- หน้าแรก
- ราชาแห่งวาไรตี้
- บทที่ 2 "ยุทธจักรชวนหัว สไลเดอร์สุดฮา"
บทที่ 2 "ยุทธจักรชวนหัว สไลเดอร์สุดฮา"
บทที่ 2 "ยุทธจักรชวนหัว สไลเดอร์สุดฮา"
บทที่ 2 "ยุทธจักรชวนหัว สไลเดอร์สุดฮา"
หยางอันคือพนักงานเบ็ดเตล็ดที่รับผิดชอบเรื่องการสั่งอาหาร หลังจากที่เขาโทรศัพท์เสร็จตรงทางเดิน ก็ประจวบเหมาะเห็นต้วนไห่ซานเดินออกมาสูบบุหรี่พอดี เขาจึงรีบเข้าไปใกล้ๆ พร้อมกับช่วยจุดไฟให้ต้วนไห่ซานทันที: "ผู้กำกับต้วนครับ ผมมีไอเดียอย่างหนึ่ง คิดว่าน่าจะช่วยแก้ปัญหาที่รายการเรากำลังเผชิญอยู่ได้ครับ"
อันที่จริงต้วนไห่ซานค่อนข้างเอ็นดูหยางอันที่เป็นพนักงานตัวเล็กๆ คนนี้อยู่ไม่น้อย ทุกครั้งที่บันทึกเทปรายการ เขามักจะแนะนำหยางอันอยู่กรายๆ เสมอ และมีบางครั้งที่ปล่อยให้หยางอันทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยผู้กำกับ เช่น การบิ้วอารมณ์ผู้ชมในสตูดิโอ หรือการแจกของรางวัล เป็นต้น
ต้วนไห่ซานพ่นควันบุหรี่ออกมา พลางยิ้มแล้วพูดว่า: "เสี่ยวหยาง เมื่อกี้ที่ทุกคนพูดกันนายก็ได้ยินแล้วนี่นา อุปสรรคมากมายขนาดนั้นยังแก้ไม่ได้เลย นายจะมีวิธีดีๆ อะไรอีกล่ะ?"
หยางอันหัวเราะเบาๆ: "ผู้กำกับต้วนครับ ผมเชื่อว่าวิธีการน่ะมันเกิดจากความคิดของคนเรานี่แหละ คนเราเป็นสิ่งมีชีวิตที่รู้จักพลิกแพลงที่สุด สำหรับผมแล้ว อุปสรรคพวกนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยครับ!"
ต้วนไห่ซานถามต่อ: "งั้นผมถามหน่อย เรื่องงบประมาณจะแก้ยังไง?"
หยางอันชูมือขึ้นข้างหนึ่ง: "ไอเดียของผมนี้ จะใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นไม่เกินห้าพันหยวนครับ"
ต้วนไห่ซานถามอีก: "แล้วแขกรับเชิญที่เซนส์วาไรตี้ไม่ดี มุกตลกจะทำยังไง?"
หยางอันตบหน้าอกตัวเองอย่างมั่นใจ: "ท่านวางใจได้เลยครับ ผมจะทำให้ทั้งรายการเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะตลอดทั้งช่วง"
ต้วนไห่ซานถามต่อ: "แล้วแขกรับเชิญล่ะจะเชิญใคร? พวกเราไม่มีปัญญาจ้างดาราแถวหน้าหรอกนะ!"
หยางอันส่ายหน้า: "ไม่จำเป็นต้องใช้ดาราแถวหน้าเลยครับผู้กำกับต้วน พวกเราต้องการแค่หนุ่มหล่อสาวสวย และทำให้ผู้ชมหัวเราะออกมาให้ได้ก็พอแล้ว"
คำถามที่ยิงมาต่อเนื่องดูเหมือนจะทำอะไรหยางอันไม่ได้เลย ในที่สุดต้วนไห่ซานก็เริ่มให้ความสำคัญ เขาดับบุหรี่แล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจัง: "เสี่ยวหยาง ลองพูดไอเดียของนายมาซิ"
หยางอันเปิดเอกสารแผนงานรายการที่เพิ่งแจกไปเมื่อครู่ พลิกไปยังหน้าตารางรายชื่อแขกรับเชิญ แล้วชี้ไปยังรายชื่อบรรทัดหนึ่งในลิสต์ตัวสำรอง พร้อมกับพูดว่า: "ผู้กำกับต้วนครับ ตอนนี้ผมอยากเชิญพระเอกนางเอกจาภาพยนตร์เรื่อง 'วิวาห์ว้าวุ่น' มาเป็นแขกรับเชิญครับ จากนั้นก็เพิ่มช่วงเกมใหม่เข้าไปช่วงหนึ่ง ชื่อว่า 'ยุทธจักรชวนหัว สไลเดอร์สุดฮา' ขอเพียงแค่ท่านตกลง ผมกล้าการันตีเลยว่า งบประมาณไม่ใช่ปัญหา มุกตลกไม่ใช่ปัญหา และเรตติ้งก็จะไม่ใช่ปัญหาด้วย อย่างน้อยมันจะไม่แย่ไปกว่าตอนนี้แน่ๆ ประคองตัวเลขที่ศูนย์จุดสามเปอร์เซ็นต์ไว้ได้แน่นอนครับ!"
หยางอันรีบอธิบายแนวคิดของเขาอย่างรวดเร็ว ดวงตาของต้วนไห่ซานเริ่มเป็นประกายขึ้นเรื่อยๆ จนอดไม่ได้ที่จะร้องอุทานออกมา: "ไอเดียนี้เข้าท่าแฮะ! นายตามผมมา เอาแนวคิดนี้ไปบอกพวกหลี่หยางดู ช่วยกันเกลาทุกรายละเอียดให้สมบูรณ์!"
ต้วนไห่ซานรีบร้อนจะลากหยางอันกลับเข้าห้องประชุม แต่หยางอันกลับนิ่งเฉย พร้อมกับพูดอย่างเกรงใจว่า: "ผู้กำกับต้วนครับ ผมขอเสนอข้อเรียกร้องเล็กๆ สักข้อได้ไหมครับ?"
ต้วนไห่ซานถาม: "ข้อเรียกร้องอะไร?"
หยางอันเกาที่ท้ายทอยพลางยิ้มอย่างเขินๆ: "ขอให้ผมได้ร่วมแสดงด้วยได้ไหมครับ?"
ต้วนไห่ซานเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อเกือบจะหลุดขำออกมา เขาพยักหน้าส่งๆ ไปงั้นเอง ก่อนจะลากหยางอันกลับเข้าห้องประชุม
เมื่อพวกหลี่หยางได้ฟังแนวคิดเรื่อง "สไลเดอร์สุดฮา" ของหยางอันจบก็หัวเราะออกมาเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องที่หยางอันอยากจะขึ้นแสดงด้วย ทุกคนต่างคิดว่าหยางอันกำลังล้อเล่น
หลี่หยางหมุนปากกาในมือเล่น พลางพูดด้วยน้ำเสียงไม่เชื่อถือ: "หยางอัน ก่อนอื่นฉันขอยอมรับว่าไอเดียของนายน่ะน่าสนใจจริงๆ การเพิ่มพื้นเอียงยี่สิบสองจุดห้าองศาไว้ที่พื้นห้องจำลอง เพื่อให้ทุกคนลื่นไถลไปมาอย่างห้ามไม่ได้ มันมีโอกาสเกิดมุกตลกได้จริงๆ นั่นแหละ แต่ประเด็นสำคัญคือ ถ้านายลงไปแสดงด้วยแล้วมันจะช่วยอะไรได้?"
หยางอันตอบ: "พวกเราต้องการใครสักคนที่ขึ้นไปแสดงร่วมกับแขกรับเชิญเพื่อช่วยปลุกอารมณ์ในสเตจ ผมขอเสนอตัวครับ"
ต้วนไห่ซานพยักหน้าสนับสนุนพร้อมรอยยิ้ม: "ก่อนหน้านี้เสี่ยวหยางเคยทำกิจกรรมร่วมกับผู้ชมมาสองสามครั้ง ฉันเห็นอยู่ เขาปลุกอารมณ์เก่งเอาเรื่องเลยนะ"
หลี่หยางยังไม่ยอมเชื่อ: "แต่นายมันก็แค่เจ้าหน้าที่ฝ่ายสถานที่ ไม่ได้จบมาสายตรง แถมยังไม่มีประสบการณ์การแสดงตลกเลยด้วย ถ้าเราให้พิธีกรโรเจอร์ขึ้นไปปลุกอารมณ์แทน มันไม่ดีกว่าเหรอ?"
หยางอันส่ายหน้า: "คุณโรเจอร์เป็นพิธีกรมาครึ่งปี ผมคิดว่าเขามีทักษะการพูดที่ลุ่มลึกมาก แต่ภาพลักษณ์ของเขาไม่เหมาะกับสายฮา ถ้าฝืนดันเขาขึ้นไป ผลลัพธ์สุดท้ายอาจจะออกมาไม่ดีเท่าไหร่ ผมคิดว่าในที่นี้มีแค่ผมเท่านั้นที่กล้าบ้าบิ่นพอ อีกอย่างผมเป็นหน้าใหม่ ถึงจะพูดผิดหรือทำพลาดไปบ้างก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียหน้าหรืออับอายครับ"
หลี่หยางยังไม่ยอมแพ้: "ไม่ได้หรอก ฉันคิดว่าให้นายขึ้นไปมันยังดูไม่เหมาะสม ผู้กำกับต้วนครับ ถ้าไม่ให้โรเจอร์ขึ้นไป ผมเสนอให้เลือกคนจากทีมพิธีกรของรายการ 'แฮปปี้แซทเทอร์เดย์' ห้องข้างๆ มาสักคนดีกว่า เซนส์วาไรตี้ของพวกเขาน่ะพุ่งทะลุปรอทแน่นอน ผลลัพธ์ต้องออกมาดีแน่ๆ"
ต้วนไห่ซานหัวเราะเบาๆ: "นายอยากเลือกใครล่ะ?"
หลี่หยางตอบ: "จางหมิงเต๋อครับ!"
มีหรือที่ต้วนไห่ซานจะไม่รู้เล่ห์เหลี่ยมตื้นลึกหนาบางในสถานี? เขายิ้มแล้วพูดว่า: "ให้เสี่ยวหยางลองดูเถอะ รายการ 'ยุทธจักรชวนหัว' ของเราอุตส่าห์คิดไอเดียที่พอจะเข้าท่าเองได้ทั้งที แน่นอนว่าต้องปั้นคนของเราเองสิ หรือพวกนายอยากจะเห็นคนจากทีมรายการอื่นมาคาบชิ้นปลามันจากพวกเราไปกิน?"
ทุกคนระเบิดเสียงหัวเราะและต่างแสดงท่าทีสนับสนุนหยางอัน หลี่หยางไม่ได้เถียงต่อ การที่เขาพยายามดึงจางหมิงเต๋อมานั้นเป็นเพียงการหาผลประโยชน์ตามสัญชาตญาณ ซึ่งจางหมิงเต๋อก็อาจจะไม่ได้เห็นรายการ "สไลเดอร์สุดฮา" อยู่ในสายตาด้วยซ้ำ!
อีกอย่าง ไอ้หยางอันคนนี้มันจะมั่นหน้าเกินไปหน่อยหรือเปล่า ถึงได้มั่นใจนักว่า "สไลเดอร์สุดฮา" จะต้องได้รับความนิยม? แกเป็นแค่เบ๊ฝ่ายสถานที่แท้ๆ ไอเดียที่เกิดจากการนึกสนุกขึ้นมาแวบเดียวจะทำให้เรตติ้งพุ่งทะลุฟ้าได้เลยเหรอ? แล้วจะเอาหน้าคนเขียนบทอย่างพวกเราไปไว้ที่ไหน? นี่คือสิ่งที่หลี่หยางรู้สึกไม่สบอารมณ์ที่สุด
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของหลี่หยาง หยางอันก็ถึงบางอ้อและรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที ได้ยินมาว่าจางหมิงเต๋อคนนี้เป็นเพื่อนสนิทของหลี่หยาง ในรายการ "แฮปปี้แซทเทอร์เดย์" เขาเป็นเพียงพิธีกรลำดับที่สาม การที่หลี่หยางจงใจแนะนำเพื่อนตัวเองมาเป็นแขกรับเชิญ ก็เพื่อหาโอกาสให้เพื่อนได้ออกหน้าออกตาแย่งซีนนี่เอง
หลังจากที่ทุกคนหัวเราะเสร็จ หลี่หยางก็ถามต่อ: "หยางอัน ฉันยังมีอีกคำถาม ทำไมต้องเชิญพระเอกนางเอกเรื่อง 'วิวาห์ว้าวุ่น' ด้วย?"
หยางอันอธิบาย: "เพราะมันคือเศรษฐกิจที่เน้นดึงดูดสายตาไงครับ! สิ่งที่เราต้องการคือหนุ่มหล่อสาวสวย!"
หลี่หยางหัวเราะหึ: "ภาพยนตร์เกรดต่ำที่ใช้ต้นทุนสร้างไม่ถึงสองล้านหยวน พระเอกนางเอกก็เป็นแค่ดารากระจอกๆ ระดับสาม มันจะไปดึงดูดสายตาใครได้? อีกอย่างนะครับผู้กำกับต้วน สไตล์รายการของพวกเราเป็นแบบนี้มาตลอด การเปลี่ยนกระทันหันจะทำให้พิธีกรและแขกรับเชิญปรับตัวไม่ทัน การจัดแจงงานของฝ่ายอุปกรณ์ ฝ่ายภาพ ฝ่ายแสง คนเขียนบท และฝ่ายสถานที่จะต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ผู้ชมเองก็อาจจะมึนตึ้บทำตัวไม่ถูกด้วย ผู้กำกับต้วนครับ ผมคิดว่าเราจะเอาทุกอย่างไปวางเดิมพันกับ 'สไลเดอร์สุดฮา' ไม่ได้เด็ดขาด พวกเราแพ้ไม่ได้แม้แต่ครั้งเดียวแล้วนะครับ!"
พอหลี่หยางพูดแบบนี้ คนอื่นๆ ก็เริ่มลังเลขึ้นมา ตอนนี้เหลือเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ การเพิ่มช่วงเกมใหม่เอี่ยมเข้าไป หมายถึงงานจำนวนมหาศาลที่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ พวกเขาจะทำมันสำเร็จจริงๆ หรือ?
ต้วนไห่ซานนิ่งไปครู่หนึ่ง หลังจากตรึกตรองแล้วจึงพูดว่า: "เอาแบบนี้แล้วกัน ในเมื่อทีมงานเรื่อง 'วิวาห์ว้าวุ่น' ก็อยู่ในลิสต์ตัวสำรองอยู่แล้ว แขกรับเชิญตอนนี้ก็เลือกพวกเขาละกัน เสี่ยวหลี่... นายไปหาทางเพิ่มมุกตลกในสคริปต์บทพูดให้มากขึ้น ส่วนเสี่ยวหยาง... นายเตรียมช่วง 'สไลเดอร์สุดฮา' ด้วยตัวคนเดียวไปก่อน เราจะเตรียมการไว้สองทาง พอแขกรับเชิญมาถึงก็ลองดูผลการถ่ายทำหน้างานว่าออกมาเป็นยังไง ถ้ามันไม่เวิร์กก็แค่ตัดช่วงนี้ทิ้งไป"
หลี่หยางปิดสมุดจด: "ผมไม่มีปัญหาครับ!"
"เอาล่ะครับ!" หยางอันเองก็ไม่มีทางเลือกอื่น ในเมื่อเรตติ้งตอนที่แล้วอยู่ที่ศูนย์จุดสองเก้าห้าเปอร์เซ็นต์ ถ้าตอนปัจจุบันนี้หลี่หยางโชว์ฟอร์มเทพเขียนบทออกมาดี การจะกลับไปที่ศูนย์จุดสามเปอร์เซ็นต์ก็มีความเป็นไปได้สูง ต้วนไห่ซานทำแบบนี้ก็เพื่อรักษาความมั่นคงและเตรียมแผนสำรองไว้ ไม่ใช่ว่าไม่ให้โอกาสเขาเสียทีเดียว
หยางอันแอบให้กำลังใจตัวเองในใจ คอยดูเถอะ จะให้ "ยุทธจักรชวนหัว สไลเดอร์สุดฮา" สยบคนทั้งทีมรายการให้ได้เลย!
...
วันอังคารช่วงเช้า ทีมงานภาพยนตร์ "วิวาห์ว้าวุ่น" ได้รับการแจ้งประสานงานจากทางสถานีโทรทัศน์หงเฟิง ทั้งสองฝ่ายนัดหมายเวลาบันทึกเทปรายการในวันพฤหัสบดี
หยางอันรีบมาที่สถานีตั้งแต่เช้าตรู่ และยื่นเอกสารแผนงานที่ปั่นมาทั้งคืนส่งให้ถึงมือต้วนไห่ซาน: "ผู้กำกับต้วนครับ นี่คือแผนงานของผมครับ"
ต้วนไห่ซานเปิดดู แผนงานแบ่งออกเป็นสามส่วน ส่วนแรกคือแผนการเตรียมอุปกรณ์ ส่วนที่สองคือขั้นตอนของเกมและบทละคร และส่วนที่สามคือเบื้องหลังการถ่ายทำรวมถึงแผนการตัดต่อ
ต้วนไห่ซานเอ่ยชมไปหลายคำ: "ไม่เลวเลยนะเสี่ยวหยาง นึกไม่ถึงว่านายจะทำแผนงานรายการเป็นด้วย?"
หยางอันตอบกลับ: "นั่นเป็นเพราะท่านสั่งสอนมาดีครับ ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมาผมได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างมาก ขอบคุณจริงๆ ที่ท่านให้โอกาสนี้แก่ผมครับ!"
ต้วนไห่ซานพยักหน้า: "คนรุ่นใหม่นี่ประมาทไม่ได้เลยจริงๆ ไปเถอะ เดี๋ยวทางฝ่ายอุปกรณ์ฉันจะไปคุยให้เอง นายรีบไปจัดแจงสร้างเวทีขึ้นมา แล้วลองซ้อมดูภายในรอบหนึ่งก่อน"
หยางอันเริ่มจากการไปเบิกงบประมาณที่ฝ่ายการเงิน งบแค่ห้าพันหยวนกลับถูกหักโน่นนี่นั่นจนเหลือให้มาแค่สองพันหยวน เมื่อเขาไปที่ฝ่ายอุปกรณ์ ก็นึกไม่ถึงว่าจะต้องเจออุปสรรคอีกครั้ง เมื่อทางนั้นบอกว่าไม่สามารถร่วมมือได้
หัวหน้าฝ่ายอุปกรณ์พูดอย่างลำบากใจ: "เสี่ยวหยาง ตามแบบร่างที่นายให้มา พื้นเอียงยี่สิบสองจุดห้าองศาแต่ให้ดูเหมือนฉากปกติเนี่ย เราต้องใช้เหล็กฉากกับเหล็กรางน้ำมาทำฐานโครงสร้างด้านล่าง แล้วยังต้องใช้แผ่นพื้นพิเศษมาปูทับอีก นายยังต้องการจะยึดเคาน์เตอร์บาร์ โต๊ะ เก้าอี้ และขาตั้งไมโครโฟน แล้วยังต้องสร้างฉากประกอบอีก งบที่ต้องใช้มันไม่น้อยเลยนะ สองพันหยวนน่ะไม่พอหรอก!"
หยางอันต้องพยายามพูดหว่านล้อมสารพัดกว่าอีกฝ่ายจะยอมช่วยสำรองจ่ายให้บางส่วน โดยเริ่มจากการตั้งโครงเปล่าของพื้นเอียงยี่สิบสองจุดห้าองศาไว้ก่อน พอเงินมาถึง ในวันพฤหัสบดีที่บันทึกเทปค่อยปูพื้นและจัดวางอุปกรณ์รวดเดียวให้เสร็จสมบูรณ์
จากนั้นเมื่อเขาต้องไปหาคนมาช่วยซ้อมล่วงหน้า หยางอันก็เจอเข้ากับตออีกครั้ง ทุกคนในทีมรายการต่างก็ยุ่งอยู่กับงานของตัวเองจนไม่มีใครยอมช่วยเขาเลยสักคนเดียว
ต่อให้หยางอันจะซื่อบื้อแค่ไหน เขาก็รู้แล้วว่าตอนนี้กำลังมีปัญหา
ในจังหวะนั้นเอง เขาเห็นหลี่หยางเดินยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะมาจากด้านนอก หลี่หยางยังแกล้งทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม
หลี่หยางถามว่า: "เสี่ยวหยาง รายการโยโย่ของนายเตรียมไปถึงไหนแล้วล่ะ?"
หยางอันตัดสินใจไม่เดินเลี่ยงไปไหน เขาพูดขึ้นว่า: "คุณหลี่ครับ มันชื่อ 'สไลเดอร์สุดฮา' ไม่ใช่โยโย่ครับ ตอนนี้ผมกำลังหาคนมาช่วยซ้อมต่อบทกันหน่อย แต่คนอื่นดูเหมือนจะยุ่งกันมาก ไม่ทราบว่าคุณหลี่คนเขียนบทผู้ยิ่งใหญ่พอจะสละเวลามาช่วยตรวจสอบให้หน่อยได้ไหมครับ?"
หลี่หยางหย่อนก้นลงนั่งกึ่งเอนกายบนเก้าอี้ทำงาน ก่อนจะยกกาแฟขึ้นจิบอย่างสบายอารมณ์: "ฉันเองก็ยุ่งเหมือนกันนะเนี่ย ฉันมีเวลาแค่สองวันในการเขียนมุกตลก สคริปต์เดิมต้องรื้อทิ้งแล้วเขียนใหม่หมดเลย คงช่วยนายไม่ได้จริงๆ ว่ะ"
คนเขียนบทอีกคนที่อยู่ข้างๆ ขยับเข้ามาหา พร้อมพูดจาจิกกัดว่า: "เสี่ยวหยาง นายเขียนเสร็จเร็วขนาดนี้เลยเหรอ? เก่งจังแฮะ ไม่เห็นต้องง้อพวกเราเลยนี่นา! ถ้านายหาคนต่อบทไม่ได้จริงๆ ลองไปถามที่ 'แฮปปี้แซทเทอร์เดย์' ห้องข้างๆ ดูสิ ฝั่งนั้นคนว่างเยอะ ทีมรายการเรามันยุ่งเกินไป ขนาดคนฝ่ายสถานที่ยังต้องมาควบตำแหน่งโปรดิวเซอร์เลย ยุ่งกันหัวหมุนไปหมดแล้ว!"
หลี่หยางพูดเสริมขึ้นมาประโยคหนึ่ง: "อืม เหมือนว่าจางหมิงเต๋อจะว่างนะ นายลองไปถามเขาดูสิว่ามีเวลาให้หรือเปล่า"
แม่งเอ๊ย... พูดจาดีๆ กันไม่เป็นหรือไง ต้องคอยกระแนะกระแหนกันขนาดนี้เลยเหรอ?
คราวนี้หยางอันโกรธจัดขึ้นมาจริงๆ แล้ว!
ทุกคนก็เป็นเพื่อนร่วมทีมรายการเดียวกันแท้ๆ ทำไมต้องคอยขัดแข้งขัดขากันขนาดนี้? ใครบอกว่าคนฝ่ายสถานที่จะควบตำแหน่งคนเขียนบทไม่ได้ จะเป็นโปรดิวเซอร์ไม่ได้ ฉันจะไม่ยอมให้พวกแกสมหวังแน่ วันนี้จะขอไฟว้กับพวกแกให้ถึงที่สุดเลย!
"ได้ เดี๋ยวผมไปถามเอง!" หยางอันทิ้งท้ายไว้ด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนจะเดินออกจากประตูและตรงออกจากสถานีโทรทัศน์กลับบ้านทันที
จะให้ไปถามกะผีน่ะสิ!