- หน้าแรก
- ระบบนักอ่าน สู่ชีวิตอันไร้ที่ติ
- บทที่ 12: ประกาศผลสอบ
บทที่ 12: ประกาศผลสอบ
บทที่ 12: ประกาศผลสอบ
บทที่ 12: ประกาศผลสอบ
จูเจ๋อเจียงกล่าวสุนทรพจน์ตามธรรมเนียมก่อนจะเริ่มแจกกระดาษข้อสอบ
เนื้อหาใจความก็มีแค่การบอกให้คนที่ทำได้ดีรักษามาตรฐานไว้และอย่าเพิ่งชะล่าใจ ส่วนคนที่ทำได้ไม่ดีก็ให้พยายามต่อไปและอย่าเพิ่งท้อแท้
นอกจากนี้ เขายังกล่าวชื่นชมนักเรียนบางคนในห้องที่มีพัฒนาการก้าวกระโดดอีกด้วย
เนื่องจากนี่เป็นการสอบย่อยครั้งแรกของชั้นมัธยมปลายปีสาม ผลคะแนนจึงอาจจะยังใช้อ้างอิงอะไรไม่ได้มากนัก
ท้ายที่สุดแล้ว ยังมีเนื้อหาอีกหลายส่วนที่ไม่ได้นำมาออกข้อสอบ โดยครอบคลุมเนื้อหาแค่สองสามบทแรกเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ในฐานะห้องเรียนหัวกะทิ นักเรียนหลายคนได้เริ่มทบทวนบทเรียนล่วงหน้ากันไปแล้ว ดังนั้นผลสอบย่อยครั้งนี้จึงสามารถสะท้อนให้เห็นถึงผลลัพธ์จากความพยายามในการศึกษาด้วยตนเองได้ในระดับหนึ่ง
"เอาล่ะ ตอนนี้เราจะเริ่มแจกกระดาษข้อสอบวิชาภาษาจีนกันแล้วนะ นักเรียนที่ถูกเรียกชื่อให้ออกมารับกระดาษข้อสอบหน้าชั้นเรียน"
หลังจากจูเจ๋อเจียงกล่าวสุนทรพจน์จบ เขาก็เข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญ โดยเริ่มจากวิชาภาษาจีนก่อน
และตามธรรมเนียมปฏิบัติของเขา เขามักจะเริ่มเรียกจากคนที่ได้คะแนนน้อยที่สุดก่อนเสมอ
"หวังห่าว 97, จ้าวสวี่ 97, หลิวจิง 99" จูเจ๋อเจียงมองทั้งสามคนด้วยใบหน้าเรียบเฉย "มีแค่พวกเธอสามคนเท่านั้นที่ทำคะแนนวิชาภาษาจีนไม่ถึง 100 คะแนน"
เขามีใบหน้ายาวๆ และเวลาที่ไม่ยิ้ม ก็จะดูเหมือนยมทูตหน้าม้าจากปรโลก ซึ่งทำให้เด็กนักเรียนทั้งห้องต่างพากันหวาดกลัว
หวังห่าวและอีกสองคนเดินหน้าแดงก่ำออกไปรับกระดาษข้อสอบหน้าชั้นเรียน จากนั้นก็รีบขยำมันเป็นก้อนและยัดใส่ไว้ใต้โต๊ะด้วยความอับอาย
"เซียวเหยา 101, เฉินวั่ง 103, เลี่ยวเหยา 104..."
"เจียงซวิน 118, เฉินซือเสวียน 119..."
เมื่อได้ยินชื่อตัวเอง เจียงซวินก็วางหนังสือภาษาอังกฤษลงและเดินตรงไปยังหน้าชั้นเรียน
คะแนนนี้ไม่ได้เหนือความคาดหมายของเขาสักเท่าไหร่ มันสูงกว่าคะแนนเดิมของเขาแค่สิบกว่าคะแนนเท่านั้น
คะแนนส่วนใหญ่ในวิชาภาษาจีนมาจากการเขียนเรียงความและการอ่านจับใจความ แม้เขาจะเสียคะแนนในส่วนของความรู้อื่นๆ ไปบ้าง แต่มันก็คิดเป็นสัดส่วนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ตอนนั้นเองที่เขาสังเกตเห็นว่าเฉินซือเสวียนก็บังเอิญเดินตามหลังเขามาติดๆ แต่นี่ก็คือมาตรฐานปกติของเธออยู่แล้ว คะแนนวิชาภาษาจีนของเธอมักจะวนเวียนอยู่แถวๆ 120 คะแนน
ในขณะที่ทั้งสองเดินไปหน้าชั้นเรียนพร้อมกัน เสียงซุบซิบนินทาก็ดังเซ็งแซ่ขึ้นจากด้านล่างทันที
ช่วงนี้ทั้งสองคนมีปฏิสัมพันธ์กันบ่อยมาก และเจียงซวินก็ดูมีแนวโน้มว่าจะกลายเป็นแฟนหนุ่มคนใหม่ที่มีข่าวลือพัวพันกับเฉินซือเสวียน
แต่ก็ต้องยอมรับว่า... เฉินซือเสวียนในชุดเสื้อฮู้ดสีแดงและกางเกงยีนส์รัดรูปที่เผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าอันเย้ายวนใจนั้น ดูเหมาะสมกับเจียงซวินที่มีรูปร่างสูงโปร่งสง่างามเป็นอย่างมาก
หยางข่ายอี้จ้องมองแผ่นหลังของเจียงซวิน นัยน์ตาของเธอไหววูบเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมาอย่างชัดเจน
"เจียงซวิน ครั้งนี้เธอมีพัฒนาการที่ดีมาก พยายามต่อไปนะ"
ในขณะที่จูเจ๋อเจียงยื่นกระดาษข้อสอบให้เจียงซวิน เขาพยักหน้าให้เจียงซวิน สายตาของเขาก็เหลือบไปมองเฉินซือเสวียนที่ยืนหน้าแดงระเรื่ออยู่ข้างๆ อย่างลืมตัว
หลังจากเฉินซือเสวียนรับกระดาษข้อสอบมาแล้ว เธอก็หันหลังให้จูเจ๋อเจียงและถลึงตาใส่เจียงซวินอย่างดุเดือด ซึ่งนั่นก็ทำให้เจียงซวินถึงกับงุนงงไปเลย
ในจังหวะนี้ นักเรียนบางคนในห้องก็เริ่มซุบซิบกันเบาๆ
"ดูเหมือนว่าครั้งนี้เจียงซวินกับเฉินซือเสวียนจะได้อยู่ห้องสอบเดียวกันใช่ไหม แถมยังนั่งหน้าหลังกันอีกต่างหาก"
"เฉินซือเสวียนคงจะยอมให้เจียงซวินลอกข้อสอบแหงๆ ไม่งั้นคะแนนวิชาภาษาจีนของเจียงซวินคงไม่สูงขนาดนี้หรอก"
"เป็นไปได้สูงมาก"
...เนื่องจากจูเจ๋อเจียงยังยืนอยู่หน้าชั้นเรียน ทุกคนจึงไม่กล้าพูดเสียงดัง ทำได้เพียงกระซิบกระซาบกันเบาๆ เท่านั้น
ทว่าเมื่อผลคะแนนวิชาภาษาอังกฤษซึ่งเป็นวิชาที่สองถูกประกาศออกมา เสียงซุบซิบเหล่านั้นก็เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ
"เจียงซวิน, 92!"
ตอนที่จูเจ๋อเจียงประกาศคะแนนวิชาภาษาอังกฤษของเจียงซวิน เขาชะงักไปครู่หนึ่ง เขามองไปที่เจียงซวินซึ่งลุกขึ้นยืนจากที่นั่ง
แต่เขากลับไม่เห็นความรู้สึกใดๆ บนใบหน้าของเจียงซวินเลย เจียงซวินดูสงบนิ่งเป็นพิเศษ ไม่ได้ดูประหลาดใจหรือภูมิใจอะไรเลยแม้แต่น้อย
เป็นที่รู้กันดีว่าคะแนนวิชาภาษาอังกฤษครั้งก่อนๆ ของเจียงซวินนั้นวนเวียนอยู่แค่ช่วง 30-50 คะแนนเท่านั้น
แต่คราวนี้คะแนนของเขากลับพุ่งพรวดทะลุเส้นผ่านเกณฑ์ เพิ่มขึ้นมากว่า 50 คะแนนรวดเดียวเลย!
ตามหลักการแล้ว นักเรียนที่มีพัฒนาการก้าวกระโดดขนาดนี้ ย่อมต้องรู้สึกภาคภูมิใจและดีใจเป็นธรรมดา แต่เจียงซวินกลับไม่เป็นเช่นนั้น
หรือว่าจะเป็นอย่างที่เพื่อนร่วมชั้นเริ่มตั้งข้อสงสัยกันหนาหูขึ้นเรื่อยๆ ว่าคะแนนวิชาภาษาอังกฤษของเขาได้มาจากการลอกเฉินซือเสวียน
แม้จูเจ๋อเจียงจะไม่อยากมองลูกศิษย์ในแง่ร้าย
แต่คะแนนวิชาภาษาอังกฤษและปฏิกิริยาของเจียงซวินในตอนนี้ก็ดูผิดปกติจนน่าสงสัยเกินไปจริงๆ
ความจริงแล้ว คะแนนระดับนี้อยู่ในความคาดหมายของเจียงซวินอยู่แล้ว
แม้เขาจะยังทบทวนหนังสือเรียนวิชาภาษาอังกฤษไม่จบ แต่เขาก็จัดการคำศัพท์และวลีไปได้เกินครึ่งแล้ว ส่วนที่ยังไม่ได้ทบทวนก็มีแค่การนำไวยากรณ์ไปใช้บางส่วนเท่านั้น
สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับวิชาภาษาอังกฤษในระดับมัธยมปลายก็คือคำศัพท์ และเจียงซวินก็เชี่ยวชาญคำศัพท์ส่วนใหญ่ไปแล้ว ดังนั้นการที่คะแนนของเขาจะพุ่งทะลุเส้นผ่านเกณฑ์จึงถือเป็นเรื่องปกติ
เขาเดาไว้อยู่แล้วว่าการที่คะแนนของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอาจจะทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาบ้าง แต่เขาไม่ได้สนใจอะไร
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความสามารถที่แท้จริง เสียงวิพากษ์วิจารณ์เพียงเล็กน้อยก็ไม่มีความหมายอะไร คะแนนจากการสอบครั้งต่อๆ ไปของเขาจะช่วยลบคำสบประมาทของคนพวกนี้ไปเอง
ทว่าทันทีที่คะแนนวิชาภาษาอังกฤษของเฉินซือเสวียนถูกประกาศออกมา เสียงซุบซิบนินทาก็ดังกระหึ่มขึ้นยิ่งกว่าเดิม
นั่นก็เพราะเฉินซือเสวียนทำคะแนนวิชาภาษาอังกฤษไปได้ถึง 128 คะแนน เป็นรองแค่หยางข่ายอี้ที่ทำไปได้ 135 คะแนนเท่านั้น มันจึงดูมีเหตุผลที่เจียงซวินจะลอกข้อสอบจากเธอจนได้คะแนนผ่านเกณฑ์
แต่มีเพียงเฉินซือเสวียนคนเดียวเท่านั้นที่รู้ดีว่าเจียงซวินไม่ได้ลอกข้อสอบของเธอเลยแม้แต่น้อย ขนาดเธอจงใจขยับกระดาษข้อสอบไปไว้ใกล้ๆ เขาแล้ว เขายังไม่แม้แต่จะปรายตามองด้วยซ้ำ
ดังนั้นเธอจึงรู้สึกประหลาดใจมากที่เจียงซวินสามารถทำคะแนนได้เกิน 90 คะแนน และในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกโกรธเคืองที่คนอื่นมาใส่ร้ายเจียงซวิน
ด้วยเหตุนี้ แม้จูเจ๋อเจียงจะยังยืนอยู่หน้าชั้นเรียน เธอก็ทุบโต๊ะดังปังแล้วพูดเสียงดังฟังชัดว่า
"ลอก ลอก ลอก! แค่เพราะเจียงซวินสอบได้คะแนนดี ก็หาว่าเขาลอกข้อสอบเหรอ พวกเธอตาบอดหรือไง เขาอ่านหนังสือภาษาอังกฤษทุกวันนะจะบอกให้!"
"ตอนสอบเขาก็ไม่ได้มองข้อสอบฉันเลยแม้แต่นิดเดียว คนที่นั่งอยู่รอบๆ ก็เป็นพยานได้"
"ถ้าพวกเธอข้องใจนัก ก็ไปฟ้องฝ่ายปกครองเลยสิ! ให้ครูเขามาสอบสวนเลย เก่งแต่เรื่องนินทาชาวบ้านลับหลังนี่มันน่าสมเพชจริงๆ!"
การระเบิดอารมณ์อย่างกะทันหันของเฉินซือเสวียนทำเอาจูเจ๋อเจียงถึงกับอึ้งไปเลย เขารู้สึกได้ว่าใบหน้าของตัวเองกำลังร้อนผ่าว
ส่วนพวกนักเรียนที่โดนด่าฉอดๆ ก็หน้าแดงก่ำและทำตัวไม่ถูกยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
และเจียงซวินที่นั่งอยู่ตรงมุมห้องก็เงยหน้าขึ้นมองเด็กสาวที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างด้วยความประหลาดใจ
ในเวลานี้ ใบหน้าสวยของเฉินซือเสวียนแดงก่ำด้วยความโกรธ หน้าอกเล็กๆ ของเธอกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นถึงเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
นี่เป็นครั้งแรกที่เจียงซวินรู้สึกว่ารูปร่างหน้าตาของเฉินซือเสวียนไม่ได้ด้อยไปกว่าหยางข่ายอี้เลย
บางทีอาจเป็นเพราะอคติจากชาติก่อนที่ทำให้เขามองว่าผู้หญิงแบบหยางข่ายอี้นั้นเพอร์เฟกต์ที่สุด
ส่วนเฉินซือเสวียนก็แค่แต่งตัวแรงและชอบบริหารเสน่ห์ เธอเทียบกับหยางข่ายอี้ไม่ได้หรอก
แต่ในเวลานี้ เมื่อมองด้วยสายตาที่เป็นกลางที่สุด เฉินซือเสวียนก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าหยางข่ายอี้เลย ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตาหรือบุคลิกภาพ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คำพูดที่ตรงไปตรงมาและเด็ดเดี่ยวของเธอในตอนนี้ ยิ่งทำให้เจียงซวินรู้สึกว่าเด็กสาวคนนี้มีเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างน่าประหลาด
ถึงจุดนี้ จูเจ๋อเจียงก็ต้องเอ่ยปากเพื่อคลี่คลายสถานการณ์และยุติเรื่องวุ่นวายนี้
"เอาล่ะๆ เงียบๆ กันได้แล้ว ครูจะแจกกระดาษข้อสอบต่อแล้วนะ"
หลังจากที่เฉินซือเสวียนระเบิดอารมณ์ออกไป ก็ไม่มีใครกล้าพูดถึงเรื่องนี้อีกเลย
ใครๆ ก็รู้ว่าเฉินซือเสวียนเป็นคนอารมณ์ร้อนแค่ไหน ดูตัวอย่างนักกีฬาที่ต้องไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มที่โรงพยาบาลอำเภออินตั้งครึ่งค่อนเดือนนั่นสิ
ลำดับต่อไปคือการแจกกระดาษข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์ และคะแนนสูงลิ่วถึง 94 คะแนนของเฉินซือเสวียนก็สร้างความฮือฮาขึ้นมาอีกครั้ง
คะแนนระดับนี้ถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์สำหรับเธอเลยก็ว่าได้ เพราะปกติคะแนนวิชาคณิตศาสตร์ของเธอไม่เคยถึง 40 คะแนนเลยด้วยซ้ำ
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทุกคนจะต้องคิดว่าเธอลอกข้อสอบแน่ๆ แต่มันก็เห็นๆ กันอยู่ว่าเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะลอกเจียงซวิน เธอต้องไปลอกพวกเก่งเฉพาะทางคนอื่นมาแน่ๆ
แต่ครั้งนี้ทุกคนได้รับบทเรียนแล้ว แม้จะมีความสงสัยอยู่ในใจ แต่พวกเขาก็เลือกที่จะไม่ซุบซิบนินทาต่อหน้าเฉินซือเสวียน แต่กะจะเก็บเอาไว้เมาท์หลังเลิกเรียนแทน
ตัวเฉินซือเสวียนเองก็ถึงกับอึ้งไปเลยตอนที่ได้ยินคะแนนนี้
เมื่อเธอรับกระดาษข้อสอบมาและตรวจดูคะแนนอย่างแน่ใจ ใบหน้าของเธอก็เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
เธอลอกคำตอบข้อสอบปรนัยและแบบเติมคำตอบของเจียงซวิน ส่วนข้อสอบอัตนัยเธอก็แค่เดาสุ่มไปมั่วๆ เธอทำได้แค่ส่วนแรกของโจทย์เรื่องลำดับอนุกรมที่ง่ายที่สุดเท่านั้น
ในสถานการณ์แบบนี้ เธอยังได้ตั้ง 94 คะแนนเชียวเหรอ นี่มันหมายความว่าคำตอบปรนัยและแบบเติมคำตอบของเธอถูกเกือบหมดเลยใช่ไหมเนี่ย?!
เธอจำได้ว่าหลังสอบเสร็จ เธอได้เอาคำตอบไปเทียบกับเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ ในห้องสอบเดียวกัน และพบว่าส่วนใหญ่มันไม่เหมือนกันเลย ซึ่งนั่นก็ทำให้เธอคิดว่าคำตอบของเจียงซวินเชื่อถือไม่ได้
แต่มาถึงตอนนี้ เธอก็เข้าใจแล้วว่าคนที่เชื่อถือไม่ได้ก็คือพวกเพื่อนร่วมห้องสอบของเธอต่างหากล่ะ!
เธอควรจะเชื่อใจเจียงซวินตั้งแต่แรก เฉินซือเสวียนรู้สึกละอายใจอยู่ลึกๆ
ถึงตอนนี้ คะแนนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนเกือบทุกคนในห้องถูกประกาศออกมาหมดแล้ว เหลือแค่คนเดียวที่ยังไม่ได้รับกระดาษข้อสอบ ซึ่งก็คือเจียงซวินนั่นเอง
ผู้คนดูเหมือนจะตระหนักอะไรบางอย่างได้ และบรรยากาศในห้องก็พลันเงียบกริบลงทันตา
"อันดับหนึ่ง เจียงซวิน"
"134 คะแนน เป็นอันดับสามของระดับชั้น"