เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 คายเงินทุกหยวนคืนมาให้ฉัน

บทที่ 5 คายเงินทุกหยวนคืนมาให้ฉัน

บทที่ 5 คายเงินทุกหยวนคืนมาให้ฉัน


บทที่ 5 คายเงินทุกหยวนคืนมาให้ฉัน

สวี่ชิงสะบัดศีรษะที่มึนตื้อเพื่อเลิกฟุ้งซ่านถึงเรื่องในวันนั้น

ตอนนี้เธอต้องไปสืบให้แน่ชัดว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือของหลี่ต้าหยงจริงหรือไม่ และเรื่องถ้วยน้ำนั่นด้วย ตอนนั้นเธอเคยถามโจวจิ่นเซวียน เขาบอกว่าถ้วยน้ำหายไปในห้องเรียน

สวี่หรูเยว่กับโจวจิ่นเซวียนเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน ดังนั้นถ้วยน้ำใบนั้นน่าจะเป็นสวี่หรูเยว่ที่ขโมยไป

ตอนนี้หลี่ต้าหยงคือผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่ง!

สวี่ชิงตัดสินใจว่าพรุ่งนี้เธอจะไปลาออกจากงานพนักงานเก็บตั๋วเสียก่อน จากนั้นค่อยแอบสืบเรื่องหลี่ต้าหยงอย่างลับๆ

เพราะในช่วงสองปีมานี้มีปัญญาชนจำนวนมากไหลกลับเข้าสู่ตัวเมือง การจะหางานดีๆ ทำนั้นยากลำบากมาก

สวี่ชิงคิดไว้แล้วว่าหลังจากลาออกเธอจะไปประกอบอาชีพส่วนตัว

ชาติที่แล้วเธอยังปั้นธุรกิจตระกูลสวี่จากโรงงานเล็กๆ จนรุ่งเรืองได้ ชาตินี้มีประสบการณ์จากชาติก่อนย่อมต้องหยิบจับอะไรได้คล่องมือกว่าเดิม

แถวที่เธอพักอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ เธอสามารถทำอาหารปรุงสำเร็จหาบไปขายก่อนได้

รอจนนโยบายเปิดกว้างกว่านี้ค่อยขยายกิจการให้เป็นระบบ

แต่เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่ต้องรีบทำตอนนี้คือเธอต้องย้ายออกไปจากที่นี่

สวี่ชิงเงยหน้ามองห้องนอนเล็กๆ ที่คุ้นเคยทว่าแฝงไปด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ ตัวเธอในวันวานช่างใสซื่อและไร้เดียงสาเหลือเกิน

…………

อีกด้านหนึ่ง สวี่หรูเยว่ที่หน้าบวมเป่งเหมือนหัวหมูยังคงร้องไห้โฮไม่หยุด พลางเอ่ยคำอาฆาตทั้งน้ำตา: "ฉันไม่จบกับสวี่ชิงแน่ มันกล้าตีฉัน คอยดูนะว่าฉันจะจัดการมันยังไง"

ฟางหลานซินรีบเอามือปิดปากลูกสาว: "เบาๆ หน่อย พ่อแกยังอยู่ข้างนอกนะ"

สวี่หรูเยว่จึงเปลี่ยนเป็นเสียงสะอื้นฮัก

สวี่จื้อกั๋วโกรธจนเจ็บแปลบที่หัวใจ เขาสงบสติอารมณ์ครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้ามา พอเห็นสองแม่ลูกกอดกันร้องไห้เขาก็รู้สึกปวดขมับ: "คุณไปพูดอะไรต่อหน้าแกอีกล่ะ? สองวันนี้แกกำลังพยศอยู่ แล้วพวกคุณจะไปแหย่แกทำไม?"

ฟางหลานซินทำหน้าตัดพ้อ: "สวี่จื้อกั๋ว คุณพูดจาให้มันมีเหตุผลหน่อยสิ แกอารมณ์ไม่ดีแล้วจะมาตีหรูเยว่ได้เหรอ? หลายปีมานี้ฉันคอยปรนนิบัติพัดวีแกอย่างประคบประหงม เพราะกลัวคนอื่นจะหาว่าฉันดูแลแกไม่ดี แต่สุดท้ายแกกลับทำกับฉันแบบนี้! คุณไม่รู้หรอกว่าถ้าคุณกลับมาช้ากว่านี้อีกนิด แกบีบคอฉันตายแน่ๆ"

สวี่จื้อกั๋วขมวดคิ้ว: "อย่าพูดซี้ซั้ว ช่วงนี้อย่าไปตอแยแก แล้วนี่คุณพูดเรื่องแม่ของแกหรือเปล่า?"

ฟางหลานซินรีบปฏิเสธ: "เปล่า ฉันจะไปพูดเรื่องแม่แกทำไมกัน คุณก็เอาแต่พร่ำบอกว่าอย่าไปตอแยแก คุณดูหน้าหรูเยว่สิ พรุ่งนี้จะไปเรียนยังไง? แกเป็นลูกสาวคุณ แล้วหรูเยว่ไม่ใช่ลูกคุณหรือไง?"

สวี่จื้อกั๋วถลึงตาใส่ฟางหลานซิน: "เบาเสียงลงหน่อย! เออๆ พอแล้ว เดี๋ยวผมไปขอยืมไข่ไก่สักสองฟองมาต้มให้หรูเยว่เอาไปคลึงหน้า"

พอสวี่จื้อกั๋วออกไปแล้ว ฟางหลานซินแอบมองที่ประตูแวบหนึ่งก่อนจะเดินไปจิ้มหน้าผากลูกสาว: "แกก็นะ โง่จริงๆ มันตีมาก็ไม่รู้จักตีคืน แล้วพรุ่งนี้แกไปหาจิ่นเซวียนซะ บอกให้เขาไปพูดกับโจวจิ้นหนานให้ชัดเจนว่าสวี่ชิงเป็นคนยังไง"

สวี่หรูเยว่ไม่ตอบคำ แต่แววตาฉายประกายเหี้ยมเกลียด เธอทำลายสวี่ชิงได้ครั้งหนึ่ง เธอก็ทำลายได้อีกเป็นครั้งที่สอง

เธอไม่เชื่อหรอกว่าถ้าสวี่ชิงเน่าเฟะขนาดนั้น โจวจิ้นหนานยังจะอยากแต่งงานด้วย

ตอนมื้อค่ำ ฟางหลานซินยังคงฝืนทนเข้าไปทำกับข้าวในครัว เพราะในสายตาเพื่อนบ้าน ภาพลักษณ์แม่เลี้ยงแสนดีของหล่อนจะพังทลายลงไม่ได้

เนื่องจากเป็นช่วงสิ้นเดือน แป้งสาลีในบ้านเหลือไม่มาก ประกอบกับฟางหลานซินต้องแอบเอาของไปจุนเจือบ้านเดิมของหล่อนทุกเดือน

มื้อค่ำวันนี้จึงมีเพียงหมั่นโถวแป้งผสมสองสามลูก ข้าวต้มใสแจ๋วจนมองเห็นเงาคน และผักกาดขาวผัดกับยำแตงกวา ส่วนซุปไก่ที่ตุ๋นไว้หล่อนไม่ได้ยกออกมา

หล่อนลังเลว่าจะแสร้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วเรียกสวี่ชิงมากินข้าวดีไหม

แต่สวี่ชิงเดินออกมาเอง เธอปรายตามองทั้งสามคนที่โต๊ะอาหารแล้วเดินเข้าไปนั่งลงทันที

โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอหยิบหมั่นโถวขึ้นมาทานก่อนเลย ก่อนที่จะกลับมาเกิดใหม่เธอประท้วงด้วยการอดอาหารเพราะเรื่องฆ่าตัวตายจริงๆ

ตอนนี้เธอต้องรีบเติมพลังงานเพื่อเอาไว้สู้กับฟางหลานซินและสวี่หรูเยว่ให้ถึงที่สุด

สวี่จื้อกั๋วเห็นสวี่ชิงทำตัวเหมือนขวานผ่าซากก็โกรธจนขมวดคิ้วแต่ไม่ได้พูดอะไร

ส่วนฟางหลานซินกับสวี่หรูเยว่ยิ่งต้องสะกดกั้นความโกรธไว้ในใจ กินข้าวไปเงียบๆ

สวี่ชิงทานหมั่นโถวไปสองลูกและซดข้าวต้มไปอีกชาม พลันรู้สึกมีเรี่ยวแรงขึ้นมามาก เธอวางตะเกียบลงแล้วจ้องมองฟางหลานซิน: "เมื่อบ่ายฉันบอกให้แม่คืนเงินเดือนสามปีของฉันมา ฉันคำนวณดูแล้ว หักค่ากินค่าอยู่ของฉันออกไป แม่คืนให้ฉันสี่ร้อยแปดสิบหยวนก็พอ"

เงินเดือนเพิ่งจะปรับขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ก่อนหน้านี้ได้เพียงเดือนละยี่สิบเอ็ดหยวนเท่านั้น

สีหน้าของฟางหลานซินย่ำแย่ลงทันที หล่อนหันไปมองสวี่จื้อกั๋ว

สวี่จื้อกั๋วโกรธจนกระแทกตะเกียบลงโต๊ะ: "แกจะอาละวาดไม่จบไม่สิ้นใช่ไหม? จะเอาเงินไปทำอะไร!"

สวี่ชิงมองเขาด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก: "หนูบอกแล้วไงว่าจะเอาเงินไปเตรียมสินเดิม และนั่นมันก็เงินของหนู ทำไมหนูจะเอาไม่ได้?"

ขมัวสวี่จื้อกั๋วเริ่มเต้นตุบๆ อีกครั้ง เมื่อก่อนเขาดูไม่ออกเลยว่าสวี่ชิงมีกระดูกขวางคอซ่อนอยู่: "จะเอาสินเดิมอะไรนักหนา เดี๋ยวให้แม่เขาจัดการให้"

สวี่ชิงยังคงยืนกราน: "หนูจะเอาเป็นเงินค่ะ ถ้าพวกคุณคิดว่าหนูเรียกเยอะเกินไป เราก็เอาพกกับกระดาษมานั่งไล่จดคำนวณกันทีละรายการก็ได้ นี่นี่ยังไม่รวมเงินที่หนูรับจ้างเย็บผ้าหามาได้นะ"

ฟางหลานซินไม่อยากคายเงินออกมาแม้แต่แดงเดียว หล่อนโกรธจนกัดฟันกรอดเพื่อข่มอารมณ์อยากด่าทอ

นังเด็กเหลือขอนี่ ทำไมฆ่าตัวตายแล้วฟื้นขึ้นมาถึงกลายเป็นคนละคนแบบนี้

สวี่ชิงมองฟางหลานซินอย่างท้าทาย: "ถ้าแม่ไม่ให้เงินหนู หนูจะไปคุยกับผู้นำโรงงาน จะไปหาคนจากสมาคมสตรี บอกว่าหนูทำงานมาสามปี ส่งเงินเดือนให้ที่บ้านทุกเดือน พอตอนนี้จะแต่งงานพวกคุณกลับไม่ให้เงินสักแดง หนูอยากรู้เหมือนกันว่าใครจะอายมากกว่ากัน"

สวี่จื้อกั๋วตบโต๊ะดังปังพลางลุกขึ้นยืน: "สวี่ชิง! แกไม่อยากอยู่บ้านนี้แล้วใช่ไหม!"

สวี่ชิงลุกขึ้นยืนตาม เธอเหยียดหลังตรงราวกับต้นสนจิ๋ว จ้องมองสวี่จื้อกั๋วอย่างไม่ลดละ: "ใช่ค่ะ ขอแค่พวกคุณคืนเงินให้หนู หนูจะย้ายออกจากบ้านนี้ทันที!"

สวี่จื้อกั๋วโกรธจนเงื้อมือหมายจะฟาดสวี่ชิง

แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความแค้นและความเย็นชาของสวี่ชิง มือที่เงื้อไว้กลับฟาดลงไม่ลง

แววตาแบบนี้... เขาเคยเห็นในวันก่อนที่เย่นานจะเสียชีวิต ตอนนั้นเย่นานก็มองเขาด้วยแววตาแบบนี้พร้อมสาปแช่งเขาว่า: "แกกับฟางหลานซิน สักวันพวกแกต้องลงนรกไปด้วยกัน!"

สวี่ชิงเชิดหน้ามองสวี่จื้อกั๋ว ในชาติก่อนตอนที่เธอยังไม่รู้อะไรเลย สวี่จื้อกั๋วถือว่าปฏิบัติต่อเธอไม่เลวนัก

ก่อนตายเขายังยกหุ้นให้เธอด้วยซ้ำ จนกระทั่งเธอติดคุกนั่นแหละถึงได้เข้าใจ

สวี่จื้อกั๋วยกหุ้นให้เธอก็เพื่อให้เธอทำงานงกๆ รับใช้ตระกูลสวี่ไปตลอดชีวิต!

เพราะผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดในบริษัทก็คือฟางหลานซินนั่นเอง!

"หนูจะเอาเงินเดี๋ยวนี้ หนูไม่เชื่อหรอกว่าพวกคุณไม่มีเงินติดตัว"

สวี่ชิงไม่อยากเสียเวลาโต้เถียงอีก เธอเอ่ยออกมาอย่างตรงไปตรงมา

ฟางหลานซินไม่มีเงินจริงๆ บ้านเดิมของหล่อนก็พึ่งพาไม่ได้ พี่ชายอย่าง ฟางคุน ก็เป็นคนเสเพล วันๆ เอาแต่เที่ยวเล่นเลี่ยงลูกสามคน มีเรื่องอะไรก็มาขอเงินหล่อนตลอด

หล่อนจะไปเก็บเงินได้จากที่ไหน!

สวี่ชิงย่อมรู้ดี ชาติก่อนที่เธอไม่ถือสาเป็นเพราะเธอคิดว่าการให้ความสำคัญกับเครือญาติเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

ฟางหลานซินอดไม่ได้ที่จะหันไปมองสวี่จื้อกั๋ว หวังให้เขาช่วยจัดการสวี่ชิง

สวี่จื้อกั๋วขมวดคิ้วกำลังจะอ้าปากพูด ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูก็ขัดจังหวะขึ้น

สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็คือ คนที่มาเยือนคือ โจวจิ้นหนาน พร้อมด้วยพ่อของเขา โจวเฉิงเหวิน และ โจว ลี่หง อาหญิงเล็กของตระกูลโจว...

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 5 คายเงินทุกหยวนคืนมาให้ฉัน

คัดลอกลิงก์แล้ว