เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 818 - คนหลอกลวง

บทที่ 818 - คนหลอกลวง

บทที่ 818 - คนหลอกลวง


บทที่ 818 - คนหลอกลวง

ต้องยอมรับว่า ในหมู่ผู้เล่นนั้นมีคนฉลาดอยู่ไม่น้อย พวกเขาได้มอบแรงบันดาลใจให้กับโรเกอร์ไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้งแล้ว

เหมือนกับในครั้งนี้ โรเกอร์ยังไม่ทันได้เขียนเรื่องของ "การสัมผัสฟืน" ลงในหน้าเว็บบอร์ดทางการเพื่อแจ้งให้ผู้เล่นคนอื่นทราบเลยด้วยซ้ำ แต่กลับมีคนคาดการณ์เรื่องของจักรวรรดิกราดได้ใกล้เคียงกับความจริงมาก

ดูเหมือนว่า จะต้องเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมให้ผู้เล่นได้รับรู้ และให้พวกเขาร่วมกันระดมสมองเสียหน่อยแล้ว...

เมื่อคิดได้ดังนี้ โรเกอร์ก็เก็บเรื่องนี้ไว้ในใจ และจัดให้อยู่ในตารางงานที่ต้องทำต่อไป

นี่ไม่ใช่ว่าเขาก่อนหน้านี้ไม่ให้ความสำคัญในด้านนี้ หรือไม่ได้แชร์ข้อมูลกับผู้เล่นแต่อย่างใด

เพียงแต่ช่วงนี้มีเรื่องยุ่ง ๆ เข้ามามากเกินไป เริ่มตั้งแต่สถานที่ชุมนุมเทพเจ้าปีศาจ ต่อด้วยการเลื่อนระดับเทียนวิญญาณและเว่อร์ชันใหม่ เรื่องราวมันประดังประเดเข้ามาทีละอย่าง เขาจึงจำเป็นต้องเรียงลำดับความสำคัญและค่อยเป็นค่อยไป

"จักรวรรดิกราด เพลิงฟืนแห่งดวงจันทร์ และเพลิงฟืนแห่งฝันร้าย... ศูนย์กลางของการสำรวจต่อไป ก็วางไว้ที่สองด้านนี้แล้วกัน"

หลังจากโรเกอร์พิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตัดสินใจวางจุดเน้นของการสำรวจเกาะฟืนเทียนในลำดับต่อไปไว้ที่นี่

......

เนื่องจากโรเกอร์เริ่มวุ่นอยู่กับการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมลงในบอร์ด และคัดกรองพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับจักรวรรดิกราด ดังนั้นในส่วนของดันเจี้ยนที่ท่าเรือเพลิงฟากฝั่งจึงยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในขณะนี้

ทว่ากาลเวลาไม่เคยรอใคร มันมีแต่จะพุ่งทะยานไปข้างหน้าเสมอ

ความรู้สึกแปลกใหม่ที่ท่าเรือเพลิงฟากฝั่งเคยมอบให้ผู้เล่นเริ่มค่อย ๆ จางหายไป สถานการณ์ในพื้นที่ส่องสว่างของดันเจี้ยนต่าง ๆ ก็ถูกผู้เล่นสำรวจจนเกือบหมดสิ้นแล้ว

ความจริงคือ ในปัจจุบันกลุ่มผู้เล่นมีจำนวนมหาศาลมาก เมื่อคนส่วนใหญ่หันไปทุ่มเทให้กับการสำรวจในด้านใดด้านหนึ่ง ย่อมได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพอย่างมหาศาล

สิ่งที่ชวนให้รู้สึกเสียดายเล็กน้อยคือ ในพื้นที่ส่องสว่างเหล่านี้ ไม่ได้มีข้อมูลหรือไอเทมที่มีค่าเป็นพิเศษมากนัก

แน่นอนว่า ความประหลาดใจเล็ก ๆ น้อย ๆ นั้นยังมีมาอย่างต่อเนื่อง เรื่องราวของเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ ในดินแดนแห่งการเผาไหม้เริ่มมีความชัดเจนและลึกซึ้งยิ่งขึ้นตามการค้นพบข้อความและบันทึกต่าง ๆ

ผู้เล่นแต่ละกลุ่มเริ่มปรับตัวเข้ากับแพตช์ใหม่นี้ได้แล้ว

เนื่องจากการปรากฏตัวของสายเลือดเปลี่ยนอาชีพใหม่ ๆ มากมาย เหล่าผู้เล่นใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่เกมจึงเริ่มหันมาพิจารณาสายเลือดมนุษย์มากขึ้น และเติบโตแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วโดยอาศัยคู่มือจากเหล่าผู้เล่นขาประจำ ค่อย ๆ ทำความคุ้นเคยกับโลกใบนี้ และมอบเลือดใหม่ให้กับเกาะฟืนเทียนอย่างไม่ขาดสาย

เหล่าผู้เล่นระดับกลางย่อมปรับจังหวะและก้าวเข้าสู่เส้นทางที่ถูกต้องได้ตั้งนานแล้ว และได้ค้นพบรวมถึงยืนยันทิศทางและรูปแบบการต่อสู้ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองจากการต่อสู้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ลำดับต่อไปคือการรวบรวมเศษเสี้ยวแห่งฟืน ซึ่งนี่คือเกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับการเป็นผู้เล่นขาประจำ เมื่อมีเศษเสี้ยวแห่งฟืนแล้ว พวกเขาถึงจะสามารถทำเรื่องอื่น ๆ ได้มากขึ้น

ส่วนกลุ่มผู้เล่นขาประจำที่มีกายาเศษฟืนอยู่แล้ว ในตอนนี้พวกเขากำลังวุ่นอยู่กับเรื่องเดียว นั่นคือการได้รับกายาแกร่งกร้าว แล้วมุ่งหน้าไปสู่ "โลหิตหลับใหล" ในแดนเทพราตรีกาลต่อไป

เชื่อว่าอีกไม่นาน จำนวนผู้เล่นที่มีโลหิตหลับใหลจะพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหันแน่นอน

ส่วนอย่างหลี่เหมี่ยวและเหล่าผู้เล่นขาประจำระดับท็อปคนอื่น ๆ ย่อมยุ่งอยู่กับภารกิจส่วนตัวของแต่ละคน

......

ช่วงนี้หลี่เหมี่ยวพึ่งพาไคนาร่าวนเวียนอยู่แถวจอมเวทเบอร์ตัน และทุ่มเททรัพยากรมหาศาลลงไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ไคนาร่าสามารถปรับตัวเข้ากับวิชาเวทและคำภาวนาได้เร็วขึ้น และเริ่มเรียนรู้ด้วยตัวเองได้

ศักยภาพของไคนาร่านั้นมหาศาลมาก หลี่เหมี่ยวจึงจำเป็นต้องขัดเกลาเธออย่างหนัก

......

เรื่องนี้ทำให้นักตกปลาถึงกับตาค้าง ไอ้เพื่อนยากหลี่เหมี่ยวในตอนนี้ดูเหมือนจะโดนยัยผีสาวไซเบอร์นั่นสูบวิญญาณไปหมดแล้ว ถึงขั้นไม่ยอมพาเขาไปเล่นด้วยกันเลย

มารดามันเถอะ เพื่อนกินเพื่อนตายอะไรกัน!

รอก่อนเถอะเหมี่ยวจื่อ อีกไม่นานข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นว่าใครกันแน่ที่เป็นตัวทำดาเมจ (C-position) ที่แข็งแกร่งที่สุด!

หลี่เหมี่ยว เจ้าจะต้องเสียใจ!

นักตกปลารู้สึกขุ่นเคืองใจอย่างยิ่ง

ทว่า เมื่อเขาเหลือบไปเห็นรายการสินค้าวิชาเวทในร้านค้า เลือดร้อนที่เพิ่งพุ่งพล่านขึ้นมาก็พลันเย็นยะเยือกในพริบตา ก่อนจะส่งเสียงถอนหายใจออกมา

......

ทางด้านนักเล่านิทานและทีมงานของเขา ในตอนนี้พวกเขากำลังวุ่นอยู่กับการทำคลิปใหม่ไปพลาง พร้อมกับตั้งใจแกะรอยข้อมูลใหม่ที่ปรากฏขึ้นในหน้าเว็บบอร์ดทางการของเทียนวิญญาณ และเริ่มนำมันมาเชื่อมโยงกับข้อมูลเก่า เพื่อพยายามคาดการณ์เนื้อหาใหม่ ๆ ออกมา

ต้องยอมรับว่า ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ "การสัมผัสฟืน" นั้น สำหรับนักเล่านิทานแล้ว มันเปรียบเสมือนการตื่นรู้โดยพลันที่ทำให้เขากระจ่างแจ้งในบัดดลและรู้สึกตื่นเต้นอย่างที่สุด

ด้วยเหตุนี้ เรื่องคลิปวิดีโอใหม่จึงถูกเขาโยนทิ้งไปไว้ข้างหลังชั่วคราว และเริ่มพาทีมงานหันมาศึกษาวิจัยและตีความข้อมูลเหล่านี้แทน...

......

ส่วนหย่วนฟาง ช่วงนี้ดูเหมือนในโลกความจริงเขาจะมีธุระสำคัญบางอย่างที่ต้องไปจัดการ แม้จะไม่ถึงขั้นหายหน้าไปเลย แต่เวลาที่เขาออนไลน์ในแต่ละครั้งนั้นสั้นมาก และพอกดล็อกอินเข้ามาเขาก็จะรีบปั๊มไขเทียนหรือหาซื้อวิชาเวทและม้วนคัมภีร์ต่าง ๆ อย่างบ้าคลั่ง...

......

ทางฝั่งพี่หยูนั้นค่อนข้างเรียบง่าย

ตกปลา รอพลังเพลิงมรณะฟื้นฟู ใช้พลังเพลิงมรณะเพื่อขยายขอบเขตการควบคุมให้ถึงขีดสุด แล้วก็กลับไปตกปลาต่อ...

โชคดีที่ครั้งนี้ปัญหาเกิดจากตัวดาบเพลิงมรณะเองที่คิดไม่รอบคอบ และสถานการณ์เช่นนี้รีบร้อนไปก็ไม่มีประโยชน์ มันจึงได้แต่ตามพี่หยูตกปลาไปอย่างเรียบง่ายแบบนั้นเอง

......

เมื่อเทียบกันแล้ว พี่คนบ้าบิ่นกลับรู้สึกปวดหัวอยู่บ้าง

เนื่องจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสถานที่ชุมนุมเทพเจ้าปีศาจครั้งก่อน เขาได้ตกลงว่าจะพาสิงโตน้อยลิการ์เดลลงดันเจี้ยนด้วยกัน ซึ่งเจ้าเด็กคนนี้ก็ตอบตกลง ทว่าพอเจอสัตว์ประหลาดเข้าหน่อย เขาก็ยังคงใส่ตีนหมาโกยแน่บเหมือนเดิม

เรื่องนี้ทำให้พี่คนบ้าบิ่นรู้สึกปวดหัวตุบ ๆ เขานึกว่าหลังจากที่ลิการ์เดลใจกล้าขึ้นมาบ้างแล้ว จะสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดนั้นได้ในเร็ววันเสียอีก

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ก็ใช่ว่าจะไม่มีข่าวดีเลย

ดูเหมือนว่าเนื่องจากสัตว์ประหลาดในดันเจี้ยนไม่ได้มีรูปลักษณ์ซ้ำกันเลย และความหวาดกลัวที่แต่ละตัวมอบให้นั้นก็แตกต่างกันออกไป ดังนั้น ระดับความขลาดของลิการ์เดลจึงเริ่มได้รับการยกระดับขึ้นบ้างเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดเหล่านี้

แน่นอนว่านี่ก็นับว่าเป็นความก้าวหน้าอย่างหนึ่ง

ดังนั้นพี่คนบ้าบิ่นจึงยังคงมีความสุขอยู่บ้าง เพียงแต่การที่ต้องใช้ความอดทนค่อย ๆ สอนไปทีละนิดแบบนี้มันทำให้เขาแทบจะบ้าตายเอาเหมือนกัน

......

ในฐานะเศรษฐีสายเปย์อันดับหนึ่งของเทียนวิญญาณ ปีศาจน้อยภูเขาทมิฬมีความหลงใหลในการกว้านซื้อสิ่งของต่าง ๆ อย่างยิ่ง

ล่าสุดเขาถึงขั้นเริ่มหลงใหลในของสะสมในเทียนวิญญาณ เขาพบว่าในงานหัตถกรรมและของสะสมที่ได้รับจากขุมทรัพย์เหล่านั้น กลับมีรสชาติที่แปลกใหม่ซ่อนอยู่จริง ๆ

และหลังจากที่สังเกตเห็นงานอดิเรกในจุดนี้ของปีศาจน้อยภูเขาทมิฬ... เหล่ากิลด์และสตูดิโอต่าง ๆ จึงพากันแห่มาหาเขาตามกลิ่นทันที

ดังนั้น ของสะสมในตลาดเทียนวิญญาณที่เดิมทีไม่มีใครอยากได้แม้แต่จะมอง กลับมีราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างน่ามหัศจรรย์

ทว่า ปีศาจน้อยภูเขาทมิฬเองก็มีเรื่องกลุ้มใจอยู่บ้าง นั่นคือของสะสมที่เขาซื้อมานั้นไม่มีที่วาง

ในเทียนวิญญาณยังไม่สามารถซื้อบ้านได้ เหล่าผู้เล่นจึงยังคงใช้ชีวิตแบบนอนกลางดินกินกลางทราย ใช้รอยแยกสะพานเป็นบ้านใหม่กันมาโดยตลอด

และเมื่อนักเล่านิทานได้ยินความต้องการของเขา จึงได้ให้คำแนะนำว่าลองไปถามผู้พิทักษ์เทียนดูสิ

ตอนแรกปีศาจน้อยภูเขาทมิฬก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก แต่ที่เขาคาดไม่ถึงก็คือ ผู้พิทักษ์เทียนเพียงแค่ครุ่นคิดครู่เดียวก็ตอบตกลง และบอกว่าสามารถสร้างบ้านให้เขาได้ใน "เซิร์ฟเวอร์" แห่งหนึ่งบนเกาะฟืนเทียน

ทว่าทำเลที่ตั้งนั้นอยู่บนท้องฟ้า และสามารถเช่าได้เท่านั้น อีกทั้งค่าเช่ายังสูงลิบลิ่ว

สำหรับปีศาจน้อยภูเขาทมิฬแล้ว เรื่องนี้ไม่มีปัญหาเลยสักนิด เขาจ่ายเงินทันทีอย่างเต็มอกเต็มใจ และได้ครอบครองหอแสดงผลงานที่เป็นของตัวเองในเซิร์ฟเวอร์แห่งหนึ่งไปครอง...

......

ตูม——

"ไอ้วัวบ้า! มารดามันเถอะ! อย่ามาเล่นพิเรนทร์ตอนที่ข้ากำลังรวบรวมวัตถุดิบจะได้ไหม?"

หนิวหนิวโมกูที่ตกใจจนงงงวยระเบิดโทสะออกมา ตะโกนลั่นไปยังที่ห่างไกล

ต่อเรื่องนี้ หนิวหนิวเพียงแค่ยิ้มแหย ๆ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำการทดลองรูปแบบใหม่ของตัวเองต่อไป

เมื่อไม่นานมานี้ ในพื้นที่ส่องสว่างของเทียนวิญญาณ เขาได้ค้นพบเมล็ดอัคคีที่ค่อนข้างน่าสนใจอย่างหนึ่ง ซึ่งเมื่อนำมาใช้ร่วมกับพรสวรรค์ใหม่ที่ได้รับมาจากมารดาแห่งสรรพวิญญาณ ดูเหมือนว่าจะสามารถสร้างปฏิกิริยาที่น่าอัศจรรย์ขึ้นมาได้

ทว่า ผลลัพธ์สุดท้ายจะทำได้ถึงระดับไหนนั้น ยังคงต้องทำการทดลองต่อไป...

......

ในขณะที่เกาะฟืนเทียนกำลังก้าวไปข้างหน้าตามเส้นทางที่ถูกต้องอย่างมั่นคง กลุ่มผู้เล่นกลับได้รับข่าวร้ายที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันเรื่องหนึ่ง

ท่ามกลางกลุ่มแชทผู้เล่นขาประจำที่เคยคึกคัก ข้อความหนึ่งถูกส่งออกมาโดยไม่มีวี่แววมาก่อน

wowor: "เพื่อน ๆ คะ ต่อไปนี้ฉันอาจจะไม่ได้ล็อกอินเข้าเกมนี้อีกแล้ว... หวังว่าทุกคนจะช่วยบอกต่อให้ผู้เล่นใหม่บางคนทราบด้วยนะคะ ต้องขออภัยจริง ๆ ค่ะ (โค้งคำนับ)"

แม้ข้อความของวอวอจะถูกข้อความใหม่ ๆ ดันหายไปบ้างภายในสองสามวินาที

ทว่าผู้เล่นคนอื่น ๆ ก็สังเกตเห็นข้อความนี้ได้อย่างรวดเร็ว

ปีศาจน้อยภูเขาทมิฬ: "เช็ดเป็ด เกิดอะไรขึ้นครับเนี่ย พี่วอวอจะเลิกเล่นเกมแล้วเหรอ? ทำไมมันปุบปับแบบนี้ล่ะ? เจอความลำบากอะไรหรือเปล่าครับ?"

หนูของฉันชื่อกวากวา: "ใช่ค่ะ พี่วอวอไม่เป็นไรใช่ไหมคะ? (เป็นห่วง)"

ผู้เล่นคนอื่น ๆ ต่างพากันเอ่ยถามด้วยความห่วงใย ส่วนใหญ่ต่างคิดว่าเธอตั้งใจจะเลิกเล่นเกม หรือไม่ที่บ้านก็อาจจะเกิดเรื่องยุ่งยากอะไรขึ้น

หลายคนถึงขั้นเสนอตัวอยากจะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือด้วยซ้ำ

แม้ว่าวอวอจะไม่ได้มอบคู่มือการเล่นเหมือนพวกผู้เล่นขาประจำระดับท็อป และไม่ได้มีความแข็งแกร่งหรือฝีมือที่จะพาทีมผ่านด่านได้

แต่ผู้เล่นใหม่จำนวนมากหลังจากยุคของเธอ ต่างเคยได้รับความช่วยเหลือจากเธอมาแล้วทั้งสิ้น และเธอยังมีนิสัยที่ดีมาก ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับผู้เล่นขาประจำหลายคนจึงมีความแน่นแฟ้นและสมานฉันท์อย่างยิ่ง

เมื่อได้เห็นถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความห่วงใยจากผู้เล่นคนอื่น ๆ วอวอก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจ

wowor: "เปล่าค่ะ... ไม่ใช่จะเลิกเล่นนะคะ ถึงเทียนวิญญาณจะดูน่ากลัวไปบ้าง แต่ฉันชอบเกมนี้มาก และก็ชอบทุกคนมากด้วยค่ะ"

"เพียงแต่ว่า... สภาพร่างกายของฉันไม่เอื้ออำนวยให้ล็อกอินเข้าเกมนี้ต่อไปได้แล้วค่ะ... (เศร้า)"

หลังจากพิมพ์ข้อความนี้ลงไป วอวอก็รู้สึกขมขื่นในใจ หากสภาพร่างกายเอื้ออำนวย เธอย่อมอยากที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่เกาะฟืนเทียนเช่นนี้ตลอดไปอย่างแน่นอน

หนูของฉันชื่อกวากวา: "พี่วอวอ... จริงเหรอคะ? ล้อพวกเราเล่นใช่ไหมคะเนี่ย?"

กวากวายังคงมีความหวังอยู่ในใจ ถึงขั้นรีบไปเช็กวันที่ดูว่าวันนี้ใช่วันโกหก (April Fool's Day) หรือเปล่า

wowor: "เป็นเรื่องจริงค่ะ"

เมื่อได้เห็นข้อความนี้

ในกลุ่มแชทผู้เล่นขาประจำก็พลันนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง

คนในกลุ่มส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนฉลาด แม้วอวอจะไม่ได้อธิบายรายละเอียด แต่พวกเขาเกือบทุกคนต่างก็เดาสาเหตุได้แล้ว

วอวอน่าจะป่วยเป็นโรคร้ายแรงที่รักษาไม่หายเสียแล้ว

หนูของฉันชื่อกวากวา: "พี่วอวอ... (เสียใจ) (ร้องไห้)"

ปีศาจน้อยภูเขาทมิฬ: "...พี่วอวอ ถ้าต้องการความช่วยเหลืออะไร บอกมาได้เลยนะครับ"

พี่เหมี่ยวไม่เคยสอบตก: "...พี่วอวอ บ้านพี่อยู่ที่ไหนครับ พวกเราขอไปเยี่ยมได้ไหม?"

ผู้เล่นหลายคนที่ปกติคุยกับวอวออย่างถูกคอต่างพากันเอ่ยปาก อยากจะไปพบเธอสักครั้ง

แต่วอวอกลับส่ายหน้า และเอ่ยปฏิเสธในกลุ่มแชท: "ไม่เป็นไรค่ะ ตอนนี้ฉันดูไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ ไม่อยากให้พวกคุณเห็นค่ะ"

วอวอให้คำตอบที่หนักแน่นและเด็ดเดี่ยวอย่างยิ่ง เธอไม่อยากให้เพื่อนสนิทเหล่านี้ต้องเดินทางไกลอย่างยากลำบาก และเธอก็ไม่ชอบรบกวนคนอื่น

พี่เหมี่ยวไม่เคยสอบตก: "งั้นตอนนี้พี่อยู่ที่ไหน? พวกเราจะไปหาพี่ที่เกาะฟืนเทียน"

ครั้งนี้หลี่เหมี่ยวไม่ได้ขอร้อง แต่ถามออกไปตรง ๆ อย่างไรเสียพวกเขาก็ต้องไปบอกลาวอวอให้ได้ ต่อให้จะเป็นในเกมก็ตาม

ผู้เล่นคนอื่น ๆ ต่างพากันส่งข้อความขอร้องเช่นเดียวกัน

เมื่อเห็นเช่นนั้น วอวอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเลิกปฏิเสธ

wowor: "...ฉันอยู่ที่เดิม อยู่กับเสี่ยวนัวค่ะ..."

หลังจากได้รับคำตอบของเธอ ข้อความตอบกลับในกลุ่มแชทก็เริ่มน้อยลง ทุกคนต่างพากันมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่วอวออยู่อย่างเงียบ ๆ โดยไม่ได้นัดหมาย

......

"ทำไมวอวอถึงจะไม่มาที่นี่อีกแล้วล่ะ วอวอไม่ชอบเสี่ยวนัวแล้วเหรอ? ไม่ชอบเล่นกับเสี่ยวนัวแล้วเหรอ?"

เมื่อเสี่ยวนัวได้ยินคำบอกลาจากวอวอ เธอก็ร้อนรนขึ้นมาทันที บินวนอยู่ข้างกายพลางเอ่ยถามด้วยความขุ่นเคืองใจ

"ไม่ใช่นะ... วอวอไม่ได้ไม่ชอบเสี่ยวนัว และก็ไม่ได้ไม่อยากเล่นกับเสี่ยวนัวด้วยจ้ะ"

"ถ้าเป็นไปได้ วอวอก็อยากจะเล่นกับเสี่ยวนัวไปตลอดเลย"

"เพียงแต่ว่า... วอวอใกล้จะตายแล้ว... นี่ไม่ใช่สิ่งที่วอวอจะควบคุมได้ เสี่ยวนัวเข้าใจไหมจ๊ะ..."

วอวอถอนหายใจออกมาเบา ๆ พลางลูบหัวเสี่ยวนัวด้วยความอ่อนโยน

แม้จะรู้ดีว่าเสี่ยวนัวที่อยู่ตรงหน้าเป็นเพียงโค้ดโปรแกรมในเกม แต่เธอก็ยากที่จะทำใจเดินจากไปโดยไม่บอกลากับเสี่ยวนัวได้

"ใกล้จะตายแล้ว..."

เมื่อได้ยินประโยคนี้ เสี่ยวนัวพลันนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ในวินาทีต่อมา น้ำตาก็ไหลรินออกมาอย่างไม่อาจควบคุมได้

"คนโกหก!"

"ก่อนหน้านี้วอวอเคยสัญญากับเสี่ยวนัวแล้วไง ว่าวอวอจะไม่ไปในที่มืด ๆ แบบนั้น! วอวอพูดไม่เป็นคำพูด!"

"วอวอเป็นคนหลอกลวง!"

เสี่ยวนัวร้องไห้โฮออกมา ถึงแม้ปากจะด่าทออีกฝ่าย แต่เธอกลับบินเข้าไปหา และใช้มือน้อย ๆ กอดนิ้วโป้งของวอวอไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยมือ

"......"

วอวอนิ่งเงียบไม่พูดอะไร ในใจรู้สึกเจ็บปวดอย่างยิ่ง

ในเวลานี้เธอปรารถนาเหลือเกินให้เสี่ยวนัวที่อยู่ตรงหน้าเหมือนกับ NPC บื้อ ๆ คนอื่น ที่มีข้อผิดพลาดปรากฏออกมาบ้าง หากเป็นเช่นนั้น ในใจของเธอคงจะไม่รู้สึกเจ็บปวดขนาดนี้

แต่ทว่า...

"เสี่ยวนัว... วอวอขอโทษนะจ๊ะ" ดวงตาของวอวอเริ่มแดงก่ำ เธอใช้งอนนิ้วเกลี่ยน้ำตาให้อีกฝ่ายเบา ๆ

......

"พี่วอวอ!"

ในเวลานี้ หลี่เหมี่ยวและคนอื่น ๆ ก็เดินทางมาถึงแล้ว พวกเขาไม่ได้หยุดพักแม้แต่ก้าวเดียว

และที่อยู่ข้างหลังพวกเขา ยังมีผู้เล่นคนอื่น ๆ อีกมากมายที่ได้ยินข่าวแล้วตามมา ซึ่งในจำนวนนั้นมีทั้งผู้เล่นขาประจำระดับท็อป และผู้เล่นหน้าใหม่ด้วยเช่นกัน

แม้แต่หย่วนฟางที่เวลาออนไลน์มีจำกัด และพี่หยูที่ชอบตกปลาก็เดินทางมาถึงด้วย

เมื่อเห็นทุกคนมาถึง วอวอก็รีบเช็ดน้ำตาแล้วปั้นหน้ายิ้ม เอ่ยทักทายพวกเขา

ทว่าเห็นได้ชัดว่า ในเวลาเช่นนี้ไม่มีใครจะยิ้มออกมาได้เลยสักคน

กวากวาเดินเข้าไปกุมมือเธอไว้ น้ำเสียงสั่นเครือ: "พี่วอวอ... สรุปว่า... สรุปว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่คะ ทำไมมันถึงได้กะทันหันแบบนี้..."

เมื่อได้ยินคำถามจากกวากวา และเห็นสายตาที่นิ่งเงียบของคนอื่น ๆ วอวอก็ไม่ได้ปิดบังอีกต่อไป และเริ่มอธิบายสาเหตุให้ฟัง

ความจริงแล้ว เธอป่วยหนักมาตั้งแต่ก่อนที่จะได้ล็อกอินเข้าเกมเทียนวิญญาณแล้ว

ส่งผลให้ตั้งแต่ที่เธอเกิดมา ร่างกายบางส่วนก็อยู่ในสภาพที่ไม่สามารถควบคุมได้ตามใจปรารถนา

และเมื่อเวลาผ่านไป ส่วนที่เธอสามารถควบคุมได้ก็เริ่มน้อยลงเรื่อย ๆ ระบบการทำงานของร่างกายก็แย่ลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งปัจจุบัน ในโลกแห่งความเป็นจริง แม้แต่การหายใจเธอก็ยังต้องใช้ความพยายามอย่างมหาศาล...

ทว่าโชคดีที่วอวอมีพ่อแม่ที่ดีมาก ฐานะทางบ้านก็นับว่าไม่เลว ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกเขาไม่เคยทอดทิ้งวอวอเลย และคอยดูแลกิจวัตรประจำวันของเธอมาตลอดหลายสิบปีเหมือนเช่นวันแรก

อย่างไรก็ตาม

วอวอที่มีระดับสติปัญญาเหมือนคนปกติและมีจิตใจที่งดงาม กลับรู้สึกผิดอยู่เสมอ

พ่อแม่ดูแลเธอทุกอย่าง กลายเป็นแขนขาที่พึ่งพาได้ให้กับเธอ ช่วยทำในสิ่งที่เธอไม่สามารถทำได้มากมาย

เธอต้องการให้พ่อแม่ดูแลอยู่ตลอดเวลา

แต่เธอกลับไม่ได้ช่วยงานพ่อแม่เลยสักนิด...

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 818 - คนหลอกลวง

คัดลอกลิงก์แล้ว