เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 เฉินอวี่ผู้ดุดันโฉดเหี้ยม

บทที่ 10 เฉินอวี่ผู้ดุดันโฉดเหี้ยม

บทที่ 10 เฉินอวี่ผู้ดุดันโฉดเหี้ยม


บริเวณหน้าถ้ำหมี

เล่อเฟิงกับติงจิ่วฮุย กำลังเผชิญหน้ากับราชันย์หมีที่มากล้นด้วยพลังอันสุดหยั่งคาด รวมไปถึงหมีสีน้ำตาลเหล็กอีกสองสามตัวที่อยู่กระจัดกระจาย

สีหน้าของทั้งสองคนเคร่งเครียดถึงขีดสุด ลมหายใจหอบถี่กระชั้น

ในการปะทะกันสั้นๆ เมื่อครู่นี้ คลื่นเสียงโจมตีของราชันย์หมี ทำให้เล่อเฟิงได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

ฟึ่บ!

ร่างของติงจิ่วฮุยกระโดดพรวดทะยานขึ้นมาบนกิ่งไม้ ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับเล่อเฟิง

"ยังดีนะ ที่ศิษย์น้องเล่อมีกระบี่วิเศษที่หักบิ่น อย่างน้อยก็ยังพอฟาดฟันสร้างรอยขีดข่วนให้ราชันย์หมีได้บ้าง ไม่เช่นนั้น ข้าคงหันหัวกลับเผ่นหนีไปตั้งแต่ตอนนี้แล้ว!"

ติงจิ่วฮุยดึงสติพยายามระงับรวบรวมความสงบในใจ เขาหยิบขวดเล็กๆ ขวดหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ

ภายในขวดใบนั้น บรรจุของเหลวสีม่วงอยู่ครึ่งขวด และมีฟองสีดำผุดขึ้นมาเป็นสาย

"นี่คือ?"

"พิษสลายโลหิต! ขวดเล็กๆ เพียงเท่านี้ราคาตั้งห้าสิบหินวิญญาณ พิษของมัน ร้ายแรงพอที่จะจัดการกับพวกสัตว์ร้ายระดับต่ำทั่วๆ ไปได้สบาย"

มุมปากของติงจิ่วฮุยยกยิ้มขึ้นเผยให้เห็นรอยยิ้มอันเย็นยะเยือก

กล่าวจบ เขาก็นำเอา 'พิษสลายโลหิต' ปริมาณครึ่งขวด ค่อยๆ ทาชโลมลงบนกระบี่มหาวิเศษแหว่งวิ่นของเล่อเฟิงอย่างระมัดระวัง

ตูม! ปังโครม!

ในขณะเดียวกันนั้นเอง ราชันย์หมีที่อยู่เบื้องล่าง ก็โถมตัวเข้ากระแทกต้นไม้อย่างรุนแรงถึงสองสามครั้ง จนต้นไม้ขนาดสองคนโอบต้นนี้ สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างหนัก กิ่งก้านสาขาปรากฏรอยปริร้าวให้เห็น

"ช่างเป็นพละกำลังที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!"

ทั้งสองคนสะท้านกริ่งเกรง สบตากันด้วยความหวาดหวั่น

เล่อเฟิงมีฝีมือดีใจกล้า เขาอาศัยวิชาตัวเบาอันล้ำเลิศ โฉบทิ้งตัวลอยละล่องลงสู่พื้นดิน พร้อมกับตวัดกระบี่ฟาดฟันเข้าใส่หมีสีน้ำตาลเหล็กตัวหนึ่งที่ยืนเตร่อยู่เพียงลำพัง

ฉวะ!

กระบี่ที่ถูกชโลมไปด้วย 'พิษสลายโลหิต' ปาดฉับเข้าที่หลังคอของหมีสีน้ำตาลเหล็ก ร่างกายของมันแข็งทื่อไปในทันที เพียงไม่กี่อึดใจก็ล้มตึงลง ดับดิ้นสิ้นใจตายไปในที่สุด

"พิษนี่อานุภาพร้ายแรงใช้ได้เลยแฮะ"

นัยน์ตาของเล่อเฟิงเป็นประกาย ความมั่นใจในการสังหารราชันย์หมี เพิ่มพูนขึ้นมาอีกไม่น้อย

กระบี่มหาวิเศษแหว่งวิ่น ผนวกกับพิษสลายโลหิตเข้าไป พลังโจมตีทำลายล้างของเขา ก็เพิ่มสูงขึ้นจนแทบจะทวีคูณ!

"เอาล่ะ ตอนนี้ก็เหลือแค่ภาวนาอย่าให้เจ้าสี่คนนั่น สร้างปัญหาเป็นตัวถ่วงก็พอแล้ว ภารกิจในครั้งนี้ ก็คงจะลุล่วงไปได้ด้วยดี"

ติงจิ่วฮุยพึมพำกับตัวเอง

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง

สมาชิกคนอื่นๆ ในทีม ต่างก็กำลังถูกพวกหมีสีน้ำตาลเหล็กไล่ล่ากันอย่างเอาเป็นเอาตาย เรียกได้ว่าเป็นความทรมานอย่างแท้จริง

แม้แต่เด็กสาวร่างบางที่มีรับแรงกดดันน้อยที่สุด แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการถูกไล่ล่าจากหมีสีน้ำตาลเหล็กถึงสองตัว ก็ยังหวาดหวั่นพรั่นพรึงจนลนลาน

ความเร็วของหมีสีน้ำตาลเหล็กนั้น แท้จริงแล้วไม่ได้เชื่องช้าเลย อย่างน้อยพวกมันก็สามารถไล่ตะครุบกัดติดศิษย์ที่อยู่ต่ำกว่าขั้นทะลวงชีพจรได้อย่างเหนียวแน่น ซ้ำพละกำลังของพวกมันก็ยังดีเยี่ยมอีกด้วย

ด้วยความเร็วของแม่นางน้อยร่างบางแล้ว ยากนักที่จะสลัดให้หลุดพ้นจากหมีสีน้ำตาลเหล็กทั้งสองตัวที่ไล่ตามมาติดๆ ทางด้านหลังไปได้

ทว่า คนที่อนาถที่สุดก็คือ เด็กหนุ่มหน้าปรุ!

เขาโดนหมีสีน้ำตาลเหล็กถึงสี่ตัวไล่ต้อนอย่างเอาเป็นเอาตาย ขอเพียงแค่เขาสะดุดชะงักฝีเท้าไปเพียงนิดเดียว ก็อาจจะถูกหมีตัวใดตัวหนึ่งโถมตะปบขย้ำเอาได้

โชคยังดี

ที่เขามีวิชาตัวเบาพอใช้ได้ ทักษะการพลิกแพลงเอาตัวรอดก็ฉับไว เขาอาศัยสภาพแวดล้อมต่างๆ ทางภูมิศาสตร์ พาหมีสีน้ำตาลเหล็กทั้งสี่ตัววิ่งวนหลอกล่อไปมา

"มันไม่มีทางรอดแล้วโว้ย! รู้อย่างนี้น่าจะรู้แต่แรกแล้วนะไอ้คะแนนสนับสนุนพวกนั้นน่ะ มันไม่ได้จะได้มาง่ายๆ หรอก"

เด็กหนุ่มหน้าปรุร้องไห้ไม่ออกน้ำตาตกใน

หากพละกำลังหมดสิ้นเมื่อใด สิ่งที่เฝ้ารอคอยเขาอยู่ ก็คือฝันร้ายดีๆ นี่เอง

...

ในบรรดาสี่คน หากจะถามว่าผู้ใดรู้สึกผ่อนคลายสบายใจยามอยู่กับการไล่ล่าที่สุด ย่อมต้องเป็นเฉินอวี่

ฟึ่บ! ฟึ่บ!

เฉินอวี่พลิ้วตัวทะยานไปมาในป่าทึบประดุจเสือดาว ลมหายใจสงบนิ่ง หนักแน่น ไม่เหมือนกับอีกหลายคนที่หอบเหนื่อยและหวาดกลัวกันจนลนลาน

ทุกครั้งที่เขาวิ่งไปได้สักระยะหนึ่ง เขายังจงใจชะลอฝีเท้าลง ด้วยเกรงว่าหมีสามตัวที่ตามมาจะคลาดกัน

ภายหลังจากที่ได้รับการปรับแต่งโครงสร้างจากผลึกคริสตัลลึกลับ พละกำลังและความเร็วของเฉินอวี่ ก็เหนือชั้นกว่าเมื่อก่อนอย่างเทียบไม่ติด

โดยเฉพาะความแข็งแกร่งทนทานและการฟื้นฟูร่างกาย ต่อให้เขาต้องวิ่งมาราธอนต่อเนื่องไปอีกหลายชั่วยาม เขาก็ไม่หวั่น

ถึงจะต้องใช้สลับกัน เขาก็สามารถใช้แรงอึดยืดเยื้อจนหมีสีน้ำตาลเหล็กทั้งสามตัวนั้นหมดสภาพไปเองได้

"การจะถ่วงเวลาลากหมีสีน้ำตาลเหล็กไว้สามตัว ไม่ใช่ปัญหาใหญ่นัก ถึงจะเพิ่มมาอีกสามตัว ก็แค่เพิ่มแรงกดดันขึ้นมาอีกหน่อยเท่านั้นเอง"

เฉินอวี่อดไม่ได้ที่จะครุ่นคิด

ในตอนนี้ สิ่งที่เขากำลังขบคิด ไม่ใช่การลากถ่วงเวลาหมีสีน้ำตาลเหล็กสามตัวอีกต่อไป แต่จะทำรุกคืบ สังหารพวกมันได้อย่างไรต่างหาก

หากว่าเฝิงเต๋อและพรรคพวกอีกสามคนล่วงรู้เข้า ไม่รู้ว่าจะรู้สึกเช่นไร

การที่เฉินอวี่มีความคิดเยี่ยงนี้ เหตุผลหลักก็คือการคำนึงถึงการขาดประสบการณ์ในการต่อสู้จริงของตนเอง

เพียงแต่ตอนนี้ เขาต้องเผชิญหน้ากับหมีสีน้ำตาลเหล็กถึงสามตัว ไม่ใช่แค่ตัวเดียว หากมีแค่ตัวเดียว จากฝีมือที่เขาแสดงให้เห็นก่อนหน้านี้ เขามีความมั่นใจเต็มเปี่ยมสิบส่วน ที่จะสังหารมันลงได้

เพียงไม่นาน เฉินอวี่ก็คิดแผนการออก

มันมีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น นั่นก็คือการแยกพวกมันออกจากกัน!

แยกสลาย แล้วทำลายทิ้งซะ!

สายตาของเฉินอวี่เหลือบมองไปทางด้านหลัง เป็นเพราะความเร็วที่เหนือกว่าของเขา ทำให้หมีสามตัวที่วิ่งไล่ตามมา วิ่งทิ้งช่วงกันอย่างกระจัดกระจาย และรักษาระยะห่างกันอยู่เนืองๆ

"ได้การล่ะ!"

ในพลัน เฉินอวี่ก็นึกขึ้นมาได้ ถึงเนินเขาเล็กๆ รูปวงรีอันหนึ่งที่อยู่ถัดออกจากป่าดิบชื้นแห่งนี้ไป

ไม่ทันไร เฉินอวี่ก็พาหมีสีน้ำตาลเหล็กทั้งสามตัว หลุดพ้นออกมาจากป่าทึบ แล้วมาถึงยังเนินเขาเล็กๆ แห่งนั้น

เนินเขาแห่งนี้ มีความสูงเกือบสองจั้ง รัศมีหลายสิบจั้ง รูปร่างของมันคล้ายกับวงรีที่บิดเบี้ยวไม่ได้สัดส่วนพอดิบพอดี

ถัดจากนั้นละ

เฉินอวี่ก็เริ่มลากหมีสีน้ำตาลเหล็กทั้งสามตัว วิ่งวนรอบเนินเขาวงรีนั้น

แผนการเป็นไปอย่างราบรื่น

ด้วยฐานะที่เป็นเพียงสัตว์ร้ายระดับต่ำ หมีสีน้ำตาลเหล็กจึงไม่ได้มีสติปัญญาอะไรมากมายนัก ไม่นานพวกมันก็ถูกเฉินอวี่ปั่นหัวจนมึนงง และพลัดหลงแยกออกจากกันในที่สุด

"เยี่ยม!"

เฉินอวี่ปีติยินดีอยู่ลึกๆในใจ

เมื่อทำได้ถึงขั้นนี้ เป้าหมายในการสังหารหมีทั้งสามตัว ก็ถือว่าสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว

ฟึ่บ!

ร่างของเขากระโดดโผทะยาน ปรากฏตัวขึ้นทางด้านหลังหมีสีน้ำตาลเหล็กตัวหนึ่ง

"หมัดคันไถเหล็ก!"

เฉินอวี่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เลือดลมอันเดือดพล่านปะทุขึ้นมาจากบริเวณหัวใจ รวบรวมกำลังทั้งหมดที่มี ระเบิดหมัดพุ่งออกไป

ครืนโครม!

ทันทีที่หมัดนั้นถูกซัดออกไป ก็ประดุจดั่งลูกเหล็กร้องคำราม อานุภาพของ 《หมัดคันไถเหล็ก》 ระดับสำเร็จใหญ่โต ได้ถูกสำแดงออกมาให้ประจักษ์อย่างหมดจด

ไม่เพียงเท่านั้น หมัดนี้ยังเป็นหมัดที่เฉินอวี่ได้งัดเอาศักยภาพสูงสุดของร่างกายที่ผ่านการวิวัฒนาการมาใช้อย่างแท้จริง

ในเสี้ยววินาทีนั้น หมีสีน้ำตาลเหล็กที่ถูกลอบโจมตี ถึงกับขนลุกเกรียวไปทั้งตัว

ปังโครม!

ท้ายทอยของหมีสีน้ำตาลเหล็ก ระเบิดเลือดสาดกระเซ็นในทันที ร่างกายมึนงง เบื้องหน้ามืดมิด

เพียงหมัดเดียว ก็สามารถอัดหมีสีน้ำตาลเหล็กจนปางตาย สิ้นไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้านใดๆ

"ตายซะ!"

เมื่อเฉินอวี่ซัดหมัดที่สองตามไป ร่างของหมีสีน้ำตาลเหล็ก ก็ล้มตึงลงกับพื้นเสียงดังสนั่น

หากในเวลานี้ มีสมาชิกคนอื่นๆ ในทีมอยู่ในเหตุการณ์ด้วยล่ะก็ พวกเขาจะต้องตกตะลึงจนอ้าปากค้างเป็นแน่

เพราะเฉินอวี่ สามารถโค่นหมีสีน้ำตาลเหล็กได้ ด้วยการลงมือเพียงแค่กระบวนท่าสองท่า ท่ามกลางการต่อสู้เพียงลำพังเท่านั้น

ต่อให้เป็นติงจิ่วฮุยที่อยู่ในขั้นต้นของขั้นทะลวงชีพจร ก็ยังไม่อาจทำได้เช่นนี้ ส่วนเล่อเฟิง แม้จะสามารถใช้กระบี่ปลิดชีพหมีสีน้ำตาลเหล็กได้ในดาบเดียว แต่กระนั้น เขาเองก็ยังต้องพึ่งพาความแหลมคมของกระบี่วิเศษ

หลังจากจัดการกับหมีตกหล่นตัวนี้ไปได้แล้ว ส่วนอีกสองตัวที่เหลือ ก็ยิ่งไร้ซึ่งความกดดันใดๆ

หมีสีน้ำตาลเหล็กสองตัวที่เหลือ เฉินอวี่ใช้เวลาเพียงสองสามหมัด ก็สามารถส่งพวกมันลงนรกไปได้ตามระเบียบ

"ดูเหมือนว่า การผ่านการต่อสู้จริง จะช่วยกระตุ้นศักยภาพการต่อสู้ได้ดีทีเดียวแฮะ"

เฉินอวี่อดไม่ได้ที่จะรู้สึกถึงความภาคภูมิใจในความสำเร็จลึกๆ

นึกย้อนไปตอนแรกที่เผชิญหน้ากับหมีสีน้ำตาลเหล็ก เขายังรู้สึกหวาดกลัวอยู่บ้าง พลังสิบส่วน ก็งัดออกมาใช้ได้ไม่ถึงหกส่วนด้วยซ้ำ

ทว่าบัดนี้ โดยพื้นฐานแล้ว เขาสามารถทรมานสังหารหมีสีน้ำตาลเหล็กตัวไหนก็ได้ทั้งนั้นแล้ว

"กลับไปดูหน่อยดีกว่า"

พละกำลังของเฉินอวี่ยังคงเต็มเปี่ยม การสังหารหมีสีน้ำตาลเหล็กติดต่อกันหลายตัว ทำให้เขาเริ่มจะติดใจขึ้นมาเสียแล้ว

พอเดินไปถึงชายป่าทึบ เฉินอวี่ก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ

"ช่วยด้วยอ๊าก"

น้ำเสียงหอบเหนื่อยสายหนึ่ง เอ่ยออกมาจากทางด้านข้าง ซึ่งก็คือเด็กหนุ่มหน้าปรุ

ในวินาทีนี้ เด็กหนุ่มหน้าปรุที่โดนหมีสีน้ำตาลเหล็กทั้งสี่ตัวไล่ล่าจนหมดสภาพ เรียกได้ว่ากำลังเดินไต่ลวดอยู่บนปากเหว

"มีไอ้เจ้านี่คอยดึงความสนใจให้ ก็จะช่วยให้ข้าฆ่าหมีได้เยอะขึ้น ถึงเวลาแบ่งรางวัล ข้าก็จะได้ส่วนแบ่งเยอะๆ"

เฉินอวี่ตัดสินใจอย่างแน่วแน่

ฟึ่บ!

เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย พุ่งทะยานตามไปทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว

เมื่อเป็นเช่นนี้ ภาพพิลึกพิลั่นก็ปรากฏขึ้นแก่สายตา:

เด็กหนุ่มหน้าปรุถูกพวกหมีสีน้ำตาลเหล็กสี่ตัว วิ่งไล่ต้อนจนปัสสาวะราด ขณะที่เบื้องหลังของเขานั้น มีเด็กหนุ่มอีกคนหนึ่งกำลังพุ่งเข้าจู่โจมพวกหมีเหล็กด้วยท่าทางถมึงทึง ปะทุรังสีอำมหิต

เพียงไม่กี่อึดใจ

โครม!

หมีสีน้ำตาลเหล็กตัวแรก ก็ถูกเฉินอวี่ลอบสังหารจากทางด้านหลัง

ถัดจากนั้น

หมีตัวที่สองและตัวที่สาม ก็ทยอยถูกเฉินอวี่ลอบส่งหมัด "ระเบิดก้น" จากด้านหลังได้สำเร็จ

คงจะเป็นเพราะตื่นตระหนกหวาดกลัวต่อกลิ่นอายความดุร้ายของเฉินอวี่ ในท้ายที่สุด หมีสีน้ำตาลเหล็กตัวที่สี่ กลับหันหลังวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงไปดื้อๆ

"เจ้า..."

เด็กหนุ่มหน้าปรุจ้องมองเฉินอวี่ ที่มีรังสีอำมหิตแผ่ซ่านเปื้อนเลือดเต็มตัวด้วยสายตาที่ไม่เหมือนมนุษย์ปกติ แท้จริงแล้ว เลือดเหล่านั้นล้วนไม่ใช่เลือดของเขาเลย

ในท้ายที่สุด หมีสีน้ำตาลเหล็กที่วิ่งหนีไปตัวนั้น ก็ไม่อาจรอดพ้นเงื้อมมือการลอบ "ระเบิดก้น" อันโหดเหี้ยมของเฉินอวี่ไปได้ ท่ามกลางเสียงร้องแหกปากอย่างน่าสังเวช มันล้มทรุดตัวลงดังตึง

ใบหน้าของเด็กหนุ่มหน้าปรุฉายแววดิ้นรนตื่นตระหนกตกใจสุดขีด ยืนอึ้งอยู่กับที่

"ไปกันเถิด เข้าไปดูหน่อย"

เฉินอวี่ไม่มีอาการหน้าแดงหรือใจเต้นแรงแต่อย่างใด เขาเดินลึกเข้าไปในป่าทึบต่อไป

ศึกใหญ่ของราชันย์หมีตัวนั้น เขาอยากจะลองไปเปิดหูเปิดตาดูสักหน่อย

"พี่ชายเอ๊ย ข้าวิ่งไม่ไหวแล้วล่ะ..."

เด็กหนุ่มหน้าปรุร่ำไห้หลั่งน้ำตา เสียง "แหมะ" ดังขึ้น ร่างทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างอ่อนปวกเปียก

การถูกหมีสีน้ำตาลเหล็กสี่ตัววิ่งไล่กวดเป็นค่อนวัน สูบเรี่ยวแรงของเขาจนแทบจะหมดสติอยู่รอมร่อ

ตรงกันข้ามกับเฉินอวี่ ที่ยังคงดูสงบนิ่งเยือกเย็น ก้าวเดินเข้าไปในป่าทึบอย่างไม่รีบร้อน

ระหว่างทาง

เฉินอวี่บังเอิญพบกับเด็กสาวร่างบางอีกครั้ง แม้ฝ่ายหลังจะต้องเผชิญกับหมีสีน้ำตาลเหล็กเพียงสองตัว แต่กลับตกที่นั่งลำบาก เหงื่ออาบชุ่มเต็มตัวไปหมด

"ศิษย์พี่เฉิน ช่วยข้าหน่อยเถิด"

เด็กสาวร่างบางหน้าบานระรื่นขึ้นมาทันที

เฉินอวี่ไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไร ใบหน้าเรียบเฉยเย็นชา เขาลงมือจู่โจมจากด้านหลัง ส่งหมีสีน้ำตาลเหล็กทั้งสองตัว "ระเบิดก้น" อย่างไร้ปรานี

ในการต่อสู้กับหมีสีน้ำตาลเหล็ก เขาคุ้นชินกับการลอบจู่โจมจากด้านหลังไปเสียแล้ว

เด็กสาวร่างบางย่อมต้องตื่นตะลึงงันกับความตื่นตระหนกในพลังอันน่าสะพรึงกลัวของเฉินอวี่ ทว่าในแววตา กลับแฝงไปด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดอยู่บ้าง

"ศิษย์พี่เฉินอวี่ พวกเราไปช่วยพวกพี่เล่อเฟิงกันดีไหมล่ะจ๊ะ"

เธออ้อนวอนด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานนุ่มนวล

"ช่วยงั้นรึ? อย่างเจ้านี่นะ?"

เฉินอวี่กะพริบตา เอียงคอมองประเมินเด็กสาวที่หอบถี่ด้วยหางตา เขาเดาได้เลยว่า แขนขาเล็กๆ เรียวๆ ของนาง คงไม่พอแม้แต่จะอุดช่องฟันของราชันย์หมีเสียด้วยซ้ำ

"ตามที่ตกลงกันไว้ ราชันย์หมีไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่เราต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยว อ้อ แต่ถ้าจะลงสนามไปช่วยปัดกวาดเช็ดถูสมรภูมิรบล่ะก็ ก็น่าจะยังพอไหวอยู่"

เฉินอวี่พยักหน้ารับ

เด็กสาวร่างบางสบถเบาๆ อย่างไม่ค่อยพอใจนัก แล้วเดินตามเฉินอวี่ไปใกล้ที่ปากถ้ำ

โฮก!

เพียงแค่เข้าไปถึงอาณาจักรสงครามของราชันย์หมี ทั้งสองก็ได้ยินเสียงคำรามคำรณอันหนักหน่วงสั่นประสาท เยื่อแก้วหูสั่นสะเทือน เลือดลมพลุ่งพล่าน

เด็กสาวร่างบางนางนั้น ถึงกับเซจนเสียหลักไปวูบหนึ่ง

"เอ๊ะ? เจ้านี่ เหมือนว่ามันจะโจมตีด้วยคลื่นเสียงนะนี่"

เฉินอวี่ที่กลับเป็นปกติไร้ผลกระทบ เพราะร่างกายของเขานั้น ไม่อาจนำไปประเมินเทียบวัดกับมาตรฐานของมนุษย์ทั่วไปได้ไปเสียแล้ว

เมื่อได้ยินดังนั้น หญิงสาวร่างบางก็ปรับจังหวะหายใจ แล้วยกมือขึ้นปิดหู นางเป็นเพียงแค่ผู้ฝึกยุทธ์ในขั้นหลอมกายา จึงไม่สามารถใช้พลังภายในปิดผนึกหูทั้งสองข้างแบบเล่อเฟิงทั้งสองคนได้

ยามเมื่อเดินเข้าไปใกล้ ทั้งสองคนจึงได้เห็นภาพสถานการณ์เบื้องหน้าได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง

ละแวกปากถ้ำหมี มีซากศพของหมีสีน้ำตาลเหล็กเจ็ดแปดตัวนอนระเกะระกะอยู่ ตามร่างซากศพบางศพ ยังมีเลือดพิษสีม่วงคล้ำไหลเยิ้มออกมา

ส่วนเล่อเฟิงกับติงจิ่วฮุย ที่กำลังหอบแฮ่ก ต่างมีบาดแผลประปรายบนร่างกาย

อาการบาดเจ็บของติงจิ่วฮุยหนักหนาสาหัสยิ่งกว่า แทบจะทรุดเข่าลงครึ่งหนึ่งกองอยู่กับพื้น

ตัดมาอีกฝั่งหนึ่ง เล่อเฟิงที่ในมือกำกระบี่วิเศษหักบิ่นแน่น กำลังเดินโซซัดโซเซรับมือกับราชันย์หมีอยู่อย่างทุลักทุเล

บนร่างกายของราชันย์หมี มีบาดแผลมากมาย เลือดนองหนองสีม่วงอมดำทะลักเยิ้ม ทว่าแผลงฤทธิ์ความดุร้ายของการตะปบขย้ำกรงเล็บ และเสียงผงาดคำรณ กลับไม่ได้ลดน้อยถอยลงไปเลยสักนิด

"เฉินอวี่ เจ้ามาได้จังหวะพอดีเลย!"

เมื่อเล่อเฟิงมองเห็นสองคนสีหน้าก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นความปีติยินดี โดยเฉพาะเมื่อมองเห็นเฉินอวี่

ส่วนเด็กสาวร่างบางนางนั้น แม้จะส่งสายตาห่วงใย ใบหน้าฉายแววเป็นกังวล กลับถูกเล่อเฟิงมองข้ามไปเสียสนิท

"เป็นไงบ้าง? ศิษย์น้องเล่อไม่คิดจะดึงความฮึกเหิมแล้วปลิดชีพหมีตัวนี้ลงหรือ?"

เฉินอวี่ยืนดูอยู่ด้านข้าง ไม่มีทีท่าว่าจะยื่นมือเข้าไปสอดเลย

ความแข็งแกร่งของราชันย์หมีนั้น เหนือกว่าพญาหมีเหล็กธรรมดาทั่วไปมากโข ยิ่งในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานเยี่ยงนี้ การดิ้นรนการเอาตัวรอดจากการถูกต้อนให้จนมุมของสัตว์ร้าย อาจพรากชีวิตของผู้คนที่เข้าไปขวางได้ทุกเมื่อ

อีกทั้งตามที่ได้ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ เขาก็ไม่จำเป็นต้องลงมือเลย

สีหน้าของเล่อเฟิงแข็งทื่อลง ไม่รู้ว่าจะโต้แย้งกลับไปอย่างไรดี เพราะถึงอย่างไร สองฝ่ายก็ได้ลั่นวาจาทำข้อตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

"ศิษย์น้องเฉิน ข้ากับศิษย์น้องเล่อต่างก็ได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ เรี่ยวแรงก็อ่อนล้าแล้ว ขอเพียงเจ้าช่วยดึงเวลาถ่วงราชันย์หมีนี้เอาไว้เดี๋ยวเดียว รอจนพวกข้าฟื้นตัวได้ การจะโค่นราชันย์หมีนี้ลง ย่อมไม่ใช่ปัญหา"

ติงจิ่วฮุยพยายามแสร้งปั้นรอยยิ้มอย่างอ่อนโยน เอ่ยถ้อยคำชักชวนอย่างสุดสุภาพ

จบบทที่ บทที่ 10 เฉินอวี่ผู้ดุดันโฉดเหี้ยม

คัดลอกลิงก์แล้ว