เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 เซอร์ไพรส์เหนือความคาดหมาย

บทที่ 8 เซอร์ไพรส์เหนือความคาดหมาย

บทที่ 8 เซอร์ไพรส์เหนือความคาดหมาย


บทที่ 8 เซอร์ไพรส์เหนือความคาดหมาย

"ระหว่างเธอกับฉันไม่มีเรื่องอะไรให้เข้าใจผิดทั้งนั้น"

ฉางซุยซุยขัดจังหวะการบีบน้ำตาของฉางเหมยลี่อย่างไม่อ้อมค้อม "ตั้งแต่วินาทีที่เธอเสนอหน้าไปยั่วยวนจ้าวหัง เธอกับฉันก็ไม่ใช่พี่น้องกันอีกต่อไป!"

เมื่อเห็นว่าฉางเหมยลี่กำลังเสียเปรียบ จ้าวหังก็รีบก้าวมาขวางหน้าเพื่อปกป้องเธอทันที "ไม่ใช่เหมยลี่นะ เป็นผมเองที่เข้าหาเธอก่อน ผม... โอ๊ย!"

จ้าวหังยังพูดไม่ทันจบ ฉางซุยซุยก็ใช้กิ่งหลิวในมือฟาดขวับเข้าที่ปากของเขาอย่างจัง

ความเจ็บปวดนั้นทำเอาเขาแทบจะลงไปนอนกลิ้งเกลือกบนพื้นอยู่หลายตลบ

"นายมีคู่หมั้นอยู่แล้วแท้ๆ แต่กลับไปล่อลวงลูกพี่ลูกน้องของฉัน นายมันเลวทรามต่ำช้า!"

ฉางซุยซุยพูดพลางเงื้อมกิ่งหลิวขึ้นฟาดจ้าวหังอีกครั้ง

เขานิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด ลงไปนอนดิ้นพราดอยู่บนพื้นราวกับหนอนถั่วเหลืองที่เพิ่งตกลงมาบนดิน

ตอนนี้ทุกคนที่ทนดูสภาพอันน่าสมเพชของจ้าวหังต่างก็รู้สึกว่าเขาไม่น่าสงสารเลยแม้แต่น้อย

สมน้ำหน้า! อยากทำตัวเลวทรามเองทำไมล่ะ!

หลังจากฟาดเขาจนหนำใจแล้ว ฉางซุยซุยก็โยนกิ่งหลิวทิ้งไป แล้วหันไปพูดกับผู้ใหญ่บ้านที่กำลังยืนอึ้งอยู่ "ลุงผู้ใหญ่บ้านคะ ฉันรู้ว่ากว่าหมู่บ้านของเราจะได้รับเลือกเป็นกองพลดีเด่นนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ดังนั้นเราอย่าเอาเรื่องนี้ไปร้องเรียนที่คอมมูนเลยค่ะ ขอแค่พวกเขายอมคืนเงินให้ฉัน ฉันก็จะไม่เอาความเรื่องอื่นอีก"

ผู้ใหญ่บ้านได้สติกลับมา เขามองฉางซุยซุยด้วยแววตาเปี่ยมความเอ็นดู "เด็กดี ไม่ต้องห่วงนะ ลุงจะไม่มีวันปล่อยเรื่องนี้ไปเฉยๆ แน่นอน!"

เขาโบกมือเรียกชายหนุ่มสองสามคนที่กำลังยืนดูเหตุการณ์อยู่ที่บ้านพักยุวชนปัญญา "พวกเอ็งสองคน เอาตัวฉางเหมยลี่กับจ้าวหังไปขังไว้ในคอกวัว! ให้พวกมันตักมูลสัตว์สัก 2 เดือนเพื่อดัดสันดานเสียก่อน! พอสืบสวนเรื่องราวอย่างละเอียดแล้ว ค่อยประกาศประจานให้รู้กันทั่วทั้งหมู่บ้าน!"

สิ้นคำสั่ง จ้าวหังและฉางเหมยลี่ก็ถูกลากตัวออกไปทันที

ทั้งสองยังคงดิ้นรนขัดขืน แต่ชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านนั้นทั้งรวดเร็วและมีพละกำลังมหาศาล

ฉางซุยซุยรู้สึกพอใจกับการตัดสินใจของผู้ใหญ่บ้านอย่างเห็นได้ชัด แต่เธอก็ยังคงเม้มริมฝีปาก แสร้งทำตัวเป็นดอกไม้ขาวผู้บอบบางที่พยายามเข้มแข็ง "ฉันเชื่อฟังลุงผู้ใหญ่บ้านค่ะ"

คนอื่นๆ เพิ่งจะได้สติก็ตอนนี้เอง เมื่อเห็นว่าฉางซุยซุยยอมเห็นแก่ส่วนรวม เลือกที่จะไม่เอาผิดชายโฉดหญิงชั่วคู่นั้น สีหน้าของทุกคนที่มองมายังฉางซุยซุยก็เป็นมิตรมากยิ่งขึ้น

"ยุวชนปัญญาฉาง ถ้าวันหน้ามีเรื่องลำบากอะไร ก็มาหาฉันที่เป็นหัวหน้าสมาคมสตรีได้เลยนะ"

เซี่ยซานเม่ยยกมือขึ้นตบบ่าฉางซุยซุยเบาๆ

ฉางซุยซุยหลุบตามองใบหน้าอวบอิ่มและค่อนข้างคล้ำของหญิงคนนั้น แล้วพยักหน้าตอบรับอย่างนุ่มนวล

หัวหน้าสมาคมสตรี เซี่ยซานเม่ย ลูกพี่ลูกน้องของเซี่ยอวี่

นิยายทั้งเรื่องนี้ดำเนินไปโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ตระกูลเซี่ยและตระกูลฉาง และด้วยความที่เซี่ยซานเม่ยเป็นคนของตระกูลเซี่ย เธอจึงมักจะคอยช่วยเหลือฉางเหมยลี่อยู่เสมอ

แต่เมื่อครู่นี้เธอได้เห็นสายตารังเกียจที่เซี่ยซานเม่ยมองฉางเหมยลี่แล้ว ฉางเหมยลี่ก็คงหมดหวังที่จะหลอกใช้เธอเป็นเครื่องมือได้อีก

เธอจำได้ว่าในหนังสือยังระบุไว้ด้วยว่า ก่อนที่เซี่ยอวี่จะจากไป เซี่ยซานเม่ยคอยดูแลเขาเป็นอย่างดี ดูท่าแล้วเธอก็คงเป็นคนดีคนหนึ่ง

ฉางซุยซุยจึงพยักหน้าอย่างว่าง่ายให้เซี่ยซานเม่ยในทันที "ถ้าอย่างนั้นคงต้องรบกวนคุณป้าเซี่ยด้วยนะคะ"

ผู้ใหญ่บ้านเห็นว่าฉางซุยซุยเพิ่งจะเผชิญกับมรสุมชีวิตครั้งใหญ่ จึงอนุญาตให้เธอหยุดพักผ่อนที่บ้านพักยุวชนปัญญาได้ 1 วัน

ฉางซุยซุยไม่ได้เล่นตัวอะไร เธอทำตัวว่าง่ายและเก็บตัวอยู่ในห้องตามปกติ

ใครมันจะอยากไปทำงานในนาจนเหนื่อยสายตัวแทบขาด ในเมื่อมีโอกาสได้พักผ่อนล่ะ

ในเมื่อตอนนี้เธอมีเสบียงนับพันล้านอยู่ในมือแล้ว ยังมีอะไรที่เธอไม่มีอีก

เธอไม่สนใจแต้มทำงานจากการลงนาเลยสักนิด สิ่งที่เธอต้องทำก็แค่หาวิธีเปลี่ยนของพวกนี้ให้กลายเป็นเงินเท่านั้น

ฉางซุยซุยกลับเข้าห้อง ลงกลอนประตูแน่นหนา แล้ววูบเข้าไปในมิติของเธอทันที

เธอกวาดสายตาสำรวจข้าวของในมิติ แล้วก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าตำแหน่งที่เคยเป็นผนังกั้นมิติเอาไว้ดูเปลี่ยนไปเล็กน้อย

ดูเหมือนว่า... มันจะบางลงนิดหน่อยหรือเปล่านะ?

ฉางซุยซุยหรี่ตาลง เริ่มสงสัยว่าตัวเองอาจจะตาฝาดไปเอง

มือเล็กๆ ของเธอยื่นออกไปสัมผัสมันโดยสัญชาตญาณ ขณะที่สายตากวาดมองเข้าไปยังพื้นที่อีกฝั่งหนึ่ง

เธอบังเอิญเห็นกล่องเหล็กเก่าๆ ใบหนึ่ง ดูคล้ายกับกล่องคุกกี้ในยุคนี้ ด้านในมีอะไรอยู่กันนะ?

คงจะดีไม่น้อยถ้าเธอสามารถหยิบมันมาเปิดดูได้

วินาทีต่อมา กล่องใบนั้นก็ปรากฏขึ้นในมือของฉางซุยซุยราวกับเสกได้

ฉางซุยซุย "!!!"

พระเจ้าช่วย หรือว่าตอนนี้เธอจะสามารถควบคุมข้าวของในมิติของฉางเหมยลี่ได้อย่างอิสระแล้ว?

จากนั้นเธอจึงลองดึงของชิ้นอื่นในมิติฝั่งนั้นมาดูบ้าง ทว่า... กลับไม่มีการตอบสนองใดๆ เลย

ฉางซุยซุย "..."

โอเค ช่างเถอะ

ถือซะว่าเป็นเซอร์ไพรส์เล็กๆ ที่เหนือความคาดหมายก็แล้วกัน

ดูเหมือนว่าเมื่อกี้เธอจะไม่ได้ตาฝาด ผนังกั้นมิตินี้บางลงจริงๆ แม้จะไม่มากนัก แต่มันก็มากพอที่จะทำให้เธอหยิบของจากมิติของฉางเหมยลี่มาได้

ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมผนังกั้นถึงบางลง และทำไมเธอถึงหยิบของออกมาได้นั้น เธอคงต้องใช้เวลาศึกษาให้ละเอียดอีกที

แต่ตอนนี้... เธออยากรู้มากกว่าว่าข้างในกล่องเหล็กใบนี้มีอะไรอยู่

เธอเปิดกล่องออกอย่างลวกๆ แล้วก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็น... เงิน

ธนบัตร 'ต้าถวนเจี๋ย' จำนวนไม่น้อยอัดแน่นอยู่ข้างใน

นี่น่าจะเป็นเงินที่ฉางเหมยลี่หามาได้จากการพึ่งพามิติของตัวเอง จุ๊ๆ มีตั้ง 200 - 300 หยวนเชียวหรือเนี่ย

กิจการรุ่งเรืองใช้ได้เลยนี่!

แต่ตอนนี้เงินพวกนี้เป็นของเธอแล้ว

เธอกำลังกลุ้มใจอยู่พอดีว่าจะหาเงินยังไงในเมื่อตัวเธอไม่มีเงินติดตัวเลยสักแดงเดียว และตอนนี้... หนทางหาเงินก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้าแล้วงั้นสิ?

สูบเลือดสูบเนื้อตัวเอกนี่แหละ!

รับประกันว่ามีแต่กำไรเห็นๆ!

ตัวเอกหาเงิน เธอรวย เธอแค่กระดิกเท้ารอรับโชค นั่งตีพุงสบายใจเฉิบ ไม่มีอะไรจะวิเศษไปกว่านี้อีกแล้ว

อารมณ์ของฉางซุยซุยเบิกบานขึ้นมาในทันตา

เธอหยิบจอบที่พิงอยู่ตรงผนังกั้นขึ้นมา แล้วลงมือขุดบ่อน้ำพุวิญญาณฝั่งของตัวเองให้ลึกและกว้างขึ้นอีกหลายฉื่ออย่างเด็ดขาด

ถ้าเธอเหลือน้ำพุวิญญาณให้ตัวเอกแม้แต่หยดเดียวล่ะก็ ถือว่าเธอแพ้!

เรื่องของฉางซุยซุย ฉางเหมยลี่ และจ้าวหัง กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างอื้ออึง และแน่นอนว่าเซี่ยอวี่ย่อมได้ยินเรื่องราวส่วนใหญ่มาจากปากคนอื่น

"ผมคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่ายุวชนปัญญาฉางที่ปกติเงียบขรึมขนาดนั้น จะก่อเรื่องใหญ่โตถึงขั้นส่งทั้งฉางเหมยลี่กับจ้าวหังไปตักมูลสัตว์ที่คอกวัวได้"

เซี่ยลี่เยี่ยนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเล็กข้างเตียงของเซี่ยอวี่ พล่ามจ้อไม่หยุดปาก

ตามปกติแล้ว เซี่ยอวี่คงไล่หลานชายตัวแสบกลับบ้านไปตั้งนานแล้ว

แต่วันนี้ เมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดเรื่องที่เกี่ยวกับฉางซุยซุย เขากลับไม่ได้ไล่ออกไป

เซี่ยลี่เยี่ยและเซี่ยเจี้ยนกั๋วต่างก็เป็นลูกชายของพี่ชายคนโตของเขา

เขาอายุน้อยกว่าเซี่ยเจี้ยนกั๋ว 5 ปี ปีนี้เพิ่งจะอายุ 15 และทุกครั้งที่กลับมา เซี่ยลี่เยี่ยก็มักจะชอบมาขลุกอยู่กับเขาเสมอ

เขารู้ดีว่าเซี่ยลี่เยี่ยเป็นเด็กซื่อตรงและซุ่มซ่ามมาตั้งแต่เด็ก ไม่ได้ฉลาดหลักแหลมหรือเป็นที่รักประจบประแจงเก่งเหมือนเซี่ยเจี้ยนกั๋ว ดังนั้นพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้จึงลำเอียงรักแต่เซี่ยเจี้ยนกั๋ว

นั่นคือเหตุผลที่เซี่ยลี่เยี่ยติดเขาที่เป็นคุณอาคนเล็กมากเป็นพิเศษ

เซี่ยอวี่เหลือบมองเซี่ยลี่เยี่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "รู้สำนวนเยอะดีนี่เรา"

เซี่ยลี่เยี่ยรู้สึกเหมือนกำลังถูกเซี่ยอวี่เอ่ยชม เขาเชิดหน้าขึ้นแล้วพูดอย่างภาคภูมิใจ "แน่นอนสิครับ! ผมเป็นถึงนักเรียนมัธยมต้นเชียวนะ!"

เซี่ยอวี่ "..."

เขายกมือขึ้นคลึงขมับ รู้สึกจนคำพูดกับหลานชายตัวน้อยที่ไม่รู้ประสีประสาคนนี้เหลือเกิน

"คุณอา ปวดหัวอีกแล้วเหรอครับ"

"ให้ผมนวดให้ไหมครับ"

เซี่ยลี่เยี่ยจ้องมองเซี่ยอวี่อย่างกระตือรือร้น นัยน์ตาแฝงความประหม่ากังวลเล็กน้อย

เขารู้ตัวดีว่าตัวเองซุ่มซ่ามและไม่มีใครในบ้านชอบหน้า โดยเฉพาะเวลาที่พี่ชายคนโตอยู่ด้วย ทุกคนในบ้านก็จะตั้งใจเมินเฉยใส่เขา

มีแค่คุณอาคนเล็กเท่านั้นที่ไม่ทำแบบนั้น เขาจึงรักคุณอาคนเล็ก และยินดีที่จะมาช่วยทำงานบ้านที่นี่เสมอ แต่แม่ของเขามักจะดุด่าทุบตีทุกครั้งที่จับได้ และห้ามไม่ให้เขามาช่วยงานที่นี่อีก

แต่เขาไม่ยอมฟังหรอก คุณอาคนเล็กคือฮีโร่ในดวงใจ ยังไงเขาก็ต้องมาหาคุณอาคนเล็กให้ได้!

เซี่ยอวี่มองเด็กหนุ่มที่มีท่าทางกระวนกระวายใจ ลอบถอนหายใจเงียบๆ แล้วกวักมือเรียก "เข้ามานี่สิ อาอยากให้แกช่วยทำอะไรให้หน่อย..."

จบบทที่ บทที่ 8 เซอร์ไพรส์เหนือความคาดหมาย

คัดลอกลิงก์แล้ว