- หน้าแรก
- เปิดฉากด้วยพลังบำเพ็ญพันปี ข้าโกงแล้วยังไง?
- บทที่ 9 บรรพจารย์มอบพร ศักดิ์สิทธิ์สะท้านฟ้า
บทที่ 9 บรรพจารย์มอบพร ศักดิ์สิทธิ์สะท้านฟ้า
บทที่ 9 บรรพจารย์มอบพร ศักดิ์สิทธิ์สะท้านฟ้า
เมื่อคำพูดนั้นสิ้นสุดลง เหล่าผู้แข็งแกร่งนับไม่ถ้วนจากหลากหลายขุมกำลังต่างพากันเงยหน้ามองฟ้าด้วยความตกตะลึง เกาะสามนักบุญ... นั่นไม่ใช่ขุมพลังศักดิ์สิทธิ์แห่ง ท้องทะเลตะวันออก หรอกหรือ?
โลกตะวันออกกว้างใหญ่นัก ถูกแบ่งออกเป็น จงโจว ทะเลตะวันออก ทะเลทรายเหนือ แดนตะวันตก และ แดนใต้ รวมแล้วมีมากกว่าสิบเขตแดนวิถี! พื้นที่เหล่านี้กว้างใหญ่ไพศาล เกินกว่าจะวัดได้ เพียงแค่แดนใต้ ก็มีเขตวิถีมากถึงห้าแสนเขต!
เกาะสามนักบุญ นั้นถือเป็นขุมพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งท้องทะเลตะวันออก พลังอำนาจของพวกเขามิได้ด้อยไปกว่า วังน้ำแข็งหยุนเซียน ในช่วงรุ่งเรืองที่สุด แม้แต่น้อย!
โดยปกติแล้ว แต่ละเขตแดนวิถีถูกกั้นด้วยความเวิ้งว้างแห่งหมู่ดาวอันไร้สิ้นสุด แทบจะไม่มีการไปมาหาสู่กันได้ง่ายๆ แต่ทำไมขุมพลังจากทะเลตะวันออก ถึงได้มาปรากฏตัวในแดนใต้นี้?
ทันใดนั้นเอง!
เสียงพิณอันอ่อนหวานทว่าทรงพลังดังขึ้นสะท้านฟากฟ้า คลื่นเสียงนั้นก้องกังวานอยู่ในอากาศ คล้ายเสียงสวรรค์ที่สะกดจิตใจผู้คน
ไม่นาน ร่างในชุดสีขาวบริสุทธิ์ปรากฏขึ้นอย่างสง่างาม ลอยลงมาช้าๆ เหนือวังน้ำแข็ง
เธอเป็นหญิงสาวในชุดสีขาว ใบหน้าถูกปกปิดด้วยผ้าคลุมบาง ใยผมสีดำสนิทพลิ้วไหวในสายลม ดวงตางามดุจน้ำค้างบนยอดหญ้า แววตาสะกดใจราวกับรวบรวมมหานทีแห่งความสงบไว้เพียงคู่เดียว แม้จะไม่เห็นโฉมหน้าที่แท้จริง แต่เพียงแค่ดวงตานั้น ก็ทำให้ผู้คนแทบลืมหายใจ
เธอใช้นิ้วเรียวลูบไล้สายพิณ เสียงพิณไพเราะนั้นเรียกฝูงนกหลากสีให้บินวนอยู่รอบตัว ราวกับนางฟ้าจุติจากสวรรค์
เมื่อเห็นร่างของหญิงผู้นั้น เจ้าวังปิงหยุน พร้อมกับ เจ็ดเซียนปิงหยุน ต่างพากันคุกเข่าก้มกราบด้วยความเคารพ
“ศิษย์น้องหญิงมู่ปิงฉาน ขอคารวะบรรพจารย์พิณศักดิ์สิทธิ์!”
“คารวะบรรพจารย์พิณศักดิ์สิทธิ์!”
หญิงสาวผู้นั้นคือ บรรพจารย์พิณศักดิ์สิทธิ์ แห่งเกาะสามนักบุญ เธอมีนามว่า ไป๋เพียวเพียว หนึ่งในนักบุญที่แท้จริง
ว่ากันว่า พลังของเธอนั้นสูงส่งเกินจินตนาการ บรรลุวิถีดนตรีจนก้าวสู่ระดับนักบุญ และโด่งดังสะท้านฟ้าดิน!
เพียงเสียงพิณของเธอ ก็สามารถทำลายล้างผู้คนได้ แม้จะอยู่ห่างออกไปนับล้านลี้
สายตาของไป๋เพียวเพียวกวาดมองมายัง ชูเฉิน หลังจากเห็นท่าทีของเหล่าศิษย์พี่ รวมถึงน้ำเสียงของหญิงสาวเบื้องหน้า ชูเฉินก็คาดเดาได้ทันทีว่าผู้หญิงคนนี้ต้องมีความเกี่ยวพันกับอาจารย์ของเขาอย่างลึกซึ้ง
จากนั้น ไป๋เพียวเพียวก็เบนสายตามองไปยัง เจี้ยนอู๋ซิน หลังจากจ้องมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ไป๋เพียวเพียวก็กล่าวขึ้น
“เจ้ามีร่างศักดิ์สิทธิ์แห่งหมื่นกระบี่ และได้กลายเป็นศิษย์ของศิษย์น้องหญิง(หมายถึงอาจารย์ของพระเอกอะครับ) ข้าเชื่อว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้คือพรหมลิขิตของเจ้า”
“ช่างเถอะ... ข้าจะประทานพรให้เจ้า”
สิ้นคำพูด นิ้วเรียวของเธอยกขึ้นชี้ไปที่กลางหน้าผากของเจี้ยนอู๋ซิน เบื้องปลายนิ้วนั้นปรากฏหยดโลหิตสีทองสว่างเรืองรอง ห่อหุ้มด้วยกลิ่นอายแห่งนักบุญ
หยดโลหิตนั้นลอยเข้าไปยังหน้าผากของเจี้ยนอู๋ซิน ก่อนจะแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของเธอ
“นี่มัน...!”
“โลหิตนักบุญงั้นหรือ!”
เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์นี้ เหล่าผู้แข็งแกร่งมากมายต่างตกตะลึง โลหิตนักบุญช่างล้ำค่ามหาศาล!
สำหรับนักบุญ แม้จะสามารถหลอมโลหิตนี้ได้ แต่โดยปกติจะมีไม่เกินสองสามหยดเท่านั้น!
แต่ตอนนี้ ไป๋เพียวเพียวกลับมอบโลหิตนักบุญให้เจี้ยนอู๋ซินโดยไม่ลังเล?
“พวกเรา...”
“ขอบคุณบรรพจารย์ที่มอบพรล้ำค่า!”
“บุญคุณครั้งนี้ วังxb'sp6oจะจดจำไปชั่วนิรันดร์!”
เหล่าผู้อาวุโสวังปิงหยุนพากันคุกเข่าขอบคุณ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความซาบซึ้งและนอบน้อม!
แม้หยดเลือดศักดิ์สิทธิ์นี้จะไม่ได้มอบให้พวกเขาโดยตรง แต่ในตอนนี้เจี้ยนอู๋ซินคือศิษย์ของวังปิงหยุน และยังเป็นศิษย์หลานของบรรพจารย์สายตรงอีกด้วย! การที่เธอได้รับหยดเลือดศักดิ์สิทธิ์เพื่อเสริมสร้างร่างกาย อีกทั้งยังได้รับการฝึกฝนจากบรรพจารย์ผู้ทรงพลัง ด้วยพรสวรรค์ของเจี้ยนอู๋ซิน ย่อมสามารถก้าวขึ้นไปสู่จุดสูงสุดได้ในเวลาไม่นาน!
เมื่อมองไปที่เจี้ยนอู๋ซินน เธอดูสับสนไม่รู้จะทำอย่างไรดี เพราะเธอรู้ถึงความสำคัญของหยดเลือดนี้ แต่ในเมื่อเธอมีอาจารย์แล้ว เธอย่อมไม่อาจตัดสินใจเองได้โดยพลการ เธอจึงหันไปมองชูเฉิน
เมื่อเห็นดังนั้น ชูเฉินก็ยิ้มบางก่อนจะกล่าวขึ้นว่า
“อู๋ซิน นี่เป็นเจตนาดีจากท่านอาวุโสรับไว้เถอะ”
“ค่ะ ท่านอาจารย์!”
เมื่อได้รับคำตอบจากชูเฉิน เจี้ยนอู๋ซิน ก็โค้งคำนับอย่างนอบน้อมไปทางไป๋เพียวเพียว “ศิษย์เจี้ยนอู๋ซิน ขอขอบคุณท่านนักบุญสำหรับความเมตตา!”
เหตุการณ์นี้ทำให้เหล่าศิษย์วังปิงหยุน รวมถึงยอดอัจฉริยะจากแดนใต้รู้สึกอิจฉาแทบคลั่ง เด็กสาวคนนี้ช่างโชคดีเกินไป! ทั้งร่างกายแห่งหมื่นกระบี่ บรรลุถึงขั้นเซียนเทียน และยังได้บรรพจารย์ที่ยิ่งใหญ่เป็นอาจารย์!
ส่วนชูเฉินก็พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเขาเข้าใจดีว่าการที่ไป๋เพียวเพียวแสดงออกเช่นนี้ เป็นเพราะพวกเขาอยู่ฝ่ายเดียวกัน เจี้ยนอู๋ซินที่เป็นจักรพรรดินีในอดีต ย่อมมีพลังแห่งโชคชะตาที่เหนือกว่าผู้อื่นหลายเท่านัก การได้รับโอกาสจากผู้ที่ทรงพลังเช่นนี้ ก็ถือเป็นวาสนาของเธอ
และหากวันใดเจี้ยนอู๋ซินเติบโตขึ้นถึงขั้นมนักบุญ วังปิงหยุนอาจได้รับอานิสงส์จากพลังนักบุญไปด้วย!
ทันใดนั้นเอง!
เหนือท้องฟ้ากลับปรากฏพลังอันยิ่งใหญ่และกดดันจนทุกคนต้องหยุดคิด
“ไป๋เพียวเพียว เจ้าช่างมาถึงได้รวดเร็วนัก!”
“ข้าไม่มีของล้ำค่าอะไรจะมอบให้ แต่หากเจี้ยนอู๋ซินไม่รังเกียจ ข้าขอมอบกระบี่ชิงเหลียนของข้าให้แทน!”
ทันใดนั้น เสียงหัวเราะดังก้องฟ้า ดอกบัวสีฟ้าเริ่มเบ่งบาน และร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากกลีบบัวนั้น เขาสวมชุดสีฟ้า ใบหน้าเปี่ยมด้วยความสง่างาม
“ช่างเป็นคนที่งดงามยิ่งนัก!”