เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 616: พลังแห่งโอสถศักดิ์สิทธิ์

บทที่ 616: พลังแห่งโอสถศักดิ์สิทธิ์

บทที่ 616: พลังแห่งโอสถศักดิ์สิทธิ์


เจ้าศักดิ์สิทธิ์ในฐานะคนของเผ่าหนวดวารี ฝึกฝนวิถีวารี จึงมีพละกำลังการต่อสู้ที่แข็งแกร่งยิ่งนักยามอยู่ในน้ำ ในขณะเดียวกัน เผ่าหนวดวารียังเชี่ยวชาญในการอำพรางกายและลอบโจมตี ร่างแยกของเขาจึงได้รับคุณสมบัติเหล่านี้มาด้วยเช่นกัน

ร่างแยกทั้งยี่สิบเจ็ดร่างของเจ้าศักดิ์สิทธิ์พุ่งทะยานไปมาอย่างไร้ร่องรอยภายใต้ค่ายกลวารีสวรรค์กระเพื่อม เปรียบเสมือนนักฆ่าที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดมิด ทุกครั้งที่ลงมือย่อมเป็นการจู่โจมถึงชีวิต

กองกำลังขององค์กรจันทร์โลหิต หลังจากผ่านเหตุการณ์ “การระเบิดตัวเองสังหาร” มาแล้วก็ยังไม่ทันจะได้ตั้งตัว ก็ต้องมาเผชิญกับกลยุทธ์ของเจ้าศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง ความหวาดกลัวภายในใจของพวกเขาจึงทวีความรุนแรงขึ้นไปอีกระดับ

“ถอยออกจากเขาคุนอวิ๋น!”

เหยียนเสวี่ยเทียนไม่ได้ตื่นตระหนก เขาแผดเสียงสั่งการทันที

ค่ายกลวารีสวรรค์กระเพื่อมปกคลุมเพียงพื้นที่ของเขาคุนอวิ๋นเท่านั้น หากถอยออกมาจากรัศมีของค่ายกลได้ ภัยวิกฤตย่อมทุเลาลง

“รีบถอยเร็ว!”

“ช่วยข้าด้วย...”

ในสนามรบตกอยู่ในความโกลาหลวุ่นวายยิ่งนัก กองกำลังจำนวนมากกำลังถอยร่น ในขณะที่การเข่นฆ่าสังหารยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง

“ผู้ที่สยบต่อข้าย่อมรุ่งเรือง ผู้ที่ขวางข้าย่อมพินาศ!”

เจ้าศักดิ์สิทธิ์แผดเสียงตะโกนออกมาดังสนั่นหวั่นไหว

แม้เขาจะเปิดเผยฐานะคนต่างเผ่าจนสร้างความตกตะลึงให้แก่ผู้คนในดินแดนศักดิ์สิทธิ์

ทว่าวิธีการที่เหี้ยมโหดของเจ้าศักดิ์สิทธิ์ ที่สามารถทำร้ายเหยียนเสวี่ยเทียนจนบาดเจ็บสาหัสและขับไล่กองทัพองค์กรจันทร์โลหิตไปได้ในพริบตา ก็ทำให้ทุกคนต่างพากันยำเกรงและหวาดกลัวยิ่ง

ยามนี้ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เป็นฝ่ายได้เปรียบอย่างมหาศาล!

ประกอบกับน้ำเสียงของเจ้าศักดิ์สิทธิ์ยังแฝงไว้ด้วยพละกำลังทางจิตวิญญาณที่สามารถส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้คนได้

ดังนั้นสุดท้ายแล้ว ผู้ที่คิดจะทรยศต่อดินแดนศักดิ์สิทธิ์จึงมีจำนวนไม่มากนัก

“ฝันไปเถิด ข้าไม่มีทางภักดีต่อคนต่างเผ่าเด็ดขาด!”

องครักษ์ศักดิ์สิทธิ์ตราเงินคนหนึ่งแค่นเสียงเย็นชาออกมา ก่อนจะพุ่งทะยานไปยังฝั่งองค์กรจันทร์โลหิตอย่างรวดเร็ว

“ข้าต้องการเข้าร่วมกับองค์กรจันทร์โลหิต!”

เขาแผดเสียงตะโกนออกมา ด้วยเหตุนี้คนขององค์กรจันทร์โลหิตจึงไม่ได้ลงมือกับเขา

ทว่าในตอนนั้นเอง

วืบบบ!

ร่างเงาสีน้ำเงินกึ่งโปร่งใสพลันพุ่งผ่านร่างของเขาไปในพริบตา

ฉัวะ!

องครักษ์ศักดิ์สิทธิ์ตราเงินผู้นั้นยังไม่ได้รู้สึกถึงความเจ็บปวด เขาก็พบว่าที่ลำคอของตนเองมีโลหิตพุ่งกระฉูดออกมาขุมหนึ่ง จากนั้นดวงตาของเขาก็พลันมืดบอดและหมดสติไปทันที

ร่างแยกทั้งยี่สิบเจ็ดร่างของเจ้าศักดิ์สิทธิ์พุ่งทะยานไปทั่วสมรภูมิ และเริ่มลงมือสังหารเหล่าผู้ทรยศเป็นอันดับแรก!

ในยามนี้ ผู้คุ้มกฎทั้งสองท่านรวมถึงผู้อาวุโสใหญ่ต่างก็เปิดเผยร่างที่แท้จริงออกมา ทำให้พละกำลังทวีความแข็งแกร่งขึ้นอย่างมหาศาล!

ผู้คนจำนวนมากในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างพากันตกตะลึง พวกเขาไม่ได้คาดคิดว่ายอดฝีมือระดับสูงที่แข็งแกร่งที่สุดของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ล้วนเป็นคนต่างเผ่าทั้งสิ้น!

เดิมทีพวกเขายังแอบหวังว่า ขอเพียงผู้คุ้มกฎหรือผู้อาวุโสใหญ่ทรยศต่อดินแดนศักดิ์สิทธิ์บ้าง สถานการณ์ศึกก็อาจจะพลิกผันได้

“เฮ้อ วิธีการของเจ้าศักดิ์สิทธิ์ช่างร้ายกาจนัก องค์กรจันทร์โลหิตสิ้นท่าเสียแล้ว ในครั้งนี้เจ้าศักดิ์สิทธิ์อาจจะลงมือขุดรากถอนโคนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลังเป็นแน่!”

ผู้อาวุโสท่านหนึ่งลอบถอนหายใจออกมา

หากการทรยศต่อดินแดนศักดิ์สิทธิ์สามารถนำมาซึ่งชัยชนะและทำลายการปกครองของคนต่างเผ่าลงได้ เขาก็ยินดีที่จะทำ

ทว่าพละกำลังของเขาเพียงคนเดียวนั้นช่างน้อยนิดยิ่ง ไม่อาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ศึกในภาพรวมได้เลย

“เหยียนเสวี่ยเทียน เจ้าว่าในครั้งนี้ จุดจบของเจ้าจะเป็นเช่นไร?”

น้ำเสียงของเจ้าศักดิ์สิทธิ์ดูเรียบเฉย ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยการเย้ยหยัน

สิ้นคำพูด เขาก็พุ่งเข้าจู่โจมเหยียนเสวี่ยเทียนทันที

ตูม!

ด้านหลังของเจ้าศักดิ์สิทธิ์ ชั้นฟ้าพลันแปรเปลี่ยน พลันบังเกิดพายุเมฆหมอกม้วนตัวอย่างบ้าคลั่ง แฝงไว้ด้วยรัศมีอำนาจแห่งฟ้าดินที่น่าสะพรึงกลัวกดทับลงไปยังร่างของเหยียนเสวี่ยเทียน

ในมือของเขาปรากฏตรีศูลเล่มหนึ่ง ก่อนจะแทงออกไปอย่างรวดเร็ว ปรากฏเป็นอสูรกายแสงสีน้ำเงินขนาดมหึมาพุ่งเข้าสังหารเหยียนเสวี่ยเทียนพร้อมกับเสียงคำรามกึกก้อง

“จันทร์มารพิฆาต!”

เหยียนเสวี่ยเทียนวาดมือทั้งสองข้างราวกับคมดาบ ฟันตรงออกไป ปรากฏเป็นจันทร์เสี้ยวสีเลือดขนาดยาวร้อยจั้ง แฝงไว้ด้วยไอโลหิตที่พวยพุ่งพุ่งทะยานออกไป

ตูม!

การโจมตีของยอดฝีมือระดับสุดยอดทั้งสองเข้าปะทะกันอย่างรุนแรง เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวจนแสบแก้วหู

วืบบบ!

ไม่ได้รู้ว่าเมื่อใด เจ้าศักดิ์สิทธิ์พลันมาปรากฏตัวที่ด้านขวาของเหยียนเสวี่ยเทียน ก่อนจะตวัดตรีศูลในมือออกไป เกิดเป็นร่องรอยแสงสีน้ำเงินที่ลึกล้ำสามสาย แฝงไว้ด้วยความคมกริบที่เย็นเยือกพุ่งเข้าจู่โจมอย่างบ้าคลั่ง

ตบะของเจ้าศักดิ์สิทธิ์นั้นเหนือกว่าเหยียนเสวี่ยเทียน ประกอบกับความได้เปรียบทางภูมิประเทศ และเหยียนเสวี่ยเทียนเองก็กำลังบาดเจ็บสาหัส

ต่อให้เหยียนเสวี่ยเทียนจะเปลี่ยนจากการโจมตีเป็นการตั้งรับ ก็ยากที่จะต้านทานความแข็งแกร่งของเจ้าศักดิ์สิทธิ์ได้!

สาเหตุที่เหยียนเสวี่ยเทียนยังคงยืนหยัดอยู่นั้น เป็นเพราะเขายังแอบหวังว่าสถานการณ์ศึกเบื้องล่างจะดีขึ้น หากเป็นเช่นนั้นองค์กรจันทร์โลหิตก็ยังพอจะมีหวัง

ทว่าทุกสิ่งกลับไม่ได้เป็นไปตามที่ใจหวัง

หลังจากถอยออกจากเขาคุนอวิ๋นแล้ว กองกำลังขององค์กรจันทร์โลหิตก็เข้าสู่เขตพื้นที่ของทะเลสาบจิตศักดิ์สิทธิ์

ผู้คุ้มกฎทั้งสองและผู้อาวุโสใหญ่ รวมถึงสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งที่สุด ต่างก็พุ่งลงสู่ทะเลสาบจิตศักดิ์สิทธิ์ ปลุกปั่นให้เกิดพายุฝนที่รุนแรงผสานเข้ากับร่างแยกของเจ้าศักดิ์สิทธิ์เพื่อเข่นฆ่าสังหารอย่างบ้าคลั่ง

สถานการณ์ศึกนับตั้งแต่เจ้าศักดิ์สิทธิ์ลงมือ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ฮึดสู้และรุกไล่อย่างเต็มกำลัง จนในยามนี้ผลแพ้ชนะได้ถูกกำหนดไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ถอย!”

เหยียนเสวี่ยเทียนมีโลหิตไหลซึมที่มุมปาก เขาปรายตามองสถานการณ์ศึกเบื้องล่างและล่วงรู้ว่าไร้ซึ่งหนทางชนะแล้ว

“องค์กรจันทร์โลหิต บังอาจยุยงปลุกปั่นคนในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ คุกคามต่อพิภบคุนอวิ๋น ทั้งหมดมีโทษตาย ไม่ละเว้น!”

น้ำเสียงที่สั่นสะเทือนจิตใจของเจ้าศักดิ์สิทธิ์ดังขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าเขาคือฝ่ายธรรมะที่เที่ยงธรรม

“ฆ่า!”

ผู้คุ้มกฎโยวไห่หัวเราะร่าพลางแลบลิ้นเลียริมฝีปากของตนเอง

“โยวไห่ เจ้าไปหาผู้อาวุโสซุนเสีย”

น้ำเสียงของเจ้าศักดิ์สิทธิ์พลันดังขึ้นภายในจิตใจของเขา

“ผู้อาวุโสซุนรึ? ไม่ใช่ว่าเขาไปไล่ล่าสังหารเฉินอวี่หรอกรึ?”

ผู้คุ้มกฎโยวไห่มีสีหน้าฉงนใจ

เขาจดจำเฉินอวี่ได้แม่นยำยิ่ง พึงรู้ว่าในบรรดาสิบคนที่กลับมาจากพิภพดาวโลหิต เฉินอวี่คือผู้ที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุด

เพียงแต่เขาสงสัยยิ่งว่า เหตุใดเจ้าศักดิ์สิทธิ์ถึงต้องการให้เขาไปหาผู้อาวุโสซุน

ด้วยความสามารถของผู้อาวุโสซุนแล้ว การสังหารยอดฝีมือขอบเขตกลับสู่ต้นกำเนิดระยะหลังเพียงคนเดียว ย่อมเป็นเรื่องที่ง่ายดายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก

ทว่าผู้อาวุโสซุนไปได้พักใหญ่แล้ว เหตุใดถึงยังไม่กลับมา?

“เจ้าไปสังหารเฉินอวี่เสีย หากเฉินอวี่ถูกสังหารไปแล้ว ก็ให้สังหารผู้อาวุโสซุนแทน ข้าต้องการของสิ่งหนึ่งที่อยู่ในมือของเฉินอวี่!”

น้ำเสียงที่เรียบเฉยของเจ้าศักดิ์สิทธิ์ดังขึ้นอีกครั้ง

“รับทราบ!”

ผู้คุ้มกฎโยวไห่สีหน้าจริงจังขึ้นมาพลางพยักหน้า

เฉินอวี่มีสิ่งใดในตัวกันแน่? ถึงกับทำให้เจ้าศักดิ์สิทธิ์สนใจและต้องให้เขาออกโรงด้วยตนเองเช่นนี้

ฟิ้ววว!

ผู้คุ้มกฎโยวไห่ไม่ได้เอ่ยถามสิ่งใดต่อ เขาพุ่งดิ่งลงสู่ทะเลสาบจิตศักดิ์สิทธิ์และหายตัวไปในพริบตา

“ป้ายแผ่นนั้น...”

เจ้าศักดิ์สิทธิ์สายตาลึกล้ำพลันพึมพำออกมาเบาๆ

ก่อนหน้านี้เพียงชั่วพริบตา เขาได้เหลือบไปเห็นเศษเสี้ยวหนึ่งของป้ายในมือของเฉินอวี่ แม้จะจำไม่ได้ในทันที ทว่าเขากลับรู้สึกคุ้นเคยยิ่ง ดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งของที่สำคัญยิ่ง

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงได้ส่งผู้คุ้มกฎโยวไห่ออกไปจัดการ

ด้วยพละกำลังของผู้คุ้มกฎโยวไห่แล้ว ย่อมสามารถจัดการเรื่องนี้ได้อย่างรวดเร็วและกลับคืนสู่สนามรบได้ทันเวลา

……

ตูม!

เหนือทะเลสาบจิตศักดิ์สิทธิ์ ปรากฏร่างเงาสองสายกำลังห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด

ร่างหนึ่งเปรียบเสมือนวิหคหงส์เพลิงที่ขยับปีกไปมาจนเกิดเป็นประกายไฟสีทองแดง คนผู้นี้ก็คือเฉินอวี่

ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามคือผู้อาวุโสคิ้วหนา ที่มือซ้ายทำท่าฝ่ามือและมือขวาถือดาบใหญ่ที่ล้อมรอบไปด้วยพายุหมุน

“เหลือเชื่อนัก ขอบเขตกลับสู่ต้นกำเนิดระยะหลัง ถึงกับสามารถต่อกรกับข้าได้ถึงเพียงนี้”

ผู้อาวุโสคิ้วหนามีสีหน้าตกตะลึงยิ่งนัก

แม้เขาจะได้สัมผัสกับเรื่องนี้มาด้วยตนเองแล้ว ทว่าเขาก็ยังยากที่จะเชื่อสายตาตนเองอยู่ดี

“วายุหมุนสังหารคลั่ง!”

ผู้อาวุโสคิ้วหนากวัดแกว่งดาบใหญ่ในมือ แสงดาบสาดประกายออกมาไม่หยุด กลายเป็นคมดาบที่เย็นเยือกทีละสาย พัดพาให้เกิดลมพายุที่รุนแรงจนกลายเป็นวังวนคมดาบขนาดมหึมาเข้าโอบล้อมร่างของเฉินอวี่เอาไว้

จะรดาบแสงมาร!

เฉินอวี่กวัดแกว่งกระบี่อสุรมารเก้าอัฐิ พร้อมกับเดินเครื่องพละกำลังสายเลือดหงส์ปีกทอง ปลดปล่อยวังวนการโจมตีที่สับสนวุ่นวายด้วยรัศมีสีดำและแดงผสานกันออกมา

อีกด้านหนึ่ง ราชาเพลิงชาดกำลังเข้าห้ำหั่นกับองครักษ์ศักดิ์สิทธิ์ตราทองทั้งสองคน

“ช่างเป็นสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแเกร่งนัก!”

“รีบถอยเร็ว!”

องครักษ์ศักดิ์สิทธิ์ตราทองทั้งสองคนถูกราชาเพลิงชาดโจมตีจนต้องถอยร่นไปครั้งแล้วครั้งเล่า และเริ่มมีท่าทีที่ลำบากยิ่งขึ้น

ในตอนนั้นเอง

ฟิ้ววว!

ที่ไกลออกไปปรากฏร่างของคนผู้หนึ่งขึ้นมา ดึงดูดสายตาของทุกคนให้หันไปมองทันที

“เย่ลั่วเฟิ้ง!”

เฉินอวี่มองไปยังร่างระหงผิวขาวนวลที่คุ้นเคย

ที่แท้ เย่ลั่วเฟิ้งเมื่อเห็นเฉินอวี่ถูกผู้อาวุโสของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไล่ล่าสังหารนางจึงได้รีบตามมาทันที

นางล่วงรู้ถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของเฉินอวี่ดี หากนางและราชาเพลิงชาดร่วมมือกัน ก็ใช่ว่าจะไม่อาจต่อกรกับผู้อาวุโสขอบเขตห้วงสมุทรว่างเปล่าได้

เพียงแต่เย่ลั่วเฟิ้งไม่ได้คาดคิดว่า ในยามนี้เฉินอวี่เพียงคนเดียวกลับสามารถรับมือกับผู้อาวุโสคิ้วหนาได้อย่างสูสี

เย่ลั่วเฟิ้งรีบเข้าร่วมการต่อสู้ของราชาเพลิงชาดทันที ทำให้องครักษ์ศักดิ์สิทธิ์ตราทองทั้งสองคนที่กำลังเผชิญกับภัยวิกฤตถึงแก่ชีวิตอยู่แล้ว ต้องสั่นสะท้านไปทั่วร่างด้วยความหวาดกลัว และแผดเสียงด่าทอเย่ลั่วเฟิ้งว่าเป็นคนทรยศ

ทว่าหลังจากนั้นเพียงห้าอึดใจ โลกใบนี้ก็ไร้ซึ่งเสียงของพวกเขาอีกต่อไป

“เฉินอวี่ พวกเรามาช่วยเจ้าแล้ว”

เย่ลั่วเฟิ้งและราชาเพลิงชาดพุ่งเข้าหาเฉินอวี่ทันที

“เจ้าพวกขยะ!”

ผู้อาวุโสคิ้วหนาสีหน้าบึ้งตึงพลันสบถออกมา

ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้เห็นเฉินอวี่อยู่ในสายตา ทว่ายามนี้เขากลับเริ่มรู้สึกว้าวุ่นใจขึ้นมาบ้างแล้ว

ตูม!

เขาตวัดดาบออกไปหนึ่งครั้ง รัศมีดาบที่ดุดันปลุกปั่นให้เกิดพายุพลังปราณพุ่งเข้าสังหารราชาเพลิงชาดและเย่ลั่วเฟิ้ง

“รีบถอยเร็ว!”

ราชาเพลิงชาดแผดเสียงสั่งการพลันพ่นลูกไฟออกมาขุมหนึ่งเข้าสกัดกั้นเอาไว้เบื้องหน้า

จากนั้น หนึ่งคนหนึ่งอสูรก็รีบหลบฉากไปทันที

“เฉินอวี่ ผู้อาวุโสอย่างข้าไม่ได้มีเวลามาเล่นกับเจ้า จบสิ้นกันเสียทีเถิด”

ชายชราคิ้วหนาสีหน้าจริงจังขึ้นมาทันที

“วายุอสูรสังหารคลั่ง!”

ชายชราคิ้วหนาวาดฝ่ามือลงบนใบดาบ ทำให้คน ดาบ และวิญญาณศาสตราหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน

วืบบบ วืบบบ!

ตัวดาบสั่นสะเทือนเล็กน้อย เจตจำนงแห่งดาบที่ดุดันและคมกริบพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า กลายเป็นเสาแสงสีเขียวอ่อนสายหนึ่ง

ฟ้าดินโดยรอบแปรเปลี่ยน ลมพายุหวีดหวิวทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น พลังปราณระหว่างฟ้าดินควบแน่นจนกลายเป็นวังวนพุ่งเข้าหามัน

ฟัน!

ชายชราคิ้วหนาตวัดดาบฟันออกไปอย่างรวดเร็ว ปรากฏเป็นคมดาบสีเขียวขนาดยาวร้อยจั้งพุ่งกดทับลงมาด้วยความเร็วที่น่าตกใจและรัศมีอำนาจที่ยิ่งใหญ่

เฉินอวี่เมื่อพบกับการโจมตีนี้ เขาก็พลันรู้สึกเย็นวูบที่หนังศีรษะ ร่างกายสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดราวกับกำลังจะถูกฉีกกระชากออกเป็นเสี่ยงๆ ภัยวิกฤตแห่งความตายทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวอย่างบ้าคลั่งยิ่งขึ้น

นี่คือการโจมตีระดับสูงสุดจากยอดฝีมือขอบเขตห้วงสมุทรว่างเปล่า!

ต่อให้เฉินอวี่จะทุ่มเทกำลังทั้งหมดในการป้องกัน ก็ใช่ว่าจะได้ผลเสมอไป พึงรู้ว่าสาเหตุที่เขาสามารถต่อกรกับยอดฝีมือขอบเขตห้วงสมุทรว่างเปล่าได้นั้น เป็นเพราะสายเลือดและศาสตราวิญญาณซึ่งเน้นหนักไปที่การโจมตีเป็นหลัก

“โอสถศักดิ์สิทธิ์ดาราโลหิต!”

เฉินอวี่พลันฉุกคิดบางอย่างได้ เขาจึงได้สื่อสารกับวิญญาณโอสถในทันที

ในวินาทีต่อมา ในมือของเฉินอวี่พลันปรากฏลูกกลมสีแดงฉานกึ่งโปร่งใสขึ้นมาขุมหนึ่ง รัศมีดาราแดงที่ดูแปลกประหลาดและลึกล้ำสาดประกายออกมาจากภายใน

โอสถศักดิ์สิทธิ์ดาราโลหิตถูกซุกซ่อนอยู่ในห้วงมิติผลึก หากไม่นำออกมาก็ไม่อาจใช้งานได้

“เกิดสิ่งใดขึ้น?”

ชายชราคิ้วหนาจ้องมองไปยังลูกกลมในมือของเฉินอวี่ แม้จะจำไม่ได้ว่ามันคือสิ่งใด ทว่าเขาสัมผัสได้ถึงพละกำลังที่แปลกประหลาดและแข็งแกร่งที่แผ่ออกมา ย่อมต้องเป็นของล้ำค่า

เขาได้แต่ลอบอุทานในใจว่า เฉินอวี่ผู้นี้ช่างเปรียบเสมือนคลังสมบัติเคลื่อนที่เสียจริง

ในอีกไม่ช้า ของล้ำค่าทั้งหมดในตัวของเฉินอวี่ ย่อมต้องตกเป็นของเขา

ทว่าทันใดนั้นเอง ชายชราคิ้วหนาก็พบกับความผิดปกติบางอย่าง

วืบบบ!

เห็นเพียงรอบกายของเฉินอวี่พลันแผ่ซ่านไปด้วยรัศมีสีแดงที่ดูพิกลพิการ ดวงตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ไอสังหารที่เหี้ยมโหดและดุดันแผ่ซ่านออกมา จนทำให้ชายชราคิ้วหนารู้สึกขนลุกขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ

ปัง!

กระบวนท่าดาบของชายชราคิ้วหนาพุ่งกดทับลงมาในพริบตา พายุแสงสีเขียวแผ่กระจายออกไปจนบดบังทุกสรรพสิ่ง

ทว่าทันใดนั้นเอง

ฉัวะ!

รัศมีแสงสีเลือดที่สลับกับสีดำทมิฬพุ่งทะยานออกมา วาดผ่านไปอย่างรวดเร็วจนสามารถฉีกกระชากพายุแสงสีเขียวที่ยิ่งใหญ่นั้นออกเป็นเสี่ยงๆ

จากนั้น เฉินอวี่ก็พุ่งทะยานออกมาจากภายใน ตรงเข้าสังหารชายชราคิ้วหนาทันที

รัศมีกระบี่สีดำทมิฬอันมหาศาลที่แฝงไว้ด้วยเจตจำนงแห่งมารที่ท่วมท้นพุ่งแทงออกไป ท่ามกลางแสงสีดำนั้นพลันปรากฏลวดลายสีแดงฉานสายแล้วสายเล่า แผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายแห่งโลหิตที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก

“เป็นไปได้อย่างไร!”

ชายชราคิ้วหนาอุทานออกมาด้วยความหวาดผวา

หลังจากที่เฉินอวี่นำลูกกลมนั้นออกมา พละกำลังการต่อสู้ก็พลันพุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล จนทำให้เขาสัมผัสได้ถึงภัยอันตรายขึ้นมา

ลูกกลมสีแดงฉานนั้น แท้จริงแล้วมันคือของล้ำค่าสิ่งใดกันแน่?

ตูม!

เสียงระเบิดดังสนั่น แสงสีดำแดงพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เข้าดูดกลืนพายุสีเขียวไปอย่างบ้าคลั่ง

ร่างเงาสีน้ำเงินสายหนึ่งกระเด็นถอยหลังไปไกลกว่าร้อยจั้งถึงจะสามารถหยุดยั้งร่างเอาไว้ได้ เห็นเพียงเสื้อผ้าที่หน้าอกฉีกขาดรุ่งริ่ง และมีบาดแผลเหวอะหวะจนมองเห็นเนื้อข้างใน

อั่ก!

ชายชราคิ้วหนากระอักโลหิตออกมาขุมหนึ่ง สีหน้าดูสะบักสะบอมยิ่งนัก เขาจ้องมองเฉินอวี่ด้วยสายตาที่เย็นเยือกและอาฆาตแค้น

“พลังแห่งโอสถศักดิ์สิทธิ์ดาราโลหิต ช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก เพียงแค่เศษเสี้ยวหนึ่ง ก็ทำให้พละกำลังของข้าพุ่งสูงขึ้นได้ถึงเพียงนี้”

ดวงตาของเฉินอวี่สาดประกายแห่งความตื่นเต้นออกมาอย่างเห็นได้ชัด

จบบทที่ บทที่ 616: พลังแห่งโอสถศักดิ์สิทธิ์

คัดลอกลิงก์แล้ว