- หน้าแรก
- ราชาแห่งวาไรตี้
- บทที่ 1 ทีมรายการที่กำลังจะยุบตัว
บทที่ 1 ทีมรายการที่กำลังจะยุบตัว
บทที่ 1 ทีมรายการที่กำลังจะยุบตัว
บทที่ 1 ทีมรายการที่กำลังจะยุบตัว
หยางอันยืนอยู่ข้างอ่างล้างหน้า มองดูใบหน้าที่คมเข้มและค่อนข้างหล่อเหลาแต่แปลกหน้าอย่างสิ้นเชิงในกระจก เขาเอื้อมมือไปลูบคางเบาๆ แล้วบีบที่ใบหู... เจ็บ!
หลังจากยืนยันว่าไม่ได้ฝันไป หยางอันก็ถอนหายใจออกมา: "ดูเหมือนว่าฉันจะทะลุมิติมาจริงๆ แถมยังมาอยู่ในโลกคู่ขนานด้วย โชคดีหน่อยที่หล่อกว่าร่างเดิมนิดนึง..."
เมื่อตื่นขึ้นมา หยางอันพบว่าโลกใบนี้แตกต่างจากโลกเดิมที่เขาจากมามาก ชื่อประเทศ สถานที่ และภาษายังคงเหมือนเดิม พัฒนาการทางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีก็ใกล้เคียงกัน แต่ประวัติศาสตร์หลังยุคราชวงศ์ชิงกลับเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง หลังจากการก่อตั้งประเทศก็ไม่มีปีศาจหรืออสูรตนใดบำเพ็ญตระบะจนกลายเป็นร่างมนุษย์ได้ และความบันเทิงทางวัฒนธรรมทั้งหมดก็แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
นี่คือโลกที่เต็มไปด้วยโอกาส
หยางอันแน่ใจว่าเขาได้ครอบครองร่างและควบรวมความทรงจำบางส่วนของเจ้าของร่างเดิม ชาติก่อนเขาเป็นพนักงานออฟฟิศที่ใช้ชีวิตไปวันๆ และตอนนี้เขาก็กลายเป็น... พนักงานออฟฟิศอีกคนที่ใช้ชีวิตไปวันๆ เช่นกัน ปัจจุบันเขาเป็นเพียงพนักงานฝ่ายสถานที่ตัวเล็กๆ ของสถานีโทรทัศน์หงเฟิง เป็นพนักงานสัญญาจ้างที่ทำงานมาได้เพียงครึ่งปี ยังไม่มีชื่อในระบบพนักงานประจำด้วยซ้ำ วันๆ เอาแต่ทำงานเบ็ดเตล็ดและช่วยแบกกล้องในแผนกอุปกรณ์ จนฝึกให้แขกขวาแข็งแรงกว่าแขนซ้ายไปเล็กน้อย
"ซวยแล้ว เกือบลืมไปเลย วันนี้วันจันทร์ เช้าวันนี้สถานีมีประชุมประจำสัปดาห์นี่นา!"
หยางอันสะดุ้งตื่นจากภวังค์หน้ากระจก เมื่อตระหนักว่าเวลาไม่คอยท่า เขารีบล้างหน้า ล้างตา คว้ากระเป๋าเป้แล้วพุ่งตัวออกไปทันที
หยางอันพักอยู่ในแถบชานเมืองที่ค่อนข้างไกล ส่วนสถานีโทรทัศน์หงเฟิงตั้งอยู่ใจกลางเมือง เขาพุ่งออกจากสถานีรถไฟใต้ดินแล้ววิ่งสุดชีวิต จนกระทั่งมาถึงตึกวิทยุและโทรทัศน์ได้ทันเวลาอย่างเฉียดฉิวด้วยอาการหอบซี่โครงบาน
เวลา 9 โมงตรง บรรดาหัวหน้าและผู้นำเริ่มประชุมประจำสัปดาห์ ส่วนหยางอันต้องรับผิดชอบงานเบ็ดเตล็ดในพื้นที่ทำงานของทีมรายการตนเอง ทั้งทำความสะอาด เปลี่ยนน้ำดื่ม และตรวจสอบเครื่องมืออุปกรณ์สำคัญ
ทีมรายการที่หยางอันสังกัดอยู่คือรายการ "ยุทธจักรชวนหัว" ภายใต้ช่องหงเฟิงเว่ยซื่อ นี่คือรายการวาไรตี้ระดับตำนานที่ทำต่อเนื่องมานานถึงสามปี ออกอากาศในช่วงเวลาที่ไร้คนดูอย่างบ่าย 3 ถึง 4 โมงเย็นของวันอาทิตย์ ทีมงานมีโครงสร้างครบถ้วน ตั้งแต่โปรดิวเซอร์ ผู้กำกับ ไปจนถึงคนเขียนบท ฝ่ายสถานที่ และฝ่ายเทคนิค รวมทั้งหมดสิบห้าคน
คนที่กำลังช่วยหยางอันดูแลรักษากล้องถ่ายภาพอยู่คือ กู้หยุนเฟิง ช่างภาพประจำทีม
ทั้งสองคนวุ่นอยู่กับการถอดล้างทำความสะอาดเครื่องจักรในโซนอุปกรณ์ ขณะที่คนฝ่ายสถานที่และคนเขียนบทที่อยู่ข้างๆ บ้างก็นั่งอ่านข่าว บ้างก็นั่งเล่นเกม พร้อมกับคุยสัพเพเหระไปด้วย
"นี่ ถามหน่อย เมื่อวานใครเห็นสถิติเรตติ้งบ้างหรือยัง?"
"เมื่อเช้าประชุมกัน ทางสถานีใหญ่ยังไม่ทันแจ้งมาเลย คิดว่าอีกสักพักคงส่งข้อมูลสถิติมาให้แหละ!"
"จะส่งหรือไม่ส่งมาก็รู้ๆ กันอยู่ สภาพมันก็น่าสมเพชแบบนั้นแหละ ที่น่าลุ้นที่สุดคือจะแตะถึงศูนย์จุดสามเปอร์เซ็นต์หรือเปล่า?"
"ฉันว่ายาก! 'ยุทธจักรชวนหัว' ของพวกเราอีกแค่สองเดือนก็จะครบสามปีแล้ว เรตติ้งลดลงทุกตอนมันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ ตอนก่อนนู้นศูนย์จุดสามศูนย์เก้าเปอร์เซ็นต์ ตอนล่าสุดศูนย์จุดสามศูนย์สี่เปอร์เซ็นต์ ดูจากความเร็วในการดิ่งลงแบบนี้ ตอนของเมื่อวานน่าจะแตะเส้นตายที่ศูนย์จุดสามเปอร์เซ็นต์พอดีเป๊ะเลยมั้ง!"
"ฉันว่ามันก็ไม่เลวนะ ไม่ว่าจะเป็นช่องหงเฟิงเว่ยซื่อของเรา หรือช่องจื่อซง ช่องหลานไห่ หรือแม้แต่ช่องซีซีทีวี จะมีรายการวาไรตี้บันเทิงไหนที่ฮิตต่อเนื่องได้ถึงสามปีบ้าง?"
"มีสิ ข่าวภาคค่ำไง!"
"เสี่ยวหลี่ นายอย่ามากวนประสาทได้ไหม! ข่าวภาคค่ำมันเป็นรายการวาไรตี้บันเทิงที่ไหนกัน!"
"ผู้ชมดูข่าวภาคค่ำทุกวันแล้วรู้สึกมีความสุขท่วมท้นนะ แบบนี้ไม่เรียกวาไรตี้บันเทิงแล้วจะเรียกอะไร?"
"ไปไกลๆ เลยไป!"
กลุ่มคนพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน บรรยากาศผ่อนคลายมาก ราวกับกำลังซุบซิบเรื่องรายการของคนอื่นอยู่
หยางอันถามเสียงเบา: "พี่กู้ ไม่ใช่ว่าเขาบอกกันว่าถ้ารายการวาไรตี้ไหนเรตติ้งต่ำกว่าศูนย์จุดสามเปอร์เซ็นต์จะถูกสั่งยุบเหรอครับ? 'ยุทธจักรชวนหัว' ของเรากำลังจะหลุดศูนย์จุดสามแล้ว ทำไมทุกคนถึงดูไม่เดือดร้อนกันเลย?"
กู้หยุนเฟิงตั้งใจเช็ดเลนส์อย่างละเอียดโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามอง: "ผู้กำกับต้วนเหลือเวลาอีกแค่สองเดือนก็จะเกษียณแล้ว 'ยุทธจักรชวนหัว' ทำมาสามปี ถึงเวลาที่ต้องหยุดออกอากาศเสียที โปรดิวเซอร์คนใหม่คงไม่ทำต่อแน่ๆ ในเมื่อบทสรุปมันเป็นแบบนี้แล้ว พวกเราจะดิ้นรนไปเพื่ออะไร? ก็แค่ประคองให้ผ่านไปอีกสองเดือน พอโปรดิวเซอร์คนใหม่ขึ้นมา พวกเราก็ย้ายไปเริ่มรายการใหม่ เริ่มต้นกางใบเรือเดินเรือกันใหม่ ทางสถานีไม่ได้หักเงินเดือนเราสักหยวนเสียหน่อย!"
"พี่กู้พูดถูก พอโปรดิวเซอร์คนใหม่ฟอร์มทีม ผมนี่ยืนยันเลยว่าไม่ขอทำรายการบันเทิงแล้ว ไอเดียรายการดีๆ มันคิดยากเกินไป ผู้ชมก็เอาใจยาก เรตติ้งก็ต่ำ สปอนเซอร์ก็ให้น่าโฆษณาน้อย ใครจะอยากทำเรื่องที่เหนื่อยเปล่าแบบนี้?" คนที่พูดคือหลี่หยาง คนเขียนบท ชายหนุ่มอายุสามสิบต้นๆ ที่น่าเสียดายว่าบนหัวล้านจนเหลือผมอยู่ไม่กี่เส้น เจ้าตัวบอกว่าเป็นเพราะต้องคิดแผนงานจนใช้สมองหนักเกินไป
คำพูดของหลี่หยางทำให้ทุกคนเห็นพ้อง พนักงานประจำส่วนใหญ่ต่างมีทัศนคติแบบใช้ชีวิตไปวันๆ เพื่อรอให้ "ยุทธจักรชวนหัว" ปิดตัวลง
ในขณะที่พนักงานสัญญาจ้างอย่างหยางอันกลับเต็มไปด้วยความกังวล เพราะหากรายการถูกยุบ พวกเขาอาจจะต้องตกงานและไม่มีข้าวจะกิน
หยางอันถึงกับพูดไม่ออก ทีมรายการนี้ทำงานร่วมกันมาเกือบสามปี แต่ทำไมบรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความท้อแท้และตายซากกระจายไปทั่วทุกแห่งแบบนี้
รายการ "ยุทธจักรชวนหัว" โดยหลักคือการเชิญดาราดังในประเทศมาเป็นแขกรับเชิญ เพื่อมาร่วมพูดคุยจิกกัดกระแสข่าวร้อนแรงในสังคม เล่ามุกตลก ร้องเพลง และทำกิจกรรมบันเทิงร่วมกัน พร้อมกับโปรโมตภาพยนตร์ที่ดาราคนนั้นแสดง หนังสือที่ตีพิมพ์ หรืออัลบั้มเพลงใหม่ที่ออกวางแผง
ในปีแรก ช่องหงเฟิงเว่ยซื่อให้การสนับสนุนอย่างมาก ดาราที่เชิญมาล้วนเป็นแถวหน้า ภาพยนตร์ที่โปรโมตก็เป็นหนังทำเงินถล่มทลาย อัลบั้มเพลงก็มียอดขายระดับแพลทินัม พิธีกรก็เก่งกาจ ผลลัพธ์ของรายการออกมาดีมาก เรตติ้งรายการวาไรตี้เคยพุ่งสูงถึงหนึ่งจุดห้าเปอร์เซ็นต์ ซึ่งติดอันดับท็อปห้าของประเทศเลยทีเดียว
ทว่าหลังจากนั้นปีต่อปีกลับยิ่งแย่ลง พิธีกรเปลี่ยนไปหลายชุด ดาราแถวหน้าไม่อยากมา ดาราตัวเล็กระดับสองสามก็ดึงดูดผู้ชมไม่ได้ เนื้อหารายการก็เก่ากึ๊กไม่มีการเปลี่ยนแปลง เป็นแบบเดิมมาตลอดหลายปี ความสดใหม่น้อยลงเรื่อยๆ ผู้ชมไม่ชอบดู สปอนเซอร์ก็ไม่อยากลงทุน จนในที่สุดก็เดินมาถึงทางตันและต้องเผชิญกับวิกฤตการถูกสั่งยุบรายการ
ในตอนนั้นเอง ผู้กำกับต้วนไห่ซานและรองผู้อำนวยการฝ่ายผลิตรายการ หลี่ซง ก็เดินเข้ามาพร้อมกัน ต้วนไห่ซานตบมือเรียก: "ทุกคนวางมือจากงานก่อน ผู้อำนวยการหลี่มีเรื่องจะพูด"
หยางอันสังเกตเห็นว่าสีหน้าของต้วนไห่ซานและหลี่ซงดูไม่ค่อยดีนัก เขาจึงรีบวางกล้องลงและยืนรวมกลุ่มกับคนอื่นๆ
หลี่ซงเป็นชายวัยกลางคนอายุสี่สิบกว่าๆ เป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายผลิตรายการวาไรตี้ของสถานี และควบตำแหน่งโปรดิวเซอร์ของ "ยุทธจักรชวนหัว"
เขาพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน: "เรตติ้งของ 'ยุทธจักรชวนหัว' เมื่อวานสรุปออกมาแล้ว เรตติ้งรายการวาไรตี้ทั่วประเทศอยู่ที่ศูนย์จุดสองเก้าห้าเปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้พวกคุณคงรู้ดีใช่ไหมว่ามันหมายความว่าอย่างไร?"
หัวใจของทุกคนสั่นสะท้าน หลุดศูนย์จุดสามเปอร์เซ็นต์จริงๆ ด้วย!
เมื่อใดที่เหยียบข้ามเส้นตายศูนย์จุดสามเปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่ารายการจะถูกยุบทันที แม้ช่วงเวลาบ่าย 3 ถึง 4 โมงเย็นวันอาทิตย์จะเป็นเวลาที่ไร้ค่า แต่ทีมรายการอื่นๆ ที่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะเสนอหน้าขึ้นช่องดาวเทียมต่างก็จ้องตาเป็นมันและพร้อมจะสู้ถวายหัวเพื่อแย่งชิงช่วงเวลานี้ไป
หลี่ซงตะโกนเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความโกรธ: "ผู้กำกับต้วนเหลือเวลาอีกแค่สองเดือนก็จะเกษียณ พวกคุณคิดจะทำอะไร? จะให้เขาเกษียณไปอย่างสงบสุขไม่ได้เลยหรือไง? พวกคุณทำงานตามหลังผู้กำกับต้วนมาตั้งสามปี สองเดือนสุดท้ายนี่จะทนกันไม่ไหวเลยเหรอ? ทุกคนดึงสติกลับมาหน่อย! ผมจะให้โอกาสพวกคุณเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าเรตติ้งสัปดาห์นี้ยังต่ำกว่าศูนย์จุดสามอีก ทุกคนไสหัวไปอยู่ช่องท้องถิ่นให้หมด!"
ในพื้นที่สำนักงานไม่มีใครกล้าปริปากพูด หลี่ซงแค่นเสียงฮึอย่างแรงก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้ต้วนไห่ซานเผชิญหน้ากับทีมงานของตนเพียงลำพัง
ต้วนไห่ซานในวัยหกสิบกว่าไม่ได้มีบารมีล้นหลามเหมือนผู้อำนวยการหลี่ ชายที่ใกล้จะเกษียณอย่างเขาละทิ้งความปรารถนาที่จะแก่งแย่งชิงดีไปนานแล้ว เพียงแต่เสียดายที่ "ยุทธจักรชวนหัว" ดิ่งลงเหวเร็วเกินไป เขาคงไม่สามารถเกษียณไปพร้อมกับชื่อเสียงที่สวยงามได้แน่ๆ
ต้วนไห่ซานมองไปที่ทีมงานของเขาแล้วถอนหายใจ: "ที่ผู้อำนวยการหลี่พูดไปน่ะเป็นอารมณ์ชั่ววูบ พวกคุณอย่าเก็บไปใส่ใจเลย"
หลี่หยางคนเขียนบทถามขึ้น: "ผู้กำกับต้วน พวกเราเหลือโอกาสสุดท้ายจริงๆ แล้วเหรอครับ?"
ต้วนไห่ซานตอบ: "ใช่แล้ว ในสถานีมีการถกเถียงกันหนักมาก บอกว่าพวกเราครองที่นั่งแต่ไม่ทำงานให้เกิดประโยชน์ ทั้งช่องเศรษฐกิจ ช่องท้องถิ่น หรือแม้แต่ช่องการเกษตร ต่างก็จ้องพวกเราตาเป็นมัน ถ้าทำตามกฎของสถานี ทีมของเราต้องสลายตัวไปตั้งแต่วันนี้แล้ว ผู้อำนวยการหลี่ต้องรับแรงกดดันมหาศาล เขาถึงขั้นทุบโต๊ะในห้องประชุมเพื่อยื้อโอกาสนี้ไว้ให้พวกเรา ที่จริงเขาก็ทำเพื่อพวกคุณนั่นแหละ"
กู้หยุนเฟิงช่างภาพซึ่งปกติมีความสัมพันธ์อันดีกับต้วนไห่ซาน ขมวดคิ้วถาม: "ผู้กำกับต้วน ถ้าเรตติ้งตอนสัปดาห์นี้ยังไม่ถึงศูนย์จุดสามเปอร์เซ็นต์ แล้วรายการถูกตัดทิ้งจริงๆ ท่านจะทำอย่างไรครับ?"
ต้วนไห่ซานยิ้มอย่างขมขื่น: "ผมจะทำอะไรได้ ก็แค่เกษียณก่อนกำหนด เก็บข้าวของแล้วไสหัวไปไงล่ะ!"
ทุกคนต่างตกอยู่ในความเงียบ ต้วนไห่ซานทุ่มเททำงานหนักมาทั้งชีวิต แต่สุดท้ายกลับจบลงไม่สวยงามนัก เรื่องนี้ทำให้ทุกคนรู้สึกไม่สบายใจและคิดว่าพวกเขาเป็นหนี้ต้วนไห่ซาน
ต้วนไห่ซานกล่าวต่อ: "รายการตอนนี้ พวกเราต้องทุ่มสุดตัว สู้ยิบตา ต้องพยายามอย่างเต็มความสามารถ ผมเฒ่าต้วนคนนี้ขอฝากทุกคนด้วย ช่วยเหนื่อยและพยายามต่ออีกสักสองเดือน ให้ผมได้ลงจากตำแหน่งอย่างสมเกียรติหน่อย จะได้ไหม?"
"พี่น้องทุกคน ดึงสติขึ้นมา เริ่มทำงานได้! จะให้ผู้กำกับต้วนเสียหน้าไม่ได้!"
"ผู้กำกับต้วนวางใจได้เลยครับ พวกเราไม่ขี้เกียจแน่นอน รับรองว่าเรตติ้งตอนนี้ต้องเกินศูนย์จุดสามเปอร์เซ็นต์!"
"ทุกคนช่วยกันคิดหน่อย ว่าจะเพิ่มเรตติ้งยังไง จะทำยังไงให้รายการน่าดึงดูดขึ้น พวกเราจะทำให้ผู้กำกับต้วนเสียหน้าไม่ได้นะ!"
บรรยากาศในทีมรายการ "ยุทธจักรชวนหัว" กลับมาคึกคักอีกครั้ง คนที่เคยคิดจะอู้งานไปวันๆ ก็เริ่มละอายใจจนไม่อาจทำแบบนั้นได้อีก ทุกคนต่างใช้สมองช่วยกันเสนอไอเดียให้ต้วนไห่ซานว่าจะเพิ่มเรตติ้งได้อย่างไร
หยางอันกะพริบตาพลางคิดว่าจะใช้โอกาสนี้อย่างไรดี
ในโลกเดิมที่เขาจากมา รายการวาไรตี้ที่เรตติ้งพุ่งกระฉูดมีให้เลือกนับไม่ถ้วน การจะปรับโฉม "ยุทธจักรชวนหัว" นั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย แต่เขาเป็นเพียงพนักงานสัญญาจ้างที่ไม่มีชื่อในระบบพนักงานประจำ เป็นแค่เบ๊ในฝ่ายสถานที่ที่ไร้ซึ่งอำนาจและประสบการณ์ เขาควรจะทำอย่างไรเพื่อให้ต้วนไห่ซานเชื่อถือ และควรทำอย่างไรเพื่อให้ตนเองได้รับประโยชน์สูงสุด?
เพื่อนร่วมทีมเริ่มกลับมามีความกระตือรือร้นเหมือนในอดีต และถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อนว่าจะเพิ่มเรตติ้งได้อย่างไร
"ผู้กำกับต้วน ผมคิดว่าปัญหายังอยู่ที่แขกรับเชิญครับ ตอนนี้เราควรจะหาดาราที่ดังกว่านี้มาให้ได้"
"แต่ว่าเงินทุนของทีมเราแห้งเหือดไปหมดแล้ว ไม่มีเงินไปเชิญดาราดังๆ มาหรอก"
"ผมคิดว่าแขกรับเชิญไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ดาราหลายคนไม่มีเซนส์ด้านวาไรตี้ พอมาออกรายการก็เล่นไม่ออก เราควรจะลงแรงกับสคริปต์บทพูดให้มากขึ้น เพื่อให้มีมุกตลกเยอะกว่านี้"
"แต่จำนวนคนเขียนบทของเราไม่พอหรอก หรือว่าต้องไปขอยืมตัวจากแผนกข้างๆ?"
"ดนตรีประกอบและการตัดต่อก็ต้องยกระดับด้วยนะ ไม่ได้จะขัดแข้งขัดขาหน่าเสี่ยวจาง แต่ดูงานตัดต่อของนายสิ มันดูเชยขนาดไหน? ผู้ชมไม่ได้เห็นเหตุการณ์จริงที่หน้างาน มุกตลกตั้งหลายอย่างมันขึ้นอยู่กับการตัดต่อทั้งนั้นแหละ!"
"..."
ไม่ว่าไอเดียเหล่านี้จะมีประโยชน์หรือไม่ หรือจะแก้ปัญหาได้จริงไหม แต่นี่ก็นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ทีมรายการเริ่มแสดงพลังชีวิตที่ห่างหายไปนานออกมา ในที่สุดต้วนไห่ซานก็เผยรอยยิ้ม
หยางอันยังคงนิ่งเงียบไม่ปริปาก จนกระทั่งถึงเวลาเลิกงาน เมื่อคนทั้งทีมพร้อมใจกันอยู่ทำโอทีต่อ เขาถึงหาโอกาสอยู่กับต้วนไห่ซานเพียงลำพังได้
...