- หน้าแรก
- ระบบประเมินความเสี่ยงวันสิ้นโลก
- บทที่ 7 - ทักษะเข้าสังคมและผู้ใช้หมี่ 6 สุดหรู
บทที่ 7 - ทักษะเข้าสังคมและผู้ใช้หมี่ 6 สุดหรู
บทที่ 7 - ทักษะเข้าสังคมและผู้ใช้หมี่ 6 สุดหรู
บทที่ 7 - ทักษะเข้าสังคมและผู้ใช้หมี่ 6 สุดหรู
ทันทีที่โทรศัพท์มือถือปรากฏขึ้น ความสนใจของติงเจียก็ถูกดึงดูดไปทันที เธอถามด้วยใบหน้าประหลาดใจ
"นี่มันอะไรคะ?"
"โทรศัพท์มือถือไงครับ"
"นี่คือโทรศัพท์มือถือเหรอคะ!?"
ซูจิ้นยิ้มอย่างหล่อเหลา "ขอโทษทีครับผมลืมไป โทรศัพท์รุ่นนี้ยังไม่มีขายในตลาดประเทศเรา มันก็เลยไม่ค่อยเหมือนกับที่มีขายในตลาดเท่าไหร่"
พูดจบ เขาก็ยัดเสี่ยวหมี่ 6 ใส่มือติงเจียทันที
ติงเจียถือโทรศัพท์มือถือไว้แล้วทำตัวไม่ถูก ซูจิ้นจึงจับนิ้วของเธอเบาๆ ให้สไลด์ไปบนหน้าจอ
ปากก็พ่นคำศัพท์ที่ฟังเข้าใจยากออกมาเป็นชุดๆ อะไรประมานว่า "สิบคอร์กล้องคู่" "บางยิ่งกว่าเหรียญ" "ยิ่งใช้ยิ่งลื่นไหล" "ก้าวล้ำนำหน้า!"
"มหัศจรรย์มากเลยค่ะ! เดี๋ยวนี้โทรศัพท์เมืองนอกเขาเป็นแบบนี้กันหมดแล้วเหรอคะ? นี่มันตัวหนังสือภาษาอะไรเนี่ย?"
ติงเจียมีสีหน้าตื่นเต้น แม้ว่าบนโทรศัพท์จะมีแต่ตัวหนังสือภาษาต่างประเทศที่เธออ่านไม่ออกเลยสักตัวก็ตาม
แต่เธอกลับไม่ทันสังเกตเลยว่าหัวข้อสนทนาได้ออกทะเลไปไกลลิบแล้ว แถมมือขวายังถูกซูจิ้นกุมไว้มิดอีกต่างหาก
จนกระทั่งซูจิ้นดึงโทรศัพท์กลับคืนไป ติงเจียถึงเพิ่งรู้สึกตัว เธอรีบดึงมือกลับด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ
"ตัวหนังสือวากานด้าน่ะครับ"
"วากานด้า? มีประเทศชื่อนี้อยู่ด้วยเหรอคะ... บริษัทไหนเก่งขนาดนี้เนี่ย?" ติงเจียพึมพำกับตัวเอง
"วากานด้าเป็นประเทศเล็กๆ ครับ แต่บริษัทที่ผลิตโทรศัพท์มือถือเครื่องนี้ดังมากเลยนะ คุณลองทายดูสิครับ" ซูจิ้นยิ้มมุมปาก
"จวี๋หมี่เหรอคะ?"
"ฉลาดมากครับ!"
"โทรศัพท์เครื่องนี้ถ่ายรูปได้ด้วยนะครับ ให้ผมถ่ายให้คุณสักรูปดีไหม?" ซูจิ้นเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว
"จริงเหรอคะ?" ติงเจียแปลกใจมาก
ซูจิ้นถอยหลังไปสองก้าว ยกโทรศัพท์เสี่ยวหมี่ขึ้นมาถ่ายรูปหนึ่งแชะโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
จากนั้นเขาก็ยืนนิ่งอยู่กับที่ เปิดแอปแต่งรูป แล้วทำการปรับแต่งภาพสดๆ ตรงนั้นเลย
สิบวินาทีต่อมา รูปที่ผ่านการแต่งอย่างประณีตก็ถูกยื่นมาตรงหน้าติงเจีย
เมื่อเห็นตัวเองในโทรศัพท์มือถือที่ผิวขาวขึ้นมาอีกสองระดับ แถมยังใส่เอฟเฟกต์บิวตี้ครบจัดเต็ม ติงเจียก็ใจเต้นแรง เผลอร้องอุทานออกมา
"นี่... นี่ฉันเหรอคะ?"
ซูจิ้นทำท่าทางเกรงใจ หัวเราะแห้งๆ ออกมา "ขอโทษทีนะครับ... ยังไงมันก็เป็นแค่กล้องมือถือ เอาไปเทียบกับกล้องโปรไม่ได้หรอกครับ... การที่ถ่ายรูปคนสวยระดับสิบให้ออกมาเหลือแค่ระดับแปดก็เป็นเรื่องปกตินั่นแหละครับ"
"เอ๊ะ?" แก้มทั้งสองข้างของติงเจียแดงปลั่งขึ้นมาทันที ใบหน้าที่เคยเย็นชาก่อนหน้านี้หายไปจนหมดสิ้น "ไม่หรอกค่ะ ไม่เลย นี่ก็ถ่ายออกมาดีมากๆ แล้ว"
"งั้น... โทรศัพท์รุ่นนี้ จะหาซื้อได้ที่ไหนบ้างคะ?"
"ตอนนี้ยังไม่เข้าสู่ตลาดครับ ผมเองก็ใช้เส้นสายคนรู้จักภายในถึงซื้อมาได้ ได้ยินมาว่าต่อให้วางจำหน่ายในอนาคต ก็คงขายให้เฉพาะคนกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น"
"อ้อ..." ติงเจียมีสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย ก่อนจะถามต่อ "แล้วโทรศัพท์รุ่นนี้ราคาเท่าไหร่คะ?"
"ไม่แพงหรอกครับ แค่สองหมื่นเอง" ซูจิ้นแต่งเรื่องพูดหน้าตาเฉย
"สองหมื่น!" ติงเจียอุทานเสียงหลง แต่ก็รีบรู้ตัวว่าตัวเองเสียอาการไปหน่อย จึงหน้าแดงแล้วพูดเสริมว่า "โทรศัพท์ดีขนาดนี้ สองหมื่น... ก็ไม่แพงจริงๆ นั่นแหละค่ะ"
"ครับ ผมก็ว่าใช้ถนัดมือดี เอาไปเป็นของขวัญให้ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงก็เหมาะอยู่ เดิมทีผมตั้งใจจะให้เพื่อนหามาให้เพิ่มอีกสักหลายๆ เครื่อง แต่น่าเสียดายที่ก่อนกลับประเทศยังไม่ได้โควตาภายในเลย"
แค่สองหมื่น... ไม่แพง... หามาหลายๆ เครื่อง... แจกญาติพี่น้องเพื่อนฝูง?!
ตกลงเขารวยขนาดไหนกันเนี่ย? แถมยังหนุ่มขนาดนี้... หรือว่าเขามีภูมิหลังอะไรหรือเปล่า?
ในใจของติงเจียเกิดคลื่นลมปั่นป่วน จนกระทั่งเสียงของซูจิ้นดังชัดขึ้นมาในหูของเธอ
"คุณติงครับ ดูเหมือนเราจะออกนอกเรื่องกันไปไกลแล้วนะ"
"อ๊ะ? อา... ใช่ค่ะ ใช่" ติงเจียรีบพยักหน้ารับ
"กลับมาคุยเรื่องชิงไต้กันต่อเถอะครับ" ซูจิ้นหันไปมองตำแหน่งที่ฝูชิงใต้นั่งอยู่ด้านหลัง ถอนหายใจด้วยความกังวล "เดิมทีเด็กคนนี้ร่าเริงมากเลยนะครับ นึกไม่ถึงว่าจะถูกส่งมาที่นี่เพราะความเครียดจากชีวิตประจำวัน พูดตามตรงเห็นแล้วผมทำใจลำบากจริงๆ และผมก็ลองสังเกตอาการของเธอดูแล้ว รู้สึกว่าการอยู่ที่นี่ไม่ได้ช่วยให้อาการป่วยของเธอดีขึ้นสักเท่าไหร่เลย"
"ในทางกลับกัน การได้เปลี่ยนไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคยน่าจะส่งผลดีกับเธอมากกว่า คุณติงครับ... คุณคิดว่าเธอจำเป็นต้องอยู่ที่นี่เพื่อรับการรักษาจริงๆ เหรอครับ?"
"ความจริงแล้ว... ก็ไม่แน่เสมอไปหรอกค่ะ" ติงเจียตอบอย่างลังเล
ซูจิ้นพยักหน้า "ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกันครับ เพราะงั้นผมยังหวังว่าคุณจะช่วยผมสักครั้ง รอให้เธอกลับไปถึงบ้าน ผมสามารถหาคนมาดูแลเธอได้ และต่อให้เธอไม่ได้อยู่ที่นี่ เรื่องการกินยาหรือให้คำแนะนำต่างๆ ผมก็เตรียมพร้อมจัดการได้ ยิ่งไปกว่านั้น... นี่เรายังมีคุณอยู่อีกคนไม่ใช่เหรอครับ? คุณติงครับ ไม่ทราบว่าคุณจะสะดวกให้เบอร์โทรศัพท์ผมไว้หน่อยได้ไหม?"
ขอเบอร์โทรศัพท์เหรอ?
ติงเจียล้วงมือซ้ายเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ กำโทรศัพท์รุ่น 'เสี่ยวหลิงทง' ไว้แน่น ลังเลอยู่นานก็ไม่กล้าหยิบออกมา สุดท้ายจึงบอกเป็นตัวเลขไปตรงๆ
"ก็ได้ค่ะ คุณจดไว้นะคะ 138..."
ซูจิ้นถือโทรศัพท์มือถือ แกล้งทำเป็นกดตัวเลขตาม จากนั้นก็แกล้งทำเป็นตกใจ
"อ๊ะ ขอโทษทีครับ! ผมเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ โทรศัพท์เครื่องนี้ยังใช้โทรในประเทศไม่ได้ เอาอย่างนี้ดีไหมครับ คุณจดเบอร์โทรศัพท์ไว้ให้ผมหน่อย? รอผมทำเรื่องเอกสารเสร็จแล้ว จะโทรหาคุณ ดีไหมครับ?"
พูดจบ เขาก็ไม่สนว่าอีกฝ่ายจะตอบสนองยังไง ล้วงสมุดโน้ตออกมาฉีกกระดาษไปหนึ่งแผ่น ยื่นกระดาษกับปากกาให้ติงเจียทันที
เมื่อได้เบอร์โทรศัพท์ของอีกฝ่ายมาแล้ว ซูจิ้นก็พับเก็บอย่างดี แล้วใส่ลงในกระเป๋าเสื้อ
"คุณติงครับ เรื่องนี้คงต้องรบกวนคุณแล้วล่ะครับ"
"เอ๊ะ? ฉันบอกตอนไหนคะว่าจะรับปากคุณ?" ติงเจียกอดอกมองซูจิ้นด้วยรอยยิ้มที่มีเลศนัย
ซูจิ้นยิ้มบางๆ "นั่นสิครับ ผมนี่วู่วามไปหน่อย แต่ไม่ว่ายังไง หลังจากนี้ผมก็หวังว่าจะได้ติดต่อพูดคุยเรื่องอาการของชิงไต้กับคุณบ่อยๆ นะครับ ดูออกเลยว่าคุณติงเป็นคนสวยใจบุญ แถมยังรับผิดชอบคนไข้ดีมาก ถ้ามีเวลาผมต้องขอเลี้ยงข้าวคุณสักมื้อให้ได้เลย"
"อ้อ จริงสิ พรุ่งนี้ถ้าน้าเขยกับครอบครัวมาเยี่ยม ผมรบกวนคุณอย่าบอกเขาเรื่องที่ผมมาที่นี่นะครับ พวกเขายังไม่รู้ข่าวที่ผมกลับมาจากเมืองนอก ผมอยากจะเก็บไว้เซอร์ไพรส์พวกเขาน่ะครับ"
"เรื่องอื่นคุณอาจจะไม่ช่วยก็ไม่เป็นไร แต่เรื่องนี้รบกวนคุณช่วยผมด้วยนะครับ!"
"คุณวางใจเถอะ เรื่องนี้ฉันช่วยแน่นอน!" ติงเจียพยักหน้ารับคำ
การพูดคุยดำเนินมาถึงตรงนี้ ก็มีเสียงเรียกดังมาจากไกลๆ
ติงเจียหันไปมองแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาหาซูจิ้นด้วยสีหน้าลำบากใจ "ฉันมีงานต้องไปทำแล้ว พวกเราคุยกันแค่นี้ก่อนได้ไหมคะ?"
ซูจิ้นพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้
แต่ในจังหวะที่ติงเจียกำลังจะหันหลังเดินจากไป เขาก็ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วเรียกอีกฝ่ายไว้ "คุณติงครับ!"
"มีอะไรเหรอคะ?" ติงเจียหันกลับมา
"รูปของคุณยังอยู่กับผม... ผมขอเก็บไว้ได้ไหมครับ? ถ้ามีเวลาผมจะอัดรูปแล้วเอามาให้คุณนะครับ" ซูจิ้นยิ้มกว้าง
"อ๊ะ... ได้สิคะ!"
"รอรับโทรศัพท์ผมนะครับ สู้ๆ!"
รอยแดงบนแก้มของติงเจียที่เพิ่งจะจางหายไปกลับมาแดงระเรื่ออีกครั้ง เธอหันหลังกลับแล้ววิ่งเหยาะๆ ห่างออกไปด้วยท่าทางราวกับเด็กสาวแรกรุ่น
เมื่อมองส่งจนแผ่นหลังของติงเจียลับสายตาไป รอยยิ้มของซูจิ้นก็หุบลง
เขาล้วงกระดาษจดเบอร์โทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ขยำเป็นก้อน แล้วโยนทิ้งลงในถังขยะข้างๆ อย่างไม่แยแส
เขาก้าวเท้ายาวๆ เดินไปหาฝูชิงไต้ นั่งลงตรงหน้าเธอแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เรามาคุยกันสั้นๆ นะ ช่วงบ่ายหรือตอนเย็นวันนี้ ถ้าเธอมีเวลาว่างให้ไปชวนพยาบาลที่ชื่อติงเจียคนนั้นคุย เธอแค่บอกว่าจะแนะนำแฟนให้เธอ อยากจะจับคู่ให้เราสองคน อย่าแสดงให้มันดูปลอมเกินไปล่ะ เธอเข้าใจใช่ไหม!"
"รอจนถึงพรุ่งนี้ที่แม่ของเธอมาที่นี่ เธอไปขอให้ติงเจียช่วยพูดให้ บอกว่าเธอเหมาะที่จะกลับไปพักฟื้นที่บ้านมากกว่า ถ้าแม่เธอไม่ยอมช่วย เธอก็ร้องไห้โวยวายไปเลย จะแกล้งทำเป็นฆ่าตัวตายก็ได้... แต่ห้ามพูดถึงฉันต่อหน้าพ่อแม่เธอเด็ดขาด ทำได้ไหม?"
"ทำได้ค่ะ!" ฝูชิงไต้รับคำอย่างหนักแน่น
"ดี ตอนนี้บอกที่อยู่บ้านของเธอมาหน่อย วันนี้ฉันจะไปดูสถานการณ์ และจะพยายามตั้งหลักแหล่งแถวบ้านเธอให้เร็วที่สุด ถ้าฉันเช่าบ้านได้แล้ว จำไว้นะว่าห้องไหนที่มีกระดาษสีขาวสองแผ่นแปะอยู่ตรงหน้าต่าง นั่นคือบ้านของฉัน"
ฝูชิงไต้ไม่ได้ตอบคำถามในทันที แต่เม้มริมฝีปากล่างพลางลังเล "พี่ชาย... หนูยังมีคำถามอีกข้อ ขอถามได้ไหมคะ?"
"ว่ามา"
"พี่จะช่วยหนูแค่คนเดียวเหรอคะ?"
"ก็ใช่น่ะสิ เธอคิดว่าฉันจะช่วยคนได้กี่คนกันเชียว?" ซูจิ้นตอบโดยไม่ต้องคิด
ใบหน้าของฝูชิงไต้เปลี่ยนเป็นซีดเผือด เธอหดตัวถอยหลัง "ไม่ได้นะคะ! พ่อแม่ของหนู พี่ก็ต้องช่วยด้วย! แล้วก็เพื่อนหนูอีก... พี่จะช่วยหนูแล้วปล่อยให้คนอื่นตายต่อหน้าต่อตาไม่ได้นะคะ!"
ได้ยินแบบนั้น ซูจิ้นก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที!
"เธออย่ามาเรียกร้องอะไรมากมาย ฉันบอกเธอเลยนะว่าสองสามวันนี้ฉันอารมณ์ไม่ค่อยดี รำคาญผู้หญิงเว้ย!"
"งั้นหนูยอมตายดีกว่า... หนูรอดอยู่คนเดียวแล้วมันจะมีความหมายอะไร?" ฝูชิงไต้ตัวสั่นเทา จ้องมองซูจิ้นอย่างดื้อดึง
ซูจิ้นพูดไม่ออก ในหัวพยายามคิดหาวิธีรับมือ
ผ่านไปชั่วอึดใจ เขาก็พูดขึ้น "คนอื่นฉันยังไม่รับปาก แต่พ่อแม่ของเธอฉันจะช่วยให้ได้ แบบนี้โอเคไหม?"
วิเคราะห์ตามหลักเหตุผลแล้ว พ่อแม่ของฝูชิงไต้ ไม่ว่าจะยังไงเขาก็ต้องช่วย!
เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียวไม่มีทางเอาชีวิตรอดได้ด้วยตัวเองแน่ และที่พึ่งพิงใหญ่ที่สุดที่จะรับประกันการอยู่รอดของเธอก็คือพ่อแม่ของเธออย่างไม่ต้องสงสัย
ไม่แน่ว่าอาจจะช่วยให้ภารกิจของเขาลุล่วงได้เร็วขึ้นด้วยซ้ำ
เมื่อได้ยินเขารับปาก แววตาของฝูชิงไต้ก็ผ่อนคลายลง เธอพยักหน้าช้าๆ สองครั้ง
"หนูเข้าใจแล้ว... แค่ช่วยพ่อแม่หนูก็พอค่ะ พี่ชาย หนูรู้ว่าหนูไม่มีสิทธิ์ไปเรียกร้องอะไรจากพี่... แต่หนูกลัวจริงๆ..."
ฝูชิงไต้ตาแดงก่ำ เอื้อมมือไปด้านหลัง หยิบสมุดโน้ตสามเล่มออกมายื่นให้เขา
ซูจิ้นรับสมุดมาเปิดดูด้วยความสงสัย....
สมุดเล่มแรก บันทึกเรื่องราวความฝันทั้งหมดของฝูชิงไต้ ทุกรายละเอียดถูกจดเอาไว้หมด ส่วนไหนที่จำไม่ค่อยได้ก็มีการทำเครื่องหมายไว้อย่างชัดเจน
สมุดเล่มที่สอง บันทึกเกร็ดความรู้ในชีวิตประจำวันเอาไว้มากมาย รวมทั้งคลิปข่าวจากหนังสือพิมพ์
สมุดเล่มที่สาม ด้านในมีแผนที่เมืองหลงซานสอดอยู่ มีการระบุตำแหน่งสถานที่สำคัญเอาไว้ ทั้งร้านขายข้าวสาร โรงพยาบาล สถานีตำรวจ... ส่วนที่เหลือก็บันทึกที่อยู่บ้านของฝูชิงไต้ แผนที่วาดมือคร่าวๆ รวมไปถึงจุดกระจายตัวของซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยา และสถานีจ่ายก๊าซในบริเวณใกล้เคียงกับหมู่บ้าน
"นี่... นี่เธอจดเองทั้งหมดเลยเหรอ?!" ซูจิ้นมองฝูชิงไต้ด้วยความตกตะลึง
ฝูชิงไต้พยักหน้า "พี่ชาย... หนูรู้ว่าพี่จะต้องมาตามหาหนู แล้วหนูก็เดาว่าพี่อาจจะเป็นมนุษย์ต่างดาว หนูเลยกลัวว่าพี่จะไม่คุ้นเคยกับที่นี่ ก็เลยเตรียมข้อมูลพวกนี้ไว้ล่วงหน้าน่ะค่ะ"
"หนูยังมีเงินอยู่อีกหมื่นกว่าหยวน ฝังอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าตึกที่บ้านหนูเลย หน้าตึกมีต้นไม้อยู่แค่ต้นเดียวหาง่ายมากค่ะ บนลำต้นหนูทำจุดสีแดงเอาไว้ เงินฝังอยู่ใต้จุดสีแดงนั่นแหละค่ะ"
"เท่าไหร่นะ? เด็กนักเรียนอย่างเธอไปเอาเงินเยอะแยะขนาดนี้มาจากไหน? เธอเป็นลูกเศรษฐีเหรอ?" ซูจิ้นตกตะลึงเป็นครั้งที่สอง!
ฝูชิงไต้หน้าแดงแจ๋ อึกอักอยู่นาน ในที่สุดก็ก้มหน้าตอบ "เมื่อ... เมื่อช่วงก่อนหนูไปขอยืมเพื่อนผู้ชายที่โรงเรียนมาค่ะ... ยืมมาเป็นร้อยคนเลย..."
"พระเจ้าช่วย..." ซูจิ้นอึ้งกิมกี่ "อายุแค่นี้ก็รู้จักหลอกเอาเงินผู้ชายแล้วเหรอ?"
"หนูไม่ได้หลอกนะ!!" ฝูชิงไต้ตะโกนเถียงด้วยความอับอายปนโมโห แต่ชั่วพริบตาน้ำเสียงก็อ่อนลง บ่นอุบอิบว่า "หนูก็ไม่ได้บอกสักหน่อยว่าจะไม่คืน.. ถ้าพวกเขาไม่ตายหนูคืนให้แน่นอนค่ะ ต่อให้ต้องไปรับจ้างหรือขายเลือดก็เอามาคืน..."
"ดีมาก! ดีมาก!" ซูจิ้นเอ่ยชมซ้ำๆ ตอนนี้สายตาที่เขามองฝูชิงไต้เต็มไปด้วยความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด
เด็กสาวอายุสิบกว่าขวบ รู้ว่าวันสิ้นโลกกำลังจะมาถึง จึงพยายามส่งสัญญาณเตือนทุกคน ต้องแบกรับข้อกังขาและความเข้าใจผิดมากมาย แต่ก็ยังลุกขึ้นมาลงมือทำ จนกระทั่งถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลจิตเวชก็ยังไม่ยอมแพ้
ความสามารถในการรับมือกับความกดดันและการลงมือทำอย่างเด็ดเดี่ยวแบบนี้ ทำเอาผู้ใหญ่บางคนยังต้องอาย
ข้อมูลและเงินที่เธอให้มานั้นมีประโยชน์มหาศาลเลยทีเดียว
แม่พระ... แบบนี้จะเป็นแม่พระได้ยังไง! นี่มันนางฟ้าชัดๆ!
เป็นลูกค้าที่มีคุณภาพสูงมาก... เธอไม่น่าจะเป็นตัวถ่วงเขาแน่ๆ
ซูจิ้นเก็บสมุดทั้งสามเล่มลงกระเป๋า จ้องมองฝูชิงไต้ด้วยสีหน้าจริงจัง "ทำได้ดีมาก เรื่องที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง ฉันจะรอเธออยู่ข้างนอก... เธอผอมเกินไปแล้วนะ สองสามวันนี้ก็พยายามกินให้อิ่มๆ หน่อยล่ะ"
"หนูรู้ค่ะ ฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่พี่เลยนะคะ... พี่ชาย"
(จบแล้ว)