- หน้าแรก
- คาถาแสงทองแห่งโลกนินจา
- ตอนที่ 42 ฉบับดัดแปลงของผนึกหยิน
ตอนที่ 42 ฉบับดัดแปลงของผนึกหยิน
ตอนที่ 42 ฉบับดัดแปลงของผนึกหยิน
ตอนที่ 42 ฉบับดัดแปลงของผนึกหยิน
เมื่อได้ยินแบบนั้น มินาโตะก็มองคุชินะด้วยสีหน้าซาบซึ้ง ส่วนนาวากิที่นั่งอยู่ท่ามกลางทุกคนก็มองมินาโตะกับคุชินะ ก่อนจะหันไปมองโฮคุเก็นที่กำลังคีบอาหารให้พี่สาวของตัวเอง
เขามองเนื้อในชามของตัวเองแล้วจู่ๆ ก็รู้สึกว่าหม้อไฟที่เดิมทีอร่อยมาก พลันหมดรสชาติไปเสียอย่างนั้น
“เทพสายฟ้าเหินเป็นวิชาของคุณปู่คนที่สองของฉัน วิชานี้ตั้งแต่แรกก็ไม่ใช่วิชาที่สมบูรณ์มากอยู่แล้ว ยากก็เป็นเรื่องปกติ แต่ขอแค่นายเรียนสำเร็จ พลังของนายจะเปลี่ยนไปแบบพลิกฟ้าพลิกดินเลย”
ในฐานะเจ้าหญิงแห่งตระกูลเซ็นจูของโคโนฮะ ซึนาเดะย่อมรู้ดีที่สุดถึงความแข็งแกร่งของวิชาเทพสายฟ้าเหิน ว่ากันว่าคุณปู่คนที่สองของเธอใช้วิชานี้เอาชนะน้องชายของอุจิวะ มาดาระในตำนานมาแล้ว
“ว่าแต่นายไม่คิดจะลองหน่อยเหรอ?”
ซึนาเดะเหลือบมองโฮคุเก็น ถ้าเรียนวิชานินจามิติได้สำเร็จ บนสนามรบขอแค่ไม่อยากตาย ก็แทบจะหนีได้ตลอด
“ตอนนี้สิ่งที่ฉันต้องเรียนมีเยอะเกินไป รอให้มินาโตะเรียนเทพสายฟ้าเหินได้แล้วปรับปรุงมันเสร็จ ค่อยมาเรียนก็ยังไม่สาย ตอนนี้ฉันจะตั้งใจฝึกโหมดเซียนกับวิชาเซียนให้ชำนาญอย่างสมบูรณ์ก่อน”
แน่นอนว่าโฮคุเก็นไม่มีทางปล่อยผ่านวิชานินจาระดับโกงอย่างเทพสายฟ้าเหินไปแน่ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ รอให้มินาโตะปรับปรุงเทพสายฟ้าเหินเสร็จ แล้วค่อยไปหามินาโตะเพื่อเรียนก็พอ
“นี่มันวิชาถนัดของคุณปู่คนที่สองเลยนะ เจ้าหัวเหลืองนี่จะปรับปรุงได้จริงเหรอ?”
ซึนาเดะมองมินาโตะที่มีรอยยิ้มสดใสประดับอยู่บนใบหน้า เธอรู้สึกตลอดว่าเจ้าหัวเหลืองนี่ดูซื่อๆทึ่มๆ ยังไงชอบกล ไม่เห็นจะมีแววฉลาดเฉียบคมเหมือนคุณปู่คนที่สองของเธอเลย
“มินาโตะเป็นคนที่เหมือนดวงอาทิตย์ ขอแค่ให้เวลาเขา เขาจะส่องสว่างไปทั่วทั้งโคโนฮะ เธอช่วยมีความเชื่อมั่นในคนที่แฟนเธอเลือกหน่อยได้ไหม”
โฮคุเก็นกลอกตาให้ทีหนึ่ง สายตาของซึนาเดะนั้นสูงมากเพราะมีคุณปู่ทั้งสองคนของเธอ รวมถึงโฮคุเก็นในตอนนี้เป็นมาตรฐาน เลยทำให้เธอมองไม่เห็นพรสวรรค์ที่แท้จริงของมินาโตะ
มินาโตะในตอนนี้ แค่อาศัยกระสุนวงจักรกับความเร็วในการตอบสนองอันน่าทึ่ง และความสามารถอื่นๆ ก็ไปถึงระดับโจนินชั้นแนวหน้าแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น มินาโตะก็กำลังพยายามเรียนวิชาเซียนของภูเขาเมียวโบคุด้วย พอนึกถึงในเนื้อเรื่องเดิมที่ปากบอกว่าไม่ค่อยถนัด แต่พอทำจริงเงารอบดวงตาก็โผล่มาทันที เจ้าหัวเหลืองนี่น่ะนะ ช่างเถอะ
มินาโตะในตอนนี้ ขอแค่เรียนเทพสายฟ้าเหินได้สำเร็จ พลังของเขาก็จะพุ่งขึ้นสู่ระดับคาเงะทันที แถมไม่ใช่ระดับคาเงะธรรมดาๆ ด้วย
ในโลกนินจา วิชานินจาอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับมิติ ล้วนเรียกได้ว่าเป็นของโกงเล็กๆ อย่างหนึ่งทั้งนั้น แม้แต่ใครบางคนที่เปิดสองคามุยยังไปสู้กับคางุยะได้แบบสูสีเลย
“ไม่ใช่ว่าฉันไม่มั่นใจในตัวนาย ฉันแค่ไม่มั่นใจในตัวจิไรยะต่างหาก หลังจากรับมินาโตะเป็นลูกศิษย์แล้วดูสิว่าตอนนี้เขาทำอะไรอยู่ ปักหลักอยู่ที่แคว้นแห่งฝนจนแทบไม่มีข่าวคราวเลย การฝึกของมินาโตะตอนนี้ล้วนเป็นตาแก่รุ่นสามที่ช่วยสอนให้ทั้งนั้น”
พอซึนาเดะนึกถึงอาจารย์ของมินาโตะก็อดบ่นไม่ได้ ทั้งที่ตัวเองมีลูกศิษย์อยู่แล้ว แถมช่วงอายุนี้ก็เป็นช่วงเวลาที่พลังควรพุ่งทะยานแท้ๆ แต่กลับทิ้งลูกศิษย์ไปสอนคนอื่น
คงมีแต่มินาโตะ เจ้าหัวเหลืองแสนสดใสคนนี้เท่านั้นแหละที่ยอมรับและเข้าใจเรื่องแบบนี้ได้ ถ้าโอโรจิมารุทิ้งนาวากิไปสอนคนอื่น หมัดของซึนาเดะคงลอยไปกระแทกหน้าโอโรจิมารุนานแล้ว
“จิไรยะน่ะ เป็นอาจารย์ที่ดีมากนะ แค่นิสัยกับความประพฤติแย่ไปหน่อย
อีกอย่างมินาโตะก็ไม่ได้ขาดทุนอะไรไม่ใช่เหรอ เขาเพิ่งเรียนวิชาแยกเงาชูริเค็นจากตาแก่รุ่นสามมาหมาดๆ เองนี่นา ได้ซารุโทบิ ฮิรุเซ็นที่ได้รับฉายาว่าศาสตราจารย์แห่งวิชานินจามาสั่งสอน มินาโตะก็ยิ่งแข็งแกร่งได้เร็วขึ้น
เจ้าหมอนี่เอาจักระธาตุลมแบบไม่เป็นระเบียบที่ใช้หลักการเดียวกับกระสุนวงจักรไปใส่ในชูริเค็น แล้วขว้างออกไปเหมือนเลเซอร์ ตูมตามสนั่นเลย”
โฮคุเก็นนึกถึงตอนที่มินาโตะสาธิตวิชาแยกเงาชูริเค็นที่เพิ่งเรียนมาให้ดู ในความทรงจำของเขา ของสิ่งนี้ปกติก็ฆ่าคนได้ยากอยู่แล้ว แต่พอมินาโตะได้จับใช้ กลับพลิกแพลงจนออกดอกออกผลไปไกล
ยิ่งไปกว่านั้น ปริมาณจักระของมินาโตะก็มหาศาลแบบผิดปกติ ไม่เหมือนสิ่งที่นินจาสามัญชนควรมีเลย ฝั่งโฮคุเก็นเองมีจักระมากเพราะฝึกทั้งพลังกายและพลังจิตร่วมกันจากคาถาแสงทอง
แต่มินาโตะน่ะไม่มีอะไรเลย มีแค่วิชาสกัดจักระเท่านั้น
“นั่นก็จริง พรสวรรค์ของเจ้าหมอนี่ ถ้าไม่นับนาย ก็ถือว่าแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาแล้ว ยากจะจินตนาการจริงๆ ว่าถ้าพวกนายเติบโตเต็มที่แล้วจะเป็นยังไง”
ซึนาเดะพูดพลางเหลือบมองนาวากิ แววตาฉายความเสียดายอยู่บ้าง เมื่อมีคนแบบนี้อยู่ในวัยไล่เลี่ยกัน ความฝันของนาวากิคงแทบไม่มีทางเป็นจริงได้เลย
แม้นอกจากตัวนาวากิเองแล้ว ทุกคนจะรู้ดีว่าเขาไม่มีทางได้เป็นโฮคาเงะ แต่ในฐานะคนในครอบครัว ซึนาเดะก็ยังอยากสนับสนุนความฝันของน้องชายให้เต็มที่
แต่ก็เป็นแค่การสนับสนุนเท่านั้น สิ่งที่โฮคุเก็นต้องการคือให้มินาโตะได้เป็นโฮคาเงะ ซึนาเดะสนับสนุนให้นาวากิยืนหยัดกับความฝันของตัวเอง แต่ก็จะไม่กลายเป็นอุปสรรคต่อการที่มินาโตะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งโฮคาเงะเช่นกัน
เพราะโฮคุเก็น ซึนาเดะจึงคุ้นเคยกับมินาโตะเป็นอย่างดี ในสายตาของเธอ ถ้ามินาโตะได้เป็นโฮคาเงะ บางทีเขาอาจทำให้โคโนฮะกลายเป็นหมู่บ้านที่เป็นหนึ่งเดียวกันจริงๆ ก็ได้
จุดเด่นบนตัวเจ้าหัวเหลืองคนนี้เจิดจ้าเป็นพิเศษ ดังที่โฮคุเก็นพูดไว้ มินาโตะคือดวงอาทิตย์ที่จะส่องสว่างให้หมู่บ้านได้
เวลามื้อค่ำอันแสนสบายผ่านไปอย่างรวดเร็ว จานชามตะเกียบเป็นหน้าที่ของนาวากิที่ต้องเก็บ ส่วนมินาโตะก็ถูกนาวากิดึงไปช่วยด้วย คุชินะเพิ่งกินข้าวเสร็จก็ถูกโฮคุเก็นไล่ไปวาดแบบวิชาผนึกที่วันนี้ยังทำไม่เสร็จ
โฮคุเก็นกับซึนาเดะนอนเอนอยู่บนเก้าอี้เอนในลานบ้าน มองแสงจันทร์นอกหน้าต่าง พิคาชูนั่งยองๆ อยู่ข้างเก้าอี้ หูของมันกระตุกเป็นระยะ
“นี่ ให้เธอ”
ในมือของซึนาเดะมีม้วนคัมภีร์ปรากฏขึ้น เธอยื่นมือโยนมันไปทางโฮคุเก็นที่นอนขี้เกียจไม่อยากขยับ โฮคุเก็นใช้แสงทองรับม้วนคัมภีร์เอาไว้ ก่อนจะค่อยๆ คลี่มันออก
พอเห็นเนื้อหาบนคัมภีร์ โฮคุเก็นก็นั่งตัวตรงขึ้นทันที แล้วเริ่มอ่านอย่างตั้งใจ
“ฉบับดัดแปลงของผนึกหยิน? ซึนาเดะ เธอทำมันออกมาได้เร็วขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย??!!”
โฮคุเก็นกำคัมภีร์ในมือแน่นด้วยความยินดีแล้วก้มอ่านต่อ ถ้าเป็นแค่ฉบับดัดแปลงของผนึกหยินธรรมดา โฮคุเก็นคงไม่ตื่นเต้นถึงขนาดนี้
เหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้โฮคุเก็นตื่นเต้นก็คือ สิ่งที่เขียนอยู่บนคัมภีร์นี้สามารถกักเก็บพลังธรรมชาติได้ด้วย!!!
“ถ้าให้ฉันทำคนเดียว แน่นอนว่าคงไม่มีทางทำวิชานี้ให้สมบูรณ์ได้เร็วขนาดนี้ เซียนคัตสึยุกับเหล่าโปเกมอนของนายที่อยู่ในป่ากระดูกเปียกก็ช่วยกันด้วย โดยเฉพาะเจ้าจิ้งจอกเหลืองที่ชอบเล่นช้อนนั่น ช่วยไว้มากที่สุด ชื่อฟูดินใช่ไหม?”
เมื่อเห็นโฮคุเก็นมีสีหน้าตื่นเต้น ซึนาเดะก็พยักหน้าอย่างพอใจ อย่างน้อยความเหน็ดเหนื่อยที่ทุ่มเทไปนานขนาดนี้ก็ไม่สูญเปล่า ถึงแม้ช่วงหลังพอสอนเจ้าจิ้งจอกเหลืองนั่นจนเข้าใจแล้ว งานส่วนใหญ่จะถูกส่งต่อให้มันกับเซียนคัตสึยุก็เถอะ
แต่ทิศทางในการดัดแปลงและเสริมความแข็งแกร่งให้ผนึกหยินนั้น ซึนาเดะเป็นคนควบคุมมาตลอด การเข้าร่วมของฟูดินกับเซียนคัตสึยุก็แค่ช่วยย่นระยะเวลาให้สั้นลงเท่านั้น
อีกอย่างที่ทำให้ซึนาเดะประหลาดใจก็คือ ถึงแม้เซียนคัตสึยุจะเป็นสัตว์อัญเชิญที่เธอทำสัญญาไว้ แต่ถ้าจะขอให้ร่างหลักของเซียนคัตสึยุช่วยทำอะไรบางอย่างจริงๆ นั้นเป็นเรื่องยากมาก
แต่ครั้งนี้ แค่ช่วยโฮคุเก็นปรับปรุงผนึกหยิน เซียนคัตสึยุกลับเป็นฝ่ายลงมือช่วยเอง
“ฟูดินงั้นเหรอ มันฉลาดถึงขั้นนี้แล้วสินะ ต้องขอบคุณมันจริงๆ แน่นอนว่าก็ต้องขอบคุณเซียนคัตสึยุด้วย แต่คนที่ฉันต้องขอบคุณที่สุดยังไงก็ต้องเป็นท่านซึนาเดะของฉันอยู่แล้ว! ท่านซึนาเดะจงเจริญ!”
โฮคุเก็นเก็บผนึกหยินเข้าที่เดิม ก่อนจะขยับไปนั่งข้างซึนาเดะ ในมือมีแสงทองรวมตัวเป็นดอกหนึ่ง จากนั้นเขาใช้แบบวิชาผนึกตัดการเชื่อมต่อของแสงทอง สุดท้ายจึงทำให้มันคงรูปเป็นกุหลาบสีทองที่ถูกผนึกเอาไว้
“มอบให้ท่านซึนาเดะที่รักของฉัน กุหลาบสีทองที่ไม่มีวันโรยรา ดอกนี้สวยกว่าดอกไม้กระดาษของเด็กผู้หญิงที่จิไรยะพามาอีก”
ใต้แสงจันทร์ ซึนาเดะจ้องมองดอกไม้แสนงามตรงหน้าอย่างเหม่อลอย
สวยจริงๆ
(จบตอน)
เกร็ดโปเกมอน:
ฟูดิน โปเกมอนพลังจิต โปเกมอนที่มีสติปัญญาสูงมาก หลังเข้าไปในป่ากระดูกเปียกแล้วก็ติดตามเซียนคัตสึยุเพื่อเรียนรู้ต่อ