- หน้าแรก
- อะไรนะ ให้ผมมาเปิดรีสอร์ตสุดหรู กลางสมรภูมิหมื่นเผ่าพันธุ์เนี่ยนะ
- บทที่ 29 - ขึ้นราคา? ไม่ซื้อแล้ว!
บทที่ 29 - ขึ้นราคา? ไม่ซื้อแล้ว!
บทที่ 29 - ขึ้นราคา? ไม่ซื้อแล้ว!
บทที่ 29 - ขึ้นราคา? ไม่ซื้อแล้ว!
หอการค้าสกุลโจว ห้องรับรองแขก
แอร์ในห้องเย็นฉ่ำ ช่องลมเป่าตรงไปยังโต๊ะทำงานไม้จันทน์สีม่วงตัวใหญ่
ผ้าม่านถูกดึงปิดไปครึ่งหนึ่ง แสงที่ส่องตกกระทบบนโต๊ะสะท้อนเป็นเงาเย็นชา
"หยดเลือดบริสุทธิ์ของเผ่าพันธุ์ต่างดาวระดับพันชั่ง 1,800 เครดิตงั้นเหรอ??"
หลิงซูยืนอยู่หน้าโต๊ะ นิ้วชี้ขวากระแทกลงบนกองใบสั่งซื้อปึกหนาอย่างแรง
เธอดันแว่นตาขึ้น จ้องเขม็งไปที่โจวปินซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
"รองอธิการบดีโจว ถ้าฉันจำไม่ผิด เดือนที่แล้วราคาภายในที่หอการค้าสกุลโจวให้กับทางมหาวิทยาลัยยังอยู่ที่ 1,400 อยู่เลย ผ่านไปแค่สามสิบวัน ขึ้นราคาทีเดียวเกือบสามสิบเปอร์เซ็นต์เลยเหรอ?"
ใบสั่งซื้อยับยู่ยี่ใต้ปลายนิ้วของเธอ หน้าอกของหลิงซูกระเพื่อมขึ้นลง สายตาจดจ่ออยู่ที่โจวปิน
โจวปินเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ยกถ้วยกาแฟใกล้มือขึ้นจิบช้าๆ
"เลขาฯ หลิง คุณต้องเข้าใจสถานการณ์ของสมรภูมิทั่วทุกมิติในตอนนี้นะ"
โจวปินวางถ้วยกาแฟลง ประสานมือเข้าด้วยกัน ดวงตาเรียวเล็กหรี่ลง น้ำเสียงราบเรียบ
"ช่วงครึ่งเดือนมานี้ เผ่าพันธุ์ต่างดาวเคลื่อนไหวบ่อยมาก ความอันตรายในสนามรบเพิ่มสูงขึ้นเยอะ"
"หอการค้าสกุลโจวของเราต้องเสียยอดฝีมือระดับพันชั่งไปถึงสามคน เพื่อปกป้องทรัพยากรพื้นฐานลอตนี้"
เขาชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว ส่ายไปมาตรงหน้าหลิงซู
"เงินชดเชยของสามชีวิตนี้ บวกกับค่าความเสี่ยง ขึ้นราคามาสามสิบเปอร์เซ็นต์นี่ถือว่าเห็นแก่หน้าท่านเจ้าเมืองแล้วนะ"
"ถ้าเป็นหอการค้าอื่น ราคานี้ตอนนี้ กลัวว่าแม้แต่กล่องเปล่าก็ยังซื้อไม่ได้เลย"
"คุณ..."
หลิงซูก้าวไปข้างหน้า มือค้ำขอบโต๊ะทำงาน
"รองอธิการบดีโจว!"
"คุณเป็นผู้นำหอการค้าสกุลโจวก็จริง แต่ตำแหน่งแรกของคุณคือรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยชางอวิ๋นนะ"
"เด็กห้าสิบคนในค่ายติวเข้มครั้งนี้คือความหวังของเมืองชางอวิ๋น แล้วตอนนี้คุณมาโก่งราคางั้นเหรอ?"
สีหน้าของโจวปินเคร่งขรึมลง แอบหัวเราะเยาะในใจ
เขานึกถึงเหตุการณ์ในห้องทำงานของหลิวอวิ๋นจิ่นเมื่อไม่กี่วันก่อน
เดิมทีหลิวอวิ๋นจิ่นบาดเจ็บสาหัส ตำแหน่งรักษาการอธิการบดีก็แทบจะตกเป็นของเขาอยู่แล้ว
แต่เซียวฉงดันโผล่มา แผนการของเขาพังไม่เป็นท่า
ตำแหน่งรักษาการอธิการบดีหลุดลอยไป
ตอนนี้ค่ายติวเข้มจะซื้อของ งบประมาณพิเศษก้อนนี้ก็มาจากคลังของเมือง
ถ้าเขาไม่ฉวยโอกาสนี้กอบโกยสักหน่อย ก็คงผิดต่อตำแหน่งรองอธิการบดีที่บินหนีไปแล้ว
"เลขาฯ หลิง พูดแรงไปแล้วนะ"
โจวปินลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง ยืนหันหลังให้หลิงซู ทอดสายตามองไปยังทิศทางของมหาวิทยาลัยชางอวิ๋น
"ความจงรักภักดีที่ผมมีต่อเมืองชางอวิ๋น ท่านเจ้าเมืองรู้ดีที่สุด"
"เพราะผมเป็นรองอธิการบดีไง ผมถึงต้องรับผิดชอบเรื่องกำไรขาดทุนของหอการค้า ถ้าหอการค้าล้ม ต่อไปใครจะคอยจัดหาทรัพยากรให้มหาวิทยาลัยล่ะ?"
เขาหันกลับมา สายตาจับจ้องไปที่กระเป๋าเอกสารโลหะที่หลิงซูพกติดตัวมา ในนั้นมีใบสั่งจ่ายเงินที่เซียวฉงเซ็นชื่อรับรองไว้
"เลขาฯ หลิง ผมขอเตือนคุณนะ ทั่วทั้งเมืองชางอวิ๋น นอกจากหอการค้าสกุลโจวของเราแล้ว ไม่มีใครรวบรวมทรัพยากรฝึกยุทธ์ที่คุณต้องการได้ครบภายในเวลาสั้นๆ แบบนี้หรอก"
โจวปินทำสีหน้าเรียบเฉย เขามั่นใจว่าตอนนี้หลิงซูไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
"..."
หลิงซูกัดฟันกรอดจนเสียววาบไปถึงรากฟัน
เธอก้มลงมองใบสั่งซื้อ
นักศึกษาห้าสิบคน หลิวปั๋ว หรงจิ้ง แล้วก็หลัวอวี่โหรว...
เมืองชางอวิ๋นรั้งท้ายมานานเกินไปแล้ว
ถ้าครั้งนี้ยังแพ้อีก งบประมาณการศึกษาคงถูกตัดลดลงอีกแน่ๆ ถึงตอนนั้นเมืองชางอวิ๋นคงกลายเป็นดินแดนรกร้างสำหรับนักสู้อย่างแท้จริง
นิ้วมือของหลิงซูกำหูหิ้วกระเป๋าเอกสารแน่นจนข้อต่อขาวซีด
"ลดไม่ได้อีกแล้วจริงๆ เหรอ?"
น้ำเสียงของเธอแผ่วลง
โจวปินกลับมานั่งที่เดิม หยิบปากกาหมึกซึมสีทองขึ้นมา แกว่งไปมาตรงช่องเซ็นชื่อท้ายสัญญา
"ไม่ใช่แค่ลดไม่ได้นะ ถ้าเลขาฯ หลิงไม่เซ็นตอนนี้ ช่วงบ่ายอาจจะมีมหาวิทยาลัยอื่นมาขอตัดสต็อกไป ถึงตอนนั้น คุณอยากจะซื้อ เราก็คงช่วยอะไรไม่ได้แล้วล่ะ"
หลิงซูมองสัญญานั้น ลมหายใจเริ่มหนักหน่วง
งบประมาณพิเศษมีแค่ 1 ล้านเครดิต ด้วยราคาตอนนี้ ทรัพยากรฝึกยุทธ์ที่ซื้อได้คงต้องหดหายไปเยอะมาก
"เดิมทีทรัพยากรพวกนี้ก็พอให้นักศึกษาห้าสิบคนใช้ได้แค่สามเดือนแบบหืดขึ้นคออยู่แล้ว ตอนนี้..."
เธอกำลังคำนวณเงินเก็บส่วนตัวอยู่ในใจ
คงต้องควักกระเป๋าตัวเองโปะไปก่อนแล้วล่ะ
เธอยื่นมือออกไป ปลายนิ้วสั่นระริก เอื้อมไปหยิบปากกาหมึกซึมที่วางอยู่บนสัญญา
และในตอนนั้นเอง
"ตู้ม——!"
ประตูห้องทำงานเกิดเสียงดังสนั่น
ผนังห้องสั่นสะเทือน ฝุ่นจากเพดานร่วงกราวตกลงไปในแก้วกาแฟของโจวปิน
เงาสีเทาสายหนึ่งพุ่งชนฉากกั้นหน้าประตูจนแหลกละเอียด
"หยุดนะ!"
เสียงของเซียวฉงดังก้องราวกับฟ้าผ่าลงกลางห้อง กระจกหน้าต่างสั่นสะเทือนดังหึ่งๆ
หลิงซูมือสั่นจนปากกาหมึกซึมแทบหลุดมือ
เธอหันขวับไปมอง
เซียวฉงวาร์ปมาอยู่ข้างเธอแล้ว ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว ปากกาหมึกซึมในมือของเธอก็ไปอยู่ในมือของเซียวฉงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
"ทะ... ท่านเจ้าเมือง?"
โจวปินเด้งตัวลุกจากเก้าอี้ เขามองไปที่เซียวฉง
เซียวฉงไม่ได้สนใจโจวปินเลย เขาก้มมองสัญญานั้น
"ยังไม่ได้เซ็นใช่ไหม? ยังไม่ได้เซ็นใช่ไหม?!"
น้ำเสียงของเซียวฉงร้อนรน
หลิงซูส่ายหน้าอย่างงงๆ "ยังค่ะ... แต่ รองอธิการบดีโจวบอกว่าจะขอขึ้นราคา..."
"ขึ้นราคาบ้าบออะไรล่ะ!"
เซียวฉงสบถออกมาคำโต
เขาคว้าสัญญาฉบับนั้นมาขยำเป็นก้อนกลมๆ สองสามที แล้วโยนทิ้งลงถังขยะ
"ท่านเจ้าเมืองครับ ท่านทำแบบนี้หมายความว่ายังไง?"
หน้าของโจวปินเขียวปัด
เขามองก้อนกระดาษนั้น "ทรัพยากรพวกนี้ค่ายติวเข้มกำลังต้องการด่วน หอการค้าสกุลโจวก็เทหมดหน้าตักรวบรวมมาให้นักศึกษาของเมืองเรานะ"
"ถ้าไม่มีของลอตนี้ เมืองชางอวิ๋นคงแพ้ยับเยินในการแข่งขันแน่ๆ"
"หน้าของท่านเจ้าเมืองก็คงไม่มีที่ไว้เหมือนกัน..."
เซียวฉงไม่สนใจโจวปินเลย เขาคว้ามือหลิงซูแล้วหันหลังเดินออกไปทันที ทิ้งให้โจวปินหน้าแดงก่ำเป็นตับหมู
ความโกรธจัดทำให้เขาตัวสั่นไปหมด
"เด็กๆ!"
โจวปินตะโกนลั่น แล้วหันไปสั่งลูกน้องที่ยืนสแตนด์บายอยู่หน้าประตู
"ติดต่อไปที่มหาวิทยาลัยนักสู้แห่งเมืองหนานเจียง พวกเขาเคยยื่นเรื่องขอซื้อทรัพยากรมาไม่ใช่เหรอ?"
"บอกพวกนั้นไปว่า ของลอตนี้เราขายให้ครึ่งราคา!"
"หา?"
พนักงานที่ยืนรออยู่หน้าประตูถึงกับอึ้ง
มหาวิทยาลัยหนานเจียงกับมหาวิทยาลัยชางอวิ๋นต่างก็เป็นมหาวิทยาลัยที่รั้งท้ายในบรรดาสิบสองเมืองเหมือนกัน
ถ้ามหาวิทยาลัยหนานเจียงได้ทรัพยากรพวกรี้ไปในราคาครึ่งเดียว—
"หาอะไรวะ?"
โจวปินหน้าตาดุดัน เค้นคำพูดลอดไรฟันออกมาทีละคำ
"ฉันก็แค่จะให้มหาวิทยาลัยชางอวิ๋นรั้งท้ายต่อไปไง!"
"ถึงตอนนั้น ฉันอยากจะรอดูนักว่าหลิวอวิ๋นจิ่นจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน แล้วเซียวฉงจะยังทำหยิ่งผยองได้อีกไหม!"
"ครับ ท่านประธาน"