- หน้าแรก
- ทิ้งบัลลังก์เก้าชั้นฟ้ามาเกิดใหม่เลยต้องฟาร์มแต้มบุญไปเปย์ภรรยาและลูก
- บทที่ 2 - หญิงสาวผู้เย่อหยิ่ง ต่งซืออวี่
บทที่ 2 - หญิงสาวผู้เย่อหยิ่ง ต่งซืออวี่
บทที่ 2 - หญิงสาวผู้เย่อหยิ่ง ต่งซืออวี่
"ตกลงค่ะ" หลิวอวี่ถงรับเงินจากมือของซูฮ่าวหรานพร้อมกับน้ำตาไหลริน ในที่สุดเธอก็มั่นใจแล้วว่าซูฮ่าวหรานเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ
ซูฮ่าวหรานมองดูภรรยาเดินกลับเข้าไปในห้องตรวจ มุมปากของเขายกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มอย่างพึงพอใจก่อนจะพึมพำเสียงแผ่ว "อดีตชาติหรือชาตินี้ก็คือตัวข้าเองทั้งนั้น ความผิดพลาดที่ร่างเกิดใหม่ของข้าก่อเอาไว้ ข้าในชาตินี้จะเป็นคนชดเชยให้เอง"
พูดจบเขาก็เดินออกจากประตูด้านข้างที่อยู่สุดทางเดิน จากนั้นก็จุดบุหรี่สูบอยู่ใต้ซุ้มประตู
การที่ซูฮ่าวหรานให้หลิวอวี่ถงไปตรวจครรภ์ก็เพราะเขาต้องการเวลาเงียบๆ เพื่อวางแผนอนาคต อีกอย่างเขาไม่อยากแสดงท่าทีแปลกประหลาดต่อหน้าภรรยามากเกินไป ชาติก่อนเขามีวิชาแพทย์ที่ล้ำเลิศ สุขภาพของภรรยาและลูกในท้องเขาย่อมมองทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่าหมอคนไหนๆ
ควันบุหรี่จากปลายนิ้วของซูฮ่าวหรานลอยล่องไปตามสายลม ความคิดของเขาเริ่มกระจ่างชัดขึ้น เส้นทางในอนาคตถูกวาดแผนการไว้อย่างเป็นระเบียบในหัวของเขา
ในเวลาเดียวกันพายุฝนก็เริ่มซาลง เมฆดำทะมึนจางหายไป แสงแดดสีทองสาดส่องลงมาจากท้องฟ้า และดูเหมือนว่าสายรุ้งกำลังค่อยๆ ก่อตัวขึ้นที่ขอบฟ้า
"กรี๊ด ..."
ทันใดนั้นเสียงกรีดร้องของหญิงสาวก็ดังขึ้นขัดจังหวะความคิดของซูฮ่าวหราน
เขาเงยหน้าขึ้นมองอย่างรวดเร็วและเห็นรถบรรทุกขนาดเล็กคันหนึ่งพุ่งออกมาจากลานจอดรถด้วยความเร็วสูง มันพุ่งตรงไปยังหญิงสาวสวมกระโปรงสั้นที่กำลังกางร่มอยู่อย่างน่าหวาดเสียว
การช่วยชีวิตคนถือเป็นบุญกุศล!
ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายซูฮ่าวหรานพุ่งตัวออกจากซุ้มประตูโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ด้วยมุมมองมหัศจรรย์ของเนตรทิพย์ รถบรรทุกที่พุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่งดูเหมือนภาพสโลว์โมชั่นในภาพยนตร์ที่ถูกปรับให้ช้าลงหลายเท่า แม้กระทั่งเม็ดฝนที่ร่วงหล่นจากท้องฟ้าเขาก็ยังสามารถนับจำนวนได้อย่างสบายๆ
1.3 วินาที!
ซูฮ่าวหรานคำนวณเวลาที่รถจะพุ่งชนหญิงสาวได้อย่างแม่นยำ เขาพุ่งไปที่ด้านหลังของเธอและรวบเอวคอดกิ่วของเธอไว้อย่างดุดัน ก่อนจะทุ่มกำลังทั้งหมดดึงตัวเธอถอยหลังกลับมาหลบอยู่ใต้ซุ้มประตูด้านข้างของโรงพยาบาล
ฟึ่บ!
รถบรรทุกขนาดเล็กพุ่งผ่านหน้าทั้งสองคนไปอย่างรวดเร็วโดยไม่มีทีท่าว่าจะเบรกเลยแม้แต่น้อย
ร่มที่หล่นจากมือของหญิงสาวถูกล้อรถทับจนบิดเบี้ยวผิดรูป
กระโปรงที่สั้นอยู่แล้วของเธอถูกลมแรงพัดจนเลิกขึ้น แต่ถึงกระนั้นด้วยความตกใจสุดขีด เธอจึงไม่ทันสังเกตเลยว่าตัวเองกำลังโป๊อยู่
"ติ๊ง! นายท่านเสียสละตัวเองเพื่อช่วยชีวิตผู้อื่น ได้รับแต้มบุญระดับหกดาว สามารถแลกเปลี่ยนเป็นหนึ่งในเก้าสุดยอดวิชาในอดีตชาติ หรือแลกเปลี่ยนเป็นพลังปราณแท้ปฐมภูมิหนึ่งสาย ต้องการแลกเปลี่ยนหรือไม่"
หลังจากนั้นดวงดาวขนาดใหญ่ในเข็มทิศดาราบุญญาธิการที่อยู่ในหัวของซูฮ่าวหรานก็สว่างขึ้นมาอีกหนึ่งดวง
คราวนี้ซูฮ่าวหรานลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาควรจะแลกเปลี่ยนเป็นอะไรดี
สุดยอดวิชาในอดีตชาติเขาล้วนเชี่ยวชาญอยู่แล้ว ขอเพียงเขาตั้งใจฝึกฝน วันหน้าย่อมมีโอกาสฟื้นฟูพลังกลับมาได้แน่นอน แต่พลังปราณแท้ปฐมภูมินั้นเขาไม่เคยครอบครองมาก่อน สิ่งที่มาจากเข็มทิศดาราบุญญาธิการย่อมไม่ใช่ของธรรมดาสามัญอย่างแน่นอน
"ข้าต้องการแลกเปลี่ยนพลังปราณแท้ปฐมภูมิ"
ซูฮ่าวหรานตัดสินใจแน่วแน่ ทันใดนั้นพลังประหลาดสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในร่างกายของเขา มันไหลเวียนไปตามเส้นลมปราณทั่วร่างราวกับแม่น้ำแยงซีเกียงที่เชี่ยวกราก
"รู้สึกดีชะมัด!"
ซูฮ่าวหรานรู้สึกเบาสบายราวกับกำลังจะโบยบินขึ้นสวรรค์ รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาอย่างเป็นธรรมชาติ
พลังปราณแท้ปฐมภูมินี้แฝงไปด้วยกฎแห่งสรรพสิ่งอันทรงพลัง ทั้งยังเป็นพลังแห่งชีวิตที่ไม่มีวันดับสูญ มันทำให้ซูฮ่าวหรานรู้สึกถึงพลังงานที่เปี่ยมล้นอยู่เต็มเปี่ยมในทันที
ซูฮ่าวหรานเชื่อมั่นว่าหากใช้พลังปราณแท้ปฐมภูมินี้เป็นรากฐาน ไม่ว่าจะฝึกฝนวิชาใดก็จะช่วยเพิ่มความเร็วในการบำเพ็ญเพียรได้อีกหลายเท่าตัว
"ปล่อยคุณหนูเดี๋ยวนี้"
"ไอ้เวรเอ๊ย เอามือสกปรกของแกออกไปนะ"
ขณะที่ซูฮ่าวหรานกำลังดื่มด่ำกับความตื่นเต้นที่ได้รับจากพลังปราณแท้ปฐมภูมิ บอดี้การ์ดชุดดำสองคนก็รีบวิ่งตรงเข้ามาหาเขาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเป็นศัตรู
เอ๊ะ!
ซูฮ่าวหรานเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองยังคงกอดหญิงสาวคนนั้นอยู่
เนื่องจากร่างกายของทั้งสองแนบชิดกัน ซูฮ่าวหรานจึงสัมผัสได้ถึงความนุ่มหยุ่นที่เบียดชิดกับต้นขาของเขา ตอนที่ปล่อยมือเขาถึงกับรู้สึกเสียดายเล็กน้อย
หญิงสาวได้สติกลับมาจากความหวาดกลัว เธอหันขวับกลับมา เส้นผมหยักศกสีบลอนด์หม่นพลิ้วไหวส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ จมูกโด่งรั้นได้รูปช่วยเพิ่มมิติความงามอันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งหาได้ยากในหมู่หญิงสาวชาวตะวันออกบนใบหน้าที่งดงามอยู่แล้วของเธอ ทว่าดวงตาหงส์ที่สุกสกาวคู่นั้นกลับแฝงไปด้วยความเย็นชาที่ผลักไสผู้คนให้อยู่ห่างไกลเป็นพันลี้
หากเปรียบหลิวอวี่ถงเป็นนางฟ้าที่งดงามไร้ที่ติ หญิงสาวตรงหน้านี้ก็คงเป็นเทพธิดาผู้สูงศักดิ์และเย็นชา
เมื่อเผชิญหน้ากับผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตอย่างซูฮ่าวหราน หญิงสาวกลับไม่กล่าวขอบคุณเลยสักคำ เธอตวาดใส่เขาด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด "ไอ้โรคจิต การได้กอดผู้หญิงแปลกหน้าในที่สาธารณะมันทำให้แกภูมิใจมากนักใช่มั้ย"
บอดี้การ์ดชุดดำสองคนยืนขนาบข้างหญิงสาวพร้อมกับจ้องมองซูฮ่าวหรานราวกับนักโทษ
ซูฮ่าวหรานขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางเอ่ยขึ้น "เมื่อกี้ผมเพิ่งช่วยชีวิตคุณไว้นะ แต่คุณกลับมาด่าผมเนี่ยนะ ช่างเป็นผู้หญิงที่อกตัญญูแถมยังไร้การศึกษาจริงๆ คุณไม่คู่ควรที่จะคุยกับผมหรอก"
"แกหาว่าฉันไร้การศึกษางั้นเหรอ" หญิงสาวโกรธจัดจนกัดริมฝีปากแน่น ดวงตากลมโตราวกับจะพ่นไฟออกมาได้
สิ่งที่ทำให้หญิงสาวโกรธยิ่งกว่าเดิมก็คือการที่ซูฮ่าวหรานล้วงเงินสามสิบหยวนที่เหลือติดตัวออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วโยนใส่หน้าอกที่อวบอิ่มของเธอ
"แกหมายความว่ายังไง" หญิงสาวรับเงินไว้ตามสัญชาตญาณก่อนจะถามด้วยความฉุนเฉียว
ซูฮ่าวหรานโบกมืออย่างรำคาญใจแล้วตอบว่า "ผมไม่ได้กอดคุณฟรีๆ หรอกนะ อย่างคุณน่ะถ้าไปเป็นสาวนั่งดริ๊งก์ในไนต์คลับเมืองหนิงโจว ชั่วโมงนึงก็คงได้สักสองร้อยหยวน ผมกอดคุณแป๊บเดียว ให้สามสิบหยวนก็ถือว่าหายกันแล้ว ไสหัวไปซะ"
ดูเหมือนว่าอดีตมหาจักรพรรดิเซียนยุทธ์ก็คงให้ความสนใจเรื่องราวบนโลกมนุษย์ไม่น้อย ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่รู้ราคาของสาวนั่งดริ๊งก์ในไนต์คลับเมืองหนิงโจวดีขนาดนี้
หลังจากโยนเงินทิ้งไว้ ซูฮ่าวหรานก็หันหลังเดินกลับเข้าไปในโรงพยาบาล
สามสิบหยวนงั้นเหรอ
หญิงสาวโกรธจนหน้ามืดวิงเวียนไปหมด เธอกำหมัดแน่นและด่าทอเขา "แกกล้าเอาฉันต่งซืออวี่ไปเปรียบเทียบกับสาวนั่งดริ๊งก์งั้นเหรอ ไอ้คนหน้าด้าน แก ... แก ..."
"มันจะมากเกินไปแล้ว!"
"กล้าดูถูกคุณหนูต่งงั้นเหรอ ฉันจะอัดแกให้เละเลย"
บอดี้การ์ดทั้งสองโกรธจัดและเตรียมพุ่งเข้าไปจัดการซูฮ่าวหราน
แต่ต่งซืออวี่เคลื่อนไหวเร็วกว่า เธอพุ่งเข้าหาซูฮ่าวหรานราวกับแม่เสือดาวที่กำลังบาดเจ็บ เธอกำหมัดแน่นและฟาดกระบวนท่าแส้ทะลวงแขนเข้าที่แผ่นหลังของเขา
ใครจะไปคิดว่าหญิงสาวบอบบางที่เพิ่งตกใจกลัวรถบรรทุกจนหน้าซีดเผือดเมื่อครู่นี้ จะเป็นยอดฝีมือที่มีวรยุทธ์ไม่เบาเลยทีเดียว
"ยัยหนูนี่เอาแต่ใจอีกแล้ว"
ในขณะเดียวกันชายชราผมขาวโพลนในชุดสไตล์ถังซวงก็ปรากฏตัวขึ้นข้างบอดี้การ์ดทั้งสอง เขามองดูต่งซืออวี่พุ่งตามซูฮ่าวหรานไปด้วยใบหน้าที่แสร้งทำเป็นโกรธเคือง ทว่าแท้จริงแล้วกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกชินชา
"ไม่เจียมตัวเอาซะเลย!"
ในเวลาเดียวกันนั้นเองซูฮ่าวหรานก็หันขวับกลับมา
ภายใต้มุมมองของเนตรทิพย์ ความเร็วหมัดของต่งซืออวี่ช่างเชื่องช้าเสียเหลือเกิน ถึงแม้ซูฮ่าวหรานจะกลายเป็นคนธรรมดาแล้ว แต่ด้วยประสบการณ์จากชาติก่อน เขาสามารถหาวิธีหลบหลีกและตอบโต้ได้นับพันวิธีในชั่วพริบตา
ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ลงมือตอบโต้ เพียงเพราะสัญชาตญาณการป้องกันตัวทำงาน พลังปราณแท้ปฐมภูมิในร่างกายของเขาก็แผ่ซ่านออกมาเองโดยอัตโนมัติ มันสร้างม่านพลังที่มองไม่เห็นรัศมีสามฉื่อขึ้นมาปกป้องเขาไว้เบื้องหน้า
[จบแล้ว]