- หน้าแรก
- อะไรนะ ให้ผมมาเปิดรีสอร์ตสุดหรู กลางสมรภูมิหมื่นเผ่าพันธุ์เนี่ยนะ
- บทที่ 34 - สวีเทียนหลิน: อยากได้ที่หนึ่งไหมล่ะ??
บทที่ 34 - สวีเทียนหลิน: อยากได้ที่หนึ่งไหมล่ะ??
บทที่ 34 - สวีเทียนหลิน: อยากได้ที่หนึ่งไหมล่ะ??
บทที่ 34 - สวีเทียนหลิน: อยากได้ที่หนึ่งไหมล่ะ??
เซียวฉงเพิ่งจะโยนหมากฝรั่งชิ้นใหม่เข้าปาก เคี้ยวไปได้สองที ก็รู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง
เหมือนถูกเผ่าพันธุ์ต่างดาวจ้องมองยังไงยังงั้น
พอหันหน้าไป ก็ปะทะเข้ากับรอยยิ้มกวนๆ ของสวีเทียนหลินพอดี
"นาย... มีแผนชั่วอะไรอีกล่ะ?"
เซียวฉงขมวดคิ้ว มองสวีเทียนหลินอย่างระแวดระวัง เอามือกุมกระเป๋าตังค์ไว้ตามสัญชาตญาณ
สวีเทียนหลินถูมือไปมา เดินอ้อมออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ ยิ้มแฉ่งขยับเข้ามาใกล้อีกก้าว
เซียวฉงมองสภาพนั้นแล้ว ยิ่งรู้สึกใจคอไม่ดี ถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยอัตโนมัติ
รอยยิ้มบนใบหน้าสวีเทียนหลินไม่ลดลง ยังคงก้าวเข้ามาอีก
เซียวฉงใช้ปลายเท้าแตะพื้น สไลด์ตัวถอยหลังไปอีก จนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องโถง
"หยุด!"
เซียวฉงทนบรรยากาศชวนอึดอัดนี่ไม่ไหวแล้ว ยกแขนขึ้นมาขวางหน้าอก เบรกสวีเทียนหลินที่กำลังจะเดินเข้ามาใกล้
"มีอะไรก็พูดมาตรงๆ อย่ามาทำลับๆ ล่อๆ ใกล้ๆ ตาแก่อย่างฉันขนลุก!"
สวีเทียนหลินหยุดเดิน เอามือไพล่หลัง กระแอมไอ ทำหน้าจริงจัง "ท่านเจ้าเมืองครับ เรามาคุยเรื่องจริงจังกันดีกว่า"
"เรื่องจริงจัง?"
เซียวฉงมองสวีเทียนหลินอย่างสงสัย
ไอ้เรื่องจริงจังของแก คงไม่พ้นจ้องจะงาบเครดิตในกระเป๋าฉันล่ะสิ?
สวีเทียนหลินพูดต่อ "เป้าหมายในการเข้าร่วมการแข่งขันนักสู้เยาวชนของเมืองชางอวิ๋นคราวนี้ คงไม่ใช่แค่ 'ไม่รั้งท้าย' อย่างเดียวใช่ไหมล่ะครับ?"
เซียวฉงมองเขาอย่างแปลกใจ
ไอ้เด็กนี่ จู่ๆ ก็มาห่วงใยวงการศึกษาเมืองชางอวิ๋นซะงั้น?
แต่พอพูดถึงเรื่องการแข่งขัน สีหน้าของเซียวฉงก็จริงจังขึ้นมาบ้าง
เขากลับมาเคี้ยวหมากฝรั่งในปากต่อ พูดเสียงอู้อี้ "ก็เด็กห้าสิบคนบนชั้นสองนั่น อาศัยความเร็วบำเพ็ญเพียรสิบเท่าในห้องเตียงใหญ่ของนาย ฝึกหนักๆ สักเดือน พวกที่หัวไวหน่อย ทะลวงขึ้นระดับพันชั่งได้สบายๆ"
แล้วเขาก็ถอนหายใจ
"การแข่งขันทุกปี ขอแค่มีระดับพันชั่งสักสองสามคนในทีมไว้เชิดหน้าชูตา อย่างน้อยก็ไม่รั้งท้ายแน่นอน ส่วนเรื่องเป้าหมายที่สูงกว่านั้น..."
เขาส่ายหน้า ทำหน้าเหมือนคนจนปัญญา
"เมืองชางหลาน, เมืองว่างชวน, เมืองไห่ชวน, เมืองอู้เยว่ สี่เมืองนี้คือเมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องการศึกษามาอย่างยาวนานของเผ่ามนุษย์"
"นักศึกษาของพวกเขาน่ะ ไม่ว่าจะเป็นพรสวรรค์หรือพื้นฐานครอบครัว ก็ทิ้งห่างเมืองชางอวิ๋นของเราไปตั้งแปดช่วงตัว พวกเคล็ดวิชาเดินลมปราณระดับท็อป ทักษะยุทธ์ระดับสูง เขามีทรัพยากรประเคนให้ตั้งแต่เด็กๆ"
เซียวฉงถอนหายใจ "อัจฉริยะตัวท็อปของพวกเขา บางคนแค่เพิ่งเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ก็ทะลวงระดับพันชั่งไปแล้วด้วยซ้ำ"
"จะเอาอะไรไปสู้ล่ะ?"
เขาเงยหน้ามองไปทางห้องพัก แล้วพูดต่อ
"ก็อย่างที่เห็น กลุ่มเด็กที่มาจากมหาวิทยาลัยชางอวิ๋นของพวกเรา นอกจากแม่หนูหลัวอวี่โหรวที่ได้น้ำทิพย์ชำระไขกระดูกช่วยพลิกชะตาชีวิตมา นั่นน่ะถือเป็นตัวแปรสำคัญ"
"ส่วนคนอื่นๆ ต่อให้อยู่ฝึกในห้องนายสามเดือนเต็มๆ ฝึกทั้งวันทั้งคืน อย่างเก่งก็แค่ไปถึงระดับพันชั่งขั้นสี่หรือห้าเท่านั้นแหละ"
"จะเอาอะไรไปสู้กับพวกรดับเหินเวหาของเขาได้?"
"แล้วตกลง ลุงอยากได้ที่หนึ่งไหมล่ะ?"
สวีเทียนหลินโพล่งถามขึ้นมา
"อยากสิ"
"ตาแก่อย่างฉันยังอยากทะลวงไปถึงระดับนิรันดร์เลย!"
เซียวฉงเบ้ปากตอบ
พูดซะง่ายเลยนะ เอาที่หนึ่งเนี่ย?
ถ้าเขาหนุ่มขึ้นมาสักร้อยปีแล้วไปแข่งเอง มันก็พอมีลุ้นอยู่หรอก
แต่ด้วยพรสวรรค์ของเด็กพวกนี้ นอกจากหลัวอวี่โหรวแล้ว คนอื่นเซียวฉงมองไม่เห็นแววเลย
"อยากก็พอแล้ว"
สวีเทียนหลินยื่นมือขวาออกมากางนิ้วทั้งห้า โบกไปมาตรงหน้าเซียวฉง
"ขอแค่ห้าล้านเครดิต"
สวีเทียนหลินหุบยิ้ม น้ำเสียงหนักแน่น "เงินก้อนนี้ เอามาให้ผม ผมรับประกันว่ามหาวิทยาลัยชางอวิ๋นในการแข่งขันครั้งนี้ จะกวาด 50 อันดับแรกไปครองแบบเหมาหมด ไม่มีหลุดรอดไปแม้แต่คนเดียว"
ห้องโถงเงียบกริบลงทันที
มีเพียงเสียงใบไม้อัคคีนอกประตูที่ดังเสียดสีกันเบาๆ ตามสายลม
เซียวฉงจ้องมองนิ้วทั้งห้าของสวีเทียนหลิน สลับกับใบหน้าที่เรียบเฉยของเขา
"หึ"
เซียวฉงแค่นเสียงหัวเราะ คายหมากฝรั่งทิ้งลงถังขยะข้างๆ สองกอดอก
"ไอ้หนู ตาแก่อย่างฉันถึงจะแก่ แต่สมองยังไม่เลอะเลือนนะเว้ย"
"คิดจะมาขายอาหารเสริมให้ฉันเหรอ?"
เขามองสวีเทียนหลินตั้งแต่หัวจรดเท้า
"ห้าล้าน เหมา 50 อันดับแรก?"
"แกคิดว่าอัจฉริยะที่เมืองอื่นเขาทุ่มเททรัพยากรปั้นมา เป็นผักกาดขาวในไร่ ที่ใครจะมาเด็ดก็เด็ดได้งั้นเหรอ?"
"พรสวรรค์ไม่ถึง เวลาไม่พอ นี่มันคือทางตัน แกจะเอาอะไรมาเหมา?"
"ผมก็มีวิธีของผม ลุงเจ้าเมืองจะกล้าเชื่อไหมล่ะ" สวีเทียนหลินเอามือลง ท่าทางยังคงสบายๆ
"ไม่เชื่อ"
เซียวฉงตอบทันควัน
"งั้นเรามาพนันกันหน่อยไหมล่ะ?"
"พนันอะไร?"
เซียวฉงเลิกคิ้วสีดอกเลา เริ่มสนใจขึ้นมานิดๆ
สวีเทียนหลินโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย กดเสียงต่ำลง พูดเน้นทีละคำ "ก็พนันเรื่อง 50 อันดับแรกนี่แหละ ถ้าอีกสามเดือนให้หลัง นักศึกษาเมืองชางอวิ๋นเหมา 50 อันดับแรกไม่ได้..."
สวีเทียนหลินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเซียวฉง
"ผมจะลงมือรักษา อาการบาดเจ็บซ่อนเร้นที่เกิดจากการฝืนหลอมวิถีแก่นแท้แห่งจิตวิญญาณของคุณให้ฟรีๆ เลย"
สิ้นเสียง
"แกร๊บ"
เสียงแตกหักเบาๆ ดังมาจากข้างตัวเซียวฉง
มือขวาที่เขาวางพาดไว้บนขอบเคาน์เตอร์ไม้อย่างสบายๆ กลับกำแน่นขึ้นมาทันที โต๊ะไม้เนื้อแข็งถูกบีบจนเป็นรอยนิ้วมือห้ารอยลึก เศษไม้ร่วงกราว
ลมหายใจของเซียวฉงสะดุด
อาการบาดเจ็บซ่อนเร้นจากการฝืนหลอมวิถีแก่นแท้แห่งจิตวิญญาณ เขา... รู้ได้ยังไง?
คิดทบทวนอย่างรวดเร็ว
หรือว่า—แค่การลงมือครั้งเดียวคราวนั้น ไอ้หนู่นี่ก็มองออกทะลุปรุโปร่งเลยเหรอ?
ตกลงว่าเขาเป็นใครมาจากไหนกันแน่?
"เป็นไง ลุงก็ไม่มีอะไรจะเสียนี่นา จริงไหม?"
สวีเทียนหลินมองสีหน้าที่เคร่งเครียดของเซียวฉง แล้วก็หัวเราะเบาๆ
ไม่กลัวเซียวฉงจะไม่ตกลง
กลัวแต่ตาแก่นี่จะไม่มีเงิน 5 ล้านมาจ่ายน่ะสิ
เซียวฉงเงียบไป ดวงตากลอกกลิ้ง คิดคำนวณอย่างรวดเร็วในใจ
ต่อให้ไม่ได้ที่หนึ่งในการแข่งขันนักสู้เยาวชน เงินห้าล้านที่จ่ายไป แลกกับการรักษาอาการบาดเจ็บของจิตวิญญาณให้หายขาด นั่นมันก็—
มองเห็นหนทางสู่วิถีที่ยิ่งใหญ่ในอนาคตเลยนะ!
ถ้าสวีเทียนหลินชนะ
เมืองชางอวิ๋นเหมา 50 อันดับแรก!
งั้นเขา เซียวฉง ก็เป็นคนนำเมืองชางอวิ๋นสร้างปาฏิหาริย์
เมืองชางอวิ๋นไม่เพียงแต่จะล้างอายได้สำเร็จ แต่ยังจะได้รับทรัพยากรระดับท็อปจากรัฐบาลกลางอีกด้วย
ไอ้หนู่นี่พูดถูก ไม่ว่าจะคิดมุมไหน เขาก็มีแต่ได้กับได้
เซียวฉงคลายมือที่บีบขอบโต๊ะออก ปัดเศษไม้บนฝ่ามือ รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้า
"ตกลง!"
เซียวฉงตบเคาน์เตอร์ดังปัง เสียงดังกังวาน "ตาแก่ตกลง! ห้าล้านเครดิต"
เขามองสวีเทียนหลิน แววตาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นอย่างลึกซึ้ง
"ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าเถ้าแก่สวีอย่างนาย จะมีท่าไม้ตายพลิกฟ้าอะไร?"
"ถึงทำให้เด็กพวกนี้ที่พรสวรรค์ธรรมดาๆ เอาชนะอัจฉริยะจากเมืองอื่นได้ภายในเวลาแค่สามเดือน!"