- หน้าแรก
- หนึ่งเดียวใต้หล้า จอมเซียนผู้ใช้ชีวิตอย่างสโลว์ไลฟ์
- บทที่ 20 - จากกรมการศึกษา เปิดประตู!
บทที่ 20 - จากกรมการศึกษา เปิดประตู!
บทที่ 20 - จากกรมการศึกษา เปิดประตู!
บทที่ 20 - จากกรมการศึกษา เปิดประตู!
เมื่อได้ยินว่าคำว่า 'ขายตัวเอง' ของหลี่เหยียนหมายถึงเรื่องนี้นี่เอง เหล่าหลี่ก็สะบัดมือใส่อย่างหัวเสีย
"เจ้าเด็กนี่ พูดจาให้มันชัดเจนหน่อยสิ!"
เหล่าหลี่เดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น หยิบเหยือกน้ำเย็นขึ้นมากระดกซดอึกใหญ่อยู่หลายครั้ง กว่าจะรู้สึกว่าอารมณ์สงบลงได้ในที่สุด
เขานั่งลงบนโซฟา แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมามองดูข้อความแจ้งเงินเข้าอีกครั้ง
ความรู้สึกมันช่างเหมือนอยู่ในความฝันเสียจริง สองแสนหยวน... เขาทำงานงกๆ มาสิบกว่าปี เงินออมทั้งหมดที่มีก็เพิ่งจะถึงตัวเลขนี้เท่านั้นเอง
เหล่าหลี่หันไปมองเจ้าลูกชายที่กำลังทำหน้าภาคภูมิใจอยู่ข้างๆ แล้วก็หลุดยิ้มออกมา
"เอาเถอะ แกโตเป็นผู้ใหญ่แล้วจริงๆ การเปิดร้านไม่ได้ต้องใช้เงินเยอะขนาดนั้นหรอก แต่เงินหนึ่งแสนนี้พ่อจะเก็บไว้ให้ก่อน เอาไว้ให้แกใช้ตอนแต่งงานในอนาคตนะ"
จากนั้นเขาก็กำชับต่อว่า "ส่วนเงินอีกหนึ่งแสนพ่อจะไม่ยุ่ง แกจัดการเองได้เลย แต่อย่าไปทำเรื่องผิดกฎหมาย และอย่าใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายก็พอ"
หลี่เหยียนรีบตบหน้าอกรับปากเป็นมั่นเหมาะ พอถึงช่วงค่ำ เมื่อคุณนายฟางได้รับรู้เรื่องนี้ เธอก็ถึงกับถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอกปนทึ่ง
เธอเอ่ยชมหลี่เหยียนอยู่หลายคำ ก่อนจะหันขวับไปจ้องหน้าเหล่าหลี่
"เรื่องลาออกของฉันทำเรื่องเรียบร้อยแล้ว แล้วคุณล่ะ วางแผนจะไปเจียงเฉิงเมื่อไหร่?"
"รอให้ประกาศนียบัตรของลูกออกก่อน พวกเราค่อยเตรียมตัวกันอีกสักสองสามวัน" เหล่าหลี่คิดครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปหาหลี่เหยียน
"เสี่ยวเหยียน บ้านหลังนี้พวกเราจะไม่คืนนะ ไม่ว่าลูกจะเลือกอยู่หอหรือไปกลับ แต่ในตอนที่พ่อกับแม่ไม่อยู่หวงเฉิง ลูกจะได้มีที่พักของตัวเอง"
"ตกลงครับ" หลี่เหยียนยิ้มรับคำ
ในชาติก่อนมันก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน เขาต้องอยู่ที่เมืองหวงเฉิงเพียงลำพังในห้องเช่า ขณะที่พ่อแม่ไปทำธุรกิจที่เมืองเจียงเฉิง
การกลับมาครั้งนี้ หลี่เหยียนก็ไม่ได้มีความคิดจะรั้งให้ทั้งสองคนอยู่ที่เมืองหวงเฉิงแต่อย่างใด
อย่างแรกคือการไปเมืองเจียงเฉิงคือความตั้งใจของพวกเขาเอง และอย่างที่สองคือตัวเขาเองก็ต้องการสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างเป็นอิสระเพื่อจัดการเรื่องส่วนตัวของเขาด้วย
หลังจากจบการประชุมสภาครอบครัว หลี่เหยียนก็กลับเข้าห้อง ดึงโน้ตบุ๊กออกมา เปิดเว็บไซต์ฉีเตี่ยน เพื่อไล่ดูรายการนิยายยอดนิยม
เขามักจะติดตามอันดับเหล่านี้อยู่เสมอ ในรายการนั้นมีชื่อนักเขียนระดับเทพ ที่ชื่อเสียงโด่งดังมาตั้งแต่ชาติก่อนของเขาอยู่บ้าง
และก็มีนักเขียนระดับเทพบางคนที่เขาไม่เคยได้ยินชื่อ และไม่เคยอ่านงานของพวกเขามาก่อนเลย
ดูเหมือนว่านี่จะเป็นชื่อเฉพาะที่มีอยู่ในโลกใบนี้เท่านั้น
แต่อย่างไรก็ตาม แนวทางการเขียนนิยายยอดนิยมในเว็บไซต์ก็ยังคล้ายเดิมไม่เปลี่ยน
นิยายกระแสหลักในช่วงเวลานี้ยังคงวนเวียนอยู่กับพล็อตการโชว์เหนือ การตบหน้าพวกโอ้อวด หรือแนวกากแต่เทพ
ทว่ารสนิยมของนักอ่านที่เริ่มหันมาสนใจแนวชีวิตประจำวัน ก็เริ่มมีให้เห็นรำไรแล้ว ดังนั้นหลี่เหยียนจึงตัดสินใจผสมผสานเทรนด์นิยายออนไลน์จากชาติก่อน เข้ากับแนวนิยายยอดนิยมในปัจจุบันของเว็บไซต์
ในที่สุด เขาก็สร้างเรื่องนิยายเรื่องใหม่ขึ้นมา—— 《กลุ่มแชทผู้บำเพ็ญเซียน》
จุดเริ่มต้นของเรื่องราวนั้นแสนเรียบง่าย ตัวเอกที่ชื่อ ซงซูหาง เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเจียงหนานคนหนึ่ง ที่บังเอิญถูกเชิญเข้ากลุ่มแชทของผู้บำเพ็ญเซียนเนื่องจากความผิดพลาดบางอย่าง
ตัวเอกที่เดิมทีเพียงแค่อยากจะเป็นผู้สังเกตการณ์เงียบๆ เพื่อความบันเทิงและถือโอกาสทำความดีบ้าง กลับต้องเผชิญกับเรื่องราวเหนือธรรมชาติหลังจากออกไปข้างนอก
จนกระทั่งได้พบกับสมาชิกกลุ่มและว่าที่นางเอกอย่าง อวี่โหรวสื่อ จนเกิดเรื่องราวอัศจรรย์ขึ้นมากมาย และได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการบำเพ็ญเซียนในที่สุด...
นี่คือนิยายแนวชีวิตประจำวัน ดังนั้นแม้จะเป็นเพียงบทเริ่มต้นเพียงไม่กี่ตอน เขาก็เขียนลากยาวไปถึงแปดเก้าบทเลยทีเดียว
กว่าหลี่เหยียนจะเขียนจบ ก็เกือบจะเช้ามืดแล้ว
"ความหนุ่มนี่มันดีจริงๆ แฮะ"
เขานวดมือเล็กน้อย ก่อนจะอัปโหลดเนื้อหาที่เขียนไว้ขึ้นระบบ แล้วจึงเข้านอน
......
ในห้องข้างๆ คุณนายฟางปิดโทรทัศน์ที่กำลังฉายซีรีส์อยู่ แล้วสะกิดเหล่าหลี่ที่นอนอยู่ข้างๆ
เหล่าหลี่สะดุ้งตัวสั่นแสร้งทำเป็นเพิ่งตื่น "อะไรน่ะ ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ผมหลับไปแล้วนะเนี่ย"
"หลับกะผีน่ะสิ หน้าจอมือถือยังสว่างโร่อยู่เลย" เหล่าหลี่รีบเอื้อมมือไปกดปิดหน้าจอมือถือทันที แสงสว่างจากหน้าจอก็พลันดับลง
"..."
"หลี่เจี้ยนหยวน ฉันจะบอกคุณให้นะ คุณช่วยระวังปากรั่วๆ ของคุณไว้หน่อย เรื่องที่เสี่ยวเหยียนของเราได้ทุนการศึกษาตั้งเยอะขนาดนี้ ห้ามไปเที่ยวป่าวประกาศข้างนอกเด็ดขาด!"
"โดยเฉพาะกับครอบครัวพี่ใหญ่ของคุณ!"
ได้ยินดังนั้น เหล่าหลี่ก็สะบัดมือ "ทราบแล้วครับทราบแล้ว นอนได้แล้ว... นอนเถอะ!"
"คุณน่ะอย่าเอาแต่รับคำส่งๆ ทุกวันนี้ปากไม่มีหูรูดเลยนะ รู้จักแต่อยากจะอวดชาวบ้านเขาไปทั่ว!"
เหล่าหลี่พลิกตัวหนี "ผมก็ยังไม่ได้เอาไปอวดใครสักหน่อยนี่นา"
......
หลังจากวิ่งตอนเช้าเสร็จ หลี่เหยียนก็หิ้วมื้อเช้ากลับมาเผื่อเจียงอิ้งจู๋ด้วยชุดหนึ่ง
พอกลับถึงบ้านเขาก็ช่วยคุณนายฟางจัดของ
ส่วนใหญ่เป็นของใช้ประจำวันที่ต้องนำติดตัวไปเจียงเฉิง และพวกสิ่งของที่ดูเหมือนจะมีประโยชน์แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นขยะเสียมากกว่า
อย่างเช่น: สารพัดกล่องบรรจุภัณฑ์!
ผู้ใหญ่ในครอบครัวมักจะเสียดายของและอยากใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่า แต่ส่วนใหญ่มักจะเอามาวางกองไว้ให้เกะกะบ้านและรอฝุ่นเกาะเท่านั้น
ช่วงไม่กี่วันมานี้ งานส่วนใหญ่ของเขาคือการช่วยจัดการขยะพวกนี้ออกจากบ้าน
"เอาล่ะๆ ตัวมีแต่เหงื่อ ไปอาบน้ำซะไป เดี๋ยวของพวกนี้แม่จัดการเอง"
คุณนายฟางโบกมือไล่เขาก่อนจะเตือนว่า "โทรศัพท์ลูกดังไม่หยุดเลยนะ ไม่รู้ใครโทรมาตั้งหลายสาย"
"อ้อ ครับ เดี๋ยวผมไปดู"
หลี่เหยียนกลับเข้าห้องไป หยิบมือถือขึ้นมาก็พบว่ามีสายที่ไม่ได้รับเป็นสิบสายเลยทีเดียว
"ใครกันนะ?"
ในขณะที่เขากำลังสงสัย เบอร์โทรศัพท์ที่ขึ้นต้นด้วย 131 นั้นก็โทรเข้ามาอีกครั้ง
หลี่เหยียนกดรับสาย แต่ไม่ได้เปิดปากพูดก่อน รอให้อีกฝ่ายพูดออกม
ทว่าสิ่งแรกที่เขาได้ยินกลับเป็นเสียงด่าทออย่างรุนแรง
"ไอ้สารเลวหลี่เหยียน! ไอ้เด็กนิสัยเสีย แกกล้าดียังไงถึงแจ้งจับฉัน! แกยังบังอาจให้นักข่าวมาสัมภาษณ์อีก!! แกกล้าดียังไงกันห๊ะ!!?"
"ไอ้เดรัจฉานเอ๊ย! ฉันเป็นครูของแกนะ! เป็นครูของแก!!"
หลี่เหยียนนิ่งไปครู่หนึ่ง แววตาเริ่มเย็นชาลง
"นึกว่าใครที่ไหนมาส่งเสียงหมาเห่าแต่เช้า ที่แท้ก็ 'เจ้าสุนัขหวัง' นี่เอง"
"แก...! ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด!!"
หวังฟู่กี้มองดูหน้าจอโทรศัพท์ที่ถูกตัดสายไป ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้น
หนังสือพิมพ์ในมือถูกเขาขยำจนขาดวิ่น เขาพยายามกดโทรกลับไปอีกครั้ง แต่ปลายสายกลับแจ้งเตือนว่าไม่สามารถติดต่อเลขหมายดังกล่าวได้ในขณะนี้
"เหล่าหวัง จะทำยังไงดีล่ะทีนี้?" จางซิ่ว ภรรยาของเขาเอ่ยถามด้วยความกังวลอยู่ข้างๆ
"ไอ้เด็กเหลือขอไม่มีพ่อแม่สั่งสอนนั่น มันนึกว่าทำแค่นี้จะล้มคนอย่างฉันได้งั้นเหรอ? ไอ้หนังสือพิมพ์ห่วยๆ นี่ นอกจากฉันแล้วจะมีใครอ่านอีก!"
หวังฟู่กี้แค่นเสียงหัวเราะอย่างโกรธจัด "เธอไม่ต้องเป็นห่วงหรอก เดี๋ยวฉันจะโทรหานักเรียนบางคน ให้พวกเขาร่วมกันแจ้งจับหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ แล้วก็เล่นงานนังนักข่วนั่นด้วย จะได้รู้สำนึกซะบ้าง!"
"บังอาจมาใส่ร้ายป้ายสีฉันขนาดนี้?!"
พูดจบ เขาก็มองดูภรรยาที่พยายามทำใจดีสู้เสือ ก่อนจะหยิบแผนการสอนขึ้นมาเตรียมตัวจะออกไปข้างนอก
ทว่าในตอนนั้นเอง เสียงเคาะประตูที่หนักหน่วงก็ดังขึ้นสามครั้ง
"ใครน่ะ!"
"จากกรมการศึกษาเมืองหวงเฉิง หวังฟู่กู้อยู่บ้านไหม? เปิดประตูด้วย"
จานข้าวในมือของจางซิ่วหลุดมือร่วงลงพื้นเสียงดัง 'เพล้ง' แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ!
เธอจ้องมองไปที่ประตูด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ถึงขนาดที่ไม่กล้าแม้แต่จะหันไปสบตากับหวังฟู่กี้เลยแม้แต่นิดเดียว
......
"ปึกๆๆ!!"
ผนังบ้านส่งเสียงดังตุ้บๆ ตามมาด้วยเสียงอันตื่นเต้นของเจียงอิ้งจู๋ที่ดังมาจากหน้าต่างข้างบ้าน
"หลี่เหยียน! หลี่เหยียน! รีบดูในกลุ่มแชทห้องเร็ว หวังฟู่กี้ถูกรวบตัวไปแล้ว!!"
"รู้แล้วน่า ไม่ใช่นายที่เป็นคนไปจับสักหน่อย จะตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น"
หลี่เหยียนหาวออกมาวอดหนึ่ง ปิดระบบหลังบ้านของแอปฯ ผู้ช่วยนักเขียน แล้วเปิดคิวคิวขึ้นมาดู
ทันใดนั้นก็มีข้อความกล่าวถึง (@) เขาขึ้นมาเป็นพรวน
และยังมีเพื่อนร่วมห้องหลายคนส่งข้อความส่วนตัวมาหาเขาด้วย
"หลี่เหยียน สุดยอดไปเลยเพื่อน!"
"เรียกหลี่เหยียนอะไรกัน ต้องเรียกว่า พี่เหยียน ต่างหาก"
"พี่เหยียนอะไรกัน ต้องเรียกว่า เทพเหยียน ถึงจะถูก!"
นักเรียนห้องสามต้องทนทุกข์ภายใต้อำนาจของหวังฟู่กี้มานานแสนนาน ตอนนี้เขาถูกกำจัดไปได้ด้วยบทสัมภาษณ์เพียงชิ้นเดียวของหลี่เหยียน เรียกได้ว่าทุกคนต่างพากันสะใจและตบมือสรรเสริญกันถ้วนหน้า
"อย่ามาบูชาพี่เลย พี่มันก็แค่ตำนานตัวเป็นๆ คนหนึ่งเท่านั้นแหละ"
หลี่เหยียนยอมโผล่ออกมาตอบในกลุ่มเพียงครั้งเดียว เพราะถ้าไม่ตอบ เขาคงไม่รู้ว่าคนพวกนี้จะ @ หาเขาไปถึงเมื่อไหร่
โดยเฉพาะเจ้าพวกที่คลั่งไคล้เขาจนเกินเหตุ
เขามองข้ามคำชื่นชมเยาว์วัยเหล่านั้น แล้วเลื่อนดูข้อความก่อนหน้า จนกระทั่งเห็นวิดีโอตอนที่หวังฟู่กี้ถูกคุมตัวออกไป
ถึงแม้เมื่อเช้าหลังจากรับโทรศัพท์เขาก็พอจะคาดเดาได้อยู่แล้ว แต่พอเห็นคลิปวิดีโอด้วยตาตัวเอง เขาก็รู้สึกเบาใจขึ้นมาได้จริงๆ
ถือว่าเขาได้ทำความดีสะสมแต้มบุญไว้บ้างแล้วกัน
หลี่เหยียนดูคลิปวิดีโอซ้ำอีกรอบด้วยความเพลิดเพลิน ขณะที่กำลังจะปิดแอปฯ คิวคิว จู่ๆ เขาก็ได้รับการแจ้งเตือนจากระบบหลังบ้าน
มันคือการแจ้งเตือนเรื่องการเซ็นสัญญา เขาจึงรีบแอดคิวคิวของบรรณาธิการ ไปทันที
(จบแล้ว)