เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 402: ราชันอัคคีแดงออกโรง

บทที่ 402: ราชันอัคคีแดงออกโรง

บทที่ 402: ราชันอัคคีแดงออกโรง


เมื่อเห็นเฉินอวี่เดินออกมาจริงๆ ผู้คุ้มกฎเว่ยรวมถึงเหล่าผู้บริหารระดับสูงคนอื่นๆ ต่างพากันแอบหัวเราะเยาะอยู่ภายในใจ

รุ่นเยาว์ก็เป็นเช่นนี้เอง เพียงแค่ถูกยกยอเพียงไม่กี่คำ ก็หลงระเริงคิดว่าตนเองยิ่งใหญ่จนไม่เห็นผู้อื่นอยู่ในสายตา และเมื่อถูกศัตรูท้าทายเพียงเล็กน้อย ก็ไม่อาจอดทนต่อโทสะนี้ได้ จนต้องก้าวเดินออกมา

ต้องล่วงรู้ก่อนว่า ในดินแดนแดนเหนือทั้งหมดนี้ หากเอ่ยถึงความสามารถในการฝึกสัตว์แล้ว เผ่าหมานถูหากบอกว่าเป็นอันดับสอง ย่อมไม่มีใครกล้าบอกว่าเป็นอันดับหนึ่ง แม้แต่เผ่าหมานถูจะสถาปนาตนเองเป็นอันดับหนึ่ง ก็ย่อมไม่มีใครรู้สึกว่าไม่เหมาะสม

บางทีในยามนี้เฉินอวี่อาจจะมีความก้าวหน้าขึ้นอย่างมหาศาล ทว่าครั้งนี้เป็นการประลองสัตว์เลี้ยง และยังต้องประลองกับอัจฉริยะทนนักฝึกสัตว์ของเผ่าหมานถูอีกด้วย เฉินอวี่จะมีโอกาสชนะได้อย่างไร

ในชั่วขณะที่เฉินอวี่ก้าวเดินออกมา เหล่าผู้บริหารระดับสูงคนอื่นๆ ต่างพากันจินตนาการถึงภาพเหตุการณ์ที่เฉินอวี่พ่ายแพ้ไปแล้ว

ถึงเวลานั้น เฉินอวี่ไม่เพียงแต่ต้องแบกรับความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้อง ทว่ายังมีโอกาสที่จะถูกปลดออกจากตำแหน่งอีกด้วย

ภายในเมืองเชียนซาน มีหญิงสาวคนหนึ่งที่มีรูปร่างอรชรและงดงามเหนือล้ำกว่าผู้ใด เปรียบเสมือนดอกโบตั๋นหลังหยาดฝน ท่ามกลางฝูงชนนั้น นางช่างดูโดดเด่นยิ่งนัก

ทว่าในยามนี้ สายตาของหญิงสาวคนนี้ กลับจดจ่ออยู่ที่ร่างของคนคนหนึ่ง

“พี่อวี่?”

หญิงสาวจ้องมองไปยังแผ่นหลังอันกว้างขวางของเฉินอวี่ ภายในใจมีทั้งความตื่นเต้นและความกังวล

“เสวี่ยฉิง เจ้าอย่าไปถูกเขาหลอกเอาได้ล่ะ เขาที่อายุยังน้อยกลับได้เป็นถึงรองแม่ทัพของที่นี่ อีกทั้งยังอวดดีรับคำท้าของหมานหรง อีกประเดี๋ยวคงต้องพ่ายแพ้ยับเยินทั้งสามรอบจนเสียเกียรติไปหมด”

ชายหนุ่มคนหนึ่งที่คอยตามจีบนาง เอ่ยพร่ำออกมาไม่หยุด

“ไม่ยอมให้เจ้าว่าเขาเช่นนั้นนะ”

มู่เสวี่ยฉิงเหลือบมองชายหนุ่มคนนั้นแวบหนึ่ง สายตาพลันเย็นยะเยือกขึ้นมาในทันที

มู่เสวี่ยฉิง หญิงสาวที่เฉินอวี่เคยหลงรักในวัยเยาว์ ทว่าด้วยเหตุผลหลายประการ ทำให้ทั้งสองคนไม่อาจมีวาสนาต่อกันได้

มู่เสวี่ยฉิงล่วงรู้ดีว่า เฉินอวี่ไม่ใช่คนที่จะวู่วามได้ง่ายๆ ถึงเพียงนั้น

ในบรรดาเชลยศึกเหล่านั้น มีศิษย์สำนักอวิ๋นเยวี่ยอยู่มากมาย อีกทั้งยังมีศิษย์พี่ศิษย์น้องของเฉินอวี่รวมอยู่ด้วยหลายคน เฉินอวี่ย่อมไม่มีทางนิ่งเฉยและมองดูอยู่ห่างๆ

ทว่า มู่เสวี่ยฉิงเองก็ไม่ได้เชื่อมั่นในตัวเฉินอวี่มากนัก พลางแอบมีความกังวลอยู่บ้าง

ฝั่งตรงข้ามเมืองเชียนซาน

สายตาของทุกคนพลันฉายประกายแสงวาบผ่านออกมาด้วยความประหลาดใจ ทว่าเมื่อเห็นเฉินอวี่แล้ว แต่ละคนต่างพากันหัวเราะออกมา

“เจ้าคือรองแม่ทัพคนใหม่คนนั้นงั้นรึ?”

หมานหรงนั่งอยู่บนที่นั่งสีทอง พลางจ้องมองเฉินอวี่ด้วยสายตาของผู้อยู่เหนือกว่าที่กำลังมองผู้ที่อยู่ต่ำต้อยกว่า

ในสายตาของเขา เฉินอวี่อายุยังน้อยกว่าตนเองเสียอีก อีกทั้งเขายังไม่เคยได้ยินชื่อเสียงของคนผู้นี้มาก่อนเลย

ทว่าการที่เฉินอวี่เข้าร่วมสงครามเป็นครั้งแรก ก็ได้ดำรงตำแหน่งรองแม่ทัพแล้ว เรื่องนี้ทำให้หมานหรงแอบรู้สึกสงสัยอยู่บ้าง หรือว่าเฉินอวี่จะเป็นลูกหลานของยอดฝีมือคนใดเหมือนกับเขา?

“รีบเริ่มเถิด”

เฉินอวี่ไม่ได้ตอบคำถามของหมานหรง

“โอ้? รีบร้อนถึงเพียงนี้เลยงั้นรึ?”

หมานหรงเริ่มมีความสนใจขึ้นมาบ้างแล้ว ปกติปรมาจารย์ฝึกสัตว์ที่ประลองกับเขา ล้วนมีท่าทีหวาดกลัวและระมัดระวังตัวยิ่ง

“ข้าว่า เจ้าคงยังไม่ล่วงรู้กฎเกณฑ์ที่ การประลองสัตว์เลี้ยงหากเจ้าชนะ ข้าจะปล่อยเชลยศึกหนึ่งคน และจะมอบสัตว์เลี้ยงวิเศษให้แก่เจ้าด้วย ทว่าหากเจ้าแพ้ เจ้าก็ต้องมอบสัตว์เลี้ยงวิเศษให้แก่ข้าเช่นกัน!”

หมานหรงเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม

หากเป็นการประลองสัตว์เลี้ยงเพียงอย่างเดียว โดยที่ทั้งสองฝ่ายไม่มีเดิมพัน มันย่อมต้องน่าเบื่อเกินไป

“ตกลง”

เฉินอวี่ตอบรับคำท้าในทันที

“สัตว์เลี้ยงวิเศษของเจ้ามีพลังฝีมือระดับใด?”

หมานหรงเอ่ยถาม

การประลองสัตว์เลี้ยง พละกำลังของสัตว์เลี้ยงต้องเท่ากันจึงจะถือว่ายุติธรรม

“ขอบเขตก่อกำเนิดระยะปลาย!”

เฉินอวี่เอ่ยออกมาอย่างเรียบเฉย

ทว่าเหล่าผู้บริหารระดับสูงคนอื่นๆ ของเมืองเชียนซานที่อยู่ข้างกายเขา กลับพากันแอบตกตะลึงภายในใจ

ในบรรดาพวกเขา บางคนพลังฝีมือยังอยู่ที่ขอบเขตก่อกำเนิดระยะต้นและระยะกลางเท่านั้น

“นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าเด็กนี่จะมีสัตว์เลี้ยงวิเศษขอบเขตก่อกำเนิดระยะปลายครอบครองอยู่ ไม่แน่ว่าข่าวลือเหล่านั้นในแคว้นฉู่ คงเป็นเพราะเฉินอวี่ใช้สัตว์เลี้ยงวิเศษในการต่อสู้เพื่อสร้างชื่อเสียงขึ้นมา”

“จริงแท้ เขามีสัตว์เลี้ยงวิเศษขอบเขตก่อกำเนิดระยะปลาย ผู้อาวุโสทั่วไปย่อมไม่อาจเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้จริงๆ”

หลายคนแอบส่งกระแสจิตพูดคุยกัน ทว่าภายในใจที่มีต่อเฉินอวี่ กลับมีความหวาดเกรงและระมัดระวังเพิ่มมากขึ้น

“ตกลง การประลองสัตว์เลี้ยงขอบเขตก่อกำเนิดระยะปลาย”

หมานหรงเริ่มมีความกระตือรือร้นขึ้นมาบ้าง หลังจากนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็หยิบถุงสัตว์เลี้ยงใบหนึ่งที่อยู่ข้างกายขึ้นมา พลางตบมันเบาๆ

พร้อมกับกลุ่หมอกควันที่พวยพุ่งออกมา เสือดาวที่มีขนาดร่างกายไม่ใหญ่นักตัวหนึ่งก็พุ่งทะยานออกมาจากด้านใน

เสือดาวตัวนั้นทั่วร่างเป็นสีเหลืองหม่น บนผิวหนังมีลวดลายสีทองที่แปลกประหลาดและงดงามประดับอยู่ ทั้งฟันและกรงเล็บล้วนเป็นสีทอง ดูแล้วให้ความรู้สึกที่สูงส่งดุจราชา

“นี่คือ ‘เสือดาวตัวต่อ’ ของนายน้อย ขอบเขตก่อกำเนิดระยะปลาย”

หมานหรงเผยรอยยิ้มออกมา

“เสือดาวตัวต่อ ร่างกายเล็กทว่ามีความเร็วที่รวดเร็วถึงขีดสุด การโจมตีแหลมคมยิ่งนัก ทั้งฟันและกรงเล็บมีผลทำให้เกิดอาการชา ในบรรดาสัตว์อสูร ถือว่าเป็นประเภทที่อยู่ระดับแนวหน้า และเสือดาวตัวต่อของหมานหรงตัวนี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นสายพันธุ์ที่กลายพันธุ์ ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ...”

ภายในเมืองเชียนซาน ปรมาจารย์ฝึกสัตว์คนหนึ่งลูบเครา พลางจ้องมองไปยังเฉินอวี่แล้วส่ายหน้าไปมา

วิธีการเพาะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงวิเศษของเผ่าหมานถูนั้น ถือว่าเป็นอันดับหนึ่งในแดนเหนืออยู่แล้ว ประกอบกับเสือดาวตัวต่อตัวนี้ยังเป็นสายพันธุ์กลายพันธุ์อีกด้วย เกรงว่าเสือดาวตัวต่อทั่วไป เมื่อต้องเผชิญหน้ากับมัน คงไม่อาจต้านทานได้เกินห้ากระบวนท่า

สายตาของผู้คนนับไม่ถ้วนต่างพากันจับจ้องมองมาที่เฉินอวี่ เพื่อต้องการดูว่าเฉินอวี่จะใช้สัตว์เลี้ยงวิเศษชนิดใดออกมาประลอง

“ขอมอบให้เจ้าจัดการก็แล้วกัน”

ใบหน้าของเฉินอวี่ไม่ได้แปรเปลี่ยนไป เขาพลันยื่นมือข้างหนึ่งออกมา

“นั่นมันตัวอะไรกัน?”

“สัตว์เลี้ยงวิเศษของเฉินอวี่ล่ะ?”

ผู้คนมากมายต่างพากันเผยสีหน้าที่ตกตะลึงออกมา เพราะพวกเขามองไม่เห็นอะไรเลยแม้แต่อย่างเดียว

ทว่า ยอดฝีมือระดับขอบเขตผสานลมปราณ ยังพอที่จะจับร่องรอยบางอย่างได้

พวกเขามองเห็นว่า ภายในมือของเฉินอวี่ พลันมีจุดแสงสีน้ำเงินเข้มจุดหนึ่งพุ่งทะยานออกมา และหายวับไปในพริบตา พลางพุ่งตรงเข้าหาเสือดาวตัวต่อ

บนที่นั่งสีทอง หมานหรงที่มีท่าทางเกียจคร้านพลันร่างกายสั่นสะท้านขึ้นมาในทันที พลางลุกขึ้นนั่งตัวตรง

“แมลงประหลาดเหล็กจันทรา อีกทั้งยังเป็นสายพันธุ์กลายพันธุ์ เมื่อพิจารณาจากสีสันแล้ว พิษย่อมหฤโหดยิ่ง”

หมานหรงจดจำสัตว์เลี้ยงวิเศษของเฉินอวี่ได้ในทันที พลางวิเคราะห์ออกมาได้อย่างเป็นฉากๆ ดูเพียงปราดเดียวก็ล่วงรู้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ

เสือดาวตัวต่อที่มีท่าทางเย่อหยิ่งตัวนั้น พลันตื่นตัวขึ้นมาในทันที พลางเริ่มวิ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว

ฟึ่บ!

ท่ามกลางผืนป่า เปรียบเสมือนมีสายฟ้าสีเหลืองสายหนึ่งพุ่งทะยานไปมา รวดเร็วดุจสายลมและดุดันยิ่งนัก

ทว่า ทุกคนกลับมองเห็นว่า เสือดาวตัวต่อตัวนั้นกลับมีท่าทีที่ตื่นตระหนก และสุดท้ายถึงกับเผยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวออกมา

“ความเร็วของแมลงประหลาดเหล็กจันทราตัวนี้รวดเร็วยิ่งนัก ระดับของมันย่อมไม่ธรรมดา”

ภายในใจของหมานหรงแอบชื่นชมไม่ขาดสาย สายตาที่จับจ้องมองไปยังแมลงประหลาดเหล็กจันทราพลันฉายแววตาที่ร้อนแรงออกมา

เขาชื่นชอบสัตว์เลี้ยงวิเศษ และยิ่งมีความหลงใหลในสายพันธุ์ที่กลายพันธุ์เป็นพิเศษ

ฉึก!

แมลงประหลาดเหล็กจันทราติดตามเสือดาวตัวต่ออย่างไม่ลดละ ในชั่วขณะหนึ่งมันก็กัดเข้าที่เส้นขนของมัน จากนั้นจึงมุดเข้าไปภายในร่างกายของเสือดาวตัวต่อ

ทันใดนั้น เสือดาวตัวต่อก็ดิ้นรนอยู่บนพื้น พลางแผดเสียงร้องโหยหวนออกมา

“หยุดมือ เจ้าชนะแล้ว”

หมานหรงแผดเสียงสั่งในทันที

ฟึ่บ!

จุดแสงสีน้ำเงินเข้มจุดหนึ่ง พุ่งทะลวงผ่านลำคอของเสือดาวตัวต่อออกมา พลันกลับคืนสู่เงื้อมมือของเฉินอวี่

เสือดาวตัวต่อสิ้นลมหายใจรวยรินอยู่ข้างกายหมานหรง ที่บาดแผลมีโลหิตสีน้ำเงินแดงไหลซึมออกมา และในปากยังคงพ่นโลหิตออกมาไม่หยุด

“พิษร้ายแรงยิ่งนัก”

หมานหรงตรวจสอบเพียงครู่เดียวก็ล่วงรู้ว่า เสือดาวตัวต่อไร้ทางเยียวยา และต้องตายตกไป

เขาปล่อยมันทิ้งเอาไว้เช่นนั้น ไม่นานนัก เสือดาวตัวต่อก็ขาดใจตาย

ทั้งฝ่ายศัตรูและฝ่ายเรา ต่างพากันเงียบสงัดลงในทันที

กระบวนการและผลสรุปของการประลองสัตว์เลี้ยงเช่นนี้ ช่างอยู่เหนือความคาดหมายของทุกคนเสียจริงๆ

หมานหรงไม่เพียงแต่พ่ายแพ้ ทว่าเสือดาวตัวต่อที่เป็นสัตว์เลี้ยงวิเศษของเขายังต้องตายตกไปอีกด้วย!

คนที่มีระดับพลังต่ำบางคน ถึงกับมองไม่ออกเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

“นี่มัน...”

ผู้คุ้มกฎเว่ยใบหน้าพลันอึ้งไปครู่หนึ่ง ภายในใจมีความรู้สึกอยากจะสบถด่าคนขึ้นมา

เขาอยากจะด่าหมานหรง ที่ก่อนหน้านี้ดูแข็งแกร่งยิ่งนัก ในการประลองสัตว์เลี้ยงเขาสามารถจัดการกับปรมาจารย์ฝึกสัตว์ของฝั่งเราได้อย่างง่ายดาย ทว่าเหตุใดเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเฉินอวี่ กลับพ่ายแพ้อย่างยับเยินถึงเพียงนี้

ไม่นานนัก ภายในเมืองเชียนซาน ก็ระเบิดเสียงโห่ร้องยินดีออกมาอย่างกึกก้อง

“ชนะแล้ว!”

“ท่านรองแม่ทัพได้รับชัยชนะเหนือหมานหรงแล้ว”

ในระยะไกล ปรมาจารย์ฝึกสัตว์คนหนึ่งเผยสีหน้าที่แอบขัดเขินอยู่บ้าง พลางไอออกมาเบาๆ ว่า “สัตว์เลี้ยงวิเศษของท่านรองแม่ทัพแข็งแกร่งยิ่งนัก จึงสามารถได้รับชัยชนะได้อย่างราบรื่นถึงเพียงนี้ หากสัตว์เลี้ยงวิเศษของทั้งสองฝ่ายมีพละกำลังที่ใกล้เคียงกัน หมานหรงย่อมสามารถได้รับชัยชนะได้อย่างง่ายดาย”

มู่เสวี่ยฉิงที่อยู่ในฝูงชนก็เผยรอยยิ้มที่ยินดีออกมา พลางแอบเบาใจลงไปได้บ้าง

“รอบที่สอง!”

หมานหรงที่อยู่ในระยะไกลเผยสีหน้าที่เคร่งขรึมขึ้นมา พลางจ้องมองเฉินอวี่ด้วยท่าทีที่เท่าเทียมกัน

เฉินอวี่พยักหน้าตกลง

“ไป!”

หมานหรงหยิบถุงสัตว์เลี้ยงออกมาอีกใบหนึ่ง พลางปล่อยสัตว์เลี้ยงวิเศษที่อยู่ด้านในออกมา

มองเห็นลูกบอลกลมสีน้ำเงินเข้มขนาดเท่าศีรษะลูกหนึ่งกลิ้งออกมา

ในวินาทีต่อมา ลูกบอลสีน้ำเงินเข้มลูกนั้นพลันปรากฏรอยแยกหลายรอย พลางแผ่ขยายออก กลายเป็นแมลงยักษ์ที่สวมเกราะเกล็ดสีน้ำเงินเข้ม

“นี่คือ ‘แมลงทองแดงเกล็ดคราม’ แมลงชนิดนี้สามารถพ่นหมอกพิษออกมาได้ และเมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่ง มันจะม้วนตัวกลายเป็นลูกบอลกลมที่มีพลังป้องกันไร้ที่ติ และแมลงทองแดงเกล็ดครามของหมานหรงตัวนี้ก็เป็นสายพันธุ์กลายพันธุ์เช่นกัน ดูเหมือนว่าพิษย่อมหฤโหดยิ่ง”

ปรมาจารย์ฝึกสัตว์คนหนึ่งของเมืองเชียนซาน แววตาพลันฉายประกายแสงวาบผ่านออกมา

“คุณสมบัติของแมลงทองแดงเกล็ดครามตัวนี้ แทบจะข่มแมลงประหลาดเหล็กจันทราของเฉินอวี่ไปจนหมดสิ้น”

“เฮ้อ หมานหรงมีสัตว์เลี้ยงวิเศษอยู่ในมือมากมาย จึงสามารถเลือกใช้ได้อย่างหลากหลาย”

ผู้ที่ล่วงรู้เรื่องราวของสัตว์เลี้ยงวิเศษหลายคน ต่างพากันเอ่ยปากวิพากษ์วิจารณ์ออกมา

เฉินอวี่เองก็นิ่งเงียบไปเพื่อใช้ความคิด เขายอมรับว่าตนเองดูแคลนหมานหรงผู้นี้เกินไป

เดิมทีเขาคิดว่า เพียงแค่ใช้แมลงประหลาดเหล็กจันทราก็น่าจะได้รับชัยชนะต่อเนื่องทั้งสามรอบแล้ว

ทว่า หมานหรงผู้นี้เป็นหลานชายที่หัวหน้าเผ่าหมานถูโปรดปรานที่สุด ภายในมือย่อมต้องมีสัตว์เลี้ยงวิเศษที่แปลกประหลาดมากมายหลายชนิด

ในยามนี้ แมลงทองแดงเกล็ดครามที่หมานหรงนำออกมา เห็นได้ชัดว่าข่มแมลงประหลาดเหล็กจันทราอยู่บ้าง

“มาเถิด แมลงประหลาดเหล็กจันทราตัวนั้น น่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงวิเศษที่แข็งแกร่งที่สุดในเงื้อมมือของเจ้าแล้ว”

หมานหรงหัวเราะออกมาเบาๆ

ขอเพียงเขาได้รับชัยชนะ แมลงประหลาดเหล็กจันทราตัวนั้นย่อมต้องตกเป็นของเขา

เฉินอวี่ส่ายหน้าไปมา พลางตบที่ถุงสัตว์เลี้ยงบนร่างกาย

พร้อมกับกลุ่มควันและฝุ่นละอองที่พวยพุ่งออกมา สิ่งมีชีวิตประหลาดที่มีร่างกายสีแดงเข้มตัวหนึ่ง ก็ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านข้าง

ในยามนี้ ราชันอัคคีแดงกำลังง่วงงุนอยู่ ทว่ามันกลับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง เมื่อลืมตาขึ้นมอง ก็เห็นผู้คนนับพันกำลังจับจ้องมองมาที่มันอยู่

ราชันอัคคีแดงในตอนนั้นพลันโกรธเกรี้ยวขึ้นมา พลางส่งกระแสจิตว่า “เจ้าหนู นี่มันเรื่องอะไรกัน? เจ้านำตาเฒ่าคนนี้ออกมาให้พวกบ้านนอกเหล่านี้ชื่นชมงั้นรึ?”

“ในยามนี้ข้ากำลังประลองสัตว์เลี้ยงกับคนผู้นั้น และเจ้าก็นับว่าเป็นสัตว์เลี้ยงวิเศษของข้า ช่วยข้าจัดการรอบนี้ให้เรียบร้อยที”

เฉินอวี่ส่งกระแสจิตตอบกลับไป

สัตว์เลี้ยงวิเศษ? เมื่อราชันอัคคีแดงได้ยินคำพูดสามคำนี้ ภายในใจพลันรู้สึกโกรธเกรี้ยวยิ่ง พลางจ้องมองเฉินอวี่ด้วยสายตาที่ดุดัน

“นั่นมันตัวอะไรกัน?”

“นั่นมันสัตว์อสูรชนิดใดกัน มีท่าทางเกียจคร้านและอ่อนล้า ดูแล้วไม่เห็นจะเก่งกาจตรงไหนเลย”

ผู้คนมากมายต่างพากันจับจ้องมองไปยังราชันอัคคีแดง ด้วยความสงสัยและไม่ได้เชื่อมั่นในตัวมันนัก

ความจริงแล้ว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ราชันอัคคีแดงเพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจจนเกินไป มันจึงได้ผนึกสายเลือดเอาไว้ และเก็บงำกลิ่นอายกดดันเอาไว้ พลางแสร้งทำเป็นเช่นนั้นไป

ในสมรภูมิ มียอดฝีมือระดับขอบเขตผสานลมปราณเพียงไม่กี่คน รวมถึงปรมาจารย์ฝึกสัตว์บางคน ที่พินิจมองราชันอัคคีแดงอย่างละเอียด แววตาพลันฉายประกายแสงวาบผ่านออกมา

“สัตว์เกล็ดอัคคี!”

หมานหรงพลันลุกขึ้นยืนในทันที พลางจ้องมองราชันอัคคีแดงประหนึ่งโจรผู้หิวโหยที่ได้พบเห็นหญิงสาวผู้งดงามเหนือล้ำกว่าผู้ใด

สัตว์เกล็ดอัคคี สัตว์โบราณที่หาได้ยากยิ่ง ซึ่งมีสายเลือดของกิเลนสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกาย

แม้ว่าสัตว์เกล็ดอัคคีที่อยู่เบื้องหน้านี้ จะดูเหมือนขาดสารอาหารไปบ้าง ทว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือสายเลือดกิเลนภายในร่างกายของมัน

และหมานหรงเชื่อมั่นว่า ภายใต้การเพาะเลี้ยงของเขา สัตว์เกล็ดอัคคีตัวนี้ย่อมต้องแปรเปลี่ยนเป็นนกฟีนิกซ์ที่พุ่งทะยานสู่ท้องนภา และกลายเป็นสัตว์โบราณที่แข็งแกร่งที่สุดระดับแนวหน้าได้

“เจ้าหนู มาทำข้อตกลงกับข้าหน่อยดีหรือไม่ มอบสัตว์เลี้ยงวิเศษตัวนี้ให้แก่ข้า แล้วข้าจะปล่อยเชลยศึกทั้งหมดไปในทันที”

หมานหรงคล้ายกับลืมเรื่องการประลองสัตว์เลี้ยงไปจนสิ้น พลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงใจยิ่ง

“ต่อให้ข้ายินดีที่จะแลกเปลี่ยนกับเจ้า ทว่าเกรงว่าสัตว์เกล็ดอัคคีตัวนี้คงจะไม่ยินยอม”

เฉินอวี่เอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม

“ไม่มีทาง ขอเพียงเจ้าตกลง นายน้อยผู้นี้ก็สามารถฝึกฝนมันให้เชื่อฟังได้”

หมานหรงขมวดคิ้วมุ่น เฉินอวี่นึกไม่ถึงเลยว่า จะกล้าสงสัยในความสามารถของเขา

เขาตัดสินใจว่า ในยามนี้จะแสดงความสามารถบางอย่างออกมา เพื่อให้เฉินอวี่ต้องตกตะลึง

หมานหรงพลันหยิบเม็ดยาสีขาวเม็ดหนึ่งออกมาจากถุงเก็บของ บนนั้นมีลวดลายที่ละเอียดอ่อนประดับอยู่มากมาย เม็ดยานั้นแผ่ซ่านกลิ่นหอมหวลที่ประหลาดออกมา

งูยาวสีเขียวเข้มที่อยู่ข้างกายเขา รวมถึงสัตว์เลี้ยงที่เป็นพาหนะโดยรอบ ต่างพากันตื่นตัวขึ้นมาในทันที สายตาต่างพากันจ้องเขม็งไปที่เม็ดยาภายในมือของหมานหรง

“มาเถิด สัตว์เกล็ดอัคคี อยากกินหรือไม่?”

หมานหรงจ้องมองสัตว์เกล็ดอัคคี พลางเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม

ใบหน้าของราชันอัคคีแดงดำคล้ำประหนึ่งถ่าน มุมปากแอบกระตุกเบาๆ ภายในใจพลันมีเปลวเพลิงแห่งโทสะลุกโชนขึ้นมา

“เฉินอวี่ ข้าตกลงรับคำเจ้าแล้ว”

จบบทที่ บทที่ 402: ราชันอัคคีแดงออกโรง

คัดลอกลิงก์แล้ว