เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 617: ผู้คุ้มกฎเสด็จด้วยตนเอง

บทที่ 617: ผู้คุ้มกฎเสด็จด้วยตนเอง

บทที่ 617: ผู้คุ้มกฎเสด็จด้วยตนเอง


“นี่มันคือของล้ำค่าสิ่งใดกันแน่?”

ชายชราคิ้วหนาจ้องมองเฉินอวี่ตาไม่กะพริบ

ลูกกลมสีแดงฉานนั้น ถึงกับทำให้เฉินอวี่สามารถระเบิดพละกำลังที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ออกมาได้ กระทั่งตัวเขาเองก็ยังถูกเฉินอวี่กดดันจนได้รับบาดเจ็บ

เรื่องนี้ช่างเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!

หากเขาได้รับลูกกลมสีแดงลึกลับในมือของเฉินอวี่มาครอบครองเพื่อเพิ่มพละกำลังโดยรวม การจะสังหารศัตรูข้ามขอบเขตก็ย่อมหาใช่เรื่องยาก!

ฟุ่บ!

ชายชราคิ้วหนาหยิบผ้าคลุมสีดำผืนหนึ่งออกมาสวมใส่

ลวดลายบนผ้าคลุมสีดำส่องประกายแสงสลัวๆ ปลดปล่อยม่านหมอกสีดำออกมาปกคลุมรอบกายของชายชราคิ้วหนา จนกลายเป็นเกราะป้องกันหมอกขุมหนึ่ง

ปัง! ปัง!

รอยกระบี่สองสายฟาดฟันลงมาบนเกราะป้องกันหมอกจนเกิดรอยแยกลึกสองนิ้ว

ทว่าในไม่ช้าหมอกสีดำสายใหม่ก็พุ่งเข้ามาเติมเต็มและซ่อมแซมมันจนกลับคืนสู่สภาพเดิม

ชายชราคิ้วหนายังคงลงมือต้านทานและหลบหลีกการโจมตีของเฉินอวี่เป็นระยะ

“พละกำลังช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!”

หลังจากเข้าปะทะกับเฉินอวี่ได้ครู่หนึ่ง ชายชราคิ้วหนาก็ลอบตกใจอยู่ในใจ ซึ่งนั่นก็ยิ่งทำให้เขามีความปรารถนาอย่างแรงกล้าต่อของล้ำค่าในมือของเฉินอวี่มากขึ้นไปอีก

ตูม!

เฉินอวี่กวัดแกว่งกระบี่อย่างต่อเนื่อง เจตจำนงแห่งกระบี่ค่อยๆ พุ่งสูงขึ้น ผสานเข้ากับเจตจำนงแห่งมารที่ดุดันและความคาวโลหิตที่แปลกประหลาดจนน่าหวาดกลัว

วงเวทกระบี่มาร!

เฉินอวี่ใช้เคล็ดวิชากระบี่ ฟาดฟันออกมาเป็นวงเวทที่บ้าคลั่งซึ่งถักทอไปด้วยสีดำและแดง

“ไม่ดีแล้ว!”

ชายชราคิ้วหนาสัมผัสได้ถึงภัยวิกฤต เขาโบกมือทั้งสองข้างปลดปล่อยพลังต้นกำเนิดอันมหาศาลออกมาเพื่อสร้างม่านป้องกันขึ้นมาอีกชั้นที่ด้านนอกของเกราะป้องกันหมอก

ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!

ในตอนนั้นเอง เคล็ดวิชากระบี่ของเฉินอวี่ก็พุ่งกดทับลงมา ประกายแสงกระบี่ที่ดุดันสายแล้วสายเล่าเข้าฉีกกระชากม่านป้องกัน

ชายชราคิ้วหนาที่ทุ่มกำลังทั้งหมดไปกับการป้องกันถูกโจมตีเข้าอย่างจัง ม่านป้องกันแตกกระจายในพริบตา แม้แต่เกราะป้องกันหมอกก็ค่อยๆ อ่อนกำลังลง เขาถูกแรงปะทะจนต้องถอยร่นไปไกลกว่าสิบจั้ง

ทว่าชายชราคิ้วหนาก็ยังคงสามารถต้านทานการโจมตีนี้ของเฉินอวี่เอาไว้ได้

“ผู้อาวุโสอย่างข้าทุ่มกำลังทั้งหมดไปกับการป้องกัน เจ้าทำอันใดข้าไม่ได้หรอก”

ชายชราคิ้วหนาแค่นเสียงเย็นชาออกมา

ยามนี้แม้เขาจะสังหารเฉินอวี่ไม่ได้ ทว่าเฉินอวี่ก็ไม่มีทางสังหารเขาได้!

ทว่าสิ้นคำพูดนั้น ร่างกายของเฉินอวี่กลับบังเกิดเจตจำนงแห่งกระบี่ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม ประกายแสงกระบี่สีดำแดงพุ่งทะยานขึ้นสู่ชั้นฟ้าประดุจเสาแสงขุมหนึ่ง

วูบบบ!

รอบกายของเฉินอวี่บังเกิดพายุสีดำแดงหมุนวนโดยมีเขาเป็นศูนย์กลาง อีกทั้งพายุมารที่ดุดันนี้ยังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนคมกริบประดุจใบมีด!

“นี่คือ... เขตแดนกระบี่พายุมาร!”

เฉินอวี่จ้องมองภาพเหตุการณ์รอบกายพลางเผยยิ้มออกมา

การที่เขาใช้เคล็ดวิชากระบี่อย่างต่อเนื่อง กลับทำให้เขาสามารถบรรลุเข้าสู่ขอบเขตใหม่ได้โดยบังเอิญ

เมื่อฝึกฝน ‘เคล็ดวิชากระบี่พายุมาร’ จนถึงขั้นบรรลุ ก็จะสามารถสร้างเขตแดนกระบี่พายุมารขึ้นมาได้ ซึ่งจะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้แก่ศัตรูที่อยู่ภายในเขตแดน

วืบบบ!

เฉินอวี่ระเบิดความเร็วพุ่งเข้าสังหารชายชราคิ้วหนา ในขณะเดียวกันเขตแดนกระบี่รอบกายก็เคลื่อนที่ตามเขาไปด้วย

เขตแดนกระบี่พายุมารสามารถทำลายล้างศัตรูได้ทุกเมื่อ ในขณะเดียวกันก็ยังช่วยเพิ่มอานุภาพให้แก่เคล็ดวิชากระบี่ของเฉินอวี่อีกด้วย

“นี่มัน...”

ชายชราคิ้วหนาอึ้งจนพูดไม่ออก ทำได้เพียงโคจรพลังต้นกำเนิดออกมาเพื่อต้านทานอีกครั้ง

ตูม!

ภายในเขตแดนกระบี่ ราวกับมีใบมีดนับไม่ถ้วนคอยเข้าโจมตีชายชราคิ้วหนาอย่างต่อเนื่อง

เฉินอวี่เปรียบเสมือนเทพแห่งการสังหารในเขตแดนกระบี่พายุมารนี้ การโจมตีของเขาแข็งแกร่งและดุดันยิ่งนัก

ในช่วงแรกชายชราคิ้วหนายังพอจะเข้าปะทะกับเฉินอวี่ได้บ้าง ทว่าต่อมาเขาก็เลือกที่จะทุ่มกำลังทั้งหมดไปกับการป้องกัน และสุดท้ายเขาก็ตัดสินใจหันหลังหนี!

“จะหนีไปที่ใด!”

เฉินอวี่กำลังฮึกเหิม เขาแผดเสียงตะโกนออกมาพลางพุ่งเข้าสังหารทันที

“บัดซบ! เจ้าเด็กบ้าคนนี้ นอกจากจะมีอาวุธระดับสูง สายเลือดระดับสูง และของล้ำค่าระดับสูงแล้ว ถึงกับยัง... ยังสามารถบรรลุเข้าสู่ขอบเขตใหม่ได้ในระหว่างการต่อสู้อีกรึ!”

ภายในใจของชายชราคิ้วหนาทั้งโกรธและคับแค้นใจจนอยากจะร้องไห้ออกมา!

เขารู้สึกว่าเรื่องนี้ช่างไม่ยุติธรรมเลยแม้แต่น้อย

การที่ยอดฝีมือขอบเขตห้วงสมุทรว่างเปล่าไล่ล่าสังหารยอดฝีมือขอบเขตกลับสู่ต้นกำเนิดระยะหลัง ควรจะเป็นเรื่องง่ายดายยิ่งนักไม่ใช่รึ

ทว่าเมื่อมาถึงตาเขา เหตุใดมันถึงได้ยากเย็นถึงเพียงนี้ จนสุดท้ายกลับกลายเป็นเขาเสียเองที่ถูกยอดฝีมือขอบเขตกลับสู่ต้นกำเนิดไล่ล่าสังหาร

ปัง!

การป้องกันจากผ้าคลุมสีดำของชายชราคิ้วหนาถูกทำลายลงจนสิ้น เขาถูกกระบี่ของเฉินอวี่ฟันจนกระเด็นถอยหลังไป ที่หน้าอกปรากฏรอยแผลขนาดใหญ่ที่มีเลือดไหลซึมออกมา

ผู้อาวุโสซุนสีหน้าซีดเผือด ท่าทางลนลาน รีบหนีเอาตัวรอดไปในทันที

ในตอนนั้นเอง ประกายแสงสีแดงในดวงตาของเฉินอวี่ก็ค่อยๆ เลือนหายไป

“รีบไปเร็ว!”

เฉินอวี่หันไปกล่าวกับเย่ลั่วเฟิ้งและราชาเพลิงชาดทันที

พละกำลังที่ได้รับมาจากโอสถศักดิ์สิทธิ์ดาราโลหิตกำลังจะสูญสิ้นไปแล้ว

...

ใต้ท้องทะเล ผู้คุ้มกฎโยวไห่เปรียบเสมือนเงาแสงสีน้ำเงินเข้มที่พุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว

เขาสามารถตัดสินเส้นทางการหลบหนีของเฉินอวี่และผู้อาวุโสซุนได้อย่างแม่นยำจากกลิ่นอายที่หลงเหลืออยู่ในอากาศ

“ถึงกับต้องให้ข้าลงมือ... เจ้าศักดิ์สิทธิ์ดูจะทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่เกินไปหน่อยกระมัง”

ผู้คุ้มกฎโยวไห่ส่ายหน้าเล็กน้อย

อีกทั้งด้วยระดับของเจ้าศักดิ์สิทธิ์ ของล้ำค่าในพิภบคุนอวิ๋นที่จะเข้าตาเขานั้นมีอยู่น้อยยิ่งนัก

ในตัวของเฉินอวี่จะมีของล้ำค่าสิ่งใดกันแน่ ถึงกับทำให้เจ้าศักดิ์สิทธิ์ต้องส่งเขามาที่นี่?

พละกำลังของผู้อาวุโสซุนหาได้อ่อนด้อย การจะสังหารขอบเขตกลับสู่ต้นกำเนิดระยะหลังเพียงคนเดียวควรจะเป็นเรื่องง่ายดายยิ่ง

หรือว่าเจ้าศักดิ์สิทธิ์จะเกรงว่าหลังจากผู้อาวุโสซุนสังหารเฉินอวี่แล้ว จะชิงของล้ำค่าไปและทรยศต่อดินแดนศักดิ์สิทธิ์?

ใช่แล้ว ย่อมต้องเป็นเช่นนั้นแน่!

“ผู้อาวุโสซุน!”

เมื่อคิดได้ดังนั้น ผู้คุ้มกฎโยวไห่ก็มองเห็นผู้อาวุโสซุนทันที

ดูเหมือนว่าผู้อาวุโสซุนจะไม่ได้ทรยศต่อดินแดนศักดิ์สิทธิ์

ตูม!

ผิวน้ำพลันระเบิดออก คลื่นน้ำม้วนตัวสูง ปรากฏร่างของคนผู้หนึ่งพุ่งออกมา

ผู้อาวุโสซุนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งภัยอันตรายจนขวัญหนีดีฝ่อ ทว่าเมื่อเขามองเห็นผู้ที่มาถึง เขาก็รีบเอ่ยออกมาด้วยท่าทีนอบน้อมทันที “ท่านผู้คุ้มกฎ!”

ผู้คุ้มกฎโยวไห่จ้องมองผู้อาวุโสซุน เห็นท่าทางที่ดูสะบักสะบอมและบาดแผลที่หน้าอก เขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางลอบตกใจอยู่ในใจ

“สังหารขอบเขตกลับสู่ต้นกำเนิดระยะหลังเพียงคนเดียว เจ้ากลับตกอยู่ในสภาพที่น่าเวทนาถึงเพียงนี้เชียวรึ”

ผู้คุ้มกฎโยวไห่เอ่ยประชดประชันออกมา

ในขณะเดียวกัน นั่นก็เป็นการพิสูจน์ว่าในตัวของเฉินอวี่อาจจะมีของล้ำค่าอยู่จริงๆ

ผู้อาวุโสซุนก้มหน้าลงด้วยความอับอายและคับแค้นใจ “เรื่องนี้...”

“ท่านผู้คุ้มกฎ ผู้น้อยทำงานพลาดไปขอรับ ปล่อยให้เฉินอวี่หนีไปได้”

สุดท้ายผู้อาวุโสซุนก็ต้องบอกความจริงออกมา

การที่ท่านผู้คุ้มกฎมาถึงด้วยตนเอง เรื่องนี้ย่อมต้องไม่ใช่เรื่องธรรมดาดังที่เขาเคยคิดเอาไว้ ผู้อาวุโสซุนจึงไม่ได้กล้าปิดบัง

“...”

ทั่วทั้งบริเวณพลันตกอยู่ในความเงียบงันครู่หนึ่ง

ตูม!

กลิ่นอายที่มืดมิดและหนาวเหน็บระเบิดออกมาปกคลุมไปทั่วชั้นฟ้าและพสุธา จนทำให้ผู้อาวุโสซุนขนลุกซู่และสั่นสะท้านไปทั้งตัว เขาสัมผัสได้ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบหัวใจเอาไว้ ความตายอยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ!

วูบบบ!

พายุมืดมิดสายหนึ่งพุ่งเข้าปะทะร่างของผู้อาวุโสซุนจนกระเด็นถอยหลังไปไกลกว่าสิบจั้งและร่วงหล่นลงสู่ทะเลสาบจิตศักดิ์สิทธิ์ เลือดแผ่กระจายออกไปเป็นวงกว้าง

“ท่านผู้คุ้มกฎ ผู้น้อย...”

ผู้อาวุโสซุนสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด

“ตามข้ามา!”

ใบหน้าของผู้คุ้มกฎโยวไห่เย็นเหยียบ เขาหาได้ชายตามองผู้อาวุโสซุนแม้แต่น้อย ก่อนจะสะบัดชายเสื้อและพุ่งทะยานจากไปทันที

ผู้อาวุโสซุนหยิบโอสถออกมาเม็ดหนึ่งก่อนจะรีบตามไป

“เฉินอวี่ เจ้าหนีไม่พ้นหรอก เจ้าต้องตาย!”

ใบหน้าที่ดูอำมหิตของผู้อาวุโสซุนบิดเบี้ยวไปมาอย่างน่าเกลียด!

...

หลังจากเฉินอวี่บินมาได้ระยะหนึ่ง เมื่อเห็นว่าผู้อาวุโสซุนไม่ได้ตามมา เขาก็เบาใจลง

เฉินอวี่หันไปถามเย่ลั่วเฟิ้งว่า “ในสนามรบที่เขาคุนอวิ๋นเกิดสิ่งใดขึ้นรึ?”

“ข้าเองก็ไม่ทราบแน่ชัด ดูเหมือนว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์คุนอวิ๋นจะสามารถพลิกสถานการณ์ศึกได้แล้ว”

เย่ลั่วเฟิ้งเผยสีหน้ากังวลออกมาเล็กน้อย

นางจากมาในตอนที่เจ้าศักดิ์สิทธิ์เริ่มตอบโต้ออกไปพอดี ดังนั้นนางจึงไม่ได้ทราบเรื่องราวทั้งหมด

ยามนี้พวกเขาเลือกที่จะจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์และเข้าร่วมกับองค์กรจันทร์โลหิต ทว่าสถานการณ์ศึกกลับพลิกผันไปเช่นนี้ นั่นย่อมทำให้พวกเขาบังเกิดความกังวลขึ้นมาและสัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดี

“พวกเรากลับไปดูที่นั่นกันเถิด”

เฉินอวี่มองไปยังทิศทางของเขาคุนอวิ๋น

ในเมื่อเลือกที่จะอยู่ฝั่งองค์กรจันทร์โลหิต เช่นนั้นก็ต้องเข้าร่วมในสนามรบเพื่อต่อสู้เคียงข้างองค์กรจันทร์โลหิตเพื่อบดขยี้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ให้จงได้

“ไม่ดีแล้ว รีบหนีเร็ว!”

ทันใดนั้น ราชาเพลิงชาดที่มีท่าทีสบายๆ ก็แผดเสียงตะโกนออกมาดังลั่น

เฉินอวี่และเย่ลั่วเฟิ้งสีหน้าตื่นตระหนกและบังเกิดความสงสัยขึ้นมา

ทว่าเฉินอวี่เชื่อมั่นในการตัดสินใจของราชาเพลิงชาด เขาไม่ได้เอ่ยถามสิ่งใดต่อ รีบพุ่งทะยานหนีไปทันที โดยมีเย่ลั่วเฟิ้งตามมาติดๆ

ราชาเพลิงชาดเป็นคนแรกที่หนีไป เขาหนีไปได้เร็วกว่าเฉินอวี่เสียอีก

วืบบบ วืบบบ!

ท้องฟ้าที่อยู่เบื้องหลังค่อยๆ มืดดับลง รัศมีที่มองไม่เห็นพุ่งเข้ากดทับร่างของทุกคน

“พวกเจ้า... คิดจะไปที่ใดรึ?”

น้ำเสียงที่เย็นเยือกและแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายแห่งการเข่นฆ่าสังหารดังแว่วมาทันที

“ผู้คุ้มกฎโยวไห่!”

เฉินอวี่สัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บที่พุ่งพล่านไปทั่วร่าง

เขาไม่ได้คาดคิดว่า ผู้คุ้มกฎโยวไห่จะถึงกับลงมือด้วยตนเองเช่นนี้ เรื่องนี้มันเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่?

ต่อให้เขาจะทำให้เจ้าศักดิ์สิทธิ์ไม่พอใจ ทว่านั่นก็หาได้มีความจำเป็นถึงขั้นต้องส่งท่านผู้คุ้มกฎมาจัดการเขาด้วยตนเองไม่

ตูม!

พลังต้นกำเนิดแห่งชั้นฟ้าและพสุธาแผดเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่ง ผู้คุ้มกฎโยวไห่และผู้อาวุโสซุนพุ่งทะยานมาถึงในพริบตา

รัศมีอำนาจที่ยิ่งใหญ่พุ่งเข้ากดทับร่างของเฉินอวี่ เย่ลั่วเฟิ้ง และราชาเพลิงชาด จนทำให้ทั้งสามคนสัมผัสได้ราวกับมีขุนเขาขนาดมหึมามากดทับอยู่บนศีรษะ ช่างหนักอึ้งยิ่งนัก

วืบบบ!

เงาแสงสีน้ำเงินพุ่งผ่านไป ปลุกปั่นให้เกิดพายุที่น่าสะพรึงกลัวพัดผ่านร่างของเฉินอวี่

ในวินาทีต่อมา ผู้คุ้มกฎโยวไห่ก็มาปรากฏกายอยู่เบื้องหน้าของคนทั้งสาม เปรียบเสมือนขุนเขาที่ไม่อาจข้ามผ่านได้มาขวางทางเอาไว้

ผู้คุ้มกฎโยวไห่จ้องมองลงมาจากเบื้องบน ดวงตาสีน้ำเงินที่เย็นเยือกจ้องเขม็งมาที่เฉินอวี่ “ข้าอยากจะรู้นักว่า พวกเจ้าทั้งสามคนทำให้ผู้อาวุโสซุนบาดเจ็บถึงเพียงนี้ได้อย่างไร”

“ท่านผู้คุ้มกฎ เฉินอวี่ได้รับอาวุธระดับสูงของปีศาจกระดูกโยวในอดีตมาครอบครอง อีกทั้งในมือของเขายังมีลูกกลมสีแดงฉานขุมหนึ่งที่ทำให้พละกำลังของเขาพุ่งสูงขึ้นได้ในพริบตาขอรับ”

ผู้อาวุโสซุนรีบเอ่ยออกมาทันที

ยามนี้เขาเพียงต้องการจะทำงานชดเชยความผิด จึงไม่ได้คิดจะปิดบังเรื่องใด

“ลูกกลมสีแดงฉาน พละกำลังพุ่งสูงขึ้นในพริบตารึ?”

ผู้คุ้มกฎโยวไห่ชะงักไปครู่หนึ่งพลางครุ่นคิด

ทันใดนั้น ผู้คุ้มกฎโยวไห่ก็ได้กลิ่นคาวเลือดที่แฝงไว้ด้วยความหอมหวนที่แปลกประหลาดออกมาจากร่างกายของเฉินอวี่

เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดูดซับกลิ่นอายที่ลอยอยู่ในอากาศเข้าไปในร่างกายทั้งหมด

ในทันที ผู้คุ้มกฎโยวไห่สัมผัสได้ถึงความสบายที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง ทุกเซลล์ในร่างกายราวกับกำลังโห่ร้องด้วยความยินดี ทะเลพลังต้นกำเนิดที่กว้างใหญ่ไพศาลภายในร่างของเขาก็พลันบังเกิดคลื่นม้วนตัวอย่างบ้าคลั่งขึ้นมาทันที!

จบบทที่ บทที่ 617: ผู้คุ้มกฎเสด็จด้วยตนเอง

คัดลอกลิงก์แล้ว