- หน้าแรก
- อุจิวะ นาราคุ วิถีความแกร่งฉบับตัวประกอบ
- บทที่ 5 การปรากฏตัวครั้งแรกในแอนิเมชัน
บทที่ 5 การปรากฏตัวครั้งแรกในแอนิเมชัน
บทที่ 5 การปรากฏตัวครั้งแรกในแอนิเมชัน
บทที่ 5 การปรากฏตัวครั้งแรกในแอนิเมชัน
เมื่อนาราคุกลับมาถึงบ้าน อุจิวะ ชินจิ ยังไม่เข้านอนและนั่งรอเขาอยู่ในห้องนั่งเล่น
นาราคุซ่อนตลับยาไว้ในอ้อมแขน ค่อยๆ เดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น นั่งหลังตรงและรักษากิริยาให้ดูอ่อนน้อม
"ท่านพ่อ ผมกลับมาแล้ว"
"แกไปไหนมา"
อุจิวะ ชินจิ ถลึงตาใส่เขา แววตาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
แม้ว่าเขาจะเป็นเพียงจูนิน แต่จิตสังหารที่จงใจแผ่ซ่านออกมาก็เกินกว่าที่นาราคุในยามนี้จะทนรับไหว ใบหน้าของเขาซีดเผือด เหงื่อเย็นผุดพรายเต็มกรอบหน้า
หากตอบตามความจริงจะต้องทำให้พ่อเฮงซวยคนนี้โกรธจัดอย่างแน่นอน
ตามค่านิยมของตระกูลอุจิวะ การละทิ้งศักดิ์ศรีของตระกูลแล้วไปเหยียบย่ำถึงบ้านของคู่ต่อสู้นั้นถือเป็นเรื่องที่น่าละอายอย่างยิ่ง
ทว่าในเวลานี้ เขาไม่อาจหาข้ออ้างที่สมเหตุสมผลได้ จึงทำได้เพียงยอมรับความจริง "ไปที่บ้านของฮาตาเกะ—"
ก่อนที่เขาจะทันได้พูดจบประโยค ฝ่ามือใหญ่ก็พุ่งเข้าบีบลำคอแล้วกระแทกร่างของเขาเข้ากับกำแพงอย่างรุนแรง แรงกระแทกมหาศาลทำเอาเขาสำลักไอออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
"แค่ก แค่ก... ทะ-ท่านพ่อ..."
"แกไม่มีศักดิ์ศรีของอุจิวะเลยหรือไง!"
อุจิวะ ชินจิ จ้องมองลูกชายที่ถูกพันด้วยผ้าพันแผล ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่าได้รับการทำแผลมาจากบ้านฮาตาเกะ
เมื่อคิดว่าวันนี้ลูกชายไม่เพียงแต่พ่ายแพ้กลับมา แต่ยังเสนอหน้าไปอ้อนวอนขอความเมตตาจากพวกฮาตาเกะ เขาก็ยิ่งเดือดดาลจนแทบคลั่ง
"มันอัดแกจนยอมแพ้ใช่ไหม แกถึงได้หน้าด้านตามมันกลับไปเหมือนหมา! ได้ ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าฉันจะอัดแกจนยอมแพ้ได้ไหม!!"
หมัดที่อัดแน่นไปด้วยโทสะกระแทกเข้าที่หน้าท้องของนาราคุอย่างจัง ความเจ็บปวดแล่นริ้วจนหน้ามืดทะมึนและแทบจะหยุดหายใจในทันที
"ลุกขึ้นมา! ต่อสิ! แกยอมแพ้แล้วงั้นเหรอ!"
ทั้งหมัดและเท้ากระหน่ำซัดลงมาราวกับพายุฝน ซึ่งมันเกินขีดจำกัดความเข้มข้นของการฝึกฝนที่นาราคุจะรับไหวไปมากแล้ว
นี่มันกลายเป็นการระบายอารมณ์โกรธแค้นล้วนๆ เสียแล้ว
นาราคุทำได้เพียงดิ้นรนปัดป้อง พยายามพิสูจน์ให้เห็นว่าเขายังไม่ยอมแพ้และยังคงรับการสั่งสอนจากผู้เป็นพ่ออย่างจริงจัง
แม้การโจมตีส่วนใหญ่จะกระแทกเข้าเป้า เขาก็ยังกัดฟันแน่นไม่ยอมปริปากร้องออกมา หากทนไม่ไหวจริงๆ ก็จะมีเพียงเสียงครางในลำคอแผ่วเบาเพื่อไม่ให้เป็นการยั่วยุโทสะไปมากกว่าเดิม
สติสัมปชัญญะของเขาเริ่มเลือนรางและซวนเซถอยหลังไปสองสามก้าว อุจิวะ ชินจิ กระชากตัวเขาขึ้นมาแล้วเหวี่ยงลงกระแทกพื้นอีกครั้ง ตลับยาดินเผาทรงกลมป้อมหลุดกลิ้งออกมาจากอ้อมอก
อุจิวะ ชินจิ หยิบมันขึ้นมาและพบว่าเป็นตลับยาสมานแผลที่ยังไม่ได้เปิดใช้
นาราคุมองเห็นภาพเลือนรางว่าตลับยาตกไปอยู่ในมือของพ่อ ความร้อนรนก็ตีตื้นขึ้นมาในอก สมองที่กำลังมึนงงไม่ทันได้ไตร่ตรอง เขาก็ตะเกียกตะกายลุกขึ้นและเอื้อมมือออกไปตามสัญชาตญาณ "อย่านะ... นั่นมัน... นั่นมันของฮาตาเกะ..."
นี่คือยาสมานแผลอันล้ำค่าที่ ฮาตาเกะ คาคาชิ มอบให้ฉันนะ
"แก!!"
ชินจิที่กำลังเดือดดาลอยู่แล้วราวกับมีเส้นความอดทนเส้นสุดท้ายขาดสะบั้นลง เขาฟาดตลับยาลงกับพื้นอย่างแรง
เพล้ง!
ตลับดินเผาแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
นาราคุจ้องมองเศษซากเหล่านั้นด้วยสายตาเหม่อลอย หัวใจแทบสลาย เขาคุกเข่าลง สองมือสั่นเทาขณะพยายามเก็บรวบรวมเศษกระเบื้องขึ้นมา
ไอ้พ่อเฮงซวย แกรู้ไหมว่าตลับดินเผานี้มีค่ามากแค่ไหน อุจิวะ ชินจิ ยังคงระบายอารมณ์อยู่นานและยอมหยุดลงเมื่อเห็นนาราคุหมดสติไป ชายวัยกลางคนดูเหมือนจะผิดหวังในตัวลูกชายอย่างถึงที่สุด เขาทิ้งเด็กหนุ่มไว้ตามลำพังโดยไม่ไยดีแล้วออกไปดื่มเหล้าต่อ
ระบบรีบปลุกนาราคุให้ตื่นขึ้นและเริ่มรายงานผลการดำเนินงานเกี่ยวกับการส่งผ่านความคิดในใจของเขาว่ายอดเยี่ยมเพียงใด
นาราคุสูดปากด้วยความเจ็บปวดและลอบด่าทอพ่อเฮงซวยที่ลงมือหนักหน่วงขนาดนี้ โชคดีที่ตัวยาหลายส่วนหกเลอะเปื้อนบาดแผลของเขา ทำให้เลือดหยุดไหลไปได้บ้าง
เมื่อทบทวนการแสดงของตัวเองบวกกับการให้ความร่วมมืออันยอดเยี่ยมของระบบ นาราคุก็รู้สึกพึงพอใจกับผลลัพธ์ของวันนี้เป็นอย่างมาก
เขาดูน่ารันทดขนาดนี้ อย่างน้อยก็น่าจะกวาดคะแนนความสงสารมาได้บ้าง หลังจากได้รับคะแนนความนิยมแล้ว เขาจะต้องรีบแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุด เพราะถึงอย่างไรเขาก็คงสวมบทบาทเป็นเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายไปตลอดไม่ได้
หลังจากนอนพักอีกสองสามชั่วโมง ท้องฟ้าก็ใกล้จะสาง นาราคุไม่คิดที่จะไปโรงเรียนในวันนี้ เขาแสร้งทำเป็นบาดเจ็บสาหัสจนลุกไม่ไหว แล้วขยับหาท่านอนที่สบายขึ้นบนพื้น
เขาสั่งให้ระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและเปิดหน้าเว็บไซต์ แอนิเมชันเรื่อง นารูโตะ ภาคสาม ได้อัปเดตตอนที่ห้าและหกแล้ว
ในเมื่อไม่มีอะไรให้ทำ นาราคุจึงกดเข้าไปดูอย่างกระตือรือร้นด้วยความหวังว่าจะมีบทบาทของเขาโผล่มาในสองตอนนี้บ้าง
ผ่านไปสองชั่วโมงนับตั้งแต่การอัปเดต คอมเมนต์ก็หลั่งไหลเข้ามาอย่างอุ่นหนาฝาคั่งเกือบหนึ่งหมื่นข้อความแล้ว
เมื่อกดข้ามเพลงเปิด ตอนที่ห้าก็เริ่มต้นขึ้นด้วยฉากที่คาคาชิเดินเข้าโรงเรียนในตอนเช้า ข่าวลือเรื่องวีรกรรมอันกล้าหาญของ นามิคาเสะ มินาโตะ ที่ออกไล่ล่าคนร้ายและช่วยเหลือตัวประกันตามลำพังกำลังแพร่สะพัดไปทั่วหมู่นักเรียน เด็กสาวหลายคนต่างพากันทำตาเป็นประกายรูปหัวใจและถกเถียงกันอย่างออกรสว่าจะเลือกใครดีระหว่างมินาโตะกับคาคาชิ
คาบเช้ามีเรียนวิชาการต่อสู้ หลังจากที่ครูประจำชั้นขานชื่อ ฮาตาเกะ คาคาชิ เขาก็เรียกชื่อ อุจิวะ นาราคุ ตามมาติดๆ ทันที
【อุจิวะเหรอ ทำไมหมอนี่ถึงแต่งตัวดูมืดมนยิ่งกว่าคนของตระกูลอาบุราเมะอีกล่ะเนี่ย】
【ฉันเชื่อว่าใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้เส้นผมนั้นจะต้องหล่อเหลาเหมือนอันเดอร์เทคเกอร์แน่ๆ】
【คอมเมนต์บน พูดถูกใจมาก】
ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งนาที การต่อสู้ก็จบลง คาคาชิเป็นฝ่ายชนะ ส่วน อุจิวะ นาราคุ เป็นฝ่ายพ่ายแพ้
【เป็นการต่อสู้ที่จบลงโดยไม่ต้องลุ้นเลยสักนิด】
【ทำไมเด็กคนนี้ถึงดูไม่มีใครคบเลยล่ะ】
【เพื่อนร่วมชั้นต่างพากันตีตัวออกห่างเหมือนเขากำลังเป็นโรคติดต่อเลย】
【ช่วยไม่ได้นี่นา ตระกูลอุจิวะก็ชื่อเสียงไม่ค่อยจะดีอยู่แล้ว แถมหมอนี่ยังทำตัวมืดมนอีก】
ภาพตัดสลับไปมา เวลาเลิกเรียนมาถึงแล้ว และคาคาชิก็เลือกที่จะไปฝึกซ้อมวิชาเพียงลำพังในป่าเล็กๆ แอนิเมชันเสียเวลาไปหลายนาทีเพื่อนำเสนอฉากนี้
ในที่สุดก็ถึงคราวของนาราคุที่จะได้ออกโรงอีกครั้ง หลังจากเขากลับถึงบ้านได้ไม่นาน พ่อที่เมามายหัวราน้ำก็เดินถือขวดเหล้ากลับมา และเมื่อเห็นหน้าเขา การด่าทอและทุบตีด้วยความเกรี้ยวกราดแบบเดิมก็เริ่มต้นขึ้น
"ไอ้ไร้ประโยชน์! เคลื่อนไหวให้มันเร็วกว่านี้หน่อยสิวะ!"
"แกถูกไอ้เด็กบ้านฮาตาเกะที่ไม่มีแม้แต่ขีดจำกัดสายเลือดไล่ต้อนอีกแล้วนะ แกอยากตายหรือไง!"
"ถ้ารู้แบบนี้ คาโกะ ไม่น่าคลอดแกออกมาเลย! ถ้ารู้ว่าแกจะกลายเป็นไอ้สวะแบบนี้ ฉันจะปล่อยให้ คาโกะ ยืนกรานอุ้มท้องแกไปทำไม! ทำไมวะ!"
ในขณะที่ "การฝึกฝน" ดำเนินต่อไป แอนิเมชันก็ค่อยๆ เปิดเผยเรื่องราวในอดีตของ อุจิวะ ชินจิ
เขาเคยถูกคนในตระกูลหยามเหยียดเพราะจนป่านนี้ก็ยังไม่สามารถเบิกเนตรวงแหวนได้ ซ้ำตำแหน่งยังคงหยุดนิ่งอยู่แค่จูนิน
เพื่อยกระดับชีวิตให้ดีขึ้น หรือหากจะพูดให้ถูกก็คือเพื่อสนองความมักใหญ่ใฝ่สูง เขาได้เกลี้ยกล่อมภรรยาที่มีอาการบาดเจ็บภายในอย่างรุนแรงและมีความเสี่ยงสูงที่จะเสียชีวิตขณะคลอดบุตรให้ยอมตั้งครรภ์ ซึ่งท้ายที่สุดก็นำไปสู่การเสียชีวิตจากการคลอดลูกของเธอ สิ่งนี้กลายเป็นตราบาปที่ทำให้เขาต้องจมปลักอยู่กับความรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต
ลูกชายของเขา อุจิวะ นาราคุ นับว่ามีพรสวรรค์ไม่เลว ทว่าตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเข้าสู่สถาบันนินจา เขากลับถูก ฮาตาเกะ คาคาชิ ผู้ซึ่งมีพรสวรรค์เหนือล้ำกว่ากดข่มไว้อย่างราบคาบ ไม่ว่าชินจิจะพยายามเคี่ยวเข็ญ ดุด่า หรือแม้กระทั่งลงไม้ลงมือมากเพียงใด นาราคุก็ไม่อาจก้าวข้ามคู่ต่อสู้คนนี้ไปได้เลย
เขาจึงทำได้เพียงใช้เหล้ายาปลาปิ้งมาเยียวยาจิตใจ ใช้ชีวิตไปวันๆ อย่างคนเสเพล และเริ่มไม่สนใจไยดีชะตากรรมของลูกชายตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ... การนำเสนอเรื่องราวในส่วนนี้ทำออกมาได้ดีเกินคาด ความปรารถนาอันเห็นแก่ตัวของ อุจิวะ ชินจิ ที่หวังจะยกระดับฐานะตนเองผ่านความสำเร็จของทายาทรุ่นต่อไป ความเลือดเย็นที่ยอมสละแม้กระทั่งชีวิตของภรรยาเพื่อบรรลุเป้าหมาย ตลอดจนความโกรธเกรี้ยวและความอัปยศอดสูที่เอ่อล้นเมื่อตระหนักได้ว่าตัวเองแพ้พนันจนหมดรูป สิ่งเหล่านี้ถูกตีแผ่ออกมาจนหมดเปลือก ปลุกปั่นกระแสความโกรธแค้นอย่างรุนแรงจากผู้ชมในช่องคอมเมนต์
【ไอ้เวรนี่รีบๆ ตายไปซะได้ไหม】
【ฉันเกลียดผู้ชายหน้าตัวเมียที่เก่งแต่กับลูกเมียที่สุดเลย】
【ภรรยาของเขาช่างน่าสงสารเหลือเกิน ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อคลอดลูกให้เขาแท้ๆ แต่สุดท้ายก็ต้องมาจบชีวิตลง】
【นาราคุโดนซ้อมปางตายขนาดนี้ยังแทบไม่ปริปากร้องเลยสักคำ หรือว่าเขาจะชินชากับมันไปแล้ว】
【เล่นทารุณกรรมกันแบบนี้ แล้วเขาจะไปเอาปัญญาที่ไหนไปชนะคาคาชิได้ล่ะ นี่ใช้สมองคิดแล้วเหรอ】
ในที่สุดการทรมานก็สิ้นสุดลง นาราคุเดินเงียบๆ เข้าไปในห้องน้ำ เขาเสยผมขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยบาดแผล ซึ่งฉากนี้ก็จุดชนวนให้เกิดคลื่นคอมเมนต์ตามมาอีกระลอก
【ฉันว่าแล้วเชียว นาราคุหน้าตาดีมากเลยนะเนี่ย】
【อย่าทำร้ายใบหน้าหล่อๆ สิยะ ไอ้พ่อเศษสวะ】
【สรุปว่าที่นาราคุปล่อยผมยาวปิดหน้าปิดตาก็เพื่อปกปิดบาดแผลหรอกเหรอเนี่ย ฮือๆๆ】
【หลังจากนี้นาราคุคงไม่เข้าสู่ด้านมืดหรอกใช่ไหม】
ภาพตัดแช่ค้างไว้ที่ใบหน้าอันด้านชาของนาราคุอยู่หลายวินาที ก่อนที่หน้าจอจะมืดสนิทลง แล้วค่อยๆ สว่างขึ้นมาอีกครั้ง เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าวันใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว
วันนี้มีเรียนวิชาการต่อสู้อีกแล้ว นาราคุดูมีท่าทีกระวนกระวายเล็กน้อยก่อนเข้าเรียน แต่เมื่อถึงเวลาจับคู่ประลอง ครูประจำชั้นก็ยังคงจับคู่เขากับคาคาชิอยู่ดี
เมื่อเทียบกับการประลองเมื่อวาน นาราคุดูจะต้านทานได้อย่างยากลำบากกว่าเดิมเสียอีก แม้แต่ผู้ชมก็ยังสัมผัสได้ถึงสภาพร่างกายที่ย่ำแย่ทะลุขีดจำกัดของเขา เขาฝืนรับมือได้เพียงไม่กี่กระบวนท่าก่อนจะพ่ายแพ้ไปอีกตามเคย
【การที่คาคาชิได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ช่างแตกต่างกับสถานการณ์ของนาราคุราวฟ้ากับเหวเลย】
【ยัยพวกเด็กเมื่อวานซืน หลีกทางไปซะ คาคาชิเป็นของพวกพี่สาวต่างหาก】
【นาราคุสภาพดูแย่มากจริงๆ】
【ทำไมถึงชอบเป็นแบบนี้อยู่เรื่อยเลย จับคู่ให้ประลองกับคนอื่นบ้างไม่ได้หรือไง】
【น่าสิ้นหวังสุดๆ ใช้ชีวิตแบบนี้แล้วเขาจะเอาชนะได้ยังไงกัน】
【ฉากนี้คาคาชิสังเกตเห็นถึงความผิดปกติของนาราคุแล้วล่ะ】
【เขากลับคิดว่านาราคุแอบไปฝึกพิเศษมาซะได้ คาคาชิ นายนี่มันจริงๆ เลย... ฉันจะร้องไห้แล้วนะ】
【หมอนี่ช่างบ้าการฝึกซ้อมจริงๆ】