- หน้าแรก
- ทะลุมิติเป็นสาวชาวนา พกมิติทำสวนให้รวยปังทะลุฟ้า
- บทที่ 35 ไอ้เดรัจฉาน นี่มันแช่งให้ข้ากับยายแก่ตายไวๆ สินะ
บทที่ 35 ไอ้เดรัจฉาน นี่มันแช่งให้ข้ากับยายแก่ตายไวๆ สินะ
บทที่ 35 ไอ้เดรัจฉาน นี่มันแช่งให้ข้ากับยายแก่ตายไวๆ สินะ
"ผู้ใหญ่บ้าน กระทะเหล็กใบใหญ่ของบ้านเรา ตอนนั้นซื้อมาตั้งหลายเงินนะเจ้าคะ หายไปแล้ว หายไปหมดเลย แล้วก็ข้างเตานั่น ปกติจะมีฟืนวางอยู่ตั้งเยอะ ตอนนี้ก็ว่างเปล่าไปแล้ว!"
ผู้ใหญ่บ้าน: ไม่ใช่เสียหน่อย ยังเหลือกิ่งไม้เล็กๆ ตั้งสองสามกิ่ง ข้าเห็นอยู่นะ
นางยังพาผู้ใหญ่บ้านไปที่หลังบ้าน นอกจากคอกหมูและเล้าไก่ที่ว่างเปล่า ผู้ใหญ่บ้านมองดูพื้นดินที่ขรุขระและร่องรอยดินใหม่ๆ พลางครุ่นคิด...
ขโมยบ้านไหนมันจะหิวโหยจนหน้ามืดตามัวขนาดกวาดกระทั่งผักในแปลงไปวะ...
"ผู้ใหญ่บ้าน มานี่ๆๆ พวกเราลงไปดูที่ห้องใต้ดินกัน"
ผู้ใหญ่บ้านแสดงออกทางสีหน้าว่าเขาไม่อยากดูเลยสักนิด วันนี้เขาได้รับแรงกระแทกทางจิตใจไปนับหมื่นแต้ม หมู่บ้านเหลามู่จูของเขา ดันมีขโมยที่จิตใจอำมหิตผิดมนุษย์มนาขนาดนี้เชียวหรือ
เขาถูกตาเฒ่าจ้าวลากลงไปในห้องใต้ดิน พอมองดูห้องที่ว่างเปล่า... ไม่สิ ยังเหลือไหผักดองไว้ให้ไหหนึ่ง ผู้ใหญ่บ้านถึงกับพูดไม่ออก
บททดสอบที่รุนแรงที่สุดในอาชีพการงานของเขามาถึงแล้ว...
จะเอายังไงดี?
หากเรื่องนี้แพร่ออกไป ชื่อเสียงของหมู่บ้านต้องป่นปี้แน่ๆ แต่ถ้าไม่ตามเจ้าหน้าที่ศาลาว่าการ แล้วเขาจะไปตามหาตัวหัวขโมยมาจากที่ไหนล่ะ
พวกชาวบ้านต่างพากันมองคนตระกูลจ้าวด้วยสายตาเวทนา สงสัยช่วงนี้พวกเขาคงไม่ได้สั่งสมบุญบารมีเอาไว้แน่ๆ เที่ยงดุด่าทารุณลูกชาย หลานสาว และสะใภ้ ถึงได้เจอคราวเคราะห์เช่นนี้ บ้านอื่นไม่โดน ขโมยดันมาเจาะจงบ้านนี้ แถมกวาดซะเกลี้ยงเกลา พวกเขาควรจะพิจารณาตัวเองได้แล้วนะว่าทำเรื่องขาดคุณธรรมไว้เยอะเกินไปหรือเปล่า
แน่นอนว่าคำพูดเหล่านี้ พวกเขาได้แต่กลืนลงคอไป ไม่กล้าเอ่ยออกมา
พอผู้ใหญ่บ้านก้าวพ้นห้องใต้ดิน ย่าซุนก็รีบวิ่งเหยาะๆ เข้ามาดึงแขนเขาไว้ "ผู้ใหญ่บ้าน บ้านข้าโดนยกเค้า โดนยกเค้าแล้ว! ท่านรีบช่วยพวกเราจับขโมย เอาของบ้านข้าคืนมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
"เร็วเข้าสิ รีบไปตามคนมาสิ!"
ผู้ใหญ่บ้าน: "..."
เจ้าขโมยไปเมื่อคืน ตอนนี้จะให้ข้าไปตามหาคนจากที่ไหน? ประตูบ้านของพวกเขาก็ไม่มีรอยเสียหายแม้แต่น้อย เรื่องนี้มันมีเงื่อนงำอยู่ทุกจุดจริงๆ
"ผู้ใหญ่บ้าน การจะขนของไปเยอะขนาดนี้คงไม่ใช่เรื่องง่าย ข้าสงสัยว่าคนร้ายยังอยู่ในหมู่บ้าน"
พวกมุงดูละครต่างพากันถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่ได้นัดหมาย ท่านซิ่วไฉหมายความว่าอย่างไร? จะบอกว่าพวกเขาร่วมกันขโมยของบ้านท่านงั้นหรือ?
"ผู้ใหญ่บ้าน ท่านดูสิ ประตูบ้านเรายังดีอยู่ทุกประการ แสดงว่าคนร้ายต้องปีนกำแพงเข้ามา และบ้านที่อยู่ใกล้เราที่สุดนั่นแหละที่มีพิรุธที่สุด"
ตาเฒ่าจ้าวพยักหน้ามองบุตรชายคนโตด้วยความชื่นชม สมกับที่เป็นหน่อเนื้อเชื้อไขของข้าจริงๆ คิดเหมือนกันเปี๊ยบ
"สรุปคือ พวกท่านคิดว่าเพื่อนบ้านติดกันเป็นคนขโมยงั้นหรือ?" ผู้ใหญ่บ้านขมวดคิ้วจนแทบจะหนีบแมลงวันตายได้ ก็แค่พูดออกมาตรงๆ ว่าเป็นหลิวซุ่นจื่อขโมยก็สิ้นเรื่อง จะอ้อมค้อมทำไม
"หากพวกเขามั่นใจว่าตัวเองบริสุทธิ์ ก็ต้องยอมให้พวกเราเข้าไปตรวจค้นในบ้าน"
หลิวซุ่นจื่อที่ยืนดูเรื่องสนุกอยู่ทนไม่ไหวอีกต่อไป มารดามันเถอะ! ข้าใช้ชีวิตอย่างสะอาดบริสุทธิ์มาทั้งชีวิต จู่ๆ กลับโดนไอ้เศษสอยนี่ตราหน้าว่าเป็นหัวขโมยต่อหน้าคนทั้งหมู่บ้าน
"ท่านซิ่วไฉ ท่านแค่ขยับริมฝีปากบนล่างก็ตัดสินความผิดคนอื่นได้แล้วหรือ ท่านเจ้าเมืองยังไม่ตัดสินความเก่งเท่าท่านเลย! ท่านบอกว่าข้าขโมยบ้านท่าน ไหนล่ะหลักฐาน? ไม่มีหลักฐานแต่จะมาค้นบ้านข้า? คิดจะสาดน้ำคร่ำใส่ข้า ท่านนึกว่าหลิวซุ่นจื่อไม่มีพ่อแม่แล้วจะยอมให้พวกท่านรังแกได้ตามใจชอบงั้นหรือ?
ตอนนี้ท่านสงสัยข้า หากในบ้านข้าไม่มี ท่านก็คงจะสงสัยบ้านถัดไปอีกสินะ ถ้าเป็นแบบนี้ คนทั้งหมู่บ้านไม่ต้องกลายเป็นผู้ต้องสงสัยของท่านหมดเลยหรือไง ใครๆ ก็ต้องยอมให้ท่านค้นบ้านงั้นสิ? ท่านซิ่วไฉช่างมีบารมีล้นเหลือจริงๆ นะเจ้าคะ! ถ้าข้าไม่รู้ ข้าคงนึกว่าท่านได้เป็นท่านเจ้าเมืองไปเสียแล้ว!"
ชาวบ้านที่เดิมทีแอบสงสัยหลิวซุ่นจื่ออยู่บ้าง พอได้ฟังก็พากันพยักหน้าหงึกๆ ซุ่นจื่อเป็นคนซื่อสัตย์และโอบอ้อมอารี ตลอดเดือนกว่ามานี้พวกเขามีเงินใช้ก็เพราะเขา รวมถึงบ้านตระกูลจ้าวด้วย คนที่เป็นถึงเถ้าแก่ใหญ่ขนาดนี้จะมาลดตัวขโมยเศษเงินเศษทองบ้านจ้าวทำไม ยิ่งเรื่องฟืนเรื่องไม้กวาดนั่นอีก สมองต้องกลับขนาดไหนถึงจะไปแบกของพรรค์นั้นมา
คำประชดประชันของหลิวซุ่นจื่อทำให้จ้าวเหล่าต้าหน้าชาไปไม่น้อย "ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็บอกมาสิว่าทำไมของในบ้านข้าถึงหายไป หรือว่ามันงอกขาแล้ววิ่งหนีไปเองได้?"
"ของบ้านท่านหาย ท่านก็ต้องถามตัวท่านเองสิ มาถามข้าทำไม? ข้ามีหน้าที่แค่ดูแลของในบ้านข้าให้ครบก็พอแล้ว" หลิวซุ่นจื่อมองจ้าวเหล่าต้าด้วยสายตาที่สื่อว่า ท่านมีปัญหาทางสมองหรือเปล่า เหอะ คิดจะเอาถังอุจจาระมาครอบหัวข้า ไม่ดูเลยว่าตัวเองมีปัญญาทำไหม
แต่ก็นะ ไม่รู้ว่าผู้ใจบุญที่ไหนกวาดบ้านจ้าวซะเกลี้ยงในคืนเดียว ถ้ามาบอกข้าล่วงหน้าสักหน่อย เมื่อคืนข้าจะไม่นอนเลย จะไปช่วยเขาขนด้วยอีกแรง!
จ้าวเหล่าต้า: "..."
คนที่เล่นกับเจ้าสามได้เนี่ย สันดานเสียเหมือนกันไม่มีผิด
ตาเฒ่าจ้าวหันไปมองผู้ใหญ่บ้าน "ผู้ใหญ่บ้าน เรื่องนี้ท่านไม่คิดจะจัดการจริงๆ หรือ?" ผู้ใหญ่บ้านนี่ก็ไม่ใช่คนดีเหมือนกัน สนิทสนมกับบ้านหลิวออกปานนั้น คงคิดจะเข้าข้างกันแน่ๆ
"แล้วเจ้าจะให้ข้าจัดการอย่างไร?"
"ข้าสงสัยว่าหลิวซุ่นจื่อคือคนขโมยของบ้านข้า ข้าจะเข้าไปค้นในบ้านมัน"
"โอ้โห สงสัยใครก็เข้าบ้านคนนั้นได้เลยหรือ ท่านปู่อาจ้าวช่างวางท่าใหญ่โตเหลือเกินนะเจ้าคะ! ถ้าบ้านข้าไม่มี ท่านคงกะจะค้นทั้งหมู่บ้านเลยสินะ อีกอย่าง ท่านบอกจะค้นก็ค้น ท่านเป็นใครกัน? ตอนนี้บุตรชายคนโตของท่านก็ยังไม่ได้เป็นขุนนางเสียหน่อย แต่วางท่าใหญ่โตขนาดนี้ ถ้าวันหน้าได้เป็นขุนนางจริงๆ พวกเราไม่ไม่ต้องคุกเข่าเวลาเจอท่านเลยหรือ?"
"หลิวซุ่นจื่อ เจ้าหุบปากไปเลย ถ้าเจ้าไม่ให้ข้าค้น ก็แสดงว่าเจ้าทำผิดแล้วกลัวความจริงล่ะสิ ถ้าแน่จริงก็เปิดประตูบ้านให้พวกเราดู!"
"ผู้เฒ่าจ้าว วิธีพูดยั่วโมโหใช้กับข้าไม่ได้ผลหรอก"
"ผู้ใหญ่บ้าน!" ตาเฒ่าจ้าวถลึงตามองผู้ใหญ่บ้านอย่างโกรธจัดจนไฟแทบพุ่งออกจากตา
ผู้ใหญ่บ้านปวดขมับจนต้องนวดคลึงหัว เรื่องนี้แจ้งความไม่ได้เพราะจะเสียชื่อหมู่บ้าน แต่ตาแก่คนนี้ก็ดันกัดบ้านข้างๆ ไม่ยอมปล่อย
"ซุ่นจื่อ... เอาอย่างนี้ไหม ให้ข้าพาคนสองสามคนเข้าไปดูในบ้านเจ้าหน่อย ได้หรือเปล่า?"
หลิวซุ่นจื่อเหลือบมองผู้ใหญ่บ้าน "ท่านลุง ตามหลักแล้วข้าควรจะเห็นแก่หน้าท่าน แต่ข้าแค่อยากจะถามผู้เฒ่าจ้าวสักหน่อยว่า ถ้าค้นแล้วไม่เจอ จะทำอย่างไร?"
"ไม่เจอก็คือไม่เจอ จะทำอย่างไรได้อีกล่ะ!" ตาเฒ่าจ้าวมองหลิวซุ่นจื่อเหมือนมองคนโง่ เขามั่นใจมากว่าของต้องอยู่ในบ้านข้างๆ แน่นอน
พวกที่มุงดูอยู่ถึงกับอึ้งในความหน้าด้านของตาแก่นี้ ที่แท้ผู้เฒ่าจ้าวก็เป็นคนพรรค์นี้นี่เอง!
"เหอะ ท่านปู่พูดออกมาได้ง่ายๆ ว่าข้าเป็นขโมย ทำลายชื่อเสียงข้า แล้วยังจะมาค้นบ้านข้าอีก ต่อไปบ้านใครของหายก็ต้องมาค้นบ้านข้าทุกคนเลยหรือไง? ข้าหลิวซุ่นจื่อถึงจะไม่มีพ่อแม่ แต่ก็ไม่ใช่คนที่ใครจะมารังแกกันได้ง่ายๆ ตาแก่... ท่านอยากจะค้น วันนี้ข้าเห็นแก่หน้าน้องสามและท่านลุงผู้ใหญ่บ้าน ข้าจะไม่ว่าอะไร แต่ถ้าค้นไม่เจอล่ะ? ท่านสาดน้ำคร่ำใส่ข้าฟรีๆ ท่านต้องขอโทษข้าต่อหน้าคนทั้งหมู่บ้าน กล้าหรือไม่!"
ย่าซุนที่นิ่งเงียบมานานทนไม่ไหวอีกต่อไป "จะให้ขอโทษเจ้า รอชาติหน้าเถอะ! ถ้าเจ้าไม่ได้ขโมย ข้าจะเอาหัวให้เจ้านั่งแทนเก้าอี้เลย! อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะว่าเจ้ากับเจ้าสามน่ะนิสัยเสียพอๆ กัน รวมหัวกันทำเรื่องดีๆ ได้ที่ไหน ต่อให้ค้นไม่เจอ เจ้าก็ต้องเอาไปซ่อนไว้ที่อื่นแน่! เจ้าใหญ่... แจ้งความเลย จับหัวขโมยคนนี้เข้าคุก ไปถึงศาลาว่าการดูซิว่ามันยังจะเก่งอยู่อีกไหม! ไอ้เด็กมีพ่อเกิดแต่ไม่มีแม่สั่งสอนเอ๊ย... ถุย!" นางชี้หน้าด่าหลิวซุ่นจื่อจนน้ำลายกระเด็น
พวกชาวบ้านที่ยืนดูอยู่ถึงกับเงียบกริบ ยายแก่คนนี้ขาดคุณธรรมจริงๆ ถึงขั้นเอาปมด้อยเรื่องกำพร้าของคนอื่นมาด่าประจานกลางที่สาธารณะแบบนี้
สีหน้าของผู้ใหญ่บ้านดำคร่ำเครียดเหมือนถ่านก้นหม้อ
จ้าวเหล่าต้าแอบถอยหลังไปสองก้าว ผู้หญิงที่ทำตัวเหมือนพวกปากตลาดคนนี้คือแม่แท้ๆ ของเขาจริงๆ หรือ? ทำไมเขาถึงมีแม่แบบนี้กันนะ ช่างน่าขายหน้า... น่าขายหน้าเหลือเกิน
จ้าวต้าซู่กำหมัดแน่นจนเสียงกระดูกลั่นกร๊อบ ทั้งหมดเป็นเพราะเขาแท้ๆ พวกคนบ้านนั้นถึงได้จ้องจะเล่นงานซุ่นจื่อ เขาเตรียมจะก้าวออกไป แต่ถูกหลิวซุ่นจื่อดึงรั้งไว้และส่ายหน้าห้าม
จ้าวเสี่ยวอวี่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ดูท่าข้าจะใจดีเกินไปหน่อย กวาดของมาน้อยไปสินะ ยายแก่คนนี้ถึงยังซ่าได้ขนาดนี้
"ใช่ ข้าหลิวซุ่นจื่อพ่อแม่ตายจากไปเร็ว แต่ข้ากล้าตบหน้าอกพูดได้เต็มปากว่าหลายปีมานี้ ข้าไม่เคยทำเรื่องที่ละอายต่อใจเลยสักครั้ง ไม่เหมือนคนบางคน อายุอานามก็มากแล้วแต่หนังหน้ายังหนากว่าประตูไม้เสียอีก คนบางคนก็น่าสงสารนะ มีพ่อมีแม่ก็จริง แต่พ่อแม่ก็เห็นเป็นแค่ลาแค่ล่อไว้ใช้งานเท่านั้น สู้ไม่มีเสียยังจะดีกว่า จะได้ใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจ"
จ้าวต้าซู่พยักหน้าเห็นด้วยเป็นพัลวัน เขาบ่นในใจบ่อยๆ ว่าถ้าเขาเป็นเหมือนซุ่นจื่อ ชีวิตคงจะมีความสุขกว่านี้เยอะ
ตาเฒ่าจ้าวเห็นเจ้าสามพยักหน้าหงึกๆ อยู่ข้างๆ ก็แทบจะหงายหลังด้วยความโมโห ไอ้ลูกเดรัจฉาน! นี่มันแช่งให้ข้ากับยายแก่ตายไวๆ สินะ!
"ผู้ใหญ่บ้าน วันนี้ข้าขอพูดไว้ตรงนี้เลย อยากค้นบ้านข้า... ได้ แต่ถ้าค้นไม่เจอ คนบ้านจ้าวต้องมาขอขมาข้าและคืนชื่อเสียงให้ข้า หากพวกเขาไม่ยอม วันหน้าถ้าข้าได้ยินใครพูดว่าหลิวซุ่นจื่อขโมยของบ้านมันอีกล่ะก็ ต่อให้ต้องตาย ข้าก็จะอาละวาดให้บ้านมันไม่มีความสุขไปชั่วชีวิต ข้าไม่ใช่คนที่ใครจะมาเหยียบหัวได้ง่ายๆ"
พวกชาวบ้านต่างพากันพยักหน้าเห็นด้วย มันคือหลักการที่ถูกต้อง ใครหาว่าพวกเขาเป็นขโมยพวกเขาก็ต้องโกรธจนตัวสั่นและสู้ตายเหมือนกัน ชื่อเสียงนั้นสำคัญกว่าแผ่นฟ้า จะมาใช้ปากพล่อยๆ ป้ายสีกันตามใจชอบไม่ได้
ผู้ใหญ่บ้านเองก็เห็นว่าคำพูดของหลิวซุ่นจื่อมีเหตุผล ในเมื่อปรักปรำคนอื่นแล้วหาไม่เจอ การขอโทษขอขมาก็เป็นสิ่งที่สมควรทำไม่ใช่หรือไง?
(จบบท)