- หน้าแรก
- เอาชีวิตรอดบนถนนหลวง เจียงอวี้กับอาชีพนักตรวจสอบสุดโกง
- บทที่ 14 บิ๊กบอสก็มีลูกสาวเหมือนกัน? (1)
บทที่ 14 บิ๊กบอสก็มีลูกสาวเหมือนกัน? (1)
บทที่ 14 บิ๊กบอสก็มีลูกสาวเหมือนกัน? (1)
“ตุ้บ!”
จังหวะที่พลิกตัว เจียงอวี้ก็กลิ้งตกจากแท่นตรวจสอบโลหะลงไปกองกับพื้นทันที!
เจียงอวี้พยุงตัวช่วงบนขึ้นมา ดวงตาทั้งสองข้างยังลืมไม่ขึ้น สภาพเหมือนคนโดนความมืดกระแทกจนมึนตึ้บไปหมด
ผ่านไปหลายวินาที เจียงอวี้ถึงค่อยๆ คลานลุกขึ้นมา มือข้างหนึ่งยันเข่า พิงแท่นตรวจสอบเพื่อเรียกสติ
ในช่วงเวลานั้น เขาเกือบจะหลับลึกไปอีกรอบ
เขาจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่หลับเป็นตายขนาดนี้คือเมื่อไหร่ ตอนฝึกทหารเข้าปีหนึ่งใหม่ๆ หรือเปล่านะ?
ในตอนที่กำลังจะหลับไปอีกรอบ เจียงอวี้ก็สะบัดมือฟาดหน้าตัวเองดัง “เพียะ!”
ระบบถึงกับสะดุ้งจนตัวสั่นอยู่ในจิตสำนึกของเจียงอวี้
...ผู้เล่นคนนี้มันเป็นอะไรของมันกันแน่?
นอกจากจะชอบพูดคนเดียว ชอบหาความบันเทิงให้ตัวเองแล้ว ยังชอบตบตัวเองอีก... เมื่อรวมกับเหตุการณ์ที่ผู้เล่นคนนี้เคยเอาชีวิตไปแลกเพื่อพิสูจน์บัค (BUG) ในตอนเริ่มเกมจนสร้างความหวาดผวาให้ระบบแล้ว ระบบก็พบว่าตัวเองเริ่มจะไม่เข้าใจสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ—
หรือถ้าจะให้เจาะจงกว่านั้น คือมนุษย์อย่างเจียงอวี้
เจียงอวี้ไม่ได้ยินเสียงบ่นในใจของระบบ และต่อให้ได้ยินเขาก็ไม่สน
หลังจากตบหน้าตัวเองไปฉาดใหญ่ เจียงอวี้ก็ตื่นเต็มตา
ผมบนหัวยุ่งเหยิงเป็นรังนก เขาใช้มือขยี้ส่งๆ บนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยับและอารมณ์หงุดหงิดจากการโดนปลุก ก่อนจะกระโดดลงจากตู้บรรทุกสินค้าด้วยฝีเท้าเนิบนาบ
ตอนนี้เป็นเวลาตีห้าห้านาที ท้องฟ้ายังไม่สว่างดีนัก ลมยามเช้าพัดผ่านจากสองข้างถนน ปัดเป่าเส้นผมที่อ่อนนุ่มของเจียงอวี้ให้ปลิวไสว
เจียงอวี้หรี่ตาลง มองไปยังสุดขอบถนน—ถึงแม้เขาจะมองไม่เห็น แต่เขาก็รู้ว่าหมอกขาวที่เคยพบเจอมาแล้วสองครั้งนั้นกำลังขยับเข้ามาใกล้เขาอีกครั้ง
ยมทูตอยู่ข้างหลังเขานี่เอง
หลังจากล้างหน้าล้างตาแบบลวกๆ เจียงอวี้เตรียมตัวออกกำลังกายตอนท้องว่างก่อน พอถึงหกโมงเช้าก็จะเริ่มออกรถทันที
ในตอนนั้นเอง เจียงอวี้สังเกตเห็นว่าช่องแชทกำลังกะพริบอยู่
เวลานี้เนี่ยนะ?
เจียงอวี้พึมพำในใจก่อนจะเปิดหน้าต่างแชทขึ้นมา
ผู้เล่น [ส้ม]: “มีใครอยู่ไหม?”
ผู้เล่น [ส้ม]: “ช่วยฉันด้วย...”
ข้อความแสดงว่าส่งมาเมื่อห้านาทีก่อน นอกจากสองข้อความนี้แล้ว ก็ไม่มีข้อความใหม่ส่งมาอีก
นั่นหมายความว่า ไม่ได้รับความช่วยเหลือ ก็คงหมดสติหรือตายไปแล้ว...
บางทีอาจเป็นเพราะในช่วงสองวันที่ผ่านมาเขาได้พบเห็นความตายมาไม่น้อย นอกจากความรู้สึกเศร้าสลดในตอนแรก เจียงอวี้ก็ไม่ได้มีอาการหวั่นไหวอะไรมากมายนัก
เขาเหมือนจะจำผู้เล่นคนนี้ได้ลางๆ
เหมือนจะเคยบอกว่าตัวเองกำลังทำไอ้เรื่องอดอาหารแบบจำกัดช่วงเวลาอะไรสักอย่าง... สรุปว่าเป็นคนดวงซวยคนหนึ่ง
เขาส่ายหน้าและกำลังจะปิดหน้าต่างแชท ทันใดนั้นก็มีข้อความใหม่เด้งขึ้นมา:
ผู้เล่น [ส้ม]: “ฉันกำลังจะตายแล้ว ทรัพยากรของฉันวางไว้ในตลาดซื้อขายนะ หยิบไปได้เลย”
เจียงอวี้ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกดเข้าไปในตลาดซื้อขายโดยสัญชาตญาณ
ในตลาดซื้อขายมีทรัพยากรใหม่ลงเพิ่มมาจริงๆ เป็นสกรู 3 ตัว และขนมพุทราจีนครึ่งชิ้น ราคาแลกเปลี่ยนถูกตั้งไว้ที่ 0
นั่นหมายความว่า ใครก็ตามสามารถรับทรัพยากรเหล่านี้ไปได้ฟรีๆ
ทันทีหลังจากนั้น สกรูทั้ง 3 ตัวก็ถูกผู้เล่น 3 คนกดรับไป ส่วนผู้เล่นอีกคนก็รับขนมพุทราจีนไปเรียบร้อย!
[สกรู * 3] และ [ขนมพุทราจีน * 0.5] แสดงสถานะ [สินค้าหมด]!
ทั้งที่เมื่อครู่นี้แท้ๆ กลับไม่มีใครตอบรับผู้เล่น [ส้ม] เลยสักคน...
เจียงอวี้รู้สึกทอดถอนใจอยู่บ้าง แต่ก็เพียงเท่านั้น
การแลกเปลี่ยนเป็นความพึงพอใจของทั้งสองฝ่าย ในเกมเอาชีวิตรอด สัญชาตญาณการเอาตัวรอดคือสิ่งที่สำคัญที่สุด เรื่องอื่นนั้นขึ้นอยู่กับเจตจำนงของแต่ละคน ไม่มีอะไรต้องพูดมาก
เขาส่ายหน้าและกำลังจะปิดหน้าต่างอีกครั้ง แต่ข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นมา คราวนี้ไม่ใช่ผู้เล่นคนเดิม แต่เป็น:
ผู้เล่น [ท่องยุทธภพ]: “ว้าว ได้ข้าวกินฟรีอีกแล้วพี่น้อง!”
ดูเหมือนนี่จะเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มือไวกลุ่มนั้น
อย่างไรก็ตาม ไม่ถึงวินาทีต่อมา ผู้เล่น [ท่องยุทธภพ] ก็ส่งสติกเกอร์หน้าชายผิวสีทำท่าสงสัย:
“(สงสัย.jpg)”
“สกรู? ให้ตายสิ ดวงซวยชะมัด! @[ส้ม]”
……
……
แม้ว่าเจียงอวี้จะคาดการณ์ถึงความโลภและความเย็นชาในสันดานมนุษย์ไว้แล้ว แต่เมื่อได้เห็นฉากนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะหยันออกมา—
กิน “ข้าวคนตาย” แล้วยังจะมาทำปากดีอีกเหรอ?
แม่งเอ๊ย ยังเป็นคนอยู่ไหม?
เจียงอวี้รู้สึกเย็นวาบไปถึงขั้วหัวใจ
เจียงอวี้แสดงสีหน้าขยะแขยงออกมาอย่างไม่ปิดบัง เขาคลิกไปที่ไอดีของผู้เล่น [ท่องยุทธภพ] เพื่อทำการติดแท็กเครื่องหมายไว้—
คนประเภทนี้ไม่คู่ควรแก่การคบหาเลยสักนิด! คนพวกนี้เมื่อได้ผลประโยชน์ก็จะไม่นึกถึงความดีของคนอื่น แต่ถ้ามีผลประโยชน์เพียงนิดเดียวที่ตกไม่ถึงมือ พวกเขาก็จะปฏิบัติกับคุณเหมือนเป็นศัตรูที่ฆ่าแกงกันมา!
ให้ข้าวสารหนึ่งถังคือพระคุณ ให้ข้าวสารหนึ่งหาบคือศัตรู!
หลังจากถูกผู้เล่น [ท่องยุทธภพ] ทำให้สะอิดสะเอียน เจียงอวี้อยากจะปิดหน้าต่างแชทหนีไปให้พ้นหูพ้นตา แต่พอย้ายเจตจำนงไปที่เครื่องหมาย x อยู่นาน เขาก็ยังกดไม่ลง
ประโยคสุดท้ายของผู้เล่น [ส้ม] ในช่องแชทที่ว่า “ฉันกำลังจะตายแล้ว ทรัพยากรของฉันวางไว้ในตลาดซื้อขายนะ หยิบไปได้เลย” มันดูเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง และ...
ความโดดเดี่ยว
สิ่งนี้ทำให้เขานึกถึงบางเรื่องขึ้นมา
รุ่งอรุณ หรือที่เรียกว่ายามเช้าตรู่ มีคนเคยบอกว่า ท้องฟ้าก่อนรุ่งสางคือช่วงเวลาที่มืดมิดที่สุด
ท่ามกลางความมืดนั้น เจียงอวี้พ่นลมหายใจที่ขุ่นมัวออกมาเฮือกใหญ่
...เฮ้อ
ไม่กี่วินาทีต่อมา ในช่องแชทส่วนตัว
ผู้เล่น [เฟรนช์ฟรายส์ผู้หดหู่]: “คุณยังอยู่ไหม?”
……
(จบตอน)