เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่22:กอบโกยมหาศาล

บทที่22:กอบโกยมหาศาล

บทที่22:กอบโกยมหาศาล


บทที่22:กอบโกยมหาศาล

ทันทีหลังจากที่สวีเฟิงยอมรับชะตากรรมของตัวเองในฐานะ “คนจน” ได้แล้ว

เขาก็หันไปเปิดฟอรัมเกมต่อทันที

จักรวรรดิเอเธเรีย  เมืองริเวอร์วูด

-การปรากฏตัวครั้งแรกของโพชั่นต้านทานในตลาดประมูล!

-โพชั่นต้านทานไฟ 4 ขวด ถูกซื้อทันทีในราคา 1 เหรียญเงินต่อขวด!

-หรือรางวัลเคลียร์ครั้งแรกของดันเจี้ยนกำลังจะถือกำเนิดขึ้นแล้ว!?

แน่นอนว่า

กระแสพูดคุยในฟอรัมเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว

จากเดิมที่ทุกคนกำลังสนใจ “ผู้เล่นปริศนา” ที่สามารถขึ้นไปชั้นบนของศาลากลางเมืองได้

ตอนนี้ ทุกสายตากลับหันไปจับจ้อง “โพชั่นต้านทานไฟ” ในตลาดประมูลแทนแล้ว

ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ในความคาดหมายของสวีเฟิงตั้งแต่แรก

เขารู้อยู่แล้วว่า ประเด็นเรื่องโพชั่นจะต้องกลบกระแสก่อนหน้าอย่างสมบูรณ์แน่นอน

เพราะแบบนั้นเองเขาจึงไม่ได้กังวลเลยแม้แต่น้อยกับพวกผู้เล่นที่ยังนั่งเฝ้าเขาอยู่ในล็อบบี้ศาลากลางเมืองราวกับคนโง่

ท้ายที่สุดแล้ว

โพชั่นที่สวีเฟิงเพิ่งขายออกไป กำลังถูกจับตามองอย่างหนัก

ทั้งหมดเป็นเพราะดันเจี้ยนเริ่มต้นใกล้เมืองริเวอร์วูด “ถ้ำเพลิงผลาญ”

ก่อนเข้าสู่ดันเจี้ยนแห่งนั้น

ระบบจะมีข้อความเตือนอย่างชัดเจนว่า

ภายในดันเจี้ยนมีสภาพแวดล้อมร้อนจัดอย่างรุนแรง

และแนะนำให้ผู้เล่นเตรียมค่าต้านทานไฟเอาไว้ให้พร้อม

เพราะเหตุนี้เองผู้เล่นในภูมิภาคจึงเริ่มตื่นตัวกันมากขึ้น

พร้อมพยายามค้นหาอุปกรณ์หรือไอเทมที่สามารถเพิ่มค่าต้านทานไฟได้

แน่นอนว่า

ก็ยังมีผู้เล่นบางประเภทที่เมินคำเตือนของระบบโดยสิ้นเชิง พวกเขาเชื่อว่าดันเจี้ยนเริ่มต้นคงไม่มีอะไรน่ากลัว

ก่อนจะรีบพุ่งเข้าไปอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม

และสุดท้าย…

ก็ถูกเล่นงานจนสภาพเละเทะกลับออกมาไม่เพียงความทนทานของอุปกรณ์จะลดฮวบอย่างหนัก

พวกเขายังติดสถานะผิดปกติจากสภาพแวดล้อมอีกด้วยแม้การตายในดันเจี้ยนจะไม่ได้มีบทลงโทษรุนแรงมากนัก

แต่ปัญหาคือ

ผลกระทบจากสภาพแวดล้อมอันตรายยังคงติดตัวอยู่ แม้จะฟื้นคืนชีพแล้วก็ตาม

ด้วยเหตุนี้เอง

ผู้เล่นจำนวนมากจึงเริ่มตาสว่าง

และเข้าใจในที่สุดว่าการบุกดันเจี้ยนโดยไม่เตรียมตัวให้พร้อมนั้น เป็นเรื่องโง่เง่าขนาดไหน

‘ก็ต้องขอบคุณพวกคนโง่ที่รีบบุกไปก่อนนี่แหละ…’

‘ถึงได้ทำให้คนอื่นรู้ว่าการเตรียมตัวมันสำคัญแค่ไหน’

‘ไม่อย่างนั้นโพชั่นของฉันคงขายง่ายขนาดนี้ไม่ได้หรอก’

สวีเฟิงคิดในใจอย่างอารมณ์ดี

ตั้งแต่แรกแล้วเขาเลือกสังเคราะห์โพชั่นต้านทานไฟด้วยเหตุผลที่ชัดเจน

หลังจากตรวจสอบภูมิภาคและดันเจี้ยนที่เปิดอยู่ในตอนนี้เขาก็ตัดสินใจทันทีว่านี่คือสินค้าที่เหมาะที่สุดสำหรับขาย

เพราะหากต้องการขายของให้ได้กำไร

สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ว่าของของคุณ ดีแค่ไหน

แต่คือมัน เป็นที่ต้องการหรือไม่ ต่างหาก

ท้ายที่สุดแล้ว

ต่อให้สินค้าของคุณยอดเยี่ยมเพียงใด

ถ้าไม่มีคนต้องการใช้มันมันก็ไร้ค่าอยู่ดี

และนี่ก็คือหลักการของอุปสงค์และอุปทานนั่นเอง

‘จากนั้นค่อยปล่อยขายเป็นชุดทีหลังแล้วกัน’

สวีเฟิงยกยิ้มอย่างชั่วร้าย

เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ซื้อเลือกถ่วงเวลา หรือคิดจะรอดูว่าจะมีโพชั่นออกมามากกว่านี้หรือไม่

เขาจึงตัดสินใจ “เติมเชื้อไฟ” เข้าไปอีกเล็กน้อย

และแน่นอนว่า

ตอนตั้งกระทู้ในฟอรัม เขายังคงใช้ตัวตนผู้ใช้นิรนามเช่นเดิม

-วิธีใช้งานโพชั่นต้านทานไฟ และแนวทางพิชิตถ้ำเพลิงผลาญ

ด้วยชื่อกระทู้แนวล่อคลิกแบบนี้สวีเฟิงก็เริ่มเปิดเผยข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับวิธีเคลียร์ดันเจี้ยนออกมา

แน่นอนว่าข้อมูลเหล่านั้นเป็นส่วนผสมระหว่าง “ความจริง” และ “คำโกหก”

จุดประสงค์ของกระทู้นี้ง่ายมากเขาต้องการสร้าง “ภาพลวงตา” ให้ผู้ซื้อรู้สึกว่าดันเจี้ยนแห่งนี้สามารถเคลียร์ได้จริง

และหากไม่รีบลงมือ

รางวัลเคลียร์ครั้งแรกอาจถูกคนอื่นแย่งไปได้ทุกเมื่อมันเป็นแผนการอันชั่วร้าย

ที่จะทำให้ผู้เล่นเหล่านั้นไปได้ถึงช่วงกลาง หรือแม้แต่ช่วงท้ายของดันเจี้ยน

แต่สุดท้ายก็ “ขาดอีกนิดเดียว” อยู่ทุกครั้ง

เมื่อเผชิญกับสถานการณ์แบบนั้นซ้ำๆ

ความกระหายที่จะประสบความสำเร็จ

รวมถึงความเชื่อที่ว่า “อีกนิดเดียวก็จะผ่านได้แล้ว”

จะค่อยๆ ครอบงำจิตใจของพวกเขาโดยไม่รู้ตัว

และเมื่อถึงเวลานั้น…

เขาก็จะกลายเป็นเหมือน “เทพเจ้า”

ที่คอยหยิบยื่นโพชั่นเป็นชุดๆ ให้พวกเขาซื้อไปลองใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า

‘อาาา~’

‘ฉันนี่ใจกว้างเกินไปจริง ๆ’

สวีเฟิงทอดถอนใจอยู่ภายในใจ

ราวกับกำลังแบกรับภาระอันหนักอึ้งจากการเป็นคนจิตใจดีเกินไป

ขณะที่เขากำลังชื่นชมตัวเองอย่างอารมณ์ดี

จู่ๆ ก็มีข้อความส่วนตัวเด้งขึ้นมา…

สวีเฟิงสะดุ้งเล็กน้อย

ก่อนเปิดอ่านข้อความนั้นขึ้นมา

และสิ่งที่เห็นก็ทำให้เขาประหลาดใจไม่น้อย

วายุแผ่ว:นายยังมีโพชั่นต้านทานไฟเหลืออีกเท่าไร? ฉันต้องการซื้อพวกมันด้วยเงินจริง

‘ดูเหมือนว่าวายุแผ่วคนนี้…สมองจะทำงานได้ดีทีเดียว’

สวีเฟิงยิ้มบางๆ

ไม่ใช่ว่าเขาไม่คิดว่าวายุแผ่วจะติดต่อกลับมาอีก

ท้ายที่สุดแล้ว

ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งบอกเธอไปว่า สามารถช่วยให้เธอคว้ารางวัลเคลียร์ครั้งแรกของถ้ำเพลิงผลาญได้

จากนั้นไม่นาน

ก็มีผู้เล่นปริศนานำ “โพชั่นต้านทานไฟ” มาลงประมูลพอดี

ถ้าเธอไม่สามารถเชื่อมโยงสองเรื่องนี้เข้าด้วยกันได้เลย

หรือแม้แต่ “สงสัย” ว่าเขาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

งั้นเขาคงผิดหวังในตัวเธอจริงๆ

อย่างไรก็ตาม

สิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจเล็กน้อยคือ “ความรวดเร็ว” ที่เธอส่งข้อความมาหาเขา

ถ้าเป็นตัวเขาเอง

อย่างน้อยก็คงรอดูสถานการณ์ก่อนสักพักหรืออ้อมไปคุยเรื่องอื่นก่อนค่อยวกเข้าประเด็น

ไม่มีทางเปิดมาตรงๆ ด้วยการถามราคาแบบนี้แน่นอน

แถมยังเสนอจะใช้ “เงินจริง” จ่ายอีกต่างหาก

แต่เมื่อเธอเลือกทำแบบนี้

มันก็หมายความว่า เธอสูญเสีย “ความได้เปรียบในการต่อรอง” ไปแล้วตั้งแต่ต้น

ยิ่งไปกว่านั้น

เขายังสามารถปฏิเสธได้ง่ายๆ อีกด้วย

ว่าไม่ใช่คนที่ลงประมูลโพชั่นเหล่านั้นแล้วเธอมีหลักฐานอะไรพิสูจน์เขากันล่ะ?

ขณะเดียวกัน

ดูเหมือนว่าวายุแผ่วจะเริ่มกระวนกระวาย หลังจากไม่ได้รับการตอบกลับจากเขา

เธอจึงรีบส่งข้อความมาอีกครั้ง

วายุแผ่ว:ฉันสามารถให้เงินนาย 100,000 ดอลลาร์ ถ้านายยอมขายโพชั่นเป็นชุดให้ฉัน

‘เริ่มร้อนใจแล้วสินะ…’

สีหน้าของสวีเฟิงพลันจริงจังขึ้นเล็กน้อย

เมื่อเขาตระหนักได้ถึงสถานการณ์ตรงหน้าแม้ดีไวซ์เวิลด์จะเพิ่งเปิดให้บริการได้ไม่นาน

แต่กระแสความนิยมและความคลั่งไคล้ของมันนั้นรุนแรงอย่างมาก

ดังนั้นอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินจริงกับเงินในเกมจึงพุ่งสูงอย่างน่าตกใจ

100 เหรียญทองแดง = 1 เหรียญเงิน

และในช่วงเวลานี้

1 เหรียญทองแดงในเกม

มีมูลค่าประมาณ 10 ดอลลาร์

นั่นหมายความว่า

1 เหรียญเงินจะเท่ากับ

100 × 10 ดอลลาร์ = 1,000 ดอลลาร์

ดังนั้น

100 เหรียญเงินก็จะมีมูลค่าเท่ากับ

100 × 1,000 ดอลลาร์ = 100,000 ดอลลาร์

แน่นอนว่า

อัตราแลกเปลี่ยนพวกนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของเกม

แต่ในตอนนี้

วายุแผ่วกำลังเสนอราคาที่สูงกว่ามูลค่าปกติถึงเกือบ 90%

ต่อให้เขานำโพชั่นออกขายเป็นชุดๆ จริง

กำไรสูงสุดที่น่าจะทำได้

ก็คงอยู่ราว 50-60 เหรียญเงินเท่านั้น

หรือประมาณ 50,000 ถึง 60,000 ดอลลาร์

ซึ่งยังห่างไกลจากจำนวนเงินที่วายุแผ่วเสนอมาอย่างมาก

‘นี่ฉันกำลังเจอแม่ห่านทองคำเข้าจริงๆ สินะ…’

แว่นของสวีเฟิงสะท้อนประกายแสงวาบเย็นเยียบขึ้นมาในพริบตา

หลังจากเขามองเห็น “โอกาสกอบโกยมหาศาล” ตรงหน้าอย่างชัดเจน

จบบทที่ บทที่22:กอบโกยมหาศาล

คัดลอกลิงก์แล้ว