- หน้าแรก
- ถอยห่างจากบ่วงรัก ขอรักชีวิตตนเอง
- บทที่ 18 ตัวประกอบชายเพื่อนสมัยเด็ก [17]
บทที่ 18 ตัวประกอบชายเพื่อนสมัยเด็ก [17]
บทที่ 18 ตัวประกอบชายเพื่อนสมัยเด็ก [17]
บทที่ 18 ตัวประกอบชายเพื่อนสมัยเด็ก [17]
แม่ของกู้เจ๋อแผดเสียงกรีดร้องด้วยความโกรธเกรี้ยว เสียงเอะอะโวยวายของเธอเรียกให้คุณนายกู้เดินออกมาดู
คุณนายกู้สวมเครื่องประดับอัญมณีเต็มยศ ทุกท่วงท่าการก้าวเดินแผ่กลิ่นอายความเกียจคร้านทว่าสูงศักดิ์ เผยให้เห็นถึงความสง่างามตั้งแต่จรดปลายผมจรดปลายเล็บเท้า
เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นแม่ของกู้เจ๋อ แต่กลับไม่ปรายตามองอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย เธอหันไปถามสาวใช้ที่ยืนอยู่ข้างกายแทน "เกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงมาเอะอะโวยวายกันอยู่ที่หน้าประตูใหญ่?"
สาวใช้รีบโค้งคำนับและรายงานด้วยความนอบน้อมอย่างยิ่ง "เป็นเพราะผู้หญิงคนนี้ค่ะ เธอเอาแต่พร่ำเพ้ออยู่หน้าประตูเหมือนคนบ้า พวกเราไล่ยังไงก็ไม่ยอมไปค่ะ"
ดวงตาของแม่กู้เจ๋อลุกวาวดั่งมีไฟสุมเมื่อเห็นคุณนายกู้ ครั้งสุดท้ายที่เธอได้เห็นหน้าผู้หญิงใจดำคนนี้ก็คือเมื่อสิบกว่าปีก่อน
สวรรค์ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย! ปล่อยให้ผู้หญิงใจยักษ์คนนี้ได้เสวยสุขในฐานะคุณนายผู้ร่ำรวย ไร้โรคภัยไข้เจ็บมาแผ้วพาน
ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่น่าสงสารของเธอ! เขาเป็นถึงนายน้อยแห่งตระกูลกู้แท้ๆ แต่กลับต้องมาตกระกำลำบากอยู่กับเธอ และตอนนี้เขากลับ... หัวใจของแม่กู้เจ๋อเจ็บปวดเจียนคลั่งทุกครั้งที่นึกถึงลูกชายซึ่งกำลังนอนซมอยู่บนเตียงพักฟื้นในโรงพยาบาล
ช่างเถอะ ช่างมันไป เพื่อลูกชายแล้ว เธอจำต้องยอมก้มหัวให้
แม่ของกู้เจ๋อทรุดตัวคุกเข่าลงกับพื้นเสียงดังตุ้บ น้ำตาเอ่อคลอเบ้า ทำท่าราวกับว่าตนกำลังเสียสละอันยิ่งใหญ่ แววตาเต็มไปด้วยความไม่ยินยอมและอับจนหนทาง "ฉันผิดไปแล้ว! ฉันยอมแพ้!"
คุณนายกู้ถึงกับงุนงงไปหมด นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย?
ในที่สุดเธอก็พอจะเข้าใจแล้วว่า ยายแก่คนนี้คงจะมีสติไม่ค่อยดีจริงๆ
ด้วยความสมเพชเวทนาจับใจ คุณนายกู้จึงยกมือขึ้นแล้วสั่งสาวใช้ว่า "เอาเงินให้ยายแก่คนนี้ไปสักหน่อย แล้วก็หาอะไรมาให้แกกินด้วยล่ะ"
ทันทีที่แม่ของกู้เจ๋อได้ยินคุณนายกู้เรียกตนว่า "ยายแก่" ปราการทางจิตใจที่เธออุตส่าห์สร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากก็พังทลายลงในพริบตา
นังแพศยานี่จงใจชัดๆ! คุณนายกู้อายุมากกว่าเธอตั้งหลายปีแท้ๆ แต่กลับจงใจเรียกเธอว่าแก่!
สายตาอาฆาตมาดร้ายนั่นทำเอาคุณนายกู้ถึงกับผงะ ทำไมจู่ๆ ยายคนนี้ถึงได้คลุ้มคลั่งขึ้นมาอีกแล้วล่ะ?
แม่ของกู้เจ๋อผุดลุกขึ้นพรวดพราด หัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่งด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยว "แกคิดว่าจะเอาชนะฉันด้วยวิธีนี้ได้เหรอ? ไม่มีทาง! ฉันจะบอกอะไรให้นะ ฉันอุตส่าห์ให้โอกาสแกแล้ว แต่แกกลับไม่รู้จักคว้ามันเอาไว้! หลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นก็อย่ามาโทษฉันก็แล้วกัน!"
เดิมทีเธอตั้งใจจะสงบศึกกับคุณนายกู้ ขอเพียงแค่ตระกูลกู้ยอมส่งหมอที่ดีที่สุดมารักษากู้เจ๋อ เธอก็ยินดีจะยกกู้เจ๋อให้ และยอมให้ลูกชายเรียกคุณนายกู้ว่า 'แม่' ด้วยซ้ำ
เธอไม่เคยฉุกคิดเลยสักนิดว่าคุณนายกู้จะเต็มใจเลี้ยงดูลูกชายของเธอหรือไม่
ในมุมมองของแม่กู้เจ๋อ ลูกชายของเธอคือของล้ำค่า และเป็นภัยคุกคามชิ้นโตต่อลูกแท้ๆ ที่คุณนายกู้ให้กำเนิดมา
หากกู้เจ๋อยอมรับคุณนายกู้เป็นแม่ ความบาดหมางระหว่างกู้เจ๋อกับลูกชายของคุณนายกู้ก็เป็นอันจบสิ้น และคุณนายกู้จะต้องตกลงรับข้อเสนอนี้อย่างยินดีปรีดาเป็นแน่
คุณนายกู้: นี่มันไม่ใช่ตรรกะความคิดของคนปกติแล้ว
ตอนนี้แม่ของกู้เจ๋อวางแผนจะแตกหักแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน เธอจะไปหาพ่อแท้ๆ ของกู้เจ๋อให้รู้แล้วรู้รอด!
ลูกชายของเขาทั้งคนกำลังนอนป่วยอยู่โรงพยาบาล เขาไม่มีทางนิ่งดูดายแน่
แม่ของกู้เจ๋อเชิดหน้าขึ้นอย่างผยองราวกับแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ เธอถลึงตาใส่คุณนายกู้อย่างดุดันก่อนจะสะบัดก้นเดินจากไป
จินตนาการนั้นช่างแสนสวยหรู พล็อตละครแก้แค้นแค่คิดก็น่าตื่นเต้นเร้าใจแล้ว
แต่ทว่าความเป็นจริงนั้นช่างโหดร้าย แม่ของกู้เจ๋อไม่ได้แม้แต่จะเห็นหน้าพ่อของกู้เจ๋อด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่เจอตัวเลย แค่ประตูบริษัทของเขาเธอก็ยังเข้าไปไม่ได้
ตัดภาพมาที่ห้องพักฟื้นในโรงพยาบาล ไช่เสี่ยวเสี่ยวซ่อนมือไว้ข้างหลัง นิ้วเล็กๆ ของเธอคลำเปะปะไปมา ก่อนจะยืนยันได้ว่าตนเองสัมผัสโดนรอยขาดที่เป้ากางเกงเข้าให้แล้ว
เธอเอ่ยขึ้นอย่างตะกุกตะกัก "เอ่อ... ทำไมนายไม่หลับตาพักผ่อนสักหน่อยล่ะ?"
เธอไม่อยากให้กู้เจ๋อรู้เด็ดขาดว่าเป้ากางเกงของเธอขาด แบบนั้นมันน่าอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนีเลยนะ
กู้เจ๋อพยักหน้ารับ อาการวิงเวียนศีรษะยังคงรบกวนเขาอยู่ แถมยังมีเรื่องให้คิดหนักจนปวดหัว เขาไม่มีกะจิตกะใจจะมาสานสัมพันธ์อะไรกับไช่เสี่ยวเสี่ยวในตอนนี้จริงๆ จึงทำเพียงหลับตาลงและแกล้งทำเป็นนอนหลับไป
แม้ตอนแรกจะตั้งใจแค่แกล้งหลับ แต่จากการที่ต้องทนหนาวเหน็บมาทั้งคืน ร่างกายของเขาจึงอ่อนล้าอย่างหนัก และในไม่ช้า เสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของกู้เจ๋อก็ดังมาจากบนเตียง
กู้เจ๋อหลับสนิทไปแล้ว ไช่เสี่ยวเสี่ยวถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เธอรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาหลี่จือเหยียนทันที
เธอไม่สามารถเดินออกไปข้างนอกในสภาพแบบนี้ได้แน่ จึงทำได้เพียงขอร้องให้พี่จือเหยียนเอากางเกงมาส่งให้เธอที่โรงพยาบาล
พี่จือเหยียนมักจะไปเดินช้อปปิ้งเป็นเพื่อนเธออยู่บ่อยๆ เขาต้องจำไซส์ของเธอได้อย่างแน่นอน
ไม่สิ ทางที่ดีเธอควรจะเปลี่ยนชุดใหม่ทั้งหมดเลยดีกว่า ทั้งข้างในและข้างนอก
แม้ว่าเมื่อเช้าที่สถานีตำรวจเธอจะจัดการล้างหน้าล้างตาไปบ้างแล้ว แต่เธอก็ยังรู้สึกเนื้อตัวสกปรกแถมยังมีกลิ่นเหม็นตุๆ อีกต่างหาก
ดูเหมือนไช่เสี่ยวเสี่ยวจะลืมความจริงข้อที่ว่าหลี่จือเหยียนบล็อกเบอร์เธอไปแล้วเสียสนิท เธอมัวแต่วุ่นวายกับการจดลิสต์ของในใจว่าอยากจะให้หลี่จือเหยียนไปซื้ออะไรมาให้บ้าง