- หน้าแรก
- การกลังชาติมาเกิดของสุดยอดผู้เยียวยา
- บทที่9:ขี้ขลาดและขี้กลัว
บทที่9:ขี้ขลาดและขี้กลัว
บทที่9:ขี้ขลาดและขี้กลัว
บทที่9:ขี้ขลาดและขี้กลัว
หลังจากปิดประตูอย่างแน่นหนา
สวีเฟิงก็ยิ้มขื่นออกมา พร้อมสงสัยว่ามีใครกำลังเล่นตลกกับเขาอยู่หรือเปล่า
ทำไมกันนะ?
ทั้งๆ ที่เหลือเวลาอีกแค่ประมาณหนึ่งนาที ก่อนที่เขาจะถูกส่งออกไปอยู่แล้วแท้ๆ
แล้วทำไมพวกยามถึงต้องมาตรวจสอบข้อมูลเอาตอนนี้ด้วย?
รอให้เขาถูกส่งออกไปก่อนค่อยตรวจไม่ได้หรือไง!?
‘เฮ้อ…หรือว่านี่จะเป็นระบบของดีไวซ์เวิลด์กำลังแกล้งฉันอยู่’
‘หรือไม่ก็บทลงโทษที่ฉันพยายามโกงเพื่อชิงความได้เปรียบตั้งแต่ช่วงต้นเกม?’
สวีเฟิงเกาหัวเบาๆ ขณะครุ่นคิดถึงความบังเอิญจนน่าหงุดหงิดนี้
แต่น่าเสียดายเขาแทบไม่มีเวลาจะคิดอะไรต่อ
เพราะเสียงทุบประตูจากด้านนอกดังขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่หยุด
“ไอ้คนโกหกต่ำช้า เปิดประตูเดี๋ยวนี้!”
“ไม่อย่างนั้น บทลงโทษของเจ้าจะยิ่งรุนแรงกว่าเดิม!”
เหล่ายามตะโกนด้วยความเดือดดาล
“โอ้ ตอนนี้พวกแกเพิ่งอยากทำตัวเหมือนมนุษย์ แล้วคิดจะหลอกฉันกลับงั้นเหรอ?”
สวีเฟิงกลอกตา รู้สึกว่าสถานการณ์ตรงหน้าช่างน่าขำสิ้นดี
เห็นได้ชัดว่า ถ้าเขาเชื่อคำพูดที่ว่าบทลงโทษจะไม่รุนแรงล่ะก็เขาก็คงโง่เต็มทีแล้ว
ทั้งหลอกลวงพวกยาม ทั้งกวาดสมุนไพรจากสวนสมุนไพรเกือบหมด
ไม่ว่าเรื่องไหน…ก็เป็นความผิดร้ายแรงทั้งนั้น
ปัง!
เสียงกระแทกประตูดังสนั่นขึ้นอีกครั้ง สะท้อนไปทั่วทั้งสวนสมุนไพร
ทำให้สวีเฟิงเริ่มตื่นตัวมากขึ้น
เขาดันแว่นขึ้นเล็กน้อย
ก่อนจะตระหนักได้ว่า ตัวเองประเมินความโกรธและความต้องการจับกุมของพวกยามต่ำเกินไป
แต่ถึงสถานการณ์จะดูเลวร้ายเพียงใด
สวีเฟิงกลับสงบนิ่งกว่าก่อนหน้านี้เสียอีก
“หยุดทุบประตูสักทีได้ไหม?”
“ฉันจะเปิดให้อยู่แล้ว แต่แรงกระแทกเมื่อกี้ทำให้สวนข้างในเสียหายไปเยอะเลย”
เขาตะโกนออกไปเสียงดัง
“ดีที่เจ้ารู้ตัวว่าทำผิด!”
“รีบเปิดประตูแล้วรับบทลงโทษซะ!”
“ข้าสัญญาว่าหากเจ้าให้ความร่วมมือ พวกเราจะเมตตาเจ้าเป็นพิเศษ!”
เสียงยามตอบกลับมาทันที
“ฉันก็อยากเปิดเร็วๆ เหมือนกัน”
“แต่ต้องขอบคุณคนที่ทุบประตูนั่นแหละ ตอนนี้ข้างในเละไปหมดแล้ว”
“ดินกระจายเต็มพื้น สมุนไพรหลายต้นยังถูกกระแทกจนหลุดรากอีก”
“ถ้าฉันไม่รีบจัดการตอนนี้ พวกมันจะสูญเสียสรรพคุณทางยาเอาได้”
ทันใดนั้น บรรยากาศด้านนอกก็เงียบลงทันที
ราวกับพวกยามกำลังครุ่นคิดว่า ควรจัดการอย่างไรต่อดี
ส่วนสวีเฟิงน่ะเหรอ?
แน่นอนว่าเขากำลังพูดมั่วล้วนๆ
สวนสมุนไพรศักดิ์สิทธิ์จะพังเพราะโดนทุบประตูไม่กี่ครั้งงั้นเหรอ?
เรื่องไร้สาระชัด ๆ!
แต่จุดประสงค์หลักของคำพูดพวกนั้น ก็คือการถ่วงเวลาต่างหาก
ขณะเดียวกัน มันยังทำให้พวกยามต้องหยุดคิดชั่วคราวอีกด้วย
เพราะในมุมมองของพวกมัน สวีเฟิงถูกขังอยู่ข้างในอยู่แล้ว
ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องรีบจับกุมทันที
แต่หากสมุนไพรได้รับความเสียหาย หรือสูญเสียสรรพคุณทางยา
เพราะถ้าพวกมันไม่ยอมปล่อยให้เขาจัดการล่ะก็ความผิดก็จะตกอยู่ที่พวกยาม ไม่ใช่เขา
มันคือคำโกหกที่ทั้งร้ายกาจและเจ้าเล่ห์ ซึ่งสวีเฟิงแต่งขึ้นสดๆ ตรงนั้นเลย
และไม่เพียงแต่ได้ผลอย่างยอดเยี่ยมเท่านั้น
มันยังช่วยให้เขามีเวลาพอ จะกวาดสมุนไพรอีก30เปอร์เซ็นต์ที่เหลือได้อีกด้วย
ก่อนหน้านี้ เขาจำเป็นต้องระวังการกระทำของตัวเอง
และหลีกเลี่ยงการแตะต้องสมุนไพรส่วนกลาง ที่อยู่ในสายตาของพวกยามโดยตรง
แต่ตอนนี้
ในเมื่อหน้ากากสุภาพของเขาถูกเปิดโปงไปแล้ว
ก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องเกรงใจอีกต่อไป
การปล่อยสมุนไพรล้ำค่าแบบนี้ทิ้งไว้ ทั้งๆที่มีโอกาสเอามันไปได้
สำหรับสวีเฟิงแล้วนั่นต่างหากคือบาปของจริง
บาปที่ร้ายแรงเสียจน อาจทำให้ทั้งตระกูลถูกสาปไปอีกหลายชั่วอายุคนเลยทีเดียว
“ขอเทพเกมจงอวยพร…ที่สร้างNPCให้หลอกง่ายขนาดนี้เถอะ”
สวีเฟิงภาวนาอย่างจริงใจ ขณะกวาดสมุนไพรทั้งสวนอย่างรวดเร็ว
ผลประโยชน์ที่เขาได้รับในวันนี้
หากใช้มันอย่างถูกวิธีล่ะก็ สามารถเปลี่ยนเป็นเงินจริงได้มากกว่าหลายเท่าตัวแน่นอน
แต่ในขณะที่เขากำลังฉลองอยู่ในใจนั้นเอง
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงทุบประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง
และครั้งนี้ รุนแรงกว่าเดิมมาก
‘อะไรกัน? พวกมันไม่โดนหลอกงั้นเหรอ?’
‘ไม่สิ…เป็นไปไม่ได้’
‘ตอนที่ฉันพูดเรื่องสมุนไพรเสียหาย พวกยามชัดเจนว่าลังเลไปแล้ว’
สวีเฟิงตกตะลึงอยู่ชั่วขณะ
เขาไม่เข้าใจว่า อะไรที่ทำให้พวกยามกลับมาตัดสินใจได้เด็ดขาดขนาดนี้
ต้องมีตัวแปรบางอย่าง ที่ทำให้แผนตบตาของเขาล้มเหลวแน่ๆ
เมื่อสถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไปในทางเลวร้ายอย่างรวดเร็ว
สวีเฟิงก็ถอยไปยังสุดกำแพง พยายามเว้นระยะห่างจากประตูทางเข้าให้มากที่สุด
“ถ้าตอนนี้ฉันไม่ใช่นักบวชศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็นจอมเวทล่ะก็ คงถ่วงเวลาได้มากกว่านี้…”
เขาขมวดคิ้วแน่น เริ่มตระหนักถึงข้อเสียของคลาสนักบวชศักดิ์สิทธิ์ในช่วงต้นเกม
ในฐานะนักบวชศักดิ์สิทธิ์เลเวล1 เขามีสกิลที่ใช้งานได้ค่อนข้างจำกัด
จำเป็นต้องเพิ่มเลเวลก่อน ถึงจะปลดล็อกความสามารถที่มีประโยชน์มากขึ้น
ปัจจุบัน ต้นไม้สกิลของสวีเฟิงมีทั้งหมด 5 สกิล
• ฟื้นฟู
• เกราะคุ้มครองศักดิ์สิทธิ์
• แสงพิพากษา
• พรแห่งความกล้า
• เพลิงศักดิ์สิทธิ์
และจากทั้งหมดนั้นมีเพียง “เพลิงศักดิ์สิทธิ์” เท่านั้น ที่สามารถสร้างความเสียหายให้ศัตรูได้จริงๆ
ทันทีที่สวีเฟิงเสริมบัฟสนับสนุนให้ตัวเองเสร็จ
เสียงระเบิดดังสนั่นก็กึกก้องไปทั่วสวนสมุนไพร
ตูมมม!
ประตูถูกพังเปิดออกด้วยพละกำลังอันรุนแรงของเหล่ายาม
เศษไม้และซากประตูกระจายปลิวไปทั่วบริเวณ
“ยอมจำนนเดี๋ยวนี้!”
“ไม่อย่างนั้น เจ้าจะได้พบกับความตายอันแสนทรมาน ไอ้คนโกหกต่ำช้า!”
หนึ่งในยามยกหอกขึ้น พร้อมตะโกนเตือนด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
“ในเมื่อเป็นแบบนี้…ก็ดูเหมือนพวกเจ้าจะไม่เปิดทางเลือกให้ข้าแล้ว”
สวีเฟิงถอนหายใจอย่างจนใจ ตระหนักได้ว่าคงหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าไม่ได้อีกต่อไป
แต่แทนที่จะตื่นตระหนก
สวีเฟิงกลับหยิบ “บัวเพลิงสุริยัน” ที่เก็บมาได้ก่อนหน้านี้ออกมาอย่างใจเย็น
เขาประคองสมุนไพรล้ำค่าไว้ในมือซ้าย
ก่อนจะร่ายสกิลเพลิงศักดิ์สิทธิ์
เปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ลุกขึ้นใกล้สมุนไพร จนเหล่ายามถึงกับสูดลมหายใจด้วยความตกใจ
“อย่าบีบข้าไปมากกว่านี้…”
“ข้าเป็นเพียงคนที่ค่อนข้างขี้ขลาดและขี้กลัว”
“หากพวกเจ้าขยับกะทันหัน หรือส่งเสียงดังเกินไป…”
“สมุนไพรต้นนี้อาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจก็ได้”
น้ำเสียงของสวีเฟิงสั่นเล็กน้อย ราวกับเต็มไปด้วยความหวาดกลัวจริงๆ
แต่ภาพตรงหน้ากลับทำให้เหล่ายามลังเลขึ้นมาทันที
เพราะพวกมันเห็นชัดเจนว่า เปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์นั้นอยู่ใกล้สมุนไพรเกินไปจริงๆ