยกๆ ตอนนี้ยังมาหาเรื่องอาจารย์อวี๋อีกรึ"
"เอ๊ะ เขาฝืนลุกขึ้นมาแล้ว!"
ไม่รู้ว่าใครเป็นคนตะโกนขึ้นมา ทุกสายตาพลันจ้องเขม็งไปที่กู้หานในพริบตา
"แค่กๆ..."
ห่างออกไปไม่ไกล กู้หานใช้กระบี่ยันพื้น ค่อยๆ ฝืนพยุงร่างอันโอนเอนให้ลุกขึ้นยืน แม้ทั่วร่างจะโชกไปด้วยเลือด สภาพดูน่าเวทนาหาใดเปรียบ ทว่ามีเพียงดวงตาคู่นั้น... ที่สาดประกายเจิดจ้าจนน่าขนลุก!
"แม่เจ้า!" ทุกคนถึงกับนั่งไม่ติดเก้าอี้
"เขายังไม่ตายจริงๆ ด้วย!"
"อาจารย์อวี๋เป็นถึงยอดฝีมือระดับจิตลี้ลับเชียวนะ โดนฟาดไปเต็มแรงหนึ่งฝ่ามือ กลับไม่ตายงั้นรึ เด็กหนุ่มผู้นี้ไม่ธรรมดาเสียแล้ว!"
"น่าเสียดายนะ" บางคนก็ทอดถอนใจ "ต่อให้เขาเป็นอัจฉริยะแค่ไหน ก็ไม่มีทางรับฝ่ามือที่สองของอาจารย์อวี๋ได้หรอก!"
"ระวังปากหน่อย! อาจารย์อวี๋ยังอยู่ตรงนี้นะ!"
"..."
เมื่อมองดูใบหน้าอันถมึงทึงของอาจารย์อวี๋ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็เบาลงถนัดตา
"เจ้ารู้หรือไม่" อาจารย์อวี๋หน้าตึง ค่อยๆ สืบเท้าเข้าหากู้หานอย่างช้าๆ "ชายหนุ่มที่เจ้าฆ่าไป คือทายาทชายเพียงคนเดียวของตระกูลอวี๋ข้า!"
"เจ้ารู้หรือไม่ ว่าเพื่อจะปั้นเขาขึ้นมา ข้ากับพี่ใหญ่ต้องทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกาย และจ่ายค่าตอบแทนไปมากเพียงใด!"
"เจ้าฆ่าเขา เจ้าก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิต!"
"ไม่รู้โว้ย!" กู้หานยกมือขึ้นปาดเลือดบนใบหน้าอย่างลวกๆ "มันจะฆ่าข้า ข้าก็เลยฆ่ามัน! เจ้าโง่หรือเปล่า เรื่องง่ายๆ แค่นี้ก็ยังคิดไม่ทะลุอีกรึ"
"ดี!" อาจารย์อวี๋พยักหน้า "วันนี้ เจ้าต้องตายอยู่ที่นี่!"
"ตายรึ" กู้หานสูดลมหายใจเข้าลึก ค่อยๆ ยกกระบี่ยาวในมือขึ้น "ถ้าอย่างนั้น... วันนี้ข้าก็จะขอสู้ตาย!"
เฮ้อ... ทุกคนรู้สึกซับซ้อนในใจ
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น ลำพังแค่ความกล้าหาญที่เด็กหนุ่มผู้นี้แสดงออกเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความตาย ซ้ำยังมีความเด็ดเดี่ยวที่จะสู้จนตัวตาย เพียงเท่านี้ ก็เหนือกว่าผู้คนร้อยละเก้าสิบห้าไปแล้ว...
น่าเสียดายนัก!
"งั้นข้าก็จะสนองให้เจ้าเอง!" อาจารย์อวี๋ไม่ลังเล พลังปราณในร่างพุ่งพล่าน คลุมร่างด้วยแสงปราณบางเบาชั้นหนึ่ง!
"หืม" ทันใดนั้น กู้หานก็คล้ายจะมองเห็นบางสิ่ง สีหน้าพลันยินดีปรีดา "หลงจู๊มู่หรง ท่านมาแล้วรึ"
แย่แล้ว! เมื่อได้ยินชื่อนี้ หัวใจของอาจารย์อวี๋ก็กระตุกวาบ พลังปราณหยุดชะงักไปชั่วขณะ หันขวับไปมองด้านหลังตามสัญชาตญาณ
มู่หรงชวน... แรงกดดันที่คนผู้นี้มอบให้เขามันมหาศาลเกินไป!
ทว่า... ด้านหลังกลับว่างเปล่า ไร้ซึ่งเงาของผู้ใด!
เมื่อหันกลับมามองอีกครั้ง กู้หานที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็วิ่งหนีเตลิดไปไกลลิบแล้ว ความเร็วนั้น จะดูอย่างไรก็ไม่เหมือนคนที่บาดเจ็บสาหัสใกล้ตายเลยสักนิด!
"..."
ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก อ้าปากค้าง
ถึงกับ... หนีไปแล้วรึ
ไหนบอกว่าบาดเจ็บสาหัสใกล้ตายไง แล้วทำไมถึงได้วิ่งหน้าตั้งปานนั้นล่ะ
แล้วก็... ไหนบอกว่าจะยอมสู้ตาย ไม่ถอยหนีไง! เด็กหนุ่มผู้นี้... ช่างไร้สัจจะเสียจริง!
"หนีรึ" อาจารย์อวี๋หน้าดำคร่ำเครียด "วันนี้ เจ้าต้องตายสถานเดียว!"
ยังพูดไม่ทันจบ ร่างของเขาก็พุ่งทะยานไล่ตามไปในพริบตา!
...บนถนนสายยาว
ความเร็วของกู้หานพุ่งขึ้นถึงขีดสุด แทบจะกลายเป็นภาพติดตา
การถูกอาจารย์อวี๋ซัดเข้าหนึ่งฝ่ามือ ทำให้อวัยวะภายในของเขาบอบช้ำอย่างหนัก กระดูกก็หักไปกว่าครึ่ง ทว่าเส้นลมปราณอันแสนพิสดารกลับไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่น้อย นี่คือเหตุผลที่ระดับพลังของเขายังคงอยู่ในจุดสูงสุด
แน่นอนว่า การฝืนรีดเร้นพลังปราณอย่างเอาเป็นเอาตายเช่นนี้ ย่อมทำให้อาการบาดเจ็บภายในรุนแรงยิ่งขึ้น
วิ่งไป กระอักเลือดไป นี่คือสภาพของเขาในยามนี้
ด้านหลัง ร่างของอาจารย์อวี๋ไล่กวดเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
กู้หานกัดฟันแน่น เร่งความเร็วขึ้นอีกหลายส่วน!
ทิศทางที่มุ่งไป... ย่อมเป็นประตูเมือง!
ส่วนโรงเตี๊ยมนั้น... เขาไม่มีทางกลับไปได้แล้ว!
ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือบังเอิญ ทันทีที่อาจารย์อวี๋ปรากฏตัว ก็ดักทางกลับโรงเตี๊ยมของเขาจนมิดชิด!
โชคดี! เขาลอบยินดีอยู่ในใจ ที่ไม่ได้พาอาส่าออกมาด้วย มิเช่นนั้น วันนี้คงต้องตายกันหมดเป็นแน่!
"อ้าวเฮ้ย!"
ทันใดนั้น เสียงคุ้นเคยก็ดังมาจากเบื้องหน้า "พี่ชายท่านนี้ เพิ่งจะไม่เจอกันไม่กี่วัน ทำไมสภาพเจ้าถึงได้ดูไม่ได้ปานนี้ล่ะ"
"หืม" เมื่อเหลือบมองตามเสียง กู้หานก็พบกับชายร่างอ้วนผู้แสนจะสะดุดตา และกำลังยืนหัวเราะเยาะอย่างสะใจอยู่ท่ามกลางฝูงชน!
"เป็นเจ้านี่เอง!"
"ปู่จ้ำม่ำเองแหละ!" เจ้าอ้วนกอดอก มองดูด้วยความสะใจ "คิดไม่ถึงล่ะสิ คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าเจ้าจะมีวันนี้! ฮ่าๆๆ กงเกวียนกำเกวียน กรรมตามสนองจริงๆ ดูสิว่าเจ้ายังจะกล้าอวดเก่งต่อหน้าปู่จ้ำม่ำอีกไหม..."
"เจ้าอ้วน!" จู่ๆ กู้หานก็แหกปากตะโกนลั่น "เรื่องในวันนั้นความแตกแล้ว รีบหนีเร็วเข้า!"
เสียงนั้นดังก้องกังวาน ดังไปไกลถึงครึ่งค่อนถนน ย่อมต้อง... ลอยไปเข้าหูอาจารย์อวี๋ที่อยู่ไม่ไกลด้วย
"บัดซบ..." แม้จะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่จู่ๆ เจ้าอ้วนก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาตงิดๆ
และก็เป็นดังคาด สายตาเปี่ยมรังสีอำมหิตของอาจารย์อวี๋จับจ้องมาที่เขาในพริบตา
"เรื่องฆ่าหลานชายข้า เจ้าก็มีส่วนร่วมด้วยรึ"
"ข้า..." เจ้าอ้วนหน้าซีดเผือด รีบละล่ำละลักอธิบาย "ท่านอย่าไปฟังมันพูดจาเหลวไหลนะ! ปู่จ้ำม่ำไม่รู้จักหลานชายบ้าบออะไรของท่านสักหน่อย..."
"เจ้าอ้วน!" เสียงของกู้หานดังขึ้นอีกครั้ง "ไม่ต้องแก้ตัวแล้ว! หนีเอาชีวิตรอดเถอะ! มันสืบรู้หมดแล้ว! ตอนที่พวกเราลงมือในวันนั้น มีคนเห็นเข้า!"
"..."
เมื่อได้ยินประโยคนี้ หัวใจของเจ้าอ้วนก็เย็นเฉียบไปหมด
เขาแทบอยากจะตบปากตัวเองสักสองฉาด จะดูเรื่องสนุกก็ดูไปสิ ทำไมต้องไปทักไอ้คนหน้าด้านใจดำนี่ด้วย! คราวนี้... ซวยแล้วไง!
"ในเมื่อเจ้ามีส่วนร่วม!" อาจารย์อวี๋จ้องเจ้าอ้วนเขม็ง "งั้นเจ้าก็จงไปลงนรกซะ!"
พรึ่บ!
ฝูงชนที่กำลังดูเรื่องสนุกต่างก็แตกฮือวงแตกกันไปคนละทิศคนละทาง เกรงว่าจะโดนลูกหลงไปด้วย ทิ้งให้เจ้าอ้วนยืนหัวโด่อยู่เพียงลำพัง
"ท่าน..." เจ้าอ้วนยังคงพยายามอธิบาย "คงไม่ได้เชื่อมันจริงๆ ใช่ไหม"
"ยอมฆ่าผิด ดีกว่าปล่อยคนผิดหลุดรอดไป!"
"มารดามันเถอะ!" เจ้าอ้วนสติแตกในพริบตา "เจ้ามันสมองหมาปัญญาควายรึไง! มันพูดอะไรเจ้าก็เชื่อหมดเลยรึ ถ้ามันบอกว่าปู่จ้ำม่ำเป็นพ่อเจ้า เจ้าจะเชื่อไหมล่ะ..."
ตูม!
สิ่งที่ตอบรับเขา คือฝ่ามือสุดกำลังของอาจารย์อวี๋!
"บัดซบเอ๊ย!" เมื่อเห็นว่าหลบไม่พ้น เจ้าอ้วนก็กัดฟันกรอด เร่งเร้าพลังปราณอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายพลันอาบย้อมไปด้วยแสงสีทองอร่ามจางๆ "ปู่จ้ำม่ำจะสู้ตายกับเจ้า... อ๊าก!"
พูดยังไม่ทันจบ เขาก็ร้องลั่น ร่างกระเด็นลอยละลิ่วออกไปไกลลิบ
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาอ้วนเกินไป หรือเป็นเพราะแสงสีทองนั่น
ยามที่ร่วงลงพื้น ร่างของเขากลับเด้งกระดอนขึ้นมาถึงสองครั้ง
ดึ๋ง!
โดยไม่รอให้อาจารย์อวี๋ลงมือซ้ำ เขาก็เด้งตัวขึ้นมาราวกับสปริง ลุกพรวดขึ้นมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วพุ่งฉิวออกไปอย่างรวดเร็ว ตามติดหลังกู้หานไปติดๆ
"..."
ทุกคนอ้าปากค้างอีกครั้ง ไม่ตายอีกแล้วรึ เป็นไปได้อย่างไร!
ทุกคนแอบลอบมองปฏิกิริยาของอาจารย์อวี๋ หรือว่า... ระดับจิตลี้ลับของเขา จะเป็นของปลอมกันแน่!
อีกด้านหนึ่ง สีหน้าของอาจารย์อวี๋ย่ำแย่ลงเรื่อยๆ
ด้วยระดับพลังของเขา หากลงมืออย่างสุดกำลัง ย่อมสามารถตบผู้ฝึกยุทธ์ระดับทะลวงทวารให้กลายเป็นกองเนื้อบดได้ในหมัดเดียว! ทว่าตอนนี้... กู้หานคนหนึ่ง เจ้าอ้วนอีกคนหนึ่ง ไม่เพียงแต่ไม่ตาย แต่กลับวิ่งเร็วกว่าเดิมเสียอีก!
แม้จะมีสาเหตุมาจากการที่เขาบาดเจ็บด้วยน้ำมือของมู่หรงชวนเมื่อหลายวันก่อน แต่เขาก็ยังทำใจยอมรับผลลัพธ์นี้ไม่ได้อยู่ดี!
ศักดิ์ศรีป่นปี้ ความแค้นที่หลานชายถูกฆ่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด ล้วนกระตุ้นให้จิตสังหารในใจของเขาพุ่งทะยานถึงขีดสุด!
เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย ร่างกายพุ่งทะยานวูบวาบ หายตัวไปจากสายตาของทุกคนในพริบตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่เปี่ยมไปด้วยรังสีอำมหิต
"วันนี้ พวกเจ้าหนีไม่รอดสักคนแน่!"
...ในขณะเดียวกันนี้
ณ บริเวณนอกประตูเมือง
"กลับมาแล้ว!"
มองดูกำแพงเมืองที่แสนคุ้นเคยเบื้องหน้า องค์ชายเจ็ดมีน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย "ข้าเจียงเฟิง... กลับมาแล้ว!"
ตอนที่ออกจากเมือง เขาป่วยด้วยโรคพิษเย็น ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย ในใจเต็มไปด้วยความหดหู่และท้อแท้ นี่คือสาเหตุที่เขาหนีห่างจากเมืองหลวง เดินทางไกลไปถึงเมืองเทียนอู่
ทว่ายามกลับเข้าเมือง เขากลับก้าวเข้าสู่เส้นทางการบ่มเพาะอย่างเป็นทางการ ระดับพลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ซ้ำยังมีกายาพิเศษที่ใครๆ ก็ต้องอิจฉาตาร้อน อนาคตวันข้างหน้าย่อมเจิดจรัสไร้ขีดจำกัด!
ภายใต้ความแตกต่างอย่างสุดขั้วนี้ ต่อให้เขามีนิสัยหนักแน่นเพียงใด ก็อดไม่ได้ที่จะเสียอาการอยู่บ้าง
"องค์ชาย" ข้างกายเขา หัวหน้าขันทีหลี่ยิ้มกว้าง
เจียงเฟิงคือคนที่เขาเฝ้าดูมาตั้งแต่เล็กจนโต ตลอดกว่ายี่สิบปีที่ผ่านมา เจียงเฟิงหากไม่เอาแต่หดหู่เศร้าหมอง บนใบหน้าก็แทบไม่เคยปรากฏรอยยิ้มเลย จะเคยมีความสุขและผ่อนคลายเฉกเช่นวันนี้ได้อย่างไร
"เมื่อเวลาผ่านไป องค์ชายย่อมต้องกลายเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งในหมู่คนรุ่นเยาว์ของต้าฉีเป็นแน่พ่ะย่ะค่ะ!"
"อันดับหนึ่งรึ" เจียงเฟิงหัวเราะเบาๆ "มีเขาอยู่ ตำแหน่งอันดับหนึ่งนี้ ไหนเลยจะตกมาถึงข้าได้ อีกอย่าง ไม่ใช่ว่ายังมีสหายกู้อยู่อีกคนหรือ"
หัวหน้าขันทีหลี่ไม่ได้โต้แย้งอย่างที่เคยเป็น
การที่กู้หานสามารถหยิบเคล็ดวิชาระดับฟ้าออกมาได้อย่างง่ายดาย ย่อมพิสูจน์ให้เห็นว่าโชควาสนาและบุญบารมีของเขานั้น มากมายมหาศาลจนเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้ อีกทั้ง การที่เจียงเฟิงสามารถกลับมาผงาดได้อย่างภาคภูมิเช่นวันนี้ ก็เป็นเพราะกู้หาน ความเกลียดชังและอคติในใจของหัวหน้าขันทีหลี่ จึงลดน้อยถอยลงไปกว่าครึ่ง
"จะว่าไปแล้ว" เจียงเฟิงรู้สึกเป็นห่วง "สหายกู้เดินทางล่วงหน้ามาก่อนพวกเรา เกรงว่าจะมาเจอกับวิกฤตสัตว์อสูรคลุ้มคลั่งเข้าพอดี ไม่รู้ว่าเขาจะเป็นอันตรายหรือไม่"
"องค์ชายวางพระทัยเถิดพ่ะย่ะค่ะ"
หัวหน้าขันทีหลี่ครุ่นคิดเล็กน้อย "ไอ้เด็... แค่ก คุณชายกู้ผู้นี้... แค่กๆ สติปัญญาเฉียบแหลม ซ้ำยังเปี่ยมด้วยพละกำลัง ย่อมไม่พบเจออันตรายใดเป็นแน่"
อันที่จริงแล้ว สิ่งที่เขาอยากจะพูดก็คือ หน้าหนาใจดำ ต่ำช้าเจ้าเล่ห์ ทว่ากลัวเจียงเฟิงจะโกรธ จึงได้แต่เปลี่ยนคำพูดเสียใหม่
"นั่นก็จริง" เจียงเฟิงส่ายหน้าหัวเราะ "เป็นข้าที่คิดมากไปเอง สหายกู้มีไหวพริบปฏิภาณเหนือล้ำกว่าคนรุ่นเดียวกัน จะไปพบเจออันตรายอันใดได้"
"อง... องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ"
ทันใดนั้น หัวหน้าขันทีหลี่คล้ายจะมองเห็นบางสิ่ง สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นแปลกประหลาดสุดขีด "ข้า... เหมือนจะเห็นเขาแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
ระดับพลังของเขาอยู่สูงกว่าเจียงเฟิงมาก ย่อมมองเห็นความผิดปกติในระยะไกลได้ก่อน
"ใครรึ" เจียงเฟิงอึ้งไป "สหายกู้รึ คงไม่บังเอิญขนาดนั้นกระมัง"
"เป็น... เขาจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ!"
"ฮ่าๆๆ เป็นสหายกู้จริงๆ ด้วย แปลกนัก เขามาทำอะไรที่นี่ หรือว่าจะออกนอกเมือง"
"เขา..."
มุมปากของหัวหน้าขันทีหลี่กระตุกไม่หยุด
"เขากำลังถูกคนไล่ล่าอยู่พ่ะย่ะค่ะ..."
[จบแล้ว]