เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 - บรรพชนมังกรแห่งฮว๋าเซี่ย

บทที่ 24 - บรรพชนมังกรแห่งฮว๋าเซี่ย

บทที่ 24 - บรรพชนมังกรแห่งฮว๋าเซี่ย


บทที่ 24 - บรรพชนมังกรแห่งฮว๋าเซี่ย

หลังจากเดินเข้ามาในลานบ้าน ชายผู้มาใหม่ก็กวาดสายตาสำรวจเยิ่นเสี่ยวเทียนตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างพิจารณา

"ตกลงแล้วเจ้าเป็นใครกันแน่? แล้วที่นี่คือที่ใด? ดูจากการแต่งกายที่แสนจะประหลาดของเจ้าแล้ว หรือว่าเจ้าจะไม่ใช่คนของต้าฉิน?"

"โธ่เอ๊ย คุณพูดอะไรแบบนั้น ผมก็ต้องไม่ใช่คนของต้าฉินอยู่แล้ว... เดี๋ยวนะ ต้าฉิน... หรือว่าคุณคือจิ๋นซีฮ่องเต้ อิ๋งเจิ้ง?" เยิ่นเสี่ยวเทียนพูดไปได้ครึ่งประโยคก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ จึงลองหยั่งเชิงถามดู

"เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าคืออิ๋งเจิ้ง? หรือว่าเจ้าจะเป็นพวกกบฏหกแคว้น?" ชายผู้นั้นก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ชักกระบี่ออกมาจี้เยิ่นเสี่ยวเทียนอีกครั้ง

เมื่อรู้ว่าคนตรงหน้าคือจิ๋นซีฮ่องเต้ตัวเป็นๆ เยิ่นเสี่ยวเทียนก็ตื่นเต้นจนต้องเช็ดมือกับเสื้อซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาตั้งใจจะยื่นมือออกไปจับมือกับจิ๋นซีฮ่องเต้ แต่พอนึกถึงตอนที่เจอกับจูหยวนจางเป็นครั้งแรก เขาก็เลยลดมือลง

เปลี่ยนมาเดินเข้าไปหาจิ๋นซีฮ่องเต้ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแฉ่ง "ที่แท้ท่านก็คือจิ๋นซีฮ่องเต้นี่เอง ยินดีที่ได้รู้จักครับ ยินดีที่ได้รู้จักจริงๆ"

นี่คือปรมาจารย์ผู้บุกเบิกระบอบศักดินาที่อยู่ยงคงกระพันมานานถึงสองพันปี บรรพชนมังกรแห่งฮว๋าเซี่ยเชียวนะ! ประเดี๋ยวต้องขอถ่ายรูปคู่ไว้เป็นที่ระลึกสักหน่อยแล้ว

จิ๋นซีฮ่องเต้เห็นท่าทางของเยิ่นเสี่ยวเทียนก็เกิดความหวาดระแวง เอาประกบี่จ่อคอเยิ่นเสี่ยวเทียนพลางตวาดถาม "เจ้าคิดจะทำอะไร?!"

"ใจเย็นๆ ก่อนครับ ผมไม่ได้มาร้าย ท่านวางกระบี่ลงก่อนเถอะครับ แล้วเราค่อยๆ คุยกัน" เยิ่นเสี่ยวเทียนยกมือขึ้นแตะระดับอก

จิ๋นซีฮ่องเต้จึงยอมลดกระบี่ออกจากคอเยิ่นเสี่ยวเทียน แต่สายตายังคงจ้องเขม็งไม่วางตา

"ที่นี่คือที่ใด แล้วเจ้าใช้วิธีใดพาข้ามาที่นี่ รีบสารภาพมาเดี๋ยวนี้"

"ถ้าหากนับตามเวลาของต้าฉิน ผมเป็นคนฮว๋าเซี่ยที่มาจากอนาคตอีกสองพันปีให้หลัง ที่นี่คือร้านอาหารเล็กๆ ที่ผมเปิดเอง ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมผมถึงมาเปิดร้านอยู่ที่นี่ได้ อธิบายสั้นๆ ไปท่านก็คงไม่เข้าใจหรอก คนที่มาที่นี่ได้ล้วนเป็นฮ่องเต้จากยุคสมัยต่างๆ ทั้งนั้น ส่วนเรื่องที่ว่าท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่เดาว่าคงจะเดินผ่านช่องทางสีดำนั่นมาใช่ไหมครับ?"

จิ๋นซีฮ่องเต้พยักหน้ารับ เนื่องจากพวกกบฏหกแคว้นมักจะก่อความวุ่นวายอยู่เสมอ เขาเพิ่งจะเสร็จสิ้นการเสด็จประพาสตะวันออกครั้งที่สี่และเดินทางกลับมาถึงตำหนัก แต่จู่ๆ ก็มีช่องทางสีดำปรากฏขึ้นภายในห้องบรรทม ด้วยความสงสัยเขาจึงเดินเข้าไปดู แล้วก็มาโผล่ที่ร้านของเยิ่นเสี่ยวเทียนนี่แหละ

"เจ้าบอกว่าเจ้ามาจากอนาคตในอีกสองพันปีข้างหน้าอย่างนั้นรึ? คำพูดไร้สาระพรรค์นี้จะให้ข้าเชื่อได้อย่างไร" จิ๋นซีฮ่องเต้ยังคงเต็มไปด้วยความหวาดระแวงในตัวเยิ่นเสี่ยวเทียน

เยิ่นเสี่ยวเทียนล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา เปิดกล้องหน้าแล้วโอบไหล่จิ๋นซีฮ่องเต้เพื่อถ่ายเซลฟี่ ก่อนจะยื่นโทรศัพท์ให้จิ๋นซีฮ่องเต้ดู

เมื่อจิ๋นซีฮ่องเต้เห็นรูปคู่ของตนเองกับเยิ่นเสี่ยวเทียนในโทรศัพท์ เขาก็ตกใจจนหน้าถอดสี รีบเขวี้ยงโทรศัพท์ลงพื้นทันที

"นี่ต้องเป็นวัตถุปีศาจดูดวิญญาณแน่ๆ เจ้าคนถ่อยคิดจะปองร้ายข้าเชียวรึ!"

เยิ่นเสี่ยวเทียนรีบก้มลงเก็บโทรศัพท์ด้วยความเสียดาย โชคดีที่หน้าจอไม่แตก "นี่มันคือเทคโนโลยีจากอนาคตในอีกสองพันปีข้างหน้าต่างหากล่ะครับ ถ้าท่านไม่เข้าใจก็ให้ผมอธิบายให้ฟังได้ โทรศัพท์ดีๆ แท้ๆ ท่านจะปาลงพื้นทำไมเนี่ย"

จิ๋นซีฮ่องเต้ไม่สนใจคำพูดของเยิ่นเสี่ยวเทียน เขาลูบคลำตามร่างกายของตนเองเพื่อตรวจดูความผิดปกติ เมื่อพบว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนไป เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

"คุยกับคนโบราณอย่างพวกท่านนี่มันเหนื่อยจริงๆ รู้งี้ผมอ้างตัวว่าเป็นเซียนซะก็สิ้นเรื่อง" เยิ่นเสี่ยวเทียนบ่นอุบอิบ

จิ๋นซีฮ่องเต้จัดแจงเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่ ก่อนจะเอ่ยช้าๆ ว่า "ข้าจะยอมเชื่อไปก่อนว่าเจ้ามาจากอนาคตอีกสองพันปีข้างหน้า แล้วก่อนหน้าข้า มีใครเคยมาที่นี่บ้างหรือไม่?"

"อ้อ ก่อนหน้าท่านมีฮ่องเต้มาเยือนแล้วสองท่านครับ แต่บังเอิญช่วงนี้พวกเขากำลังวุ่นวายอยู่กับการทำศึกกับพวกชนเผ่าต่างแดน คาดว่าช่วงนี้คงยังไม่ได้มาที่นี่หรอกครับ" เยิ่นเสี่ยวเทียนอธิบาย

"อืม ดีมาก ข้ายังนึกกลัวอยู่เลยว่าคนรุ่นหลังจะเอาแต่ลุ่มหลงในความสุขสบายจนไม่คิดจะพัฒนาบ้านเมือง แต่ฟังจากที่เจ้าพูดมา การที่ฮ่องเต้สองพระองค์นี้กระตือรือร้นในการต่อต้านการรุกรานของชนเผ่าต่างแดน ก็ถือว่าเป็นฮ่องเต้ที่ดีใช้ได้ ดูท่าแล้วต้าฉินของข้าคงจะมีอนาคตที่สดใสรออยู่เป็นแน่"

เยิ่นเสี่ยวเทียนกำลังจะอ้าปากอธิบาย แต่ตอนนั้นเอง จูสยงอิงและจูอวิ่นทงสองพี่น้องที่ได้ยินเสียงเอะอะก็วิ่งออกมาพอดี

"ว้าว คนนี้ตัวสูงจังเลย คุณอาเสี่ยวเทียน เขาคือใครเหรอ?" จูสยงอิงที่กำลังอมอมยิ้มอยู่เงยหน้าถามพลางจ้องมองไปที่จิ๋นซีฮ่องเต้

"คนนี้ก็คือจิ๋นซีฮ่องเต้ผู้โด่งดังไงล่ะ น่าเสียดายที่วันนี้เสด็จปู่ของเธอไม่ได้อยู่ที่นี่ ไม่อย่างนั้นเขาคงมีเรื่องอยากคุยกับจิ๋นซีฮ่องเต้เยอะแยะเลยล่ะ" เยิ่นเสี่ยวเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม

จูอวิ่นทงรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปใกล้จิ๋นซีฮ่องเต้ แล้วยื่นมือเล็กๆ ไปกระตุกขากางเกงของเขาด้วยความสงสัย

จิ๋นซีฮ่องเต้ย่อตัวลง ลูบหัวเล็กๆ ของจูอวิ่นทงอย่างเอ็นดูพลางเอ่ยถามว่า "เมื่อครู่นี้เจ้าบอกว่า มีเพียงฮ่องเต้เท่านั้นที่จะมาที่นี่ได้ หรือว่าเด็กสองคนนี้ก็จะเป็นฮ่องเต้ด้วยงั้นรึ?"

"พวกเขาเป็นพี่น้องกันครับ คนโตน่าจะได้เป็นฮ่องเต้ในอนาคต ส่วนคนเล็กคงหมดหวังแล้วล่ะครับ"

เมื่อได้ยินดังนั้น จิ๋นซีฮ่องเต้ก็กวักมือเรียกจูสยงอิงให้เข้ามาหา

จูสยงอิงเดินเข้าไปใกล้ พร้อมกับแสดงมารยาทในแบบฉบับขององค์รัชทายาทแห่งต้าหมิง เขาโค้งคำนับจิ๋นซีฮ่องเต้พลางกล่าวว่า "ผู้น้อยขอคารวะจิ๋นซีฮ่องเต้"

จิ๋นซีฮ่องเต้หัวเราะลั่น "เด็กคนนี้รู้จักธรรมเนียมปฏิบัติเสียจริง ข้าขอถามเจ้าหน่อยเถอะ ต้าฉินของข้าสืบทอดมาถึงรุ่นของเจ้าเป็นรัชกาลที่เท่าไหร่แล้วรึ?"

เมื่อได้ยินคำถามของจิ๋นซีฮ่องเต้ เยิ่นเสี่ยวเทียนก็ทำหน้าตาตื่นราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ เขารีบขยิบตาให้จูสยงอิงเป็นพัลวัน

ทว่าจูสยงอิงกลับไม่ทันสังเกตเห็นท่าทางของเยิ่นเสี่ยวเทียน เขาตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ไม่ถ่อมตัวจนเกินไปและไม่อวดดีจนเกินงาม "ทูลจิ๋นซีฮ่องเต้ ผู้น้อยไม่ได้เป็นคนของต้าฉินหรอกครับ แต่เป็นหลานชายคนโตของฮ่องเต้แห่งต้าหมิง นามว่า จูสยงอิง ส่วนนี่คือน้องชายของข้า จูอวิ่นทง สำหรับต้าฉินของท่านนั้น... ได้ล่มสลายไปก่อนยุคต้าหมิงเป็นพันๆ ปีแล้วครับ"

เมื่อจิ๋นซีฮ่องเต้ได้ยินประโยคนั้น กระบี่ในมือของเขาก็ร่วงหล่นกระแทกพื้นดัง ‘เคร้ง’

"มะ... ไม่มีทาง ต้าฉินจะล่มสลายได้อย่างไร ข้าไม่เชื่อ! เจ้าเด็กคนนี้ต้องโกหกข้าแน่ๆ!" เมื่อได้ยินข่าวการล่มสลายของต้าฉิน จิ๋นซีฮ่องเต้ก็ตะโกนออกมาอย่างคนเสียสติ

เยิ่นเสี่ยวเทียนกลัวว่าจูสยงอิงจะได้รับอันตราย จึงรีบพุ่งตัวเข้าไปบังสองพี่น้องเอาไว้

จิ๋นซีฮ่องเต้ก้มหน้าลงถามเยิ่นเสี่ยวเทียน "ข้าขอถามเจ้า เด็กคนนี้โกหกข้าใช่หรือไม่? ต้าฉินอันเกรียงไกรของข้ากวาดล้างหกแคว้นจนราบคาบ พวกเศษเดนหกแคว้นต่างก็หวาดกลัวจนหัวหด แล้วต้าฉินของข้าจะล่มสลายไปได้อย่างไร?"

เยิ่นเสี่ยวเทียนมองดูร่างสูงใหญ่ของจิ๋นซีฮ่องเต้ แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่สามารถทำร้ายเขาได้ แต่อำนาจและความน่าเกรงขามที่แผ่ซ่านออกมาก็ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะลอบกลืนน้ำลาย

"ผมจะบอกความจริงให้ฟังเลยก็แล้วกันครับ ต้าฉินได้ล่มสลายไปแล้วจริงๆ ไม่ใช่แค่ต้าฉินหรอกนะครับ แม้แต่ต้าหมิงของจูสยงอิงเอง ในอนาคตก็หนีไม่พ้นจุดจบที่ต้องล่มสลายเช่นเดียวกัน นี่คือกฎเกณฑ์ของการเปลี่ยนแปลงในระบอบศักดินา ไม่ว่าจะเป็นราชวงศ์ใดในประวัติศาสตร์ของฮว๋าเซี่ย ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่สามารถหลีกหนีวัฏจักรของการเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด แล้วก็เสื่อมถอยลงจนล่มสลายไปได้หรอกครับ"

คำพูดของเยิ่นเสี่ยวเทียนกรีดลึกลงไปในใจของจิ๋นซีฮ่องเต้ เขาทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่

ผ่านไปเนิ่นนาน จิ๋นซีฮ่องเต้ถึงได้ค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นยืน ราวกับว่าพลังชีวิตทั้งหมดถูกสูบหายไปจนหมดสิ้น ร่างกายดูแก่ลงไปนับสิบปี

เยิ่นเสี่ยวเทียนพยายามจะอ้าปากพูดหลายครั้งแต่ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี เพราะข่าวนี้มันกระทบกระเทือนจิตใจของจิ๋นซีฮ่องเต้หนักเกินไป

สุดท้ายก็เป็นจูสยงอิงที่ก้าวออกมาข้างหน้า

"จิ๋นซีฮ่องเต้ คุณอาเสี่ยวเทียนเคยสอนข้าไว้ประโยคหนึ่งว่า ความล้มเหลวคือมารดาของความสำเร็จ ท่านเองก็เป็นถึงหนึ่งในฮ่องเต้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฮว๋าเซี่ย จะมายอมแพ้ให้กับเรื่องในอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้นได้อย่างไรเล่า? ตราบใดที่ท่านสามารถแก้ไขข้อผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นได้ การจะปกปักรักษาต้าฉินให้อยู่ยั้งยืนยงเป็นหมื่นๆ ปีอาจจะเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าจะทำให้ต้าฉินอยู่รอดต่อไปได้อีกสักหลายร้อยปี ข้าเชื่อว่าท่านต้องทำได้อย่างแน่นอน"

เมื่อจิ๋นซีฮ่องเต้ได้ฟังคำพูดของจูสยงอิง เขาก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ราวกับว่าได้เห็นเงาของจิ๋นซีฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่ที่เคยกวาดล้างแว่นแคว้นต่างๆ จนราบเป็นหน้ากลองซ้อนทับอยู่บนร่างของเด็กคนนี้

"นึกไม่ถึงเลยว่าข้าที่เป็นฮ่องเต้มาทั้งชีวิต สุดท้ายจะต้องมาให้เด็กอย่างเจ้าสั่งสอน แต่ที่เจ้าพูดมาก็ถูก ข้าจะมายอมแพ้ให้กับการเรื่องพรรค์นี้ได้อย่างไรกัน เสด็จปู่ของเจ้าช่างโชคดีเสียจริงที่มีหลานชายอย่างเจ้า ข้าเชื่อว่าในอนาคตเจ้าจะต้องเติบโตเป็นฮ่องเต้ที่ดีได้อย่างแน่นอน" จิ๋นซีฮ่องเต้ตบบ่าเล็กๆ ของจูสยงอิงเบาๆ พลางหัวเราะ

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 24 - บรรพชนมังกรแห่งฮว๋าเซี่ย

คัดลอกลิงก์แล้ว