เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 - ท่านอาจารย์โปรดช่วยด้วย

บทที่ 3 - ท่านอาจารย์โปรดช่วยด้วย

บทที่ 3 - ท่านอาจารย์โปรดช่วยด้วย


ปัง!

กำปั้นเล็กๆ ของต่งซืออวี่ราวกับชกเข้าที่แผ่นเหล็กกล้า แรงสะท้อนทำให้ข้อมือของเธอปวดร้าว เธอเซถอยหลังไปหลายก้าว น้ำตาแทบจะร่วงหล่นลงมา

ส่วนชายชราในชุดสไตล์ถังซวงยิ่งหน้าถอดสี ความเยือกเย็นบนใบหน้ามลายหายไปจนหมดสิ้น แววตาของเขาถึงกับเผยให้เห็นความหวาดกลัว

"คุณหนู"

"กล้าดีเหิมเกริมมาทำร้ายคุณหนู แกแส่หาที่ตายแล้ว"

บอดี้การ์ดสองคนที่อยู่ข้างกายชายชรารีบพุ่งเข้าไปข้างหน้าหมายจะระบายแค้นแทนต่งซืออวี่

"หยุดเดี๋ยวนี้"

ชายชราในชุดสไตล์ถังซวงรีบห้ามบอดี้การ์ดเอาไว้ จากนั้นก็โค้งคำนับซูฮ่าวหรานอย่างนอบน้อมและกล่าวด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น "ปรมาจารย์โปรดอภัยด้วย ต่งซืออวี่หลานสาวของข้ายังเด็กนักจึงได้ล่วงเกินท่านปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ ข้าขอเป็นตัวแทนขอโทษท่านด้วย"

ปรมาจารย์!

ชายชุดดำสองคนที่อยู่ด้านหลังชายชราถึงกับชะงักงันอยู่กับที่ จากนั้นใบหน้าของพวกเขาก็เผยให้เห็นความหวาดกลัวที่ไม่อาจปิดบังได้

การแผ่พุ่งพลังปราณแท้ออกมานอกร่าง สังหารคนได้ไร้ร่องรอย นี่คือความสามารถที่มีเพียงปรมาจารย์เท่านั้นที่ทำได้!

มีเพียงต่งซืออวี่ที่ยังไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ เธอทำปากยื่นพลางทำหน้าตาไม่ยอมแพ้

ปรมาจารย์งั้นหรือ

แน่นอนว่าซูฮ่าวหรานไม่ใช่ปรมาจารย์ เพียงแต่พลังปราณแท้ปฐมภูมินั้นวิเศษเกินไปจนแสดงคุณสมบัติที่มีเฉพาะในตัวปรมาจารย์ออกมา ด้วยสภาพร่างกายของเขาในตอนนี้ยังห่างชั้นจากระดับปรมาจารย์อยู่อีกหลายขุมนัก

ทว่าอดีตชาติของซูฮ่าวหรานคือมหาจักรพรรดิผู้ทรงอำนาจเหนือเก้าชั้นฟ้า ด้วยวิสัยทัศน์ของเขา สถานะปรมาจารย์จึงเป็นเพียงสิ่งจ้อยร่อยที่เขาไม่เห็นอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย

เมื่อเห็นท่าทีหวาดหวั่นของชายชรา ซูฮ่าวหรานก็โบกมืออย่างไม่ใส่ใจพลางกล่าวขึ้น "ช่างเถอะ ให้คนใกล้ตายอย่างนายมาขอโทษฉันมันอัปมงคลเปล่าๆ"

"คุณ ..." ชายชราตกตะลึงจนตาเบิกกว้าง

ต่งซืออวี่ที่เดิมทีก็ไม่ยอมแพ้อยู่แล้วเกิดอาการปรี๊ดแตกขึ้นมาอีก เธอชี้หน้าซูฮ่าวหรานและพูดด้วยความโมโห "คุณปู่ของฉันขอโทษแกดีๆ แต่แกกลับมาแช่งปู่ฉัน ไอ้สวะ แกมันเลวทรามจริงๆ"

ซูฮ่าวหรานแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา "คุณปู่ของเธอหว่างคิ้วดำคล้ำ ริมฝีปากม่วงซีด เวลาเดินก็ห่อไหล่ค่อมหลัง เห็นได้ชัดว่าอาการโรคหัวใจกำเริบหนักมาก ถ้าฉันเดาไม่ผิดช่วงนี้ที่หน้าอกของตาแก่นี่คงมีจุดด่างดำโผล่ขึ้นมาสามจุดแล้ว อยู่ได้อีกไม่นานหรอก"

"ท่านอาจารย์ ท่านทราบได้อย่างไรว่าที่หน้าอกของข้ามีจุดด่างดำสามจุด"

หลังจากชายชราถามจบเขาก็เหมือนเพิ่งตื่นจากภวังค์ รีบเอ่ยด้วยน้ำเสียงวิงวอน "ท่านอาจารย์โปรดช่วยข้าด้วยเถิด! โรคหัวใจของข้าตระเวนรักษามานับไม่ถ้วนแต่ก็ไม่หายขาด ขอเพียงท่านอาจารย์ยอมช่วยชีวิตข้า ข้ายินดีจ่ายทุกราคา"

ต่งซืออวี่ฟังแล้วก็ตกตะลึงอย่างหนัก เธอไม่เคยรู้ถึงอาการป่วยที่แท้จริงของคุณปู่มาก่อน และยิ่งคิดไม่ถึงว่าซูฮ่าวหรานเพียงแค่มองคุณปู่ไม่กี่แวบก็จะสามารถบอกอาการป่วยได้อย่างแม่นยำขนาดนี้

"ท่านอาจารย์ โปรดลงมือช่วยเหลือด้วยเถิด"

"ท่านอาจารย์ นายท่านต่งคือเสาหลักของตระกูลต่ง ตระกูลต่งของเราเป็นถึงตระกูลมหาเศรษฐีอันดับสามของเมืองหนิงโจว หากท่านอาจารย์ยอมช่วยเหลือ นายท่านต่งจะต้องตอบแทนอย่างงามแน่นอน"

ท่าทีของบอดี้การ์ดทั้งสองคนก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ พวกเขาลดตัวลงอย่างนอบน้อมที่สุด

ต่งซืออวี่ที่มีท่าทีเกรี้ยวกราดมาตลอด เมื่อเห็นใบหน้าที่เย็นชาของซูฮ่าวหราน เธอก็เอ่ยปากขอร้องเสียงอ่อน "เมื่อกี้ฉันทำตัวไม่ดีเอง ขอร้องล่ะ ช่วยคุณปู่ของฉันด้วยเถอะนะ"

ด้วยนิสัยมหาจักรพรรดิในอดีตชาติของซูฮ่าวหราน เมื่อเผชิญหน้ากับคนเหล่านี้เขาแทบจะขี้เกียจสนใจด้วยซ้ำ แต่แต้มบุญที่อยู่ตรงหน้าจะปล่อยให้หลุดมือไปไม่ได้เด็ดขาด!

ดังนั้นซูฮ่าวหรานจึงพูดด้วยน้ำเสียงรำคาญใจ "คุณไม่ได้เป็นโรคหัวใจธรรมดา แต่เป็นเพราะถูกพิษ ถ้าอยากรักษาให้หายขาดก็ไปหาเห็ดหลินจือม่วงสามยอดมาให้ได้ก่อน ได้ยามาแล้วค่อยมาหาฉัน อ้อ คุณมีเวลาอย่างมากแค่สามวันเท่านั้นนะ"

หลังจากพูดจบซูฮ่าวหรานก็ดีดนิ้ว ก้นบุหรี่ที่ไหม้จนหมดแล้วลอยโค้งเป็นเส้นสายสวยงามท่ามกลางสายฝนและพุ่งลงถังขยะที่อยู่ห่างออกไปหลายเมตรได้อย่างแม่นยำ จากนั้นเขาก็ดันประตูด้านข้างของโรงพยาบาลแล้วเดินเข้าไป

"ติ๊ง! นายท่านวินิจฉัยโรคให้ผู้ป่วย ได้รับแต้มบุญระดับหนึ่งดาว สามารถแลกเปลี่ยนเป็นทักษะทางโลกใดๆ ก็ได้ ต้องการแลกเปลี่ยนหรือไม่"

เอ๊ะ!

ซูฮ่าวหรานที่เดินเข้ามาในโรงพยาบาลรู้สึกยินดีในใจ ที่แท้การวินิจฉัยโรคให้คนก็ได้รับแต้มบุญด้วย ดูเหมือนว่าต่อไปเมื่อเจอผู้ป่วย เขาสามารถสะสมแต้มบุญได้เป็นสองขั้นแล้วสินะ!

เนื่องจากยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้ ซูฮ่าวหรานจึงไม่ยอมเสียโอกาสในการแลกเปลี่ยนครั้งนี้ไปเปล่าๆ

"ถูกพิษ!"

ที่ซุ้มประตูชายชรายืนอึ้งอยู่กับที่นานถึงครึ่งนาที จากนั้นเขาจึงเรียกต่งซืออวี่เข้ามาหาและขมวดคิ้วถาม "ซือซือ หลานไปมีเรื่องกับปรมาจารย์ท่านนั้นได้ยังไง"

"เขา ... เขาทำลามกกับหนู ..."

ต่งซืออวี่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ด้วยใบหน้าแดงก่ำ ทำเอาชายชราโกรธจนแทบกระอักเลือด

เห็นอยู่ชัดๆ ว่าเขาช่วยชีวิตหลานเอาไว้ แต่หลานกลับไปหาว่าเขาเป็นไอ้โรคจิตเนี่ยนะ

"ยัยหนู หลานเอาแต่ใจตัวเองเกินไปแล้ว แต่การได้บังเอิญรู้จักกับท่านปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ก็อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนของตระกูลต่งเราก็ได้"

แววตาของชายชราทอประกายความเฉลียวฉลาด เขาสั่งหลานสาวว่า "ปู่จะมอบหมายงานให้หลาน ไปสืบประวัติของปรมาจารย์ท่านนี้มา พยายามตอบแทนบุญคุณเขาและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเขาไว้ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องจ่ายด้วยราคาเท่าไหร่ก็ตาม"

"ค่า"

ต่งซืออวี่ทำปากยื่นตอบรับ ดวงตากลมโตของเธอเหลือบซ้ายแลขวาไปมา ไม่รู้ว่ากำลังคิดแผนการร้ายอะไรอยู่

จากนั้นชายชราก็สั่งให้บอดี้การ์ดทั้งสองคนรีบไปกว้านซื้อเห็ดหลินจือม่วงสามยอดมาให้เร็วที่สุด พร้อมทั้งกำชับให้ปกป้องต่งซืออวี่ให้ดี ไม่อนุญาตให้เกิดเหตุการณ์แบบวันนี้ขึ้นอีกเด็ดขาด

เห็นได้ชัดว่าตระกูลต่งกำลังประสบปัญหาใหญ่ เรื่องในวันนี้ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุอย่างแน่นอน มิเช่นนั้นต่งซืออวี่คงไม่มีท่าทีเกรี้ยวกราดใส่ซูฮ่าวหรานขนาดนั้น

ครึ่งชั่วโมงต่อมาหลิวอวี่ถงที่ตรวจครรภ์เสร็จแล้วก็เดินออกจากห้องตรวจอีกครั้ง เธอเป็นฝ่ายควงแขนซูฮ่าวหรานและพูดด้วยใบหน้าเบิกบานใจ "ที่รัก หมอบอกว่าลูกของเราพัฒนาการเป็นปกติดีมากเลยค่ะ"

"ปกติก็ดีแล้ว แบบนี้ผมก็วางใจหน่อย"

ตอนที่ซูฮ่าวหรานพูดประโยคนี้เขาก็รู้สึกทำตัวไม่ถูกขึ้นมาอย่างกะทันหัน เขาสัมผัสได้ว่าแขนของตัวเองกำลังถูกความอวบอิ่มของหลิวอวี่ถงเบียดชิดจนแนบแน่น

ถึงแม้อดีตชาติและชาตินี้จะเป็นเขาคนเดียวกัน แต่การที่เขามาเกิดใหม่ในร่างของตัวเองในชาติหน้า ย่อมไม่มีความรู้สึกผูกพันอะไรกับหลิวอวี่ถงเลย พูดให้ถูกก็คือทั้งสองคนแทบจะเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน การเดินควงแขนกันอย่างสนิทสนมขนาดนี้ทำเอามหาจักรพรรดิฮ่าวหรานผู้ยิ่งใหญ่ถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว

โชคดีที่หลังจากทั้งสองคนเดินออกจากโรงพยาบาล รถโรลส์-รอยซ์ ดอว์นสีขาวคันหนึ่งก็มาจอดเทียบตรงหน้าพวกเขา

ต่งซืออวี่ที่เมื่อกี้ยังทำหน้าตาดุร้ายเป็นฝ่ายลงจากรถมาเปิดประตูให้ทั้งคู่ เธอฉีกยิ้มหวานพลางเอ่ยขึ้น "นี่คงจะเป็นพี่อวี่ถงใช่ไหมคะ รีบขึ้นรถสิคะ เดี๋ยวฉันไปส่งพวกพี่ที่บ้านเอง"

สำหรับการปรากฏตัวอีกครั้งของต่งซืออวี่ ซูฮ่าวหรานไม่รู้สึกแปลกใจเลยสักนิด

ตระกูลมหาเศรษฐีอันดับสามของเมืองหนิงโจว หากสืบหาประวัติสองสามีภรรยาอย่างพวกเขาไม่ได้ หรือหากไม่อยากคบหาสมาคมกับปรมาจารย์อย่างเขา นั่นสิถึงจะเรียกว่าผิดปกติ

"ที่รัก น้องสาวคนนี้คือใครคะ" หลิวอวี่ถงไม่ได้เยือกเย็นเหมือนซูฮ่าวหราน เธอใช้ชีวิตอย่างสมถะมาจนชิน ปกติเวลาไปทำงานแค่รถแท็กซี่เธอยังไม่กล้านั่ง เธอจึงหันไปมองซูฮ่าวหรานด้วยความรู้สึกประหม่าเล็กน้อย

ซูฮ่าวหรานประคองภรรยาให้เข้าไปนั่งในรถและตอบอย่างไม่ใส่ใจ "ก็แค่ยัยบ๊องที่เกือบโดนรถบรรทุกชนตายเมื่อกี้ แล้วสามีของคุณก็เข้าไปช่วยชีวิตไว้แค่นั้นเอง"

ยัยบ๊องเนี่ยนะ!

ต่งซืออวี่โกรธจนกระทืบเท้าเล็กๆ ของตัวเองอย่างแรง

"ที่รัก คุณอย่าพูดจาเหลวไหลสิคะ"

หลิวอวี่ถงดุสามีเบาๆ และเพื่อเป็นการทำลายบรรยากาศที่น่าอึดอัด เธอจึงจงใจเปลี่ยนเรื่องไปถามต่งซืออวี่ว่า "น้องสาว เธอชื่ออะไรจ๊ะ แล้วทำงานอะไรเหรอ"

"ฉันชื่อต่งซืออวี่ค่ะ เป็นผู้จัดการใหญ่ของบริษัทการค้าซือเซวียนในเครือตระกูลต่งแห่งเมืองหนิงโจว"

ต่งซืออวี่แนะนำตัวจบ แววตาของเธอก็ทอประกายเจ้าเล่ห์ก่อนจะแกล้งพูดเสียงดังว่า "พี่อวี่ถงเรียกฉันว่าซือซือก็ได้ค่ะ ฉันรู้ว่าสถานการณ์ทางบ้านของพวกพี่ตอนนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ฉันตกลงกับพี่เขยเรียบร้อยแล้วค่ะ พรุ่งนี้เขาจะไปทำงานที่บริษัทของฉัน เงินเดือนเดือนละหนึ่งแสนหยวน"

หลังจากนั้นต่งซืออวี่ยังหันกลับมาปรายตามองซูฮ่าวหราน สายตาท้าทายของเธอสื่อความหมายชัดเจนว่า แกเก่งนักไม่ใช่เหรอ ตอนนี้คุณหนูอย่างฉันรับแกเข้ามาอยู่ในกำมือแล้ว คอยดูซิว่าต่อไปแกจะยังกล้าอวดเก่งต่อหน้าฉันอยู่อีกไหม

ซูฮ่าวหรานแค่นยิ้มเย็นชาและไม่พูดอะไร เขาไม่ได้เห็นลูกไม้ของต่งซืออวี่อยู่ในสายตาเลยสักนิด แถมยังไม่ได้รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องโชคดีที่อยู่ๆ ก็หล่นทับ อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องเสียเวลาไปเดินหางานทำเอง

ทว่าหลังจากหลิวอวี่ถงได้ยินข่าวนี้เธอกลับรู้สึกทั้งตกใจและดีใจผสมปนเปกันไปหมด เธอรีบโบกมือปฏิเสธรัวๆ "ไม่ต้องให้เงินเดือนเยอะขนาดนั้นหรอกค่ะ ฮ่าวหรานไม่ได้มีค่าตัวแพงขนาดนั้น ให้เขาเดือนละ ... ห้าพันหยวนก็พอแล้ว"

เวรเอ๊ย!

ซูฮ่าวหรานถึงกับพูดไม่ออก ในสายตาของคุณ สามีของคุณมีค่าแค่ห้าพันหยวนเองงั้นหรือ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 3 - ท่านอาจารย์โปรดช่วยด้วย

คัดลอกลิงก์แล้ว