- หน้าแรก
- นายน้อยตระกูลกู ผู้พิชิตบุตรแห่งโชค
- บทที่ 4 บุตรแห่งโชคชะตา เซียวสือซาน!
บทที่ 4 บุตรแห่งโชคชะตา เซียวสือซาน!
บทที่ 4 บุตรแห่งโชคชะตา เซียวสือซาน!
หลังจากหัวเราะร่วน เขาก็ยืนเอามือไพล่หลังอยู่บนยอดหอกระบี่ ทอดสายตามองลงไปยังผู้คนในสำนักด้วยแววตาที่เผยให้เห็นถึงความดูแคลนอย่างลึกซึ้ง
นั่นก็เพราะเขาได้เห็นความประหลาดใจอย่างรุนแรงในดวงตาของบรรดาศิษย์ หรือแม้กระทั่งผู้อาวุโส
ใช่แล้ว พวกเขาควรจะตกตะลึง สำนักกระบี่ปรกสวรรค์ก่อตั้งมาเนิ่นนานนับปี ผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งที่สุดยังทำได้เพียงก้าวขึ้นไปถึงชั้นแปดอย่างยากลำบาก ทว่ามีเพียงเขาที่เหยียบย่างเข้าสู่ชั้นเก้า และได้รับสืบทอดมรดกที่แท้จริงนั่นคือ กระดูกกระบี่แต่กำเนิด!
เขาเพียงแค่ไม่รู้ว่า สายตาของทุกคนที่มองมานั้นไม่ได้ประหลาดใจแต่อย่างใด ทว่าเป็นสายตาที่กำลังมองคนโง่เง่าต่างหาก!
เมื่อครู่นี้เขาพูดว่าอะไรนะ? ไม่เห็นแดนศักดิ์สิทธิ์หลิงเซียวอยู่ในสายตาอย่างนั้นหรือ?
แต่ตอนนี้คนของแดนศักดิ์สิทธิ์หลิงเซียวก็อยู่ตรงหน้าพวกเขานี่ไง! ยังจะมีการกระทำใดที่รนหาที่ตายไปมากกว่านี้อีกหรือ?!
ชั่วขณะนั้น ความหวาดกลัวในใจของเหล่าศิษย์ก็มลายหายไป แทนที่ด้วยความกระหายใคร่รู้ที่จะได้ชมงิ้วฉากใหญ่
ทางด้านเซียวสือซาน เขาเมินเฉยต่อฝูงชนเบื้องล่างอย่างสิ้นเชิง เขากางแขนออก สัมผัสถึงพลังอันไร้ที่สิ้นสุดภายในร่างกาย แล้วก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มมุมปาก พลางคิดในใจว่า
"ตาเฒ่า ในที่สุดข้าก็ทำสำเร็จ ตามที่ท่านเคยบอกไว้ ภายในสามวัน ข้าจะบรรลุถึงระดับผสานวิญญาณใช่หรือไม่?"
แม้จะเป็นคำถาม แต่เซียวสือซานก็ใช้น้ำเสียงที่มั่นใจไปแล้ว
ปีนี้เขาเพิ่งจะอายุเพียงยี่สิบปี ใช้เวลาบำเพ็ญเพียรสั้นมาก ทว่ากลับเข้าใกล้การทะลวงสู่ระดับที่สี่ของการบำเพ็ญเพียรแล้ว อีกทั้งความแข็งแกร่งโดยรวมของเขายังเหนือกว่าผู้คุมกฎหรือผู้อาวุโสทั่วไปเสียอีก!
อย่างไรก็ตาม คำถามของเขากลับไร้ซึ่งเสียงตอบรับ เสียงชราภาพภายในร่างกายดูเหมือนจะไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด ซึ่งทำให้เขารู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยถามสิ่งใดต่อ เสียงอันทรงอำนาจและเคร่งขรึมของท่านบรรพชนโหลวซินเยวี่ยก็ดังขึ้นจากเบื้องล่าง
"เจ้ามัวโหวกเหวกโวยวายอันใดอยู่? เหตุใดจึงไม่รีบลงมาคารวะท่านบุตรศักดิ์สิทธิ์อีก?"
"บุตรศักดิ์สิทธิ์?"
เซียวสือซานชะงักไป ไม่เข้าใจความหมายของคำเรียกขานนั้น เท่าที่เขารู้ มีเพียงแดนศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่จะมีบุตรศักดิ์สิทธิ์ แล้วสำนักเล็กๆ แห่งนี้จะมีบุตรศักดิ์สิทธิ์โผล่มาได้อย่างไร?
และคนที่เอ่ยปาก เขาย่อมรู้จักดี ทั้งยังเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เขาเข้าร่วมกับสำนักกระบี่ปรกสวรรค์แห่งนี้ด้วย!
"บังอาจ! เจ้ายืนค้ำฟ้าอยู่อีกทำไม? รีบลงมาเดี๋ยวนี้!"
น้ำเสียงของท่านบรรพชนโหลวซินเยวี่ยทวีความดุดันขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเห็นเซียวสือซานยังคงนิ่งเฉย นางก็เกรงว่าเรื่องนี้จะทำให้ท่านบุตรศักดิ์สิทธิ์พิโรธและนำภัยพิบัติมาสู่สำนัก นางจึงใช้พลังระดับแต่งตั้งราชัน ควบแน่นฝ่ามือยักษ์ขึ้นกลางอากาศ และตบเขาให้ร่วงตกลงมาในทันที!
ฝ่ามือยักษ์โปร่งแสงนั้นบดบังท้องฟ้าและแสงตะวัน พลังของระดับแต่งตั้งราชันไม่อาจดูแคลนได้เลย มันห่างไกลจากสิ่งที่เซียวสือซานในปัจจุบันจะสามารถต่อกรได้
ตูม!
หนึ่งวินาทีก่อนหน้านี้ ชายหนุ่มยังคงฮึกเหิม ทว่าวินาทีต่อมากลับถูกตบให้ร่วงลงมากระแทกพื้นราวกับสุนัขตาย สภาพดูเอน็จอนาถยิ่งนัก
กู้อู๋เฉินมองหลุมลึกเบื้องหน้าและร่างที่มองเห็นอยู่ลางๆ ภายในนั้น เขาส่ายหน้า พลางรู้สึกขบขันอยู่บ้าง
นับตั้งแต่ที่เซียวสือซานคนนี้โผล่ออกมาจากหอกระบี่ เขาก็เอาแต่เฝ้ามองอีกฝ่ายแสดงท่าทีอวดดีเงียบๆ เขาไม่จำเป็นต้องลงมือเองด้วยซ้ำ หญิงรับใช้ที่เขาเพิ่งรับมาก็จัดการสั่งสอนอีกฝ่ายให้เรียบร้อยแล้ว
เมื่อคิดได้เช่นนั้น เขาก็เปิดหน้าต่างสถานะของเซียวสือซานที่ถูกตบจนจมลงไปในหลุมลึกขึ้นมาดู
【ชื่อ: เซียวสือซาน】
【อายุ: 22 ปี】
【สถานะ: ศิษย์สำนักกระบี่ปรกสวรรค์, บุตรชายตระกูลเซียวแห่งเมืองเมฆาดำ】
【นิสัย: หยิ่งยโส, ไม่ยอมคน...】
【ระดับ: ระดับทะยานฟ้า ขั้นเก้า】
【กายา: กายาเปลวอัคคี, กระดูกกระบี่】
【ชะตากรรม: บุตรแห่งโชคชะตา】
【ความเคลื่อนไหวล่าสุด: เพื่อให้ได้มาซึ่งกายาศักดิ์สิทธิ์หยินเร้นลับของโหลวซินเยวี่ย เขาจึงเข้าร่วมสำนักกระบี่ปรกสวรรค์ บุกฝ่าหอกระบี่ ทะลวงถึงชั้นเก้า ได้รับกระดูกกระบี่แต่กำเนิด จากนั้นก็เข้าหาบรรพชนโหลวซินเยวี่ยเพื่อฝากตัวเป็นศิษย์ ได้รับการสนับสนุนจากทั้งสำนัก และระดับการบำเพ็ญเพียรก็ก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด...】
"ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง ข้าก็สงสัยอยู่ว่าทำไมเจ้าเด็กนี่ถึงวิ่งโร่มาที่สำนักแห่งนี้"
กู้อู๋เฉินพยักหน้าเงียบๆ สรรพคุณของกายาศักดิ์สิทธิ์หยินเร้นลับนั้นไม่จำเป็นต้องอธิบายให้มากความ สำหรับผู้ฝึกตนชายแล้ว มันคือของล้ำค่าที่สามารถช่วยทะลวงคอขวดได้อย่างง่ายดาย
"แค่กๆ..."
ภายในหลุมลึก ฝุ่นควันจางหายไป ร่างที่ดูสะบักสะบอมค่อยๆ ยืนขึ้นมาอย่างช้าๆ
เขาไออย่างรุนแรงสองครั้ง แววตาแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบ จ้องมองไปยังโหลวซินเยวี่ยที่โจมตีเขาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ความคิดในใจของเขากำลังเปลี่ยนไปอย่างขนานใหญ่
แผนการเดิมที่เขาเข้าร่วมสำนักกระบี่ปรกสวรรค์ คือการใช้พลังปรุงโอสถของดวงวิญญาณในร่าง เพื่อสกัดโอสถรักษาอาการบาดเจ็บให้โหลวซินเยวี่ย แน่นอนว่าเขาจะแอบผสมของแปลกๆ ลงไปเพื่อให้นางยอมสยบต่อเขา
แต่ตอนนี้ เขาเปลี่ยนใจแล้ว!
เขาไม่คิดจะรักษาอาการบาดเจ็บให้นางอีกต่อไป ทว่าเขาตั้งใจจะแย่งชิงตัวนางมาเป็นของตนโดยตรง!
ยังไงเสีย กายาศักดิ์สิทธิ์หยินเร้นลับก็มีประโยชน์แค่ครั้งเดียว อย่างมากหลังใช้งานเสร็จเขาก็แค่ทิ้งนางไป น่าเสียดายก็เพียงแค่ต้องเสียยอดฝีมือระดับแต่งตั้งราชันที่จะมาคอยเป็นผู้คุ้มกันข้างกายไปก็เท่านั้น...
เมื่อจัดการความคิดได้แล้ว เขาก็ค่อยๆ ก้าวเดินออกจากหลุมลึก ปัดฝุ่นตามร่างกาย สีหน้าหม่นหมองเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นท่าทีประจบสอพลอในทันที
"ท่านบรรพชน เมื่อครู่นี้ศิษย์ตื่นเต้นดีใจมากเกินไป โปรดอภัยให้ศิษย์ด้วยเถิดขอรับ"
ขณะที่เอ่ยปาก เขาก็ค้อมตัวลงเล็กน้อยและประสานมืออย่างนอบน้อม ท่าทีไม่ถ่อมตัวและไม่อวดดีจนเกินไป ทำราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"อืม ถ้าเป็นเช่นนั้น เหตุใดเจ้าถึงไม่รีบไปคารวะท่านบุตรศักดิ์สิทธิ์อีกล่ะ?"
โหลวซินเยวี่ยเห็นว่าท่าทีของเซียวสือซานไม่เลวนัก นางจึงไม่พูดอะไรให้มากความอีก
อย่างไรเสียนี่ก็คือศิษย์ที่สามารถบุกขึ้นไปถึงชั้นเก้าของหอกระบี่ได้ หากวันนี้ท่านบุตรศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้มาเยือนกะทันหัน บางทีอนาคตของสำนักกระบี่อาจต้องฝากความหวังไว้ที่ศิษย์ตรงหน้านี้ก็เป็นได้
กล่าวจบ นางก็เบี่ยงตัวหลบ และนั่นทำให้เซียวสือซานได้เห็นกู้อู๋เฉินที่นั่งอยู่บนบัลลังก์เก้ามังกรลอยฟ้า ดูสง่างามและเหนือธรรมดาอย่างหาเปรียบมิได้
เพียงแต่ว่า...
เมื่อเขาเห็นหลิ่วหรูเยียนยืนอยู่อย่างว่าง่ายเบื้องหลังกู้อู๋เฉิน ดวงตาของเขาก็หรี่แคบลง และลมหายใจก็หอบถี่ขึ้นมาทันที!
เขาจะไม่มีวันลืมร่างนั้น!
เขาไม่มีวันลืมสายตาดูแคลนตอนที่นางมาขอถอนหมั้น และทำกับเขาราวกับเป็นเพียงเศษสวะที่ไร้ค่า!
ทุกครั้งที่ตกอยู่ในความยากลำบาก บนความเป็นความตาย เขามักจะนึกถึงเรื่องนี้และขบกรามแน่น ที่เขาเพียรพยายามก็เพื่อที่ว่าในอนาคต เขาจะก้าวไปสู่ระดับที่น่าสะพรึงกลัว และจะเหยียบย่ำผู้หญิงคนนี้อย่างโหดเหี้ยม!
ในจังหวะที่เขาทนไม่ไหวจนแทบจะระเบิดอารมณ์ออกมาแล้วพุ่งเข้าไปสู้ตายกับสตรีผู้นั้น ความรู้สึกเย็นยะเยือกก็แล่นปราดจากหน้าอกขึ้นสู่ห้วงจิตวิญญาณ กดข่มโทสะอันไร้ที่สิ้นสุดของเขาเอาไว้
เซียวสือซานได้สติกลับคืนมามาก เขากำจี้หยกที่หน้าอกอย่างเงียบๆ เขารู้ดีว่าเป็นผลจากจี้หยกที่ทำให้เขามีสติแจ่มใสขึ้น
หลังจากนั้น เขาก็หลุบตาลงและค้อมตัวคารวะอีกครั้ง
"ศิษย์เซียวสือซาน คารวะท่านบุตรศักดิ์สิทธิ์"
ในเวลานี้เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาจึงต้องยอมคารวะบุตรศักดิ์สิทธิ์ตามที่ท่านบรรพชนร้องขอไปตามน้ำ ส่วนเรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาได้รับกลับมาคือเสียงแค่นจมูกอย่างเย็นชา
"หึ!"
"เจ้าเด็กไร้เดียงสา แค่ได้กระดูกกระบี่มาครอบครอง ก็กล้าฝันเฟื่องว่าจะเหยียบย่ำแดนศักดิ์สิทธิ์หลิงเซียวของพวกเรา ช่างน่าขันสิ้นดี"
หนึ่งในเจ้าบรรพตแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์หลิงเซียว ผู้มีอารมณ์ร้อนแรงที่สุดโพล่งขึ้นมาอย่างกะทันหัน
น้ำเสียงของเขาเจือปนไปด้วยร่องรอยของปราณแท้ แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวของระดับเทวะราชันกดทับลงมายังร่างของเซียวสือซานที่ยืนอยู่เบื้องล่างอย่างหนักหน่วง!
ต่อให้มีกระดูกกระบี่ เขาก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงเสียงดัง "กรอบแกรบ" ที่ดังลั่นออกมาจากร่าง ราวกับว่าตัวเขาจะแหลกสลายลงไปได้ทุกเมื่อ
"พวกเจ้า..."
"พรวด!"
เซียวสือซานเผชิญกับแรงกดดันอันน่ากลัวอย่างกะทันหัน สมองของเขาขาวโพลน ไม่อาจต้านทานได้แม้แต่น้อย เขากระอักเลือดออกมาคำโต พยายามพยุงร่างไม่ให้ล้มลงอย่างสุดความสามารถ
วินาทีนี้เขาแทบจะหายใจไม่ออก และเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าหลิ่วหรูเยียนนั้นได้เข้าร่วมกับแดนศักดิ์สิทธิ์หลิงเซียวไปแล้ว ในเมื่อวันนี้หลิ่วหรูเยียนมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ เช่นนั้นคนตรงหน้ากลุ่มนี้ ก็คือคนจากแดนศักดิ์สิทธิ์หลิงเซียวไม่ใช่หรอกหรือ?!