เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 - พี่น้องแซ่ถัง!

บทที่ 10 - พี่น้องแซ่ถัง!

บทที่ 10 - พี่น้องแซ่ถัง!


บทที่ 10 - พี่น้องแซ่ถัง!

เมื่อได้ยินคำพูดของถังเหยียน เก๋อหมิงก็รู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง เจ้ามาขอร้องยืมเตาหลอมโอสถของข้า แต่กลับไม่ยอมบอกค่าตอบแทนให้ชัดเจนเนี่ยนะ

คำพูดของถังเหยียนทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้ว่า หากถังเหยียนหลอมโอสถล้มเหลว ก็คงคิดจะเบี้ยวค่าตอบแทนสินะ

แต่ทว่ามนุษย์เราย่อมมีความอยากรู้อยากเห็นเป็นธรรมดา โดยเฉพาะพฤติกรรมที่ผ่านมาของถังเหยียนมันทำให้เขาประหลาดใจเป็นอย่างมาก

แม้จะรู้สึกไม่พอใจ แต่ลึกๆ แล้วเขากลับรู้สึกคาดหวังมากกว่า ว่าเด็กหนุ่มผู้นี้จะมอบสิ่งใดเป็นค่าตอบแทน ถึงได้ทำตัวลึกลับซับซ้อนถึงเพียงนี้

อย่างไรเสีย การให้ยืมเตาหลอมโอสถแค่สองชั่วยามก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไร เก๋อหมิงจึงพยักหน้ารับ

"ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าก็จะรอฟังข่าวดีจากสหายตัวน้อยก็แล้วกัน ตามข้ามาที่ห้องหลอมโอสถเถอะ"

"ขอบคุณท่านผู้อาวุโสเก๋อ ข้าเชื่อว่าของขวัญชิ้นนี้จะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวังอย่างแน่นอน"

ถังเหยียนส่งยิ้มบางๆ แล้วเดินตามเก๋อหมิงไปยังห้องหลอมโอสถ

เมื่อเดินเข้ามายังพื้นที่ด้านในของหอเมี่ยวตาน ถังเหยียนถึงได้รู้ว่าสถานที่แห่งนี้กว้างขวางมากเพียงใด ถัดจากโถงด้านหน้าเข้ามา ด้านตะวันออกจะเป็นแปลงปลูกสมุนไพร ส่วนด้านตะวันตกคือห้องหลอมโอสถ

พวกเขาเดินเลี้ยวไปตามระเบียงทางเดินหลายทบของห้องหลอมโอสถ จนมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องบานหนึ่ง เมื่อผลักประตูหินเข้าไป คลื่นความร้อนก็ปะทะเข้าที่ใบหน้าทันที

"เตาหลอมใบนี้เป็นเตาหลอมใบใหม่ที่ข้าเพิ่งจะเปลี่ยนมาใช้"

เมื่อเข้ามาในห้องหลอมโอสถ เก๋อหมิงก็แนะนำด้วยรอยยิ้ม

"เตาหลอมชั้นเยี่ยม! ใช้แร่เหล็กอูห่ายสกัดเป็นแก่นแท้เพื่อสร้างเป็นผนังด้านในของเตาหลอม ช่วยให้มั่นใจได้ว่าอุณหภูมิภายในเตาจะกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอในทุกทิศทาง"

"ผนังด้านนอกทำจากทองสัมฤทธิ์โบราณสีดำ ดูสวยงามโอ่อ่า และยังช่วยกักเก็บความร้อนไว้ภายใน"

"ตรงกลางสอดไส้ด้วยแก่นไม้กระเบื้อง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาอุณหภูมิและเป็นฉนวนกันความร้อน การออกแบบช่างแยบยลยิ่งนัก เตาหลอมใบนี้ ต่อให้มีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ง่ายๆ สินะ"

ถังเหยียนเอ่ยชื่นชม

เก๋อหมิงในเวลานี้ไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกของตัวเองอย่างไรดี ชายหนุ่มตรงหน้าเขาแม้อายุยังน้อย แต่กลับมีพรสวรรค์และวิสัยทัศน์ในวิถีแห่งโอสถที่ยอดเยี่ยมอย่างไร้ที่ติ ช่างน่าเสียดายเหลือเกินที่จุดตันเถียนกลับถูกทำลายเสียได้

"สหายตัวน้อยช่างตาแหลมคมยิ่งนัก เตาหลอมใบนี้ข้าจ้างวานให้ช่างฝีมือระดับปรมาจารย์เป็นผู้สร้างขึ้นโดยเฉพาะ แม้จะไม่ได้เสียเงินทอง แต่ก็ต้องใช้เส้นสายของหอเมี่ยวตานไปไม่น้อยเลยทีเดียว"

"ฮ่าฮ่า เอาล่ะ ข้าจะไม่รบกวนสหายตัวน้อยแล้ว หลังจากผ่านไปสองชั่วยาม เจ้าก็ออกไปหาข้าที่โถงด้านหน้าได้เลย"

เก๋อหมิงไม่พูดพร่ำทำเพลงให้มากความ เขาปรายตามองถุงย่ามใส่สมุนไพรที่ถังเหยียนสะพายมาด้วย ก่อนจะปิดประตูหินแล้วเดินจากไป

"ฟู่..."

เมื่อเก๋อหมิงออกไปแล้ว ถังเหยียนก็รีบพุ่งเข้าไปลูบคลำเตาหลอมโอสถทันที

เขาสัมผัสได้ถึงเปลวเพลิงที่ลุกโชนอยู่ภายใน ความรู้สึกคุ้นเคยที่ห่างหายไปนานพลันปะทุขึ้นในใจ

เขาเปิดถุงย่ามออก คัดเลือกสมุนไพรมาสิบกว่าชนิด แล้วกลับไปยืนประจำที่หน้าเตาหลอมอีกครั้ง

เขาโยนสมุนไพรลงไปในเตาหลอม คัดแยกกากทิ้งและสกัดเอาแต่แก่นแท้ ท่วงท่าลื่นไหลชำนาญการราวกับการดื่มน้ำทานข้าว

หากเก๋อหมิงได้มาเห็นภาพนี้ ดวงตาคงได้เบิกกว้างจนแทบถลนออกมาเป็นแน่

การคัดแยกสมุนไพร เด็ดสมุนไพร ใส่สมุนไพร และสกัดสมุนไพร ท่วงท่าที่ต่อเนื่องเป็นสายน้ำของถังเหยียนนั้นลื่นไหลไม่มีสะดุด ซึ่งตัวเขาเองยังห่างชั้นกับทักษะระดับนี้อยู่อีกไกล

เมื่อใส่สมุนไพรทั้งหมดลงในเตาหลอมเรียบร้อยแล้ว ถังเหยียนก็แบ่งพลังลมปราณออกมาเพื่อสกัดแก่นแท้ของสมุนไพร ใบหน้าของเขากลับปรากฏร่องรอยของความตกตะลึงขึ้นมาอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้ตอนที่ยังไม่ได้หลอมโอสถเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า เมื่อได้มายังต่างโลกและฝึกฝนคัมภีร์โอสถไร้เทียมทาน ลมปราณที่ใช้ในการหลอมโอสถกลับมีคุณสมบัติพิเศษในการสกัดสมุนไพรเพิ่มขึ้นมาด้วย!

แม้ว่าประสิทธิภาพในการสกัดตอนนี้จะยังไม่เห็นผลชัดเจนนัก แต่ในฐานะอดีตนักปรุงโอสถระดับเก้า การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยแค่นี้ไม่มีทางเล็ดลอดสายตาของเขาไปได้

"คัมภีร์โอสถไร้เทียมทาน ช่างมหัศจรรย์เหลือเกิน นี่ต้องเป็นสุดยอดคัมภีร์แห่งการหลอมโอสถอย่างแน่นอน"

"ตอนนี้ระดับพลังของข้าอยู่ที่ระดับพื้นฐานขั้นสามเท่านั้น หากวันข้างหน้าระดับพลังสูงขึ้น ลมปราณย่อมสามารถเปลี่ยนรูปเป็นเปลวเพลิงได้ทั้งหมด เมื่อถึงเวลานั้น หากใช้มันหลอมโอสถ จะเกิดผลลัพธ์เช่นไรกันนะ ช่างน่าตั้งตารอคอยเสียนี่กระไร!"

ถังเหยียนพึมพำกับตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรวบรวมสมาธิเพื่อทำการสกัดสมุนไพรต่อไป

ถังเหยียนเพ่งสมาธิควบคุมลมปราณอย่างเต็มที่ หยาดเหงื่อผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผาก เมื่อเวลาผ่านไป หยาดเหงื่อเหล่านั้นก็ไหลย้อยลงมาอย่างรวดเร็วจนเสื้อผ้าของเขาเปียกชุ่มไปหมด

นับว่าโชคดีที่ถังเหยียนมีความมุ่งมั่นอันแรงกล้า หากเป็นคนอื่นที่มีระดับพลังเพียงพื้นฐานขั้นสามแต่ต้องมาหลอมโอสถระดับหนึ่งขั้นกลาง คงถอดใจยอมแพ้ไปตั้งนานแล้ว

ผ่านไปเนิ่นนาน เมื่อถังเหยียนลืมตาขึ้น ในที่สุดเขาก็ทรุดตัวลงนั่งบนพื้นด้วยความเหนื่อยล้า หอบหายใจแฮกๆ

"โอย เหนื่อยแทบขาดใจ!"

เขาปาดเหงื่อบนใบหน้าโดยไม่พักผ่อนนานนัก เขาเปิดเตาหลอมออกและมองดูโอสถสิบสองเม็ดที่อยู่ตรงกลาง

เม็ดยาสีเขียวมรกต กลมเกลี้ยงอวบอิ่ม กลิ่นหอมหวนโชยแตะจมูกไม่จางหาย ในที่สุดถังเหยียนก็ฉีกยิ้มกว้างออกมาได้

เขามองดูนาฬิกาทรายบนผนัง เพิ่งจะผ่านไปเพียงหนึ่งชั่วยามครึ่งเท่านั้น เขาแอบชื่นชมในใจว่าเคล็ดวิชาคัมภีร์โอสถไร้เทียมทานนี้ช่างน่าทึ่งจริงๆ มันช่วยเร่งความเร็วในการหลอมโอสถให้เร็วขึ้นไปอีกขั้น

เขาหยิบขวดกระเบื้องออกมาสองใบ บรรจุโอสถเหล่านั้นลงไปจนครบถ้วน

เขานั่งพักผ่อนอยู่บนพื้นชั่วครู่ เสื้อผ้าที่เคยเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อก็ถูกความร้อนจากเตาหลอมอบจนแห้งสนิท ถังเหยียนจึงผลักประตูหินและเดินกลับไปยังโถงด้านหน้า

ทางด้านเก๋อหมิงที่รออยู่ตรงโถงด้านหน้า ในหัวของเขามีแต่ข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับถังเหยียน เช่น บ้านอยู่ที่ไหน เป็นศิษย์สำนักใด เป็นต้น

หลังจากนั่งรอมาหนึ่งชั่วยามกว่าๆ จู่ๆ เขาก็นึกขึ้นได้ว่าถังเหยียนพาสาวใช้มาด้วยคนหนึ่ง เขาตบหน้าผากตัวเองพลางด่าว่าตัวเองโง่เง่า ทำไมเขาถึงไม่ไปหลอกถามข้อมูลจากสาวใช้คนนั้นกันนะ

"ท่านผู้อาวุโสเก๋อ ขอบคุณมาก"

ในขณะที่เก๋อหมิงกำลังจะลุกไปสอบถามประวัติของถังเหยียน เสียงทุ้มกังวานก็ดังขึ้นเสียก่อน

เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบว่าเป็นถังเหยียนจริงๆ เขาจึงส่งยิ้มและเอ่ยถาม

"สหายตัวน้อยถัง ผลลัพธ์เป็นอย่างไรบ้าง"

"โชคดีที่สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ต้องขอบคุณเตาหลอมของท่านผู้อาวุโสเก๋อด้วย"

ถังเหยียนเอ่ยขอบคุณ ก่อนจะยิ้มและพูดต่อ

"ธุระของข้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาทำตามสัญญาที่ให้ไว้เสียที ท่านผู้อาวุโสเก๋อพอจะมีกระดาษกับพู่กันหรือไม่"

"มีสิ ทำไมรึ หรือว่าสหายตัวน้อยคิดจะเขียนหนังสือค้ำประกันชดใช้หนี้งั้นหรือ"

เก๋อหมิงหยิบกระดาษกับพู่กันออกมาให้พลางเอ่ยแซวเล่น

"หากท่านผู้อาวุโสเก๋อไม่รังเกียจ ข้าก็ยินดีจะเขียนให้"

ถังเหยียนหัวเราะเบาๆ รับพู่กันมาแล้วก็เริ่มตวัดเขียนลงบนกระดาษ

เมื่อตัวอักษรแบบสิงซูที่ทรงพลังและหนักแน่นปรากฏลงบนกระดาษ ดวงตาของเก๋อหมิงก็เบิกกว้างเป็นประกายทันที!

ในฐานะนักปรุงโอสถ การมีลายมือสวยงามไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ตัวอักษรของถังเหยียนนั้นทั้งหนักแน่น ทรงพลัง พลิ้วไหว และเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณ สะท้อนให้เห็นถึงความสง่างามที่เหนือชั้นยิ่งกว่า

"ผลึกน้ำแข็งพันชั้น หญ้าปะการัง น้ำค้างจันทร์กระจ่าง ผงก้ามปูแดง ผงกระดูกกระทิงอัคคี สัตตบงกชมายา..."

เมื่อถังเหยียนตวัดพู่กันเขียนชื่อสมุนไพรทั้งห้าสิบเอ็ดชนิดอย่างลื่นไหล พร้อมทั้งจดบันทึกขั้นตอนการปรุงโอสถลงไปจนเสร็จสรรพ ในที่สุดเขาก็วางพู่กันลง

เป่าหมึกให้แห้งสนิท ถังเหยียนก็เลื่อนสูตรโอสถนั้นไปตรงหน้า เก๋อหมิงรับมาดูทันที

เมื่อเห็นเนื้อหาในสูตรโอสถชัดเจน มือของเก๋อหมิงก็สั่นเทาอย่างรุนแรง

ในฐานะนักปรุงโอสถ ย่อมต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสรรพคุณของสมุนไพรแต่ละชนิดเป็นอย่างดี หญ้าปะการัง ผงก้ามปูแดง และผงกระดูกกระทิงอัคคีที่ระบุอยู่ในสูตร ล้วนเป็นสมุนไพรที่ใช้บำรุงเส้นใยชีพจรทั้งสิ้น

และเมื่อพิจารณาจากระดับความยากในการปรุงแล้ว ดูเหมือนว่านี่จะเป็นสูตรโอสถระดับสองขั้นสูงเสียด้วย เพียงแต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นของแท้หรือไม่

แต่ด้วยสายตาอันเฉียบแหลมของผู้อาวุโสเก๋อ เขามั่นใจว่าสูตรโอสถนี้มีโอกาสเป็นของแท้ถึงเก้าในสิบส่วน

"นี่คือสูตรโอสถรึ เป็นโอสถชนิดใดกัน"

ผู้อาวุโสเก๋อเอ่ยถามด้วยความสงสัย

"ก่อนหน้านี้ข้าสังเกตเห็นว่าตาขาวของท่านมีเส้นเลือดฝอยสีแดงจางๆ ปรากฏอยู่ ข้าเดาว่าตอนยังหนุ่ม ท่านคงจะใจร้อนรีบเร่งในการฝึกวิถีแห่งโอสถมากเกินไป ทำให้เกิดข้อผิดพลาดในวิธีการฝึก"

"ประกอบกับตอนที่ระดับพลังยังไม่เสถียร ท่านก็คงฝืนทะลวงด่านพลัง ส่งผลให้มีพิษอัคคีสะสมอยู่ในเส้นใยชีพจรเป็นจำนวนมาก"

"สูตรโอสถนี้มีชื่อว่า โอสถเพลิงเหมันต์พิสุทธิ์ สามารถยับยั้งพิษอัคคีในร่างกายของท่านได้อย่างชะงัดนัก หากทานติดต่อกันเจ็ดครั้ง พิษร้ายก็จะถูกขจัดออกไปจนหมดสิ้น"

"โอสถชนิดนี้เป็นโอสถระดับสามขั้นต่ำ แม้ท่านผู้อาวุโสเก๋อจะปรุงเองไม่ได้ แต่ข้าเชื่อว่าในหอเมี่ยวตานต้องมีคนที่สามารถปรุงมันได้อย่างแน่นอน"

"หากท่านผู้อาวุโสเก๋อไม่สะดวก รอจนกว่าอาจารย์ของข้ากลับมา ข้าจะขอร้องให้ท่านอาจารย์ปรุงโอสถเตานี้ให้ท่านก็แล้วกัน ค่าตอบแทนนี้แม้อาจจะดูเล็กน้อย แต่ก็เป็นความจริงใจจากข้าถังเหยียนอย่างเต็มเปี่ยม ขอลา"

ถังเหยียนประสานมือคารวะเก๋อหมิงด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันหลังเดินจากไป

เมื่อได้ยินคำพูดของถังเหยียน เก๋อหมิงก็ยืนเหม่อลอยไปชั่วขณะ

พิษอัคคีในร่างกายของเขานั้น เป็นผลมาจากการฝึกฝนที่ผิดพลาดในวัยหนุ่มอย่างที่ถังเหยียนว่าไว้ไม่มีผิด จนถึงตอนนี้ ทุกๆ สามเดือน อาการพิษก็จะกำเริบขึ้นหนึ่งครั้ง

ทุกครั้งที่พิษกำเริบ เส้นใยชีพจรทั่วร่างจะร้อนระอุราวกับถูกแผดเผา ความทรมานนั้นช่างเจ็บปวดเจียนตาย

ส่วนโอสถที่ใช้ถอนพิษอัคคี เขาเคยค้นหาข้อมูลมาแล้ว จึงได้รู้ว่าโอสถระดับต่ำสุดที่ใช้ได้ก็คือโอสถระดับหก

เดิมทีเขาคิดว่าชาตินี้คงต้องทนทุกข์ทรมานจากพิษอัคคีไปตลอดชีวิต ใครจะไปคิดว่าวันนี้เพียงแค่บังเอิญได้พบเจอกัน เขากลับได้สูตรโอสถถอนพิษมาครอบครองอย่างง่ายดาย

ขอเพียงเขาส่งข่าวนี้กลับไปยังสำนักงานใหญ่ ทางสำนักงานใหญ่ย่อมไม่นิ่งดูดายปล่อยให้เขาทนทุกข์ทรมานอย่างแน่นอน วันที่เขาจะหายจากพิษอัคคีอยู่แค่เอื้อมแล้ว

"วิเศษ วิเศษจริงๆ!"

เก๋อหมิงจำไม่ได้แล้วว่าตัวเองไม่ได้ตื่นเต้นดีใจขนาดนี้มานานเท่าไหร่แล้ว เขาตบมือฉาดใหญ่ น้ำตาแทบจะไหลรินออกมา

"สหายถัง! สหายถัง!"

เขาร้องเรียกอยู่สองคำ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าถังเหยียนเดินออกไปแล้ว เขาจึงรีบเก็บสูตรโอสถแล้ววิ่งตามออกไปทันที

เสี่ยวชุ่ยที่เห็นถังเหยียนเดินออกมาอย่างปลอดภัยก็รู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก ขณะที่เจ้านายและบ่าวรับใช้กำลังจะก้าวเท้าออกจากร้าน เสียงประตูด้านในก็ถูกเปิดออกอย่างแรงดังปัง เก๋อหมิงวิ่งกระหืดกระหอบออกมาด้วยท่าทีตื่นเต้น

หลงจู๊ในร้านและลูกค้าที่อยู่รอบๆ ต่างมองเก๋อหมิงด้วยความประหลาดใจ ปกติแล้วท่านปรมาจารย์เก๋อผู้เปี่ยมไปด้วยความสง่างามและกิริยามารยาทอันดีงาม เหตุใดวันนี้ถึงได้แสดงอาการหลุดโลกเช่นนี้ได้

"สหายถัง ช้าก่อน รอก่อนเถิด!"

เก๋อหมิงตะโกนเสียงหลง

อะไรนะ สหายถังงั้นรึ

ทุกคนในร้านต่างยืนอ้าปากค้าง แว่นตาแทบจะแตกกระจายเกลื่อนพื้น!

ปรมาจารย์เก๋อ ผู้อาวุโสใหญ่แห่งหอเมี่ยวตานสาขาเมืองอวิ๋น ผู้ซึ่งแม้แต่เจ้าเมืองยังต้องให้ความเคารพและเรียกขานว่าปรมาจารย์เก๋อ กลับเอ่ยปากเรียกเด็กหนุ่มเมื่อวานซืนคนหนึ่งว่าสหาย ชายหนุ่มผู้นี้เป็นใครกันแน่!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 10 - พี่น้องแซ่ถัง!

คัดลอกลิงก์แล้ว