เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 ความสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์คงไม่ล้ำเส้นหรอกนะ?

บทที่ 41 ความสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์คงไม่ล้ำเส้นหรอกนะ?

บทที่ 41 ความสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์คงไม่ล้ำเส้นหรอกนะ?


"ศิษย์โง่เอ๊ย ยาลูกกลอนคงกระพันแม้จะเป็นเพียงยาระดับปฐพี แต่สมุนไพรแต่ละชนิดที่นำมาหลอมนั้นล้วนหายากยิ่งนัก จะไปหลอมให้ข้ากินทุกวันแทนข้าวได้อย่างไรกัน เจ้าช่างเพ้อเจ้อเสียจริง"

หลินจี้เฉินแกล้งทำเป็นเกาหัวแก้เขิน พร้อมกับหัวเราะแหะๆ

"นั่นสินะขอรับ ด้วยรูปโฉมงดงามดั่งนางฟ้าของท่านอาจารย์ ก็คงไม่ต้องพึ่งพายาลูกกลอนคงกระพันพวกนี้หรอก แต่ยังไงนี่ก็เป็นของขวัญแทนคำขอโทษจากศิษย์ หวังว่าท่านอาจารย์จะกรุณารับไว้ ศิษย์จะได้สบายใจขึ้นมาบ้าง"

"ฮึ รู้จักแต่ใช้คำหวานหลอกล่อ"

เหลิ่งเฟยเยียนแกล้งทำเป็นค้อนใส่หลินจี้เฉิน แต่รอยยิ้มบนริมฝีปากกลับยิ่งกว้างขึ้น ดวงตาหงส์คู่สวยก็เป็นประกายวิบวับราวกับผิวน้ำในฤดูใบไม้ร่วงที่ต้องแสงอาทิตย์

"เอาเถอะ ในเมื่อเจ้าตั้งใจมอบให้ อาจารย์ก็จะรับไว้ก็แล้วกัน"

ในที่สุดเหลิ่งเฟยเยียนก็ยอมรับของขวัญชิ้นที่สองจากหลินจี้เฉิน

ถึงหลินจี้เฉินจะเสียยาระดับปฐพีไปหนึ่งเม็ด แต่สิ่งที่เขาได้กลับมาคือค่าความประทับใจของเหลิ่งเฟยเยียนที่พุ่งพรวดขึ้นมาอย่างเป็นกอบเป็นกำ

【ติ๊ง! เหลิ่งเฟยเยียนมีความประทับใจต่อคุณ +20! ค่าความประทับใจปัจจุบัน: 35 แต้ม (คลุกคลีเช้าค่ำ)】

ฮ่าๆ! คุ้มเว้ยเฮ้ย!

แค่ยาเม็ดเดียว แลกกับค่าความประทับใจ 20 แต้มจากเหลิ่งเฟยเยียน ถือว่ากำไรบานเบอะ!

แถมยาลูกกลอนคงกระพันเม็ดนี้ก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับเขาอยู่แล้วด้วย

ค่าความประทับใจ 35 แต้มเนี่ย ถือว่าไม่น้อยเลยนะ อยู่ในระดับคลุกคลีเช้าค่ำแล้ว

ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเหลิ่งเฟยเยียนก้าวหน้าไปอีกขั้นใหญ่เลยล่ะ!

และก็เป็นอย่างที่คิด สายตาที่เหลิ่งเฟยเยียนมองมาที่เขา ไม่ได้มีความเย็นชาหรือห่างเหินเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้ว

กลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และประกายในดวงตาก็ดูเหมือนจะแฝงความรู้สึกอะไรบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้น

โอ้โห ความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์อาจารย์คู่นี้... คงไม่ล้ำเส้นกันหรอกนะ...

"อาจารย์นึกขึ้นได้ว่า มีคัมภีร์วิชายุทธ์สำหรับขั้นรวบรวมลมปราณอยู่เล่มหนึ่ง เป็นวิชาที่อาจารย์เคยฝึกตอนยังเด็ก แล้วก็เก็บลืมไว้ตั้งนาน นึกขึ้นมาได้พอดี เจ้ารออยู่นี่นะ เดี๋ยวอาจารย์ไปหยิบมาให้"

เหลิ่งเฟยเยียนพูดจบก็เดินออกจากตำหนักไป หลินจี้เฉินยิ้มกริ่มอย่างผู้มีชัย เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด ยิ่งค่าความประทับใจสูงเท่าไหร่ ของรางวัลก็ยิ่งอลังการมากขึ้นเท่านั้น

การลงทุนมอบยาลูกกลอนคงกระพันเม็ดนี้ไป ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในชีวิตเลย!

รออยู่ไม่นาน เหลิ่งเฟยเยียนก็เดินกลับมาพร้อมกับคัมภีร์เล่มหนึ่งในมือ ท่วงท่าของนางช่างสง่างามราวกับนางฟ้าเดินดิน

ตอนแรกหลินจี้เฉินก็สนใจแต่คัมภีร์ในมือของนาง แต่พอเผลอเงยหน้าขึ้นไปมอง เขาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นว่าบนเรือนผมของเหลิ่งเฟยเยียน มีปิ่นหยกปักอยู่

ก่อนหน้านี้เขาจำได้แม่นว่านางไม่ได้ปักปิ่นอันนี้นี่นา และปิ่นหยกอันนี้ก็คือปิ่นหยกขาวประดับทองคำ ที่เขาซื้อจากเมืองเฟิ่งชวี่มามอบให้นางเป็นของขวัญชิ้นแรกนั่นเอง

นี่มันแค่ปิ่นหยกกิ๊กก๊อกที่คนธรรมดาเขาใช้กันเองนะ ทีแรกหลินจี้เฉินกะไว้แล้วว่าเหลิ่งเฟยเยียนคงจะโยนมันทิ้งไปแล้ว ไม่ก็เก็บเข้ากรุไปไม่เอามาใช้หรอก

แต่นึกไม่ถึงเลยว่า นางจะแอบเอามาปักผมเงียบๆ แบบนี้

แม้ว่ามันจะเป็นแค่ปิ่นหยกธรรมดาๆ แต่พอมาอยู่บนเรือนผมของหญิงงามผู้มีใบหน้างดงามหมดจดราวกับหยกสลักอย่างเหลิ่งเฟยเยียน มันกลับดูเปล่งประกายงดงามราวกับเป็นของวิเศษล้ำค่าขึ้นมาทันตาเห็น

เหลิ่งเฟยเยียนสังเกตเห็นว่าหลินจี้เฉินกำลังจ้องมองปิ่นหยกบนผมของนางอยู่ นางพยายามปั้นหน้านิ่ง ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ในใจกลับแอบยิ้มกริ่มอย่างมีความสุข

ผู้หญิงมักจะแต่งตัวเพื่อคนที่ตัวเองพึงใจเสมอ

"นี่คือวิชายุทธ์สำหรับขั้นรวบรวมลมปราณที่ข้าเคยฝึกฝนเมื่อวัยเยาว์ แม้จะไม่ใช่เคล็ดวิชาล้ำเลิศอะไร แต่ก็เพียงพอสำหรับใช้ในระดับรวบรวมลมปราณ เก็บไว้ที่ข้าก็คงไร้ประโยชน์ เจ้ารับไปฝึกฝนเถิด"

"ขอบพระคุณขอรับท่านอาจารย์!"

หลินจี้เฉินรับคัมภีร์มาด้วยความยินดีปรีดา

"เอาล่ะ เจ้าจงตั้งใจศึกษาเคล็ดลับวิชานี้ให้แตกฉาน อาจารย์ขอตัวก่อนล่ะ"

พูดจบ เหลิ่งเฟยเยียนก็หันหลังเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

สาเหตุหลักก็คือ สายตาที่หลินจี้เฉินมองนางเมื่อครู่ มันทำให้นางรู้สึกดีใจและเขินอายปนเปกันไปหมด ทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว

ความรู้สึกนี้ก็เหมือนกับเด็กผู้หญิงที่เพิ่งได้เสื้อผ้าชุดใหม่มา แล้วอยากจะใส่อวดให้ทุกคนดู แต่พอมีคนมองเข้าจริงๆ ก็กลับรู้สึกเขินอายจนต้องวิ่งหนีไปซ่อนตัว

เหลิ่งเฟยเยียนในตอนนี้ก็กำลังรู้สึกแบบนั้นเป๊ะเลย

"ศิษย์ของข้าคงไม่ได้คิดลึกอะไรตอนที่เห็นปิ่นหยกอันนี้หรอกใช่ไหม? รู้อย่างนี้ไม่น่าใจร้อนรีบเอามาปักเลย"

เหลิ่งเฟยเยียนเริ่มรู้สึกเสียใจขึ้นมาตงิดๆ

ในขณะที่ร่างของนางกำลังจะจางหายไปนั้นเอง เสียงของหลินจี้เฉินก็ดังไล่หลังมา

"ท่านอาจารย์ ปิ่นหยกอันนี้เหมาะกับท่านมากเลยขอรับ สวยจนศิษย์แทบละสายตาไม่ได้เลย!"

เมื่อได้ยินคำชมนี้ เหลิ่งเฟยเยียนก็ถึงกับก้าวเท้าพลาด เกือบจะสะดุดล้มหัวทิ่มหน้าคะมำ โชคดีที่ยังทรงตัวไว้ได้ทัน ก่อนจะรีบหายตัวกลับไปที่ห้องนอนของตัวเองอย่างรวดเร็ว

"ศิษย์ตัวแสบ กล้าพูดจาแทะโลมอาจารย์เช่นนี้ ช่างไร้มารยาทสิ้นดี"

เหลิ่งเฟยเยียนที่หนีมาซ่อนตัวอยู่ในห้องนอน ยกมือทั้งสองข้างขึ้นกุมแก้มที่ร้อนผ่าว พึมพำกับตัวเองเบาๆ

ใบหน้าที่ขาวเนียนดุจหิมะ ปรากฏรอยแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ทุกอากัปกิริยาของนางช่างน่าหลงใหลจนแทบจะหยุดหายใจ

【วิชายุทธ์ระดับลี้ลับ·ขนนกฟีนิกซ์】: ปลดปล่อยปราณกระบี่ 22 สายในพริบตา ครอบคลุมพื้นที่รัศมี 200 เมตร มีโอกาส 30% ที่จะขัดจังหวะการร่ายวิชายุทธ์ของศัตรู ปราณกระบี่แต่ละสายสร้างความเสียหายพื้นฐาน 600 แต้ม และทำให้เป้าหมายติดสถานะ 'พิการ' นาน 15 วินาที

สถานะ 'พิการ': การโจมตีทุกส่วนของร่างกายจะถือเป็นการโจมตีจุดตาย และเพิกเฉยต่อพลังป้องกันของเกราะทุกชนิด

ใช้พลังเวท: 800 แต้ม, คูลดาวน์: 120 วินาที

เงื่อนไข: ผู้บำเพ็ญสายกระบี่ขั้นรวบรวมลมปราณตอนปลาย ที่มีค่ารากกระดูก 70 แต้มขึ้นไปเท่านั้น จึงจะสามารถเรียนรู้ได้

ภายในตำหนักใหญ่ หลินจี้เฉินกำลังกอดคัมภีร์เล่มนี้ไว้แน่น ยิ้มแก้มปริจนตาหยีเป็นสระอิ

วิชายุทธ์ชุดนี้ มันจะโหดเกินไปแล้ว!

เป็นสกิลหมู่ ดาเมจแรงกว่า 'จันทร์น้ำค้างดับสูญ' ตั้งสองเท่า แถมยังมีสถานะ 'พิการ' ที่ทำเอาเกราะป้องกันของศัตรูกลายเป็นเศษเหล็กไปเลย

ที่น่ากลัวที่สุดคือ มันสามารถขัดจังหวะการร่ายสกิลของศัตรูได้ด้วย!

แค่คุณสมบัติข้อนี้ข้อเดียว ก็ทำให้มันกลายเป็นยอดคัมภีร์ในหมู่ของระดับลี้ลับแล้ว

วิชายุทธ์นี้สามารถใช้ยาวๆ ไปจนถึงขั้นสร้างรากฐานได้สบายๆ แถมคุณสมบัติในการขัดจังหวะการร่ายสกิลของศัตรู ก็ยังมีประโยชน์มหาศาลไม่ว่าจะอยู่ในระดับพลังไหนก็ตาม

หลินจี้เฉินมั่นใจเกินร้อยว่า ถ้าเอาคัมภีร์เล่มนี้ไปเปิดประมูลขายล่ะก็ ไม่ต้องพูดถึงบ้านในเมืองชั้นรองหรอก แลกบ้านในเมืองชั้นเอกได้สบายๆ เลย!

เผลอๆ ถ้าเอาไปขายให้เจียงลั่วอวี๋ อาจจะได้บ้านในเมืองชั้นเอกมาครอบครองจริงๆ ก็ได้

แต่หลินจี้เฉินไม่ใช่คนโง่ เขาไม่มีทางเอาของดีๆ แบบนี้ไปขายเด็ดขาด

หลินจี้เฉินไม่รอช้า จัดการเรียนวิชายุทธ์ชุดนี้ทันที

นอกจากวิชายุทธ์ชุดนี้แล้ว หลินจี้เฉินก็ไม่ลืมยาลูกกลอนเพิ่มสเตตัสระดับวิญญาณอีกสามเม็ดที่ได้มา

ยาแต่ละเม็ดจะสุ่มเพิ่มสเตตัสการต่อสู้ 1-5 แต้ม ส่วนจะเพิ่มสเตตัสอะไรและเพิ่มเท่าไหร่นั้น ก็ต้องไปลุ้นเอาเอง

สำหรับผู้บำเพ็ญสายกระบี่ สเตตัสที่ต้องการมากที่สุดคือพละกำลัง หรือไม่ก็ความเร็ว

หลินจี้เฉินกลืนยาทั้งสามเม็ดลงคอรวดเดียว

【ติ๊ง! พละกำลัง +5!】

【ติ๊ง! พละกำลัง +5!】

【ติ๊ง! พละกำลัง +5!】

เพอร์เฟกต์! ออกพละกำลังล้วนๆ อย่างที่ใจหวังเลย

แถมยังได้แต้มสูงสุดทุกเม็ดอีกต่างหาก

ก็คนมันดวงดีอ่ะนะ จะทำอะไรมันก็รุ่งไปหมด หึหึ!

จากนั้นก็สวมใส่กำไลสายลมเข้าไปอีก สเตตัสของหลินจี้เฉินก็พุ่งปรี๊ดขึ้นไปอีกระลอก

【ผู้เล่น: หลินจี้เฉิน】

【สายอาชีพ: ผู้บำเพ็ญสายกระบี่】

【พรสวรรค์แต่กำเนิด: ฝืนลิขิตฟ้าพลิกชะตา】

【สำนัก: สำนักกระบี่เทียนเหยี่ยน】

【ชื่อเสียง: 620】

【เหรียญตราแห่งความสำเร็จ: รังสีอำมหิต (ดาเมจที่ทำกับมอนสเตอร์ +1%)】

【สเตตัสแต่กำเนิด: เต็มทุกช่อง】

【ระดับพลัง: ขั้นรวบรวมลมปราณตอนกลาง】

【ตบะ: 300/1000】

【พรสวรรค์หลังกำเนิด: หน่ออ่อนปราณโลหิต (ขีดจำกัดปราณโลหิต +20%)】

【ปราณโลหิต: 4080/4080】

【พลังเวท: 3100/3100】

【พละกำลัง: 85】

【พลังจิต: 32】

【ป้องกัน: 71】

【ความเร็ว: 84】

【คริติคอล: 7】

【ป้องกันจุดตาย: 10】

【ความต้านทานสกิลธาตุไฟ: 5】

【อัตราหลบหลีก: 11%】

【พรสวรรค์วิชากระบี่: +10%】

【พรสวรรค์การหลอมยา: +50%】

【เคล็ดวิชา: คัมภีร์จิตเทียนเหยี่ยน (ระดับเริ่มต้น 22%)】

【วิชาตัวเบา: ย่างก้าวเงาลวง (ระดับเริ่มต้น 22%), พุ่งทะลวงหมอก (ระดับเริ่มต้น 11%)】

【วิชายุทธ์: จันทร์น้ำค้างดับสูญ (ระดับเริ่มต้น 11%), ขนนกฟีนิกซ์ (ระดับเริ่มต้น 0%)】

【อุปกรณ์: ชุดสำนักกระบี่ ระดับวิญญาณ, กระบี่เมฆาชาด ระดับวิญญาณ, จี้หยกรวบรวมปราณ ระดับวิญญาณ, แหวนศิลาจม ระดับวิญญาณ, รองเท้าเหินเมฆา ระดับวิญญาณ, เข็มขัดหนังแรด ระดับวิญญาณ, แหวนร้อยถลุง ระดับวิญญาณ, กำไลสายลม ระดับวิญญาณ】

เห็นสเตตัสหน้าต่างนี้แล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกชื่นชมตัวเองจริงๆ

เสียอย่างเดียวตรงที่ความชำนาญสกิลมันเพิ่มช้าไปหน่อย เพราะพรสวรรค์วิชากระบี่เพิ่งจะบวกแค่ 10% เอง

หลินจี้เฉินตั้งใจจะไปทำสมาธิทำความเข้าใจที่หินกระบี่หน้าประตูสำนักกระบี่เทียนเหยี่ยนอีกสักพัก

เผื่อจะอัปพรสวรรค์วิชากระบี่ให้สูงปรี๊ดเหมือนพรสวรรค์การหลอมยาบ้าง ก็จะแจ่มไปเลย

แต่พอเดินพ้นประตูวังกระบี่ออกมา เสียงหวานใสของใครบางคนก็ดังขึ้น

"ศิษย์น้องเล็ก~ อยู่หรือเปล่าเอ่ย?"

....

จบบทที่ บทที่ 41 ความสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์คงไม่ล้ำเส้นหรอกนะ?

คัดลอกลิงก์แล้ว