- หน้าแรก
- การกลังชาติมาเกิดของสุดยอดผู้เยียวยา
- บทที่23:ธุรกิจแรก
บทที่23:ธุรกิจแรก
บทที่23:ธุรกิจแรก
บทที่23:ธุรกิจแรก
หลังจากสงบอารมณ์ของตัวเองลงได้แล้วสวีเฟิงก็ไม่คิดจริงๆ ว่า
วายุแผ่วจะกลายเป็น “แม่ห่านทองคำ” ได้ถึงขนาดนี้
ความตรงไปตรงมา รวมถึงความกล้าที่พร้อมทุ่มเงินมหาศาลออกมาในพริบตาแบบนี้
ถือว่าน่าชื่นชมอย่างมาก
สวีเฟิงยอมรับเลยว่า เขาประทับใจในตัวเธอไม่น้อย
ถึงขั้นอยากตอบตกลงทันทีด้วยซ้ำ
แต่สุดท้าย…
เขาก็ไม่ได้ทำแบบนั้น
และไม่ใช่ว่าเขากำลังเล่นตัวหรือทำเป็นวางท่าด้วยเงินจำนวนนี้น่าประทับใจจริง ๆ
รวมถึงเขาก็ค่อนข้างชอบนิสัยแบบนี้ของวายุแผ่วเช่นกัน
อย่างไรก็ตามยังมี “หลักการ” ของเขาอยู่
หรือก็คือการรีดมูลค่าออกมาให้ได้มากที่สุดหากเขาตอบสนองคำขอของวายุแผ่วทันที
จนเสี่ยงทำให้สูญเสีย “หุ้นส่วนธุรกิจ” คนอื่นในอนาคตไป
นั่นถือว่าไม่คุ้มค่าเลยแม้แต่น้อย
ในฐานะนักหากำไรเขาจำเป็นต้องรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้เล่นสายทุนทุกคนเอาไว้
และต้องมั่นใจว่า ทุกคนจะได้รับ “โอกาสที่ยุติธรรม”
แน่นอนว่า…
คำว่า “ยุติธรรม” ในความหมายของสวีเฟิงก็คือ
เขาจะเป็นคนกำหนดเองว่าใครสมควรได้รับความสำเร็จอะไรต่างหาก
‘ก็ในเมื่อเธอร้อนใจขนาดนี้…’
‘แถมฉันก็รับปากจะช่วยให้เธอได้รางวัลเคลียร์ครั้งแรกอยู่แล้ว’
‘จะรีบไปทำไมกันล่ะ?’
สวีเฟิงดันแว่นขึ้นเล็กน้อย
ก่อนตัดสินใจตอบกลับวายุแผ่ว
เพราะหากปล่อยไว้นานกว่านี้ อีกฝ่ายอาจเริ่มกระวนกระวายมากเกินไป
ผู้ใช้นิรนาม:วายุแผ่ว ฉันรู้สึกเป็นเกียรติกับข้อเสนอของคุณมากแต่น่าเสียดายที่ฉันไม่ใช่คนที่ลงประมูลโพชั่นพวกนั้นถึงอย่างนั้น…ฉันก็ยังสามารถรับเงินของคุณได้อยู่ดีเพียงแต่เงื่อนไขจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย
วายุแผ่ว:เปลี่ยนเงื่อนไข? หมายความว่ายังไง?
ผู้ใช้นิรนาม:สิ่งที่ฉันหมายถึงก็คือฉันจะไม่ได้ขายโพชั่นเป็นชุดให้คุณแต่ฉันสามารถ “รับประกัน” ได้ว่าพวกคุณจะได้รางวัลเคลียร์ครั้งแรกแลกกับเงิน 150,000 ดอลลาร์
วายุแผ่ว:ราคาที่นายเรียก…ถือว่าสูงมากเลยนะ
ผู้ใช้นิรนาม:ฉันไม่คิดว่ามันจะแพงเกินไปหรอกถ้ามันหมายถึงการได้ ออกตัวก่อนกิลด์อื่นที่กำลังแข่งขันกับคุณอยู่ฉันมั่นใจว่าตอนนี้คุณเองก็กำลังต้องการผลงานบางอย่างเหมือนกันเงินเพิ่มอีก 50,000 ดอลลาร์คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับคนระดับคุณหรอก จริงไหม?
วายุแผ่ว:เงินจำนวนนั้นไม่ใช่ปัญหาก็จริงแต่ถ้านายล้มเหลวล่ะ?ทำไมฉันต้องเชื่อด้วยว่านายจะทำสำเร็จได้?
ทันทีที่อ่านข้อความนี้จบ
สวีเฟิงก็ยกยิ้มเย็นชาออกมาเล็กน้อย
“จับเธอได้แล้ว…แม่ห่านทองคำตัวน้อยของฉัน”
เขาพึมพำเบา ๆ
คราวนี้ สวีเฟิงไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดโน้มน้าวอะไรเพิ่มเติมอีกแล้ว
เขาส่งไฟล์แนบกลับไปให้เธอโดยตรงทันที
และภายในไฟล์แนบนั้น…
คือ “สัญญา” ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของระบบดีไวซ์เวิลด์
ซึ่งรับประกันว่า ไม่มีฝ่ายใดสามารถผิดสัญญาได้เด็ดขาด…ผู้ใดก็ตามที่ละเมิดสัญญาจะไม่มีทางหลบหนีบทลงโทษของระบบไปได้เด็ดขาด
เว้นเสียแต่ว่า พวกเขาจะยอมบอกลาดีไวซ์เวิลด์ไปตลอดกาล
ขณะเดียวกัน
อีกฟากหนึ่งของป่า
วายุแผ่วกำลังตกตะลึงกับเงื่อนไขในสัญญาตรงหน้า
‘ผู้เล่นคนนี้…ยิ่งคุยด้วยก็ยิ่งลึกลับขึ้นเรื่อย ๆ จริง ๆ’
สุดท้ายแล้ว
วายุแผ่วก็ทำได้เพียงยอมรับความพ่ายแพ้ในรอบนี้
เพราะดูเหมือนอีกฝ่ายจะมองเธอทะลุปรุโปร่งราวกับเปิดหนังสืออ่าน
เมื่อมีสัญญาจากระบบรับรองแบบนี้
เธอก็ย่อมรู้สึกมั่นใจในการร่วมมือมากขึ้น
ท้ายที่สุดแล้ว
อีกฝ่ายระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่า
หากการพิชิตดันเจี้ยนล้มเหลว
เธอจะได้รับโพชั่นเป็นชุดฟรีทันที
และคุณภาพของมันจะไม่ด้อยกว่าโพชั่นที่ถูกนำออกประมูลในตลาดประมูลก่อนหน้านี้เลย
ยิ่งไปกว่านั้น
เงินทั้งหมดที่เธอจ่ายไปก็จะถูกคืนกลับมาเต็มจำนวนอีกด้วย
กล่าวคือต่อให้ล้มเหลว เธอก็ไม่ได้สูญเสียอะไรเลย
แถมยังได้โพชั่นเพิ่มกลับมาอีกต่างหาก
‘หึ…’
‘บอกว่าไม่ใช่คนที่เอาโพชั่นไปลงประมูล…’
‘แต่กลับมั่นใจว่าจะคืนโพชั่นคุณภาพสูงกว่าให้ฉันได้ถ้าล้มเหลว?’
‘นี่มันแทบจะสารภาพอยู่แล้วว่ามีโพชั่นระดับสูงกว่าอยู่ในมือ’
‘แล้วก่อนหน้านี้ก็แค่ตั้งใจปั่นฉันเล่นเท่านั้นเอง…’
วายุแผ่วถึงกับพูดไม่ออก
เมื่อย้อนกลับไปคิดถึงบทสนทนาก่อนหน้านี้ทั้งหมดอีกครั้งแม้จะรู้เต็มอกว่าตัวเองถูกอีกฝ่ายหลอกเล่นมาตลอด
แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี
เพราะตอนนี้ ฝ่ายที่ถือความได้เปรียบอยู่…คืออีกฝ่ายทั้งหมด
และหากเธอทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจขึ้นมา
คนคนนั้นก็สามารถเปลี่ยนหุ้นส่วนธุรกิจได้ทันทีโดยแทบไม่เสียอะไรเลย
แต่ในทางกลับกัน…
เธอไม่มีทางเลือกแบบนั้นเลยแม้แต่น้อย
“เกิดอะไรขึ้น วายุแผ่ว?”
วายุโรยราหันมาถามด้วยสีหน้ากังวล
“เธอดูเครียดๆ นะ…”
“หรือเป็นเพราะผู้เล่นปริศนาคนนั้นอีกแล้ว?”
“ทำไมไม่บล็อกเขาไปเลยล่ะ?”
ทันทีที่วายุโรยราพูดจบ
วายุแผ่วก็ยกนิ้วขึ้นดีดหน้าผากเธอเบา ๆ
ก่อนเอ่ยตำหนิด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจเล็กน้อย
“พูดอะไรไร้สาระแบบนั้นกัน?”
“ถ้าฉันบล็อกเขาไป…”
“แล้วเธอจะหาโพชั่นต้านทานไฟมาให้ฉันเป็นชุดได้หรือไง?”
วายุโรยราลูบหน้าผากตัวเองอย่างน่าสงสาร
ก่อนส่งสายตาเหมือนลูกสุนัขถูกแกล้งไปให้เธอ
“อ่านสัญญานี่ดูเองก็แล้วกัน แล้วเธอจะเข้าใจ”
วายุแผ่วส่งรายละเอียดของสัญญาให้อีกฝ่ายทันที
เพราะขี้เกียจอธิบายด้วยตัวเองแล้ว
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง
วายุโรยราก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
เธอแทบจะเผลอตะโกนออกมา
แต่โชคดีที่วายุแผ่วไวพอจะรีบปิดปากเธอเอาไว้ก่อน
“ชู่!”
“อย่าส่งเสียงดัง”
“เรื่องนี้เป็นความลับระดับสูง”
เธอเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง
วายุโรยราพยักหน้ารัว ๆ ทันทีเพื่อแสดงว่าเข้าใจแล้ว
เธอเองก็ไม่ได้โง่ถึงขั้นคิดว่าจะมีใครกล้าละเมิดสัญญาที่อยู่ภายใต้การดูแลของระบบ
ก่อนที่ดีไวซ์เวิลด์จะเปิดให้บริการ
ก็เคยมีเกม VRMMORPG อื่นมาก่อนแล้วเช่นกัน
และระบบของเกมเหล่านั้น ก็สามารถทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมสัญญาได้เหมือนกัน
ที่ผ่านมา
ไม่เคยมีแม้แต่ครั้งเดียว
ที่ระบบจะปล่อยคนซึ่งละเมิดเงื่อนไขในสัญญารอดพ้นจากบทลงโทษไปได้
“ในเมื่อเซ็นสัญญาไปแล้ว…”
“มันก็มีผลทันทีใช่ไหม?”
“งั้นตอนนี้พวกเราต้องทำยังไงต่อ?”
วายุโรยราถามออกมา
พร้อมรีบถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างรวดเร็ว
หลบการดีดหน้าผากรอบสองได้อย่างหวุดหวิด
เมื่อเห็นนิ้วของตัวเองค้างอยู่กลางอากาศวายุแผ่วก็กลอกตาใส่อีกฝ่ายอย่างเหนื่อยใจเล็กน้อย
ก่อนอธิบายออกมา
“แน่นอนว่าต้องรีบให้สมาชิกทุกคนเก็บเลเวลให้เร็วที่สุด”
“ถึงคนคนนั้นจะยังไม่ได้ระบุเวลาแน่ชัด…”
“แต่พวกเราก็ต้องรีบไปให้ถึงเงื่อนไขที่เขาตั้งเอาไว้ก่อน”
“เข้าใจแล้ว!”
“เดี๋ยวฉันจะไปบอกให้ทุกคนเร่งมือให้มากขึ้นเอง!”
วายุโรยราตอบทันที
ก่อนจะรีบวิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็ว
ท่าทางของเธอไม่ต่างอะไรจากเด็กที่ทำผิดแล้วกำลังพยายามหนีจากการลงโทษของแม่เลยแม้แต่น้อย
มองแผ่นหลังของวายุโรยราที่กำลังวิ่งหายไป
วายุแผ่วก็อดสงสัยไม่ได้ว่า…
สักวันหนึ่ง เธอจะสามารถใช้ชีวิตอย่างอิสระและไร้กังวลแบบนั้นได้บ้างหรือเปล่า
ไม่ต้องคอยระวังภาพลักษณ์ของตัวเอง
หรือสนใจสายตาและความคิดเห็นของคนอื่นอยู่ตลอดเวลา
วายุแผ่วถอนหายใจเบา ๆก่อนปิดหน้าต่างข้อความลงช้า ๆ
จากนั้นจึงเดินกลับไปรวมกลุ่มกับวายุโรยรา รวมถึงสมาชิกคนอื่นของกิลด์วายุเงินอย่างเงียบ ๆ
ดูเหมือนว่า
พวกเขาคงต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่นี่ต่อไปจนกว่าสมาชิกทุกคนจะมีเลเวลมากพอ
สำหรับการบุก “ถ้ำเพลิงผลาญ” อย่างแท้จริง