เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่2:การเตรียมตัว

บทที่2:การเตรียมตัว

บทที่2:การเตรียมตัว


บทที่2:การเตรียมตัว

เวลาผ่านไปหลายนาทีแล้ว นับตั้งแต่สวีเฟิงเห็นวันที่และเวลาบนโทรศัพท์ของจ้าวไค ในตอนแรก เขายังคิดว่ามันอาจเป็นเพียง ภาพลวงตา ของอดีต

แต่ความเจ็บปวดจากตอนที่จ้าวไคคว้าบ่าของเขา… มันชัดเจนเกินกว่าจะอธิบายว่าเป็นแค่ภาพหลอนได้

และยิ่งไปกว่านั้น สวีเฟิงยังสังเกตเห็นว่า ของสำคัญหลายอย่างของเขา…หายไป

โดยเฉพาะสมาร์ทวอช สวีเฟิงไม่สนใจจ้าวไคอีกต่อไป เขาผลักมือของอีกฝ่ายออก ก่อนจะลุกขึ้นยืน

สายตาเย็นลงเล็กน้อย เขาต้องตรวจสอบสถานการณ์ของตัวเอง…ให้ชัดเจน

การกระทำของเขาทำให้จ้าวไคถึงกับยืนงงอยู่กับที่

‘เฟิงนี่มัน…นอนมากไปจนสติเริ่มหลุดแล้วหรือไง?’

จ้าวไคอดคิดไม่ได้

พฤติกรรมที่ผิดปกติ รวมถึงบรรยากาศรอบตัวของสวีเฟิงในตอนนี้  แตกต่างจากภาพจำของเขาอย่างสิ้นเชิง

ในขณะเดียวกัน  สวีเฟิงแทบไม่สนใจปฏิกิริยาของจ้าวไคเลยแม้แต่น้อย

เขาเดินวนไปทั่วห้องหอพัก สายตากวาดมองทุกอย่างอย่างละเอียด

ระหว่างนั้น…

ระหว่างที่ตรวจสอบ สวีเฟิงถึงกับ “หยิกแขนตัวเองอย่างแรง”ความเจ็บแล่นขึ้นมาอย่างชัดเจน ไม่ใช่ภาพลวงตา…ไม่ใช่ความฝัน

มัน “เป็นความจริง” ทุกอย่าง

“หรือว่า…ฉันจะย้อนกลับมาในอดีตจริง ๆ?” เขาพึมพำกับตัวเอง หัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ทั้งตื่นเต้น…และหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน “การเกิดใหม่” คำคำนี้ ใคร ๆ ก็เคยได้ยิน

แต่การที่มันเกิดขึ้นจริงกับตัวเอง… มันเป็นอีกเรื่องหนึ่งโดยสิ้นเชิง

แล้วจะมีใครกัน… ที่ไม่อยากได้โอกาสแบบนี้? โอกาสที่จะย้อนกลับไป และแก้ไขทุกการตัดสินใจในชีวิต

“ไค…มานี่หน่อย”

สวีเฟิงเอ่ยเรียก พลางตัดสินใจทดสอบบางอย่าง เพื่อยืนยันข้อสันนิษฐานของตัวเอง

จ้าวไคขมวดคิ้วด้วยความงุนงง แต่ก็ยังเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว

ทว่า…ทันทีที่เข้ามาในระยะประชิด

ผัวะ!

หมัดของสวีเฟิงพุ่งเข้าใส่แก้มของจ้าวไคอย่างไม่ลังเล แรงกระแทกทำให้อีกฝ่ายเซถอยหลัง

รอยช้ำปรากฏขึ้นบนใบหน้าในพริบตา

ในขณะเดียวกัน สวีเฟิงเองก็รู้สึกถึงความเจ็บแปลบที่ฝ่ามือ

ความรู้สึกนั้น…ชัดเจนเกินไป ไม่ใช่ภาพลวงตา ไม่ใช่ความฝัน

‘มันเป็นความจริง…!!’

สวีเฟิงกำหมัดแน่น ความรู้สึกชาที่ปลายนิ้วยังหลงเหลืออยู่ และในวินาทีนั้นเอง เขาก็ยืนยันได้อย่างสมบูรณ์ เขา…ย้อนเวลากลับมาแล้วจริง ๆ

แน่นอนว่า…จะด่วนสรุปตอนนี้ก็อาจจะเร็วเกินไป

แต่สวีเฟิง…ไม่คิดจะใส่ใจอีกแล้ว

เพราะเขาสังเกตได้ว่า สายตาของตัวเองพร่ามัวเล็กน้อย ซึ่งหมายความว่า ตอนนี้เขายังไม่ได้ใส่คอนแทคเลนส์

เขากวาดสายตามองไปรอบห้องอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพบแว่นตาคู่เก่าของตัวเองสวีเฟิงหยิบมันขึ้นมา…แล้วสวมลงบนใบหน้าภาพทุกอย่างกลับมาชัดเจนอีกครั้ง

ส่วนเรื่องที่ต่อยหน้าจ้าวไคไปหนึ่งหมัด…

สวีเฟิงยังถือว่า “ออมมือ” แล้วด้วยซ้ำ

หลังจากสวมแว่นเรียบร้อย เขาก็เดินตรงไปยังกระจก สายตาจับจ้องเงาสะท้อนของตัวเอง เมื่อได้มองตัวเองในตอนนี้… สวีเฟิงก็อดรู้สึกขมขื่นขึ้นมาเล็กน้อยไม่ได้

ร่างกายในปัจจุบันของเขาสูงโปร่ง รูปร่างค่อนข้างธรรมดา ไม่ได้โดดเด่นหรือทรงพลังเหมือนบางคนที่มีสรีระแข็งแกร่งสะดุดตา

เส้นผมสีน้ำตาลที่ปกติจะถูกจัดทรงอย่างเรียบร้อย ตอนนี้กลับยุ่งเหยิงจากการเพิ่งตื่นนอน ดูไม่ได้โดดเด่นอะไรนัก ออกจะธรรมดาเสียด้วยซ้ำ

ส่วนแว่นทรงสี่เหลี่ยมของเขา…ยิ่งทำให้คนอื่นมองว่าเขาเป็นพวกเนิร์ดเข้าไปอีก

‘เฮ้อ…ดูท่าคงต้องมีอะไรให้ทำอีกเยอะ ถ้าอยากได้ร่างกายแบบเดิมกลับมา’

ด้วยมุมมองในตอนนี้ สวีเฟิงประเมินตัวเองว่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของคนปกติเสียด้วยซ้ำ

ขณะที่เขากำลังไม่พอใจกับสภาพร่างกายของตัวเอง จ้าวไคที่โดนต่อยไปเมื่อครู่…ก็เริ่มตั้งสติได้ในที่สุด

ตอนแรก เขาถึงกับมึนงงไปหมด ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับหมัดที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว

ถึงเขาจะบ่น จะโวยวายใส่สวีเฟิงอยู่บ่อย ๆ แต่ก็ไม่เคยคิดเลยว่าอีกฝ่ายจะสวนกลับด้วยหมัดจริง ๆ พวกเขาเป็นเพื่อนกัน  และโดยปกติแล้ว…เพื่อนก็มักจะหยอกล้อกันแบบนี้ (หรอ555)

“วันนี้นายเป็นอะไรไปวะ เฟิง?”

จ้าวไคพยายามควบคุมอารมณ์ ก่อนจะเพ่งมองชายตรงหน้าอย่างพิจารณา พฤติกรรมของสวีเฟิงวันนี้…มันแปลกเกินไปจริง ๆ

แปลกจนแม้แต่รอยช้ำบนแก้มของเขา…ยังแทบไม่สำคัญ

“ไม่มีอะไร แค่อยากต่อยหน้านายเฉย ๆ”

สวีเฟิงตอบสั้น ๆ ไม่คิดจะอธิบายอะไรให้มากความ

เรื่องอย่าง “การย้อนเวลา” น่ะ… สำหรับคนทั่วไปก็เป็นแค่ตำนานหรือเรื่องแต่งที่ใคร ๆ ก็เคยฝันอยากให้เกิดขึ้น

เพราะงั้น ถ้าเขาเปิดปากพูดออกไปว่า ตัวเองย้อนกลับมาเกิดใหม่จริง ๆคนอื่นคงมองว่าเขา…สติไม่สมประกอบไปแล้ว

เมื่อได้ยินคำตอบแบบนั้น จ้าวไคก็สูดหายใจลึก ก่อนจะพยายามระงับอารมณ์เขาเลือกจะไม่เถียงในตอนนี้

เพราะ “การแข่งขันของโรงเรียน” สำคัญกว่า พวกเขาไม่มีเวลามานั่งเสียไปกับเรื่องไร้สาระอีกแล้ว

“เอาละ ไปกันเถอะ การแข่งขันของโรงเรียนกำลังจะเริ่มแล้ว”

จ้าวไคไม่รอให้สวีเฟิงตอบ เขาคว้าแขนอีกฝ่าย แล้วลากออกไปทันที

แต่เพียงไม่ถึงวินาที สวีเฟิงก็สะบัดมือเขาออก ยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ขยับ

“ไค…การแข่งขันของโรงเรียนน่ะ ช่างมันเถอะ” น้ำเสียงของเขาสงบนิ่ง แต่แฝงด้วยความแน่วแน่

ถ้าเป็นในอดีต เขาอาจมองว่าการแข่งขันนี้สำคัญ

แต่ตอนนี้…

พรุ่งนี้ ดีไวซ์เวิลด์ จะเปิดให้บริการแล้ว เขาไม่มีเหตุผลเลยที่จะเสียเวลา ไปกับการแข่งขันโรงเรียนที่ไร้ความหมาย

เพราะทันทีที่ ดีไวซ์เวิลด์ เปิดตัว ความสนใจของทั้งโลก จะถูกดึงเข้าไปสู่ “โลกเสมือน” อย่างสมบูรณ์

แม้แต่บริษัทใหญ่ ๆ ยังไม่อาจต้านทานเสน่ห์ของ ดีไวซ์เวิลด์ ได้..เพราะมันไม่ใช่แค่เกมเสมือนธรรมดาอีกต่อไปแต่มันคือ “เกม” ที่จะเปลี่ยนแปลงโลกทั้งใบ

“นายพูดจริงเหรอ เฟิง?”

จ้าวไคถึงกับชะงัก มองสวีเฟิงราวกับเห็นคนแปลกหน้า ไม่กี่วันก่อน อีกฝ่ายยังพูดอยู่เลยว่าจะติด “ท็อป 10” ให้ได้แต่ตอนนี้กลับบอกให้ “ช่างมัน”?

นี่มันล้อกันเล่นหรือไง?

“ถ้านายอยากไปก็ไปเถอะ แต่ไม่ต้องนับฉัน” สวีเฟิงตอบอย่างเรียบเฉย

เขารู้ดีว่า ต่อให้พูดมากแค่ไหน ก็ไม่มีทางทำให้จ้าวไคยอมล้มเลิกการแข่งขันโรงเรียนได้

ดังนั้นเขาจึงไม่คิดจะเสียเวลาอธิบาย ทันทีที่พูดจบ เขาก็หันตัวไปทางมุมซ้ายของห้องแล้วเดินออกไปโดยไม่ลังเล

เมื่อได้รับโอกาสแบบนี้แล้ว สวีเฟิงไม่มีทางเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียวไปกับเรื่องไร้สาระอย่างการแข่งขันโรงเรียน

สิ่งที่เขาต้องทำมีเพียงอย่างเดียว..เตรียมตัวให้พร้อม…สำหรับ ดีไวซ์เวิลด์

เขาจะใช้ “ข้อมูลจากอนาคต” ที่มีอยู่ในมือให้เกิดประโยชน์สูงสุด

‘การตัดสินใจในอดีตของฉัน…ถือเป็นบทเรียนราคาแพงจริง ๆ’

สวีเฟิงยกยิ้มเย็น

ในเมื่อเขาได้เรียนรู้แล้ว ครั้งนี้…เขาจะไม่ยอมให้ใครเหยียบย่ำเขาได้อีก

หลังจากออกจากโรงเรียน  สวีเฟิงก็ไม่เสียเวลาแม้แต่น้อย

เขามุ่งหน้าไปยังถนนการค้าโดยตรง ในหัวของเขาชัดเจนอยู่แล้ว

มีของสองอย่างที่ “จำเป็นต้องได้” ในตอนนี้

หนึ่ง…หมวกเสมือนจริง

สอง…น้ำแห่งชีวิต

หมวกเสมือนจริง…แน่นอนว่าเป็นอุปกรณ์สำหรับเชื่อมต่อเข้าสู่โลกเกมเสมือน

ส่วนน้ำแห่งชีวิต คือสิ่งประดิษฐ์ล้ำค่าที่ช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจ พร้อมทั้งยกระดับสภาพร่างกายให้ดีขึ้น

ในอดีต สวีเฟิงไม่มีทางซื้อน้ำแห่งชีวิตแม้แต่ขวดเดียว เพราะราคาของมัน…สูงเกินจริง แม้จะเป็นเกรดต่ำก็ตาม

แต่ความคิดนั้น…เป็นขอเขาในอดีต ไม่ใช่ตัวเขาในตอนนี้ เมื่อเข้าใจถึงคุณค่าที่แท้จริงของมันแล้ว

ถ้ายังไม่ซื้อทั้งที่มีเงินพอ…ก็คงเป็นคนโง่เต็มที

น่าเสียดายเพียงอย่างเดียว

เงินเก็บทั้งหมดของเขา สามารถซื้อได้แค่ “หมวกเสมือนจริงหนึ่งชิ้น” กับ “น้ำแห่งชีวิตสองขวด” เท่านั้น

“ขอบคุณที่ใช้บริการนะคะ ยอดรวมทั้งหมด 5,700 ดอลลาร์ค่ะ” พนักงานหญิงหลังเคาน์เตอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงหวาน

พลางจัดแพ็กสินค้าให้เขาอย่างเรียบร้อย

ท่าทีแบบนั้น…ไม่ได้ทำให้สวีเฟิงรู้สึกแปลกใจแม้แต่น้อย

ใครกันจะไม่พูดจาหวาน ๆ เมื่อมีลูกค้ากระเป๋าหนักใช้เงินไปมากขนาดนี้?

แม้ในหัวใจจะปวดร้าวเล็กน้อย แต่สวีเฟิงก็กัดฟันจ่ายเงินทั้งหมดอย่างไม่ลังเล ในพริบตาเดียวเงินเก็บทั้งชีวิตของเขาก็หายวับไปกับตา

รวมถึงเงินทุนการศึกษาที่เขาเก็บสะสมไว้ด้วย

หมวกเสมือนจริงราคา 1,500 ดอลลาร์

ส่วนน้ำแห่งชีวิต…ขวดละ 2,100 ดอลลาร์

ถ้ามีนักเรียนคนอื่นรู้ว่า เขาใช้เงินเก็บทั้งหมดไปกับการช้อปปิ้งครั้งเดียวแบบนี้ คงเป็นลมล้มพับไปตรงนั้นแน่นอน

หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว สวีเฟิงก็รีบกลับหอพัก

ทันทีที่ถึงห้อง เขาก็เปิดน้ำแห่งชีวิตขวดหนึ่ง แล้วดื่มมันลงไปทันที

เพียงอึกเดียว น้ำแห่งชีวิตราคาสูงก็ถูกดื่มจนหมด

แต่ทันทีหลังจากนั้น รอยยิ้มพึงพอใจก็ปรากฏบนใบหน้าของสวีเฟิง เพราะการเปลี่ยนแปลง…เกิดขึ้นในทันที

‘เฮ้อ…ถึงสภาพร่างกายตอนนี้จะยังไม่สมบูรณ์นัก แต่ก็พอใช้งานได้แล้ว…’

‘ส่วนสภาพจิตใจสดชื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด’

สวีเฟิงพยักหน้าเล็กน้อย อย่างน้อย เงินที่เสียไป…ก็ไม่ได้สูญเปล่า

ในขณะเดียวกัน ภายในหอประชุมของโรงเรียน

ความวุ่นวายกำลังก่อตัวขึ้น ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า จะมีนักเรียน “ถอนตัว” จากการแข่งขันเพียงเพราะไม่ปรากฏตัว

“ไอ้สวีเฟิงนี่มันหยิ่งจริง ๆ นะ กล้าดียังไงถึงโดดการแข่งขันของโรงเรียนแบบนี้?” เสียงวิจารณ์เริ่มดังขึ้นรอบด้าน

“พวกแกจะไปรู้อะไร? สวีเฟิงมันรู้ขีดจำกัดของตัวเองดี เลยไม่กล้ามาน่ะสิ ฮ่า ๆ!”

“ดูนั่นสิ ไม่ใช่จ้าวไคเหรอ? เป็นเพื่อนกับสวีเฟิงแท้ ๆ แต่ดูหน้ามันสิซีดเป็นผี แถมยังมีรอยช้ำที่แก้มอีก สงสัยตอนนี้คงเสียใจที่เคยคบมันเป็นเพื่อนแล้วล่ะมั้ง”

เสียงหัวเราะและคำดูถูกดังขึ้นรอบด้าน  สายตาจำนวนมากหันไปจับจ้องที่จ้าวไค

‘เฟิง…แกนี่มันสร้างเรื่องเก่งจริง ๆ’

จ้าวไคได้แต่ยืนอึ้ง สีหน้าซับซ้อน ตอนแรกเขาคิดว่าสวีเฟิงแค่ล้อเล่น  แต่ใครจะไปคิด…ว่าอีกฝ่ายจะไม่มาจริง ๆ

จบบทที่ บทที่2:การเตรียมตัว

คัดลอกลิงก์แล้ว