- หน้าแรก
- คัมภีร์กระบี่มหาวิถี
- บทที่ 14 - เผยธาตุแท้ ตระกูลกู้ล้อมสังหาร!
บทที่ 14 - เผยธาตุแท้ ตระกูลกู้ล้อมสังหาร!
บทที่ 14 - เผยธาตุแท้ ตระกูลกู้ล้อมสังหาร!
บทที่ 14 - เผยธาตุแท้ ตระกูลกู้ล้อมสังหาร!
"ผู้ใดกัน!"
พวกมันตกใจจนใจหายวาบ รีบหันขวับกลับมาด้วยใบหน้าระแวดระวัง
ทว่าเมื่อเห็นกู้หาน ความระแวดระวังบนใบหน้าของพวกมัน ก็ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นและความโลภ
"มัน... เหมือนจะเป็นกู้หานคนนั้นใช่หรือไม่?"
"ไม่ผิดแน่ รูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกับในประกาศจับถึงเก้าส่วน ต้องเป็นมันอย่างแน่นอน!"
"จุ๊ๆๆ กำลังกลุ้มใจอยู่เชียวว่าหาตัวไอ้เด็กนี่ไม่พบ คิดไม่ถึงเลยว่ามันจะมารนหาที่ตายถึงที่!"
"มันไม่ได้เป็นคนโง่ใช่หรือไม่ ถึงกล้ามาเปิดเผยตัวเช่นนี้?"
"..."
ระหว่างที่เอ่ย พวกมันก็ค่อยๆ ก้าวบีบคั้นเข้าหากู้หานอย่างช้าๆ
"พวกคนเลว!"
บนหลังกู้หาน อาส่าเอ่ยด้วยความเคียดแค้น
"นายน้อยไม่ได้รู้จักกับพวกเจ้าเสียหน่อย พวกเจ้ามีสิทธิ์อันใดมาฆ่านายน้อย!"
"ก็เพราะมันเป็นลูกเนรคุณสังหารบิดาน่ะสิ!"
ภายในกลุ่มคน
ผู้ที่มีวรยุทธ์สูงสุดมีสีหน้าเต็มไปด้วยความเที่ยงธรรมประหนึ่งวีรบุรุษ
"พวกเราฆ่ามัน ก็เพื่อขจัดภัยร้ายให้แก่โลกหล้า!"
"ทั้งสามารถกำจัดภัยร้าย ซ้ำยังได้รางวัลเป็นผลึกปราณ เรื่องดีงามปานนี้เหตุใดจะไม่ทำเล่า?"
"ใช่แล้ว! ข้าว่านะ พวกเราช่วยเหลือตระกูลกู้เสียมากมายปานนี้ ผลึกปราณสองพันเม็ดก็ยังถือว่าน้อยไปเสียด้วยซ้ำ!"
"..."
พวกมันสลับกันเอ่ยปากคนละประโยคสองประโยค ทำเอาอาส่าโกรธจนน้ำตาคลอเบ้า
"พวกเจ้า..."
"อาส่า"
กู้หานไร้ซึ่งสีหน้าใดๆ ค่อยๆ ยกกระบี่ยาวขึ้นมา
"ไม่ต้องไปต่อล้อต่อเถียงกับพวกมันหรอก อันที่จริงข้าจะสังหารบิดาหรือไม่ มันก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว! ที่สำคัญก็คือ ชีวิตของข้าในยามนี้มีมูลค่าถึงสองพันผลึกปราณ!"
"จำไว้ให้ดี!"
"การเจรจากับคนไร้เหตุผล คือเรื่องที่โง่เขลาที่สุดในใต้หล้า!"
"นายน้อย..."
อาส่าปาดน้ำตา
"เช่นนั้นควรทำอย่างไรดีเจ้าคะ?"
"ง่ายมาก!"
กู้หานกวาดสายตามองคนเหล่านั้น ก่อนจะพ่นคำๆ หนึ่งออกมาอย่างแผ่วเบา
"ฆ่า!"
ฟุ่บ!
สิ้นคำกล่าว
ปราณกระบี่ความยาวราวหนึ่งฉื่อที่ดุดันไร้เทียมทานก็พุ่งทะยานออกไปในพริบตา ก่อนจะแยกออกเป็นสองสายกลางอากาศ และตกลงกลางวงล้อมของผู้คน!
เมื่อวรยุทธ์บรรลุถึงระดับเบิกชีพจรขั้นที่สี่
มันก็สามารถควบแน่นปราณกระบี่มหาวิถีสายที่สองออกมาได้สำเร็จแล้ว!
"อ๊าก!"
"ช่วยด้วย..."
ความรวดเร็วของปราณกระบี่ แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับทะลวงทวารก็ยังยากจะหลบเลี่ยงได้ นับประสาอันใดกับพวกมัน?
เสียงร้องโหยหวนดังระงมขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
เพียงชั่วพริบตาเดียว ก็มีคนล้มลงไปร้องครวญครางกองกับพื้นหลายคน!
"บุก!"
ชายผู้มีวรยุทธ์สูงสุดหัวใจกระตุกวูบ รีบตะโกนก้อง
"ไอ้เด็กนี่ไม่ธรรมดา! บุกเข้าไปพร้อมกัน! ผู้ใดกล้าออมมือ ก็อย่าหวังจะได้ผลึกปราณแม้แต่เม็ดเดียว..."
ฟุ่บ!
ยังไม่ทันกล่าวจบ
ประกายกระบี่ก็สว่างวาบขึ้นมาอีกครา!
"...ส่วนแบ่ง"
ลำคอเย็นเยียบ มันอาศัยสัญชาตญาณเฮือกสุดท้ายเปล่งคำพูดสองคำสุดท้ายออกมา โลกหมุนคว้าง เบื้องหน้ามืดมิด ไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะใดๆ อีกต่อไป!
จนกระทั่งวินาทีนี้
พวกมันถึงเพิ่งจะตระหนักได้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของกู้หาน!
ทว่า... สายไปเสียแล้ว!
ท่ามกลางเสียงร้องโหยหวนและเสียงคร่ำครวญ เพียงชั่วพริบตาเดียว สถานที่แห่งนี้ก็แปรเปลี่ยนเป็นลานประหาร ดินสีดำอมเทาปะปนไปด้วยเลือดสดๆ จำนวนมหาศาล กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งชวนให้สะอิดสะเอียน
ตั้งแต่ต้นจนจบ
การต่อสู้ครั้งนี้เป็นไปในทิศทางเดียว
เหยื่อกลับกลายเป็นผู้ล่า
ส่วนผู้ล่า... กลับกลายเป็นลูกแกะที่ไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้าน!
บนแผ่นหลัง
ร่างของอาส่าสั่นเทาเล็กน้อย
เมื่อพลังวิญญาณได้รับการเติมเต็มส่วนหนึ่ง นางย่อมฟื้นคืนอารมณ์ความรู้สึกที่คนปกติพึงมีกลับมาได้ไม่น้อย และตลอดสิบปีที่ผ่านมานางใช้ชีวิตอยู่อย่างเหม่อลอย จิตใจขาวโพลน เมื่อต้องมาพบเจอกับภาพอันน่าสยดสยองเช่นนี้อย่างกะทันหัน ย่อมทำสิ่งใดไม่ถูกเป็นธรรมดา
"อาส่า กลัวหรือไม่?"
"กลัว... นิดหน่อยเจ้าค่ะ"
"ไม่เป็นไรหรอก ชินแล้วก็ดีเอง"
"เจ้าค่ะ!"
ในเมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะสอนอาส่าฝึกยุทธ์ กู้หานย่อมต้องทำใจแข็ง ปลูกฝังหลักการของโลกแห่งผู้ฝึกยุทธ์ให้นางได้เรียนรู้
ผู้อ่อนแอตกเป็นเหยื่อของผู้แข็งแกร่ง
ผู้ที่ปรับตัวได้จึงจะอยู่รอด
ในโลกแห่งผู้ฝึกยุทธ์นั้น กฎเกณฑ์เหล่านี้แสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนและโหดร้ายเป็นที่สุด หากก่อนหน้านี้มันมีพลังฝีมือมากพอ กู้เทียนจะถูกคนในตระกูลรุมสังหารได้อย่างไร มันจะถูกยัดเยียดข้อหาสังหารบิดาและถูกเนรเทศออกนอกเมืองจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดได้อย่างไร?
ทั้งหมดทั้งมวล
เพียงเพราะมันยังแข็งแกร่งไม่พอต่างหาก
ในเมื่อไม่แข็งแกร่ง
เช่นนั้นก็ต้องแข็งแกร่งขึ้นให้จงได้!
มันจัดการเก็บกวาดสนามรบอย่างรวดเร็ว ก่อนจะไม่รั้งอยู่ต่อ และมุ่งหน้าจากไปอีกครั้ง
...
พริบตาเดียว
เวลาล่วงเลยไปกว่าครึ่งเดือน
ในช่วงเวลานี้
กู้หานมักจะปรากฏตัวออกมาบ่อยครั้ง ใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อ ดึงดูดให้ผู้คนลงมือกับมัน
ส่วนผลลัพธ์นั้น ย่อมเป็นที่รู้กันโดยไม่ต้องคาดเดา
ผู้ฝึกยุทธ์อิสระที่มาที่นี่
ระดับทะลวงทวารก็นับว่าเป็นขีดจำกัดแล้ว ส่วนระดับผสานธาตุนั้น ในราชวงศ์ต้าฉีก็นับว่าเป็นยอดฝีมือได้แล้ว หากไม่ตั้งตนเป็นใหญ่ปกครองดินแดนอยู่อย่างสุขสบาย ก็คงไปเป็นแขกผู้มีเกียรติของตระกูลต่างๆ หากไม่มีเรื่องคอขาดบาดตายอันใด ผู้ใดเล่าจะยอมเอาชีวิตมาเสี่ยงในป่าเถื่อนโบราณแห่งนี้?
เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง
ผู้คนแทบจะถูกมันฆ่าจนหวาดผวาขวัญหนีดีฝ่อ ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยถึงเรื่องค่าหัวอีกเลย
ณ เนินเขาเล็กๆ แห่งหนึ่ง
คนหลายคนรวมตัวกันอยู่ที่นี่ ถกเถียงพูดคุยกันไม่หยุด
"ได้ยินหรือไม่ เมื่อวานมีคนยังไม่ยอมถอดใจ ไปรุมล้อมกู้หาน ทว่ากลับถูกมันฆ่าตายเรียบ!"
"ย่อมรู้สิ ในหมู่คนพวกนั้นยังมีคนที่ข้ารู้จักอยู่คนหนึ่ง มีวรยุทธ์ระดับเบิกชีพจรขั้นที่เก้า คิดไม่ถึงเลยว่ากระทั่งมันก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของไอ้เด็กนั่น!"
"กู้หานผู้นี้..."
ชายผู้หนึ่งมีสีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
"ตกลงแล้วมันแข็งแกร่งถึงระดับใดกันแน่?"
"นั่นสิผู้ใดจะไปล่วงรู้ ไม่ว่าอย่างไรยามนี้กระทั่งยอดฝีมือระดับทะลวงทวารพวกนั้น ก็ยังไม่กล้าลงมือกับมันสุ่มสี่สุ่มห้าแล้ว ลำพังพวกเราไม่กี่คน ล้มเลิกความคิดนี้ไปเสียเถิด ผลึกปราณน่ะดีก็จริง ทว่าก็ต้องมีชีวิตอยู่รอดไปรับมันให้ได้ด้วยนะ!"
"หึหึ ตระกูลกู้บัดซบนี่ ตั้งค่าหัวประกาศจับ ทว่ากลับไม่ยอมปริปากบอกถึงระดับพลังของกู้หาน เห็นได้ชัดว่าจงใจหลอกให้พวกเราไปตายชัดๆ!"
"ถุย ข้าก็ว่าแล้วว่ามันไม่มีเรื่องง่ายดายปานนั้นหรอก!"
"หนีเร็ว!"
ทันใดนั้น
ผู้ฝึกยุทธ์คนหนึ่งก็วิ่งหน้าตั้งขึ้นมาจากตีนเขา ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
"เมื่อครู่นี้... ข้าเหมือนจะเห็นกู้หานคนนั้น กำลังมุ่งหน้ามาทางพวกเรา!"
"ว่ากระไรนะ!"
"เทพแห่งความตายตนนั้นมาที่นี่ได้อย่างไร!"
"เร็ว รีบหนีเร็ว!"
พวกมันไม่กล้ารั้งอยู่ต่อแม้แต่น้อย เพียงพริบตาเดียว ก็วิ่งกระเจิดกระเจิงหนีไปคนละทิศละทาง ไร้ร่องรอยให้เห็นอีก!
ชั่วครู่ต่อมา
ร่างของกู้หานก็ปรากฏขึ้นบนเนินเขาแห่งนี้
"นายน้อย"
อาส่าที่อยู่ข้างกายกวาดตามองไปรอบๆ
"พวกมันเหมือนจะหนีไปอีกแล้วล่ะเจ้าค่ะ"
"ใช่แล้วล่ะ"
กู้หานมีสีหน้าเย้ยหยัน
"เป็นคนย่อมต้องกลัวตาย พวกมันเองก็ไม่มีข้อยกเว้น"
นับตั้งแต่ถูกรุมล้อมสังหารเมื่อวานเป็นต้นมา
มันก็ไม่เคยพบเจอผู้ฝึกยุทธ์อิสระแม้แต่คนเดียวอีกเลย ต่อให้บังเอิญมองเห็นอยู่ไกลๆ อีกฝ่ายก็จะทำตัวราวกับเห็นผี วิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงไปให้ไกลที่สุด ไม่กล้าแม้แต่จะเข้าใกล้
"นายน้อย พวกเรายังต้องตามหาพวกมันอีกหรือไม่เจ้าคะ?"
"ไม่ไปแล้ว!"
กู้หานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
"เวลา ใกล้จะหมดแล้ว!"
บัดนี้ผู้คนต่างหวาดกลัวมันประดุจพยัคฆ์ร้าย การไล่ล่าสังหารผู้ฝึกยุทธ์อิสระเหล่านั้นต่อไป ย่อมไร้ซึ่งความหมายใดๆ ยิ่งไปกว่านั้นอีกเพียงไม่กี่วันก็จะถึงศึกชิงโควตาเข้าสำนักยุทธ์แล้ว มันจำต้องนำทรัพยากรที่หามาได้ในช่วงนี้ทั้งหมด มาแปรเปลี่ยนเป็นวรยุทธ์ให้จงได้!
จากนั้น... ค่อยไปคิดบัญชีกับตระกูลกู้ให้สิ้นซาก!
"นายน้อย"
แววตาของอาส่าหม่นหมองลงเล็กน้อย
"พวกเราจะไปแก้แค้นให้ท่านลุงกู้ใช่หรือไม่เจ้าคะ?"
กู้เทียนแม้จะไม่ได้รักและเอ็นดูนางเหมือนอย่างกู้หาน ทว่าก็ดีต่อนางไม่น้อย สำหรับการจากไปของกู้เทียน นางย่อมต้องเสียใจเป็นธรรมดา
"ใช่แล้ว!"
แววตาของกู้หานเต็มไปด้วยความเคียดแค้น
"หนี้เลือด ย่อมต้องชดใช้ด้วยเลือด!"
ยามนี้
หากมีผู้อื่นอยู่ที่นี่ ย่อมต้องสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตอันลึกล้ำที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของกู้หานอย่างแน่นอน
...
ในไม่ช้า
ข่าวคราวต่างๆ จากป่าเถื่อนโบราณก็แพร่สะพัดมาถึงตระกูลกู้
"ท่านพ่อ!"
ภายในโถงใหญ่ตระกูลกู้ กู้เฉิงมองกู้ฉางที่นั่งอยู่ตำแหน่งประธานด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม
"บัดนี้จะทำเช่นไรดี? ผู้ฝึกยุทธ์อิสระพวกนี้ ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย! ยามนี้ตระกูลอื่นๆ ในเมืองนอกจากจะหัวเราะเยาะพวกเราแล้ว ยังเริ่มมีข่าวลือแพร่สะพัดออกมา ว่า..."
"ว่ากระไร!"
กู้ฉางหน้าเคร่งเครียดดุจผิวน้ำนิ่ง
"ว่า... ความจริงแล้วพวกเราคือคนที่ทำร้ายกู้เทียน และกู้หานก็เป็นเพียงแค่แพะรับบาปเท่านั้น!"
"ปล่อยให้พวกมันพูดไปเถิด!"
กู้ฉางแค่นยิ้มหยันไม่หยุด
"ก็คงไม่พ้นตระกูลพวกนั้นที่อยู่เบื้องหลัง! รอให้กู้หยางออกจากด่าน และคว้าโควตาเข้าสำนักยุทธ์มาได้เมื่อใด พวกมันก็จะหุบปากไปเอง! หึ ถึงเวลานั้นความจริงจะเป็นเช่นไร ก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว! ตระกูลกู้ของเรา จะทะยานหลุดพ้นจากเมืองเทียนอู่ กลายเป็นตัวตนที่พวกมันไม่อาจเอื้อมถึงได้อย่างสมบูรณ์!"
"ท่านพ่อกล่าวมีเหตุผล ทว่ากู้หานผู้นั้น..."
กู้เฉิงอึกอักคล้ายอยากจะเอ่ยบางสิ่งแต่ก็กลืนคำพูดลงไป
"มีมันอยู่ ย่อมเป็นเภทภัยที่ไม่เล็กไม่ใหญ่เลยนะขอรับ!"
"ไอ้เด็กนี่ ปล่อยไว้ไม่ได้เด็ดขาด!"
กู้ฉางหรี่ตาลง
"ข้าคิดว่าข้าประเมินมันไว้สูงพอแล้วนะ คิดไม่ถึงเลยว่าจะยังประเมินมันต่ำไป! เจ้าพาคนไปสองคน ไปเบิกผลึกปราณที่คลังมาห้าพันเม็ด แล้วมุ่งหน้าไปป่าเถื่อนโบราณ มีรางวัลล่อใจย่อมต้องมีผู้กล้าเสนอตัว นำเงินนี่ไปซื้อตัวผู้ฝึกยุทธ์อิสระระดับทะลวงทวารมาสักสองสามคน เพื่อระดมกำลังล้อมสังหารมันให้จงได้!"
"นี่..."
"ในเมื่อก่อนหน้านี้เราประเมินมันต่ำไป เช่นนั้นครั้งนี้ย่อมไม่อาจประมาทได้อีก!"
"...ขอรับ!"
...
กู้หานย่อมไม่ล่วงรู้เลยว่ากู้ฉางยอมทุ่มเทจ่ายค่าตอบแทนไปมากปานใดเพื่อจัดการกับมัน
ยามนี้
ณ ถ้ำลับแห่งหนึ่ง
มันนั่งขัดสมาธิหลับตา รอบกายรายล้อมไปด้วยผลึกปราณ ทุ่มเทยกระดับวรยุทธ์ของตนเองอย่างสุดกำลัง
ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา
ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมไม่น้อยเลย
ผลึกปราณกว่าหนึ่งพันเม็ด สมุนไพรวิเศษธรรมดาสี่ต้น โอสถรวมปราณสิบกว่าขวด แก่นอสูรระดับหนึ่งกว่าร้อยเม็ด และแก่นอสูรระดับสองอีกยี่สิบกว่าเม็ด
นอกจากนี้
สิ่งที่ล้ำค่าที่สุด
คงหนีไม่พ้นสมุนไพรวิเศษหายากสองชนิดที่อาส่าช่วยหามาให้
ผลจูเกว่อสีแดงสดหนึ่งผล
และสมุนไพรวิเศษอีกหนึ่งต้นที่แม้แต่กู้หานก็ยังเรียกชื่อไม่ถูก
ล้วนมีมูลค่าไม่ด้อยไปกว่าโสมนิลต้นนั้นเลย!
ทันใดนั้น
กลิ่นอายบนร่างของกู้หานก็สั่นไหววูบหนึ่ง ทะลวงเข้าสู่ระดับเบิกชีพจรขั้นที่หกได้สำเร็จ!
ทว่าในยามนี้
ทรัพยากรที่ปล้นชิงมาจากผู้ฝึกยุทธ์อิสระเหล่านั้น ก็หลงเหลือเพียงน้อยนิดแล้ว
เฉกเช่นก่อนหน้า
มันไร้ซึ่งความลังเลแม้แต่น้อย คว้าผลจูเกว่อและสมุนไพรวิเศษต้นนั้นขึ้นมา ยัดเข้าปากรวดเดียวจบ
ชั่วพริบตานั้น
พลังปราณจำนวนมหาศาลก็พุ่งทะลักเข้าสู่เส้นลมปราณอีกครา พลังปราณที่เดิมทีใกล้จะหมดแรงก็ได้รับการเติมเต็ม พลานุภาพพุ่งทะยาน โคจรทะลวงเข้าสู่เส้นลมปราณย่อยที่เหลืออยู่อย่างต่อเนื่อง...
...
ในขณะเดียวกัน
ภายในป่าเถื่อนโบราณ ก็มีประกาศค่าหัวจากตระกูลกู้หลุดรอดออกมาอีกครั้ง
ครั้งนี้
กลับไม่ใช่การจับตายกู้หานแล้ว ทว่าเป็นการตั้งค่าหัวเพื่อแลกกับตำแหน่งที่ตั้งของมัน ไม่จำเป็นต้องชัดเจนมากนัก เพียงแค่ระบุขอบเขตคร่าวๆ ได้ ก็จะได้รับผลึกปราณถึงหนึ่งร้อยเม็ด!
คราวนี้
เหล่าผู้ฝึกยุทธ์อิสระก็เริ่มอยู่ไม่สุขกันอีกครั้ง
ผลึกปราณหนึ่งร้อยเม็ด แม้จะเทียบไม่ได้กับสองพันเม็ด ทว่ากลับไม่ต้องเสี่ยงอันตรายใดๆ เลยแม้แต่น้อย ราวกับได้มาเปล่าๆ ผู้ฝึกยุทธ์อิสระบางคนที่บังเอิญเห็นร่องรอยของกู้หาน ย่อมต้องรีบรุดมารับรางวัลอย่างอดใจรอไม่ไหว
ในเวลาไม่นาน
หลังจากจ่ายผลึกปราณไปหลายร้อยเม็ด
กู้เฉิงก็ล่วงรู้ตำแหน่งที่ตั้งที่แน่ชัดของกู้หานเป็นที่เรียบร้อย
จากนั้น
มันก็พกพาผู้ฝึกยุทธ์อิสระสามคนที่ลอบติดต่อหามาได้ พร้อมกับผู้อาวุโสของตระกูลอีกสองคน พกพาจิตสังหารเต็มเปี่ยม มุ่งหน้าปิดล้อมเป้าหมายที่กู้หานหลบซ่อนตัวอยู่ทันที!
...
ภายในถ้ำ
กลิ่นอายบนร่างของกู้หานผันผวนไม่หยุดนิ่ง ทว่ากลับอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการทะลวงขีดจำกัดพอดี
ด้านข้าง
อาส่ากินอิ่มดื่มฟิน ไม่รบกวนกู้หาน นางใช้สองมือเท้าคาง ดวงตากลมโตจ้องมองกู้หาน แววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความอาวรณ์
ทันใดนั้น!
เสียงพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์ก็แว่วมาให้ได้ยินลางๆ
"ที่นี่แน่หรือ เจ้าคงไม่ได้ถูกคนพวกนั้นหลอกมาหรอกนะ!"
"หึ ในเมืองเทียนอู่ ยังไม่เคยมีผู้ใดกล้าหลอกลวงตระกูลกู้ของข้า!"
"เอาล่ะๆ ค้นหาให้ละเอียดก็พอ!"
"พวกเจ้าดูนั่นสิ! บนหน้าผามีถ้ำอยู่แห่งหนึ่ง ดูเหมือนจะเพิ่งถูกขุดขึ้นมาใหม่ๆ เลย!"
"..."
ภายในถ้ำ
กู้หานลืมตาโพลงขึ้นมาในพริบตา!
[จบแล้ว]