เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 - ม้วนคัมภีร์เทเลพอร์ตแผนกต้อนรับ

บทที่ 33 - ม้วนคัมภีร์เทเลพอร์ตแผนกต้อนรับ

บทที่ 33 - ม้วนคัมภีร์เทเลพอร์ตแผนกต้อนรับ


บทที่ 33 - ม้วนคัมภีร์เทเลพอร์ตแผนกต้อนรับ

เสียงตะโกนของพรรคพวกหลิวปั๋ว ดังก้องจนทำให้น้ำในแก้วชาของสวีเทียนหลินสั่นกระเพื่อม

"วัยรุ่นสมัยนี้นี่นะ ไม่เคยเห็นโลกเอาซะเลย"

"เรื่องแค่นี้เอง ทำเป็นตกอกตกใจไปได้"

สวีเทียนหลินเป่าแก้วชาที่ส่งไอร้อนกรุ่น ซู้ดน้ำชาไปอึกหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองเซียวฉงที่ยืนอยู่ข้างๆ

"เด็กๆ ที่ท่านเจ้าเมืองพามานี่คือ?"

"นักศึกษาที่จะไปเข้าร่วมการแข่งขันนักสู้เยาวชนของเมืองชางอวิ๋นในอีกสามเดือนข้างหน้าน่ะ"

เซียวฉงตอบเสียงเรียบ

"ถ้าอย่างนั้น ก็ถือว่าเป็นหัวกะทิของเมืองชางอวิ๋นเลยสิ?"

ตาของสวีเทียนหลินเป็นประกาย

เส้นทางของนักสู้ การบำเพ็ญเพียรก็คือการเผาเงิน

เพราะฉะนั้น หัวกะทิ = มีเงิน = ลูกค้าเกรดพรีเมียม!

"หัวกะทิเหรอ?"

เซียวฉงเบ้ปาก ฉีกหมากฝรั่งชิ้นใหม่โยนเข้าปากแล้วเริ่มเคี้ยว

"เมืองชางอวิ๋นก็พอจะเข็นพวกนี้แหละออกมาโชว์ได้"

"การแข่งขันนักสู้เยาวชนสิบสองเมืองของเผ่ามนุษย์ เมืองชางอวิ๋นรั้งท้ายมาหลายปีติดแล้ว"

"ทรัพยากรที่รัฐบาลกลางจัดสรรให้ก็น้อยลงทุกปี เด็กเก่งๆ ก็หายากขึ้นทุกปี ถ้าครั้งนี้ยังแพ้อีก เมืองชางอวิ๋นคงกลายเป็นดินแดนรกร้างของวงการวิทยายุทธ์ไปจริงๆ แล้วล่ะ"

สวีเทียนหลินใช้นิ้วโป้งลูบวนขอบแก้วชาอุ่นๆ สมองแล่นปรู๊ดปร๊าด

ในเมื่อเซียวฉงพาเด็กพวกนี้มาหาเขาที่นี่ได้ แสดงว่าพื้นฐานของเด็กพวกนี้ก็ไม่ได้แย่จนเกินไป

บวกกับห้องบำเพ็ญเพียรความเร็วสิบเท่าของรีสอร์ตเขา เวลาสามเดือนก็เพียงพอที่จะทำให้ความแข็งแกร่งของพวกเขาพุ่งพรวดพราดได้!

พอถึงเวลาไปโชว์ตัวในการแข่งขันนักสู้ ไม่ทำเอาคนอื่นตาบอดกันไปหมดเลยเหรอ?

แล้วถ้าเผลอๆ คว้าที่หนึ่งมาได้ล่ะก็...

นี่มันป้ายโฆษณาเคลื่อนที่ของรีสอร์ตชัดๆ!

ยิ่งคิด สวีเทียนหลินก็ยิ่งตาเป็นประกาย

เยี่ยม เยี่ยมไปเลย

นี่มันเข้าคอนเซ็ปต์ 'รวยก่อนช่วยคนรวยทีหลัง' ชัดๆ

สวีเทียนหลินมองเห็นโอกาสทางธุรกิจมหาศาลซ่อนอยู่ในเรื่องนี้

ต่อให้ที่นี่จะเป็นเขตแกนกลาง A4 ที่เต็มไปด้วยอันตราย แต่นักสู้ที่กระหายพลังก็คงหาทางมาเหยียบประตูรีสอร์ตของเขาจนพังแน่ๆ

สวีเทียนหลินวางแก้วชาลง ก้นแก้วเซรามิกกระทบเคาน์เตอร์ไม้ดัง 'กึก' เบาๆ

"เวลาเกือบสามเดือน รวมกับการทะลวงคอขวด เด็ก 50 คนนี้น่าจะไปถึงระดับพันชั่งได้หมดทุกคนเลยล่ะครับ"

"งั้นผมขอแสดงความยินดีล่วงหน้าเลยนะครับท่านเจ้าเมือง ภายใต้การนำอันชาญฉลาดของท่าน ผลงานของเมืองชางอวิ๋นจะต้องสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่แน่นอน"

สวีเทียนหลินพูดยิ้มๆ

"ไม่ใช่สามเดือน แค่เดือนเดียว"

เซียวฉงหยุดเคี้ยวหมากฝรั่ง

เขากางมือทั้งสองข้างออก เอนหลังพิงพนักเก้าอี้

"ไม่มีเงิน"

เด็ดขาด ชัดเจน ไม่มีความลังเลใดๆ ทั้งสิ้น

รอยยิ้มบนใบหน้าของสวีเทียนหลินแข็งค้างทันที

"เงินทุนของมหาวิทยาลัยมีจำกัด"

"เครดิตที่รูดไปเมื่อกี้ เป็นงบพิเศษที่เมืองชางอวิ๋นรีดออกมาอย่างยากลำบาก พอจ่ายค่าห้องให้เด็กห้าสิบคนได้แค่เดือนเดียวเท่านั้นแหละ"

"อีกสามสิบวันให้หลัง ตาแก่อย่างฉันไม่มีปัญญาจ่ายให้แม้แต่แดงเดียวหรอก"

เปลือกตาของสวีเทียนหลินกระตุกยิกๆ ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ

เดือนเดียว? ไม่ได้สิโว้ย!

เขาหลุบตาลง

แผงหน้าปัดระบบโปร่งแสงที่เขามองเห็นได้คนเดียว กะพริบถี่ๆ อยู่ที่ขอบหางตา ตัวเลขนับถอยหลังสีแดงตัวโตด้านบนสุดช่างแสบตายิ่งนัก

เหลือเวลาอีกไม่ถึงสามเดือนระบบก็จะระเบิดตัวเอง

หลังจากถามวันที่จัดการแข่งขันแน่ชัดแล้ว สวีเทียนหลินก็รีบคำนวณไทม์ไลน์ในใจอย่างรวดเร็ว

ถ้านักศึกษาห้าสิบคนนี้พักอยู่แค่เดือนเดียว แล้วก็ต้องหอบผ้าหอบผ่อนกลับเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าห้อง งั้นก่อนการแข่งขันจะเริ่ม ก็จะมีช่วงเวลาว่างตั้งสองเดือนเต็มๆ

ตั้งแต่เซียวฉงโผล่มาครั้งก่อน สวีเทียนหลินก็เดาได้แล้วว่าเรื่องไหสุ่มจากทั่วทุกมิติคงถูกปิดข่าวเอาไว้

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลเพื่อปกป้องหลัวอวี่โหรวหรืออะไรก็ตามแต่

แผนก่อนหน้านี้ของเขาถือว่าสำเร็จไปแค่ครึ่งเดียว

ลูกค้าเข้ามาก็จริง แต่มันไม่ได้บูมระเบิดระเบ้ออย่างที่เขาคิดไว้

เพราะฉะนั้น

ในช่วงเวลาว่างสองเดือนนี้ รีสอร์ตคงไม่มีรายได้เข้ามาแน่ๆ

กว่าการแข่งขันจะจบ กว่าเด็กพวกนี้จะไปผงาดบนเวทีประลอง กว่าข่าวจะค่อยๆ แพร่กระจายออกไป และกว่านักสู้ที่ได้ยินข่าวจะดั้นด้นมาหาเขาถึงที่นี่...

กลัวว่าจะไม่ทันการน่ะสิ!

"ซี้ดดดด—"

"รู้งี้ไม่ปลูกต้นไม้อัคคีก็ดีหรอก"

สวีเทียนหลินรู้สึกปวดฟันขึ้นมาตงิดๆ

เขายกแก้วชาขึ้นมากระดกน้ำอุ่นอึกใหญ่ ลูกกระเดือกขยับ กล้ำกลืนความร้อนรนในใจลงไป

ต้องเปลี่ยนแผน

จะปล่อยให้เด็กพวกนี้จ่ายแค่ค่าห้องพื้นฐานแล้วนอนตีพุงสบายใจเฉิบไปเดือนนึงไม่ได้เด็ดขาด

"ต้องหาทางทำทุกวิถีทาง ให้พวกเขารั้งอยู่ต่อให้ครบสามเดือน และต้องให้พวกเขาถลุงเงินอย่างบ้าคลั่งในช่วงสามเดือนนี้ให้ได้"

ตาของสวีเทียนหลินเริ่มเปล่งประกายสีเขียว

คนก็เข้ามาอยู่แล้ว ถ้าไม่รีดน้ำมันออกจากตัวพวกเขาทุกหยดเหมือนเครื่องคั้นน้ำมัน

นั่นมันก็คือการสิ้นเปลือง!

ความสิ้นเปลืองเป็นเรื่องน่าละอาย

แล้วจะทำยังไงดีล่ะ—

ไม่มีเงิน?

ไม่มีเงินก็ไปหาเงินสิ!

สวีเทียนหลินขมวดคิ้ว จมอยู่ในห้วงความคิด

ตัดเรื่องเด็กบางคนที่บ้านรวยออกไป นักศึกษาส่วนใหญ่ก็มาจากครอบครัวธรรมดาทั้งนั้นแหละ

พวกรวยๆ คงย้ายไปเรียนมหาวิทยาลัยเมืองอื่นหมดแล้วมั้ง

ตอนนี้ในรีสอร์ต หนทางเดียวที่จะทำให้พวกเขาหาเงินเครดิตได้ ดูเหมือนจะมีแค่ใบประกาศจับที่แคนดิซเอามาติดไว้ที่ลานกว้างเท่านั้น

แต่ทางนี้ มันไปไม่รอดแน่

เงินของแคนดิซเป็นเงินมัดจำล่วงหน้า ซึ่งเขาเอาไปปลดล็อกศูนย์สปาและขยายห้องพักจนเกลี้ยงแล้ว

เพราะฉะนั้น ต้องให้พวกเขาไปหาทรัพยากรจากข้างนอก!

สมรภูมิทั่วทุกมิติคือคลังแสงวัสดุเผ่าพันธุ์ต่างดาวที่ไม่มีวันหมดนี่นา!

ออกไปล่าเผ่าพันธุ์ต่างดาว เอาชิ้นส่วน เอาหยดเลือดบริสุทธิ์กลับมาขายแลกเงินกับธนาคารหมื่นเผ่าพันธุ์ นี่สิถึงจะเป็นรายได้ใหม่แบบเนื้อๆ เน้นๆ

แต่ว่า...

สวีเทียนหลินหันไปมองนอกประตูกระจก ข้างนอกคือเขตแกนกลาง A4 ที่เต็มไปด้วยปราณสังหาร

นักศึกษาระดับศิลาผาล้วนๆ กลุ่มนี้ แค่ผลักประตูออกไปก็ตายคาที่แล้ว ไม่ต้องรอให้พวกเผ่าพันธุ์ต่างดาวลงมือหรอก

ความปลอดภัยคือปัญหาโลกแตกที่สุด

สวีเทียนหลินเรียกหน้าปัดระบบขึ้นมาดูอีกครั้ง

สายตาจับจ้องไปที่ยอดเงินมุมขวาบน: 20000 แต้มก่อสร้าง นี่คือค่าห้อง 1 เดือนที่เพิ่งรับมาสดๆ ร้อนๆ

เงินแค่นี้จะไปทำอะไรได้?

นิ้วของเขาเลื่อนไปบนหน้าจอโปร่งแสงอย่างรวดเร็ว กวาดผ่านไอคอนสิ่งอำนวยความสะดวกสีเทาที่ยังไม่ได้ปลดล็อกไปทีละอัน

จู่ๆ นิ้วก็หยุดชะงัก

[ปลดล็อกแผนกบริการอำนวยความสะดวก, ปลดล็อกม้วนคัมภีร์เทเลพอร์ตแผนกต้อนรับ, ใช้แต้มก่อสร้าง 10,000 แต้ม]

แผนกบริการอำนวยความสะดวก ขายม้วนคัมภีร์เทเลพอร์ตของรีสอร์ต สามารถส่งลูกค้าไปยังพื้นที่ที่ระบุได้อย่างปลอดภัย

ปลอดภัย รวดเร็ว ไม่เมาเรือเหาะตลอดการเดินทาง ประสบการณ์เยี่ยมยอด

"ม้วนคัมภีร์เทเลพอร์ตช่วยแก้ปัญหาการเดินทางไปกลับรีสอร์ตของคนพวกนี้ได้"

จากนั้นสายตาของสวีเทียนหลินก็ไปหยุดอยู่ที่ ออนเซ็นน้ำพุแห่งชีวิต

[ออนเซ็นน้ำพุแห่งชีวิต สามารถรักษาอาการบาดเจ็บทุกชนิดในเวลาอันสั้น บำรุงเส้นลมปราณ เพิ่มศักยภาพในการบำเพ็ญเพียรเล็กน้อย, ใช้แต้มก่อสร้าง 50,000 แต้ม]

แผนธุรกิจที่ทำได้จริงค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างขึ้นในหัวของสวีเทียนหลิน

นักศึกษาซื้อม้วนคัมภีร์เทเลพอร์ตไปยังเขตที่เหมาะกับระดับความสามารถของตัวเอง

ล่าเผ่าพันธุ์ต่างดาว เก็บชิ้นส่วน หยดเลือดบริสุทธิ์มาทำเงิน

ใช้ม้วนคัมภีร์เทเลพอร์ตกลับมารีสอร์ต แล้วเอามาขายแลกเงินที่ธนาคารหมื่นเผ่าพันธุ์

"เหนื่อยก็กลับมาฝึกในห้อง ปราณสังหารเยอะก็ไปทำสปา บาดเจ็บก็มาแช่ออนเซ็น เบื่อๆ ก็ไปเปิดไหสุ่มไอเทม"

มุมปากของสวีเทียนหลินยกขึ้นเป็นรอยยิ้มแบบพ่อค้าหน้าเลือด

"วัฏจักรสมบูรณ์แบบ!"

"แต่ปัญหาตอนนี้คือ แต้มก่อสร้างของฉันพอแค่ปลดล็อกแผนกบริการอำนวยความสะดวกเท่านั้น"

"ถ้าจะปลดล็อกออนเซ็นน้ำพุแห่งชีวิต ยังขาดอีกตั้ง 4 หมื่นกว่าแต้ม"

สวีเทียนหลินหันไปมองเซียวฉงที่กำลังเป่าลูกโป่งหมากฝรั่งอยู่ข้างๆ

"เป็นถึงท่านเจ้าเมือง เงิน 4 ล้านเครดิตคงพอควักจ่ายไหวใช่ไหมล่ะ?"

"หึหึหึหึ..."

จบบทที่ บทที่ 33 - ม้วนคัมภีร์เทเลพอร์ตแผนกต้อนรับ

คัดลอกลิงก์แล้ว