- หน้าแรก
- เจ้าของร้านสุดแกร่งกับเหล่าลูกค้าระดับจักรพรรดิ
- บทที่ 26 - ยาอายุวัฒนะมีพิษ
บทที่ 26 - ยาอายุวัฒนะมีพิษ
บทที่ 26 - ยาอายุวัฒนะมีพิษ
บทที่ 26 - ยาอายุวัฒนะมีพิษ
เมื่อจิ๋นซีฮ่องเต้ได้ยินดังนั้นก็ร้อนใจยิ่งนัก รีบเอ่ยขึ้นทันที "ขอท่านอาจารย์โปรดชี้แนะข้าด้วย"
"ปัญหาของต้าฉินในตอนนี้มีมากมายนัก ผมก็คงพูดได้แค่คร่าวๆ ตามมุมมองของผมเท่านั้น อย่างแรกเลยคือต้องกำหนดตัวองค์รัชทายาทแห่งต้าฉินให้ชัดเจน ถึงแม้ฝูซูจะเป็นคนหัวโบราณคร่ำครึ แต่โดยรวมแล้วเขาก็ถือว่าเป็นกษัตริย์ที่มีความเมตตาธรรม เอาไว้คราวหน้าท่านก็พาเขามาหาผมที่นี่สิ ให้ผู้อาวุโสทั้งสามท่านของสยงอิงช่วยชี้แนะสั่งสอนเขา ย่อมดีกว่าปล่อยให้เขาเรียนรู้จากพวกบัณฑิตคร่ำครึอย่างฉุนอวี๋เยว่เป็นไหนๆ"
เยิ่นเสี่ยวเทียนเว้นจังหวะก่อนกล่าวต่อ "อย่างที่สองก็คือปัญหาของจ้าวเกากับหลี่ซือ จ้าวเกานั้นถึงฆ่าทิ้งไปก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อต้าฉิน ส่วนหลี่ซือ ผมขอแนะนำว่าอย่าฆ่า ถึงแม้เขาจะมีความมักใหญ่ใฝ่สูงไปสักหน่อย แต่เขาก็เป็นบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในหลักนิติธรรมอย่างลึกซึ้ง และรากฐานของประเทศก็คือระบบกฎหมายที่สมบูรณ์แบบ ต้าฉินสามารถเก็บเขาไว้ใช้ประโยชน์ต่อไปได้"
"และสุดท้ายซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด นั่นก็คือปัญหาของชนชั้นสูงจากหกแคว้น แท้จริงแล้วแก่นแท้ของปัญหานี้อยู่ที่ราษฎรของอดีตหกแคว้นต่างหาก สำหรับชาวบ้านตาดำๆ แล้ว พวกเขาไม่ได้สนใจหรอกว่าใครจะเป็นผู้ปกครอง สิ่งที่พวกเขาใส่ใจก็คือปากท้องและความปลอดภัยในชีวิตของตัวเอง แต่บังเอิญว่ากฎหมายของต้าฉินที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมันเข้มงวดและโหดร้ายเกินไปจนง่ายต่อการปลุกปั่นให้เกิดการก่อกบฏ เมื่อเกิดการลุกฮือขึ้น นั่นก็หมายความว่าหากชนชั้นสูงของหกแคว้นคิดจะก่อกบฏต่อต้านต้าฉิน พวกเขาก็จะมีกำลังพลมาเสริมทัพอย่างไม่ขาดสาย"
"คำแนะนำของผมก็คือ การแก้ไขกฎหมายที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบันของต้าฉิน โบราณว่าไว้ในยามบ้านเมืองวุ่นวายต้องใช้กฎหมายเด็ดขาด แต่ตอนนี้ต้าฉินรวมแผ่นดินเป็นปึกแผ่นแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้กฎหมายที่โหดร้ายเพื่อกดขี่ราษฎรอีกต่อไป ควรเปลี่ยนมาใช้กฎหมายและนโยบายที่โอนอ่อนผ่อนปรนเพื่อซื้อใจราษฎรจากหกแคว้น ทำให้พวกเขารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของต้าฉิน เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาก็จะคิดว่าตัวเองเป็นราษฎรของต้าฉินไปเอง ถึงตอนนั้นต่อให้พวกชนชั้นสูงจากหกแคว้นคิดอยากจะก่อกบฏ ก็คงไม่มีชาวบ้านคนไหนยอมตามพวกเขาไปหรอกครับ"
หลังจากที่เยิ่นเสี่ยวเทียนร่ายยาวจบ เขาก็รู้สึกคอแห้งผาก
จูสยงอิงผู้รู้ความรีบส่งถ้วยน้ำชาให้เยิ่นเสี่ยวเทียน พร้อมกับเอ่ยแทรกขึ้นมาว่า "ที่คุณอาเสี่ยวเทียนพูดมามีเหตุผลมากครับ ในอดีตหากไม่ใช่เพราะราชวงศ์หยวนที่โหดร้ายทารุณกดขี่ข่มเหงราษฎรชาวจงหยวนของเรา เสด็จปู่ของข้าก็คงไม่ลุกขึ้นมาก่อกบฏและเข้าร่วมกับกองทัพชาวนา และก็คงไม่มีต้าหมิงในวันนี้ ซวินจื่อเคยกล่าวเอาไว้ว่า ‘กษัตริย์เปรียบดั่งเรือ ราษฎรเปรียบดั่งน้ำ น้ำพยุงเรือให้ลอยได้ น้ำก็จมเรือได้เช่นกัน’ ประโยคนี้อธิบายให้เห็นว่า เมื่อใดที่สูญเสียการสนับสนุนจากราษฎร ประเทศชาติก็อยู่ห่างจากความล่มสลายเพียงแค่เอื้อม ในหน้าประวัติศาสตร์มีตัวอย่างให้เห็นมากมาย อย่างเช่นหูไห่ หรือหยางก่วง"
เมื่อจิ๋นซีฮ่องเต้ได้รับฟังคำพูดของทั้งสอง เขาก็ตกอยู่ในห้วงความคิดทันที
เยิ่นเสี่ยวเทียนยกถ้วยน้ำชาขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด ตบไหล่จูสยงอิงเบาๆ แล้วหันหลังเดินกลับเข้าครัวไปวุ่นกับการทำอาหารต่อ
ผ่านไปเนิ่นนาน จิ๋นซีฮ่องเต้ก็ถอนหายใจยาว ก่อนจะพึมพำกับตัวเอง "นึกไม่ถึงเลยว่าภายใต้เปลือกนอกที่ดูสวยหรูของต้าฉิน จะมีปัญหาซุกซ่อนอยู่มากมายขนาดนี้ ข้าช่างละอายใจต่อบรรพชนยิ่งนัก"
จูสยงอิงพูดปลอบใจ "จิ๋นซีฮ่องเต้ การที่ท่านล่วงรู้เรื่องราวเหล่านี้ล่วงหน้าถือเป็นเรื่องดีเสียอีกนะครับ นั่นแสดงว่าท่านยังมีเวลามากพอที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของต้าฉิน ท่านดูข้าสิ เดิมทีในบันทึกประวัติศาสตร์ระบุว่าข้าจะต้องป่วยตายในปีหน้า แต่ตอนนี้ข้าได้รับการรักษาจนหายขาดแล้ว ข้าจะไม่ป่วยตายอีกแล้วครับ"
จิ๋นซีฮ่องเต้ส่ายหน้า "ข้าเข้าใจความหมายของเจ้า แต่ปัญหาของต้าฉินก็ไม่ใช่สิ่งที่จะแก้ไขให้ดีขึ้นได้ภายในวันสองวัน ข้าเกรงว่าร่างกายของข้าจะทนอยู่ไม่ถึงวันนั้นน่ะสิ"
เมื่อได้ยินดังนั้น จูสยงอิงก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงรีบเอ่ยถาม "จิ๋นซีฮ่องเต้ ตอนนี้ท่านกำลังกินยาอายุวัฒนะอยู่หรือเปล่าครับ?"
จิ๋นซีฮ่องเต้มองจูสยงอิงด้วยความประหลาดใจ "เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้ากำลังกินยาอายุวัฒนะ?"
จูสยงอิงพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน "ท่านอย่าเพิ่งไปสนใจเรื่องนั้นเลยครับ พอกลับไปแล้วท่านรีบเลิกกินยาพวกนั้นทันทีเลยนะครับ ยาพวกนั้นมันมีพิษทั้งนั้น ในบันทึกประวัติศาสตร์ก็เขียนเอาไว้ว่าการที่ท่านสวรรคตอย่างกะทันหันในภายหลังก็มีความเกี่ยวข้องกับยาอายุวัฒนะพวกนี้ด้วย"
จิ๋นซีฮ่องเต้หัวเราะอย่างไม่ใส่ใจนัก "ยาอายุวัฒนะเหล่านั้นข้าให้เหล่านักพรตที่มีชื่อเสียงเป็นผู้ปรุงขึ้นมา ส่วนผสมก็ล้วนแต่เป็นสมุนไพรล้ำค่าทั้งสิ้น มันจะมีพิษได้อย่างไร? อีกอย่าง หลังจากที่ข้ากินเข้าไปแล้วก็รู้สึกปลอดโปร่งมีเรี่ยวมีแรงขึ้นจริงๆ ยาพิษที่ไหนจะมีสรรพคุณเช่นนี้ได้? หากไม่ได้ยาอายุวัฒนะพวกนี้ช่วยเอาไว้ ร่างกายของข้าก็คงพังทลายไปนานแล้ว"
"คุณอาเสี่ยวเทียนเคยบอกข้าว่า ในยาอายุวัฒนะพวกนั้นมีแต่โลหะหนักอะไรทำนองนั้นผสมอยู่ กินเข้าไปช่วงแรกๆ จะทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า แต่ถ้ากินติดต่อกันเป็นเวลานาน มันจะทำลายร่างกายอย่างหนัก และส่งผลเสียต่อการทำงานของตับกับไตจนไม่สามารถรักษาให้หายได้ ที่ข้าต้องล้มป่วยก็เพราะถูกคนลอบวางยาพิษชนิดนี้แหละครับ ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ป่านนี้ข้าคงไม่มีชีวิตรอดมาแล้ว" จูสยงอิงร้อนใจจนแทบจะกระโดดเหยงๆ
"หรือว่ายาอายุวัฒนะจะมีพิษจริงๆ?" เมื่อจิ๋นซีฮ่องเต้เห็นจูสยงอิงพูดจาจริงจัง สีหน้าของเขาก็เริ่มเคร่งเครียดขึ้นมา
ประจวบเหมาะกับที่เยิ่นเสี่ยวเทียนยกกับข้าวเข้ามาพอดี จูสยงอิงจึงรีบวิ่งเข้าไปหาพร้อมกับบอกว่า "คุณอาเสี่ยวเทียน อาช่วยอธิบายให้จิ๋นซีฮ่องเต้ฟังหน่อยสิครับ ว่ายาอายุวัฒนะที่เขากินเข้าไปน่ะมันมีพิษ"
เยิ่นเสี่ยวเทียนวางจานกับข้าวลงแล้วถามว่า "ท่านเริ่มกินยาอายุวัฒนะแล้วหรือครับ?"
จิ๋นซีฮ่องเต้พยักหน้ารับ
"สยงอิงพูดถูกแล้วล่ะครับ ยาอายุวัฒนะพวกนั้นมันมีพิษจริงๆ ในยุคหลังเคยมีการนำยาลูกกลอนของเซียนในยุคโบราณไปตรวจวิเคราะห์ดู แล้วก็พบว่าข้างในมีสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ผสมอยู่เป็นจำนวนมาก อย่างเช่น ปรอทซัลไฟด์ คอปเปอร์ซัลเฟต เมื่อกำมะถันเข้าสู่ร่างกายมนุษย์แล้วไปทำปฏิกิริยากับน้ำ มันจะกลายเป็นกรดซัลฟิวรัส ทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ เลือดกำเดาไหล หรืออาจถึงขั้นทำให้ติดเชื้อในกระแสเลือด ส่วนปรอทเมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว มันจะไปสะสมอยู่ในร่างกายและไม่สามารถขับออกมาเองตามธรรมชาติได้ ซึ่งจะไปทำลายการทำงานของตับและไต หากรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานานก็จะทำให้เสียชีวิตในที่สุด ในหน้าประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะฮ่องเต้ในราชวงศ์ถังของสกุลหลี่ มีหลายพระองค์ที่ลุ่มหลงในความเป็นอมตะจนต้องกินยาอายุวัฒนะเป็นเวลานาน และสุดท้ายก็ต้องสวรรคตอย่างกะทันหันในวัยเพียงสามสิบปีเศษเท่านั้น"
จิ๋นซีฮ่องเต้พยายามทบทวนความทรงจำอย่างละเอียด และเขาก็พบว่าตัวเองเคยเลือดกำเดาไหลโดยไม่มีสาเหตุอยู่หลายครั้งจริงๆ แถมร่างกายก็มักจะรู้สึกอ่อนเพลียผิดปกติ จะรู้สึกดีขึ้นก็ต่อเมื่อได้กินยาอายุวัฒนะเข้าไปเท่านั้น
"นี่หมายความว่ายาที่ข้ากินเข้าไปตลอดมาคือยาพิษอย่างนั้นรึ?" ยิ่งจิ๋นซีฮ่องเต้คิดก็ยิ่งรู้สึกหวาดกลัว พอนึกถึงยาอายุวัฒนะมากมายที่ตนเองกินเข้าไป เขาก็ถึงกับมีอาการคลื่นไส้อยากจะอาเจียน
"หรือว่าข้าจะไม่มีทางเป็นอมตะได้จริงๆ? เจ้าเป็นคนจากโลกอนาคต จะต้องมีวิธีช่วยข้าแน่ๆ ใช่ไหม?" จิ๋นซีฮ่องเต้มองเยิ่นเสี่ยวเทียนด้วยสายตาเปี่ยมความหวัง
เยิ่นเสี่ยวเทียนส่ายหน้าอย่างจนใจ "ความเป็นอมตะมันก็เป็นแค่ความปรารถนาอันสวยหรูของมนุษย์เราเท่านั้นแหละครับ การเกิด แก่ เจ็บ ตาย ล้วนเป็นกฎของธรรมชาติ ไม่มีใครหน้าไหนหนีพ้นไปได้หรอก ต่อให้เป็นวิทยาการทางการแพทย์ในยุคหลัง ก็ทำได้แค่เพียงช่วยยืดอายุขัยของมนุษย์ออกไปได้อีกเล็กน้อยเท่านั้น แถมยังมีโรคร้ายอีกตั้งมากมายที่ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้เลยครับ"
"คุณอาเสี่ยวเทียน ในเมื่ออาสามารถรักษาข้าจนหายได้ ก็ต้องรักษาโรคของจิ๋นซีฮ่องเต้ได้เหมือนกันใช่ไหมครับ?" จูสยงอิงรู้สึกดีกับจิ๋นซีฮ่องเต้ ผู้เป็นกษัตริย์องค์แรกของฮว๋าเซี่ยคนนี้ไม่น้อย จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถามแทน
"สยงอิง เธอได้รับพิษเข้าไปไม่ลึกมาก ก็เลยใช้เวลารักษาแค่สั้นๆ ร่างกายก็กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมแล้ว แต่สำหรับจิ๋นซีฮ่องเต้ ฉันไม่รู้ว่าสภาพร่างกายของท่านย่ำแย่ไปถึงขั้นไหนแล้ว คงต้องพาท่านไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลให้ละเอียดดูก่อน ถ้าอาการค่อนข้างหนัก ก็อาจจะต้องใช้เวลารักษากันเป็นเดือนๆ หรืออาจจะนานกว่านั้น แต่ถ้าอาการหนักหนาสาหัสจริงๆ โรงพยาบาลก็อาจจะรักษาไม่หายเหมือนกันนะ" เยิ่นเสี่ยวเทียนตอบ
จิ๋นซีฮ่องเต้ส่ายหน้า "ข้าไม่มีเวลามากพอที่จะมารักษาตัวนานขนาดนั้นหรอก หากข้าทิ้งราชสำนักไปเป็นเวลานาน พวกเศษเดนหกแคว้นจะต้องไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดมือไปอย่างแน่นอน"
นี่แหละคือจุดที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีองค์รัชทายาท ดูอย่างจูตี้สิ ในราชสำนักยังมีจูเกาจื้อคอยช่วยเป็นผู้สำเร็จราชการแทน ทำให้เขาสามารถนำทัพไปฟาดฟันกับพวกมองโกลทางตอนเหนือได้อย่างสบายใจ แต่ทว่าตอนนี้จิ๋นซีฮ่องเต้กลับไม่มีผู้สืบทอดที่เหมาะสมจะมาทำหน้าที่นี้เลยสักคน ขืนให้ฝูซูเป็นผู้สำเร็จราชการ มีหวังฝูซูคงได้แบ่งแยกดินแดนต้าฉินทั้งหมดออกเป็นแคว้นเล็กแคว้นน้อยแน่ๆ ต่อให้จิ๋นซีฮ่องเต้รักษาตัวจนหายดี พอกลับมาก็คงต้องถูกฝูซูทำให้โมโหจนอกแตกตายอยู่ดี
(จบแล้ว)