เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11: โรงเรียนนินจา

บทที่ 11: โรงเรียนนินจา

บทที่ 11: โรงเรียนนินจา


บทที่ 11: โรงเรียนนินจา

วันรุ่งขึ้น

นี่คือวันเปิดเรียนวันแรกของโรงเรียนนินจา

หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ ชิงหลิวกับยูฮิ คุเรไนก็มุ่งหน้าไปที่โรงเรียนนินจาด้วยกัน ทั้งสองเดินกึ่งวิ่งด้วยความเร่งรีบ เพราะว่าพวกเขากำลังจะสายแล้ว...

ระหว่างทาง ยูฮิ คุเรไนก็บ่นกระปอดกระแปดใส่ชิงหลิว "ความผิดของนายคนเดียวเลย ถ้าเราไปสายแล้วครูมองเราไม่ดีจะทำยังไงล่ะ?"

ชิงหลิวตอบกลับอย่างไม่แยแส "ไม่ต้องรีบหรอกน่า สายก็คือสาย วันนี้อาจจะยังไม่มีเรียนด้วยซ้ำ เราก็แค่ไปทำความรู้จักเพื่อนใหม่แค่นั้นเอง..."

เมื่อวานเขาเอาแต่ศึกษาวิถีทำลายที่ 1 โช ทั้งวัน แถมยังไม่ชินกับการที่ไม่มีเสียงแจ้งเตือนจากระบบมาคอยเตือนให้เข้านอน เขาก็เลยไม่ได้สนใจเวลา กว่าจะรู้ตัวก็ดึกดื่นจนทนความง่วงไม่ไหวแล้วเผลอหลับไปในที่สุด...

ทว่าเรื่องนี้ก็ทำให้ชิงหลิวได้ค้นพบความผิดปกติบางอย่างในร่างกายของตัวเองเช่นกัน

เพียงชั่วข้ามคืน อาการบาดเจ็บและความเหนื่อยล้าจากการฝึกซ้อมเมื่อวานก็หายเป็นปลิดทิ้ง แม้จะนอนไปแค่สองสามชั่วโมง แต่เช้านี้เขากลับรู้สึกกระปรี้กระเปร่ามีพลังเหลือเฟือ

ชิงหลิวเองก็ไม่แน่ใจนักว่านี่เป็นผลมาจากการยกระดับพรสวรรค์พลังวิญญาณ หรือเป็นเพราะเขามีสายเลือดของตระกูลอุซึมากิไหลเวียนอยู่จริงๆ กันแน่?

สิ่งที่น่าพูดถึงก็คือ หลังจากลองผิดลองถูกอยู่พักหนึ่ง ชิงหลิวก็สามารถใช้วิถีทำลายที่ 1 โช ซึ่งเป็นรางวัลที่ได้จากการเอาชนะ โอจิไอ รูมิ เมื่อวาน ในโลกใบนี้ได้แล้ว

มันก็ดูสมเหตุสมผลดี ในเมื่อวิถีมารกับวิชานินจามีจุดร่วมที่เหมือนกัน มันก็แค่การเปลี่ยนพลังงานขับเคลื่อนจากแรงดันวิญญาณมาเป็นจักระเท่านั้นเอง

วิถีทำลายที่ 1 โช ดูเหมือนจะเป็นเทคนิคหรือพื้นฐานในการใช้พลังวิญญาณเสียมากกว่า มันยังไม่เกี่ยวข้องกับการแปลงคุณสมบัติของพลังวิญญาณให้เป็นธาตุต่างๆ

และมีความเป็นไปได้สูงมากว่ามันจะเป็นวิถีมารระดับล่าง เพราะวิถีทำลายที่ 1 โช นั้นไม่มีบทร่ายคาถาควบคู่ไปด้วย

ผลลัพธ์ของวิถีทำลายที่ 1 โช นั้นคล้ายคลึงกับฝ่ามือว่างแปดทิศของตระกูลฮิวงะ มันคือการยิงปืนใหญ่อากาศหรือคลื่นกระแทกออกไป เพื่อสร้างความเสียหายให้กับเป้าหมายในระยะที่กำหนด

ส่วนเรื่องความรุนแรงนั้นก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้ กระบวนท่าเดียวกันแต่หากอยู่ในมือของคนที่ต่างกัน พลังทำลายล้างที่ออกมาก็ย่อมแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ตอนนี้ชิงหลิวก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่า หากในอนาคตเขาได้รับวิถีมารที่ต้องใช้บทร่ายคาถา หรือมีคุณสมบัติธาตุเข้ามาเกี่ยวข้อง เขาจะสามารถนำมันมาปรับใช้ในโลกใบนี้ได้หรือไม่?

ก็เขาเพิ่งจะได้รางวัลมาแค่นิดเดียวเองนี่นา...

ยูฮิ คุเรไนถลึงตาใส่ชิงหลิว "เร็วเข้าเถอะ เรากำลังจะสายจริงๆ แล้วนะ!"

ชิงหลิวตอบอย่างจนใจ "เข้าใจแล้วๆ"

ทั้งสองเร่งฝีเท้าขึ้น แต่พอไปถึงโรงเรียนนินจา ชั้นปี 1 ห้องบี พวกเขาก็มาสายอย่างยิ่งใหญ่อลังการอยู่ดี...

มีนักเรียนอีกคนที่มาสายเหมือนกัน เป็นเด็กชายสวมเสื้อแจ็กเก็ตวอร์ม สวมแว่นตากันลม และมีผมชี้ฟู ระหว่างที่กำลังวิ่งกระหืดกระหอบ เขาก็ร้องอธิบายเสียงหลง "ขอโทษครับครู พอดีผมมัวแต่ช่วยคุณยายข้ามถนนก็เลย..."

ดูเหมือนเขาจะเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีคนมาสายเหมือนกับตัวเอง เขาก็เลยถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก แถมยังส่งสายตาแบบ 'มีเพื่อนร่วมชะตากรรมแล้ว' มาให้ชิงหลิวกับยูฮิ คุเรไนอีกด้วย...

ชิงหลิวมองไปและจำเขาได้ในทันที พลางกระซิบในใจ 'มาสายตั้งแต่วันแรก เอกลักษณ์ชัดเจนซะขนาดนี้...' นี่มันว่าที่บอสใหญ่ในอนาคต อุจิวะ โอบิโตะ นี่นา

ไม่นึกเลยว่าคนคุ้นหน้าคนแรกที่ได้เจอในโรงเรียนจะเป็นตัวเบ้งระดับนี้!

มุมปากของชิงหลิวยกขึ้น ก่อนจะแอบคาดเดาอย่างร้ายกาจในใจ 'โคโนฮะจะมีคุณยายให้คอยช่วยเหลือเยอะแยะมาจากไหนกัน? หรือว่าอุจิวะ มาดาระจะให้พวกเซ็ตสึขาวปลอมตัวมากันนะ?'

เนื่องจากเป็นวันเปิดเทอมวันแรก ครูจูนินที่ผมบางจนไม่รู้ชื่อเสียงเรียงนาม จึงไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงถึงสาเหตุที่ทั้งสามคนมาสายมากนัก

หลังจากตักเตือนเล็กน้อยให้จำไว้ว่าต้องมาให้ตรงเวลาในครั้งหน้า เขาก็ปล่อยให้ทั้งสามคนกลับไปนั่งที่

ครูจูนินปรบมือเพื่อดึงดูดความสนใจของนักเรียนในห้อง เขากระแอมเบาๆ แล้วเริ่มกล่าวเปิดชั้นเรียน "สวัสดีนักเรียนทุกคน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปพวกเธอคือ... บลา บลา บลา..."

หลังจากป้อนคำคมปลุกใจชุดใหญ่เสร็จ เขาก็เริ่มแนะนำตัวเอง "ครูคือครูประจำชั้นของห้อง 1-B โฮริเมะ โอดะ ต่อไปพวกเธอจะเรียกครูว่าครูโอดะก็ได้..."

นักเรียนในห้องค่อนข้างให้ความเคารพต่อครูที่เพิ่งเคยพบหน้ากันเป็นครั้งแรก พวกเขาจึงพากันตะโกนเรียก "ครูโอดะ" อย่างพร้อมเพรียงกันแบบแปลกๆ...

มีเพียงชิงหลิวที่แทบจะหลุดขำออกมา เขาต้องพยายามกลั้นปากตัวเองสุดฤทธิ์ไม่ให้เผลอถามออกไปว่า "ครูโอดะครับ วันพีซมันคืออะไรกันแน่"... ยุบหนอ พองหนอ ห้ามขำเด็ดขาด

ครูโอดะยิ้มแล้วพูดต่อ "ถ้าอย่างนั้นสำหรับคาบแรก อืม เรามาเริ่มจากการแนะนำตัวกันก่อนดีกว่า พวกเธอจะได้รู้จักเพื่อนๆ ส่วนครูก็จะได้รู้จักพวกเธอให้มากขึ้นด้วย"

ครูโอดะกวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนจะชี้ไปที่หนึ่งในสามสหายที่มาสาย ซึ่งบังเอิญนั่งอยู่ตรงที่นั่งแรกพอดี เขายิ้มพลางกล่าว "เริ่มจากเธอก่อนเลยก็แล้วกัน"

"ได้ครับครู!" อุจิวะ โอบิโตะไม่มีท่าทีขวยเขินเลยสักนิด เขาลุกขึ้นยืนและขยับแว่นตากันลมให้เข้าที่

ราวกับต้องการสร้างความประทับใจให้กับเพื่อนร่วมชั้น เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ "ฉันชื่ออุจิวะ โอบิโตะ อายุห้าขวบ อาหารที่ชอบกินคือราเม็ง งานอดิเรกก็ไม่ค่อยมีอะไรมาก ส่วนความฝันของฉันคือ... การได้เป็นโฮคาเงะ!!"

ทันทีที่คำพูดเหล่านั้นหลุดออกมา นักเรียนในห้องต่างก็มีสีหน้าที่แตกต่างกันไป บางคนก็ชื่นชม บางคนก็ไม่สนใจ และบางคนก็รู้สึกเหมือนได้เจอเพื่อนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน

ทว่ากลับไม่ค่อยมีใครแสดงสีหน้าดูถูกหรือเยาะเย้ยออกมาให้เห็นเลย การเป็นโฮคาเงะนั้นเป็นความฝันของคนมากมายอยู่แล้ว ในสิบคนก็มีคนฝันแบบนี้ไปแล้วตั้งหกคน มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร

แน่นอนว่าการที่กล้าพูดออกมาอย่างฉะฉานต่อหน้าคนเยอะแยะขนาดนี้ ความกล้าหาญระดับนี้ย่อมไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาทั่วไปจะมีได้ คนจากตระกูลอุจิวะคนนี้ช่างไม่ธรรมดาจริงๆ! น่านับถือ น่านับถือสุดๆ!

'มีคนหน้าคุ้นอยู่เยอะเหมือนกันแฮะ...' ชิงหลิวที่นั่งอยู่กับที่กวาดสายตามองดูหน้าตาของเพื่อนร่วมชั้นรอบๆ ตัว อยากจะรู้ว่ามีคนคุ้นหน้าอยู่กี่คนกันแน่

จู่ๆ เขาก็รู้สึกเหมือนมีใครบางคนมาจิ้มที่เอว ทำเอาร่างกายของเขาสะดุ้งโหยง เขารีบหันขวับไปมอง ก็พบว่ายูฮิ คุเรไน เพื่อนร่วมโต๊ะกำลังเลิกคิ้วใส่เขาอยู่

ชิงหลิวอ่านความหมายจากสายตานั้นออกอย่างน่าประหลาด—เห็นไหมล่ะ นี่ต่างหากคือความคิดของคนปกติทั่วไป ไอ้เรื่องเปิดร้านเนื้อย่างข้างร้านราเม็งอะไรนั่น มีแค่นายคนเดียวนั่นแหละที่ฝันอะไรบ้าๆ แบบนั้น!

ชิงหลิว: "..." เขาเมินยูฮิ คุเรไนไปซะ ห้ามคุยกระซิบกระซาบกันในห้องเรียนนะเฟ้ย!

'แปะ แปะ แปะ...' ครูโอดะซึ่งเป็นครูจูนินปรบมือให้กำลังใจ แม้เขาจะชินชากับความฝันแบบนี้แล้ว แต่ก็เป็นครั้งแรกที่เห็นคนกล้าพูดออกมาด้วยความมั่นใจล้นเปี่ยมขนาดนี้

วีรกรรมการมาสายก่อนหน้านี้บวกกับคำประกาศกร้าวในตอนนี้ ทำให้เขาจดจำชื่อของอุจิวะ โอบิโตะคนนี้ได้ขึ้นใจ เขายิ้มแล้วกล่าว "เป็นความฝันที่ดีมาก ครูหวังว่านักเรียนโอบิโตะจะพยายามให้เต็มที่นะ"

"คนต่อไป..." "..." นักเรียนเริ่มแนะนำตัวกันทีละคน เสียงปรบมือดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศในห้องเรียนดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาถนัดตา...

จนกระทั่งเด็กชายคนหนึ่งที่ชอบทำตัวเก๊กหล่อลุกขึ้นยืนแนะนำตัว ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงันไปชั่วขณะ ก่อนจะเกิดเสียงฮือฮาตามมา...

ช่วยไม่ได้นี่นา ก็การแนะนำตัวของเขาสามารถสรุปสั้นๆ ได้ในประโยคเดียวว่า—พ่อฉันคือโฮคาเงะ และในอนาคตฉันจะต้องก้าวข้ามโฮคาเงะไปให้ได้!

เขาคือลูกชายของโฮคาเงะ ซารุโทบิ อาสึมะ นั่นเอง!

ชิงหลิวอดไม่ได้ที่จะบ่นในใจ 'แหม เขียนเรียงความเรื่องพ่อของฉันซะขนาดนี้ ถ้าไม่มีชื่อนายอยู่ด้วย ฉันคงไม่อ่านหรอกนะ!'

ทางด้านยูฮิ คุเรไนที่อยู่ข้างๆ ก็เริ่มเอานิ้วจิ้มเอวชิงหลิวอีกครั้ง พร้อมกับส่งสายตามาให้—ดูสิ ขนาดลูกชายโฮคาเงะยังมีความฝันอยากจะก้าวข้ามโฮคาเงะเลย นายควรจะเรียนรู้จากเขาเอาไว้บ้างนะ เลิกคิดเรื่องเปิดร้านเนื้อย่างข้างร้านราเม็งอะไรนั่นได้แล้ว!

"..." ชิงหลิวปัดมือน้อยๆ ของยูฮิ คุเรไนออก เอวของเขาเป็นจุดบ้าจี้นะ มันจั๊กจี้มากเข้าใจไหม? เขาถลึงตาใส่เธอ—เลิกจิ้มเอวฉันสักที!

ราวกับว่าค้นพบจุดอ่อนของชิงหลิวเข้าให้แล้ว ปฏิกิริยาของเขาทำให้ยูฮิ คุเรไนรู้สึกสนุกสนาน เธออดไม่ได้ที่จะเอามือป้องปากแล้วหัวเราะคิกคัก "คิกคิก..."

จบบทที่ บทที่ 11: โรงเรียนนินจา

คัดลอกลิงก์แล้ว