- หน้าแรก
- ยอดเซียนกระบี่ออนไลน์
- บทที่ 29 สถานะศิษย์ท่านเจ้าสำนักถูกเปิดเผย!
บทที่ 29 สถานะศิษย์ท่านเจ้าสำนักถูกเปิดเผย!
บทที่ 29 สถานะศิษย์ท่านเจ้าสำนักถูกเปิดเผย!
หลังจากเก็บกวาดของรางวัลเสร็จ หลินจี้เฉินก็มุ่งหน้ากลับเมืองเฟิ่งชวี่ เพื่อเตรียมตัวรายงานความสำเร็จต่อสำนัก ทันใดนั้น เขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาออกไปปฏิบัติภารกิจนอกสำนัก ควรจะซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับไปให้ท่านเจ้าสำนักสักหน่อยดีไหมนะ?
ถึงแม้จะรู้ดีว่าระดับเหลิ่งเฟยเยียนคงไม่มีอะไรขาดแคลนแล้ว แต่สุภาษิตโบราณก็กล่าวไว้ว่า "ของขวัญแม้เล็กน้อย แต่เปี่ยมด้วยน้ำใจ" นี่มันเป็นเรื่องของการแสดงความเคารพ
โดยเฉพาะในโลกที่ให้ความสำคัญกับประเพณีและวัฒนธรรมอย่างโลกนี้ การเคารพครูบาอาจารย์ถือเป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินจี้เฉินจึงรีบวิ่งเข้าไปในเมือง ซื้อของฝากของคนธรรมดาทั่วไปมาสองสามอย่าง ก่อนจะใช้ประตูมิติเดินทางกลับสู่สำนักกระบี่เทียนเหยี่ยน
ตอนนี้สำนักกระบี่เทียนเหยี่ยนคลาคล่ำไปด้วยผู้เล่นจำนวนมหาศาล ตำหนักนอกเต็มไปด้วยใบหน้าแปลกใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
หลินจี้เฉินเดินตรงดิ่งไปยังจุดรับภารกิจที่เดิม แล้วยื่นป้ายไม้คำสั่งภารกิจให้
ศิษย์ที่ทำหน้าที่รับผิดชอบดูแลการจ่ายภารกิจยังคงต้อนรับหลินจี้เฉินด้วยความกระตือรือร้นเช่นเคย
"ศิษย์น้องหลิน ในที่สุดเจ้าก็คิดได้ การล้มเลิกภารกิจนี้ถือเป็นการตัดสินใจที่ฉลาดที่สุดแล้วล่ะ ให้ข้าช่วยหาภารกิจที่มันง่ายกว่านี้ให้เจ้าดีไหม?"
หลินจี้เฉินกลับส่ายหน้าปฏิเสธ
"ศิษย์พี่เข้าใจผิดแล้ว ข้ามาส่งภารกิจต่างหาก"
สิ้นคำ ม้วนคัมภีร์หนังแกะก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
ศิษย์ผู้ดูแลเห็นของสิ่งนี้ ก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง อ้าปากค้างจนพูดไม่ออก
ผู้เล่นรอบข้างที่มุงดูอยู่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ มีบางคนสอดรู้สอดเห็นชะโงกหน้าเข้ามาดูป้ายไม้ในมือของหลินจี้เฉิน
บนป้ายไม้นั้น ปรากฏรูปกระบี่ขนาดเล็กห้าเล่มอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของภารกิจระดับนรก!
"เชดโด้ ไอ้หมอนี่มันเคลียร์ภารกิจระดับนรกได้แล้วเหรอเนี่ย?"
"เป็นไปไม่ได้มั้ง ภารกิจระดับนรกต้องการระดับพลังขั้นต่ำคือขั้นรวบรวมลมปราณตอนปลายเลยนะ"
"นั่นสิ ฉันแค่ทำภารกิจระดับยากยังแทบรากเลือด ต้องให้เพื่อนมาช่วยตั้งสองวันกว่าจะรอดมาได้"
"ม้วนคัมภีร์หนังแกะในมือหมอนั่นมันคืออะไรวะ? หรือว่าจะเป็น... ไอเทมภารกิจ?"
...
เสียงผู้เล่นรอบข้างดังเซ็งแซ่ ศิษย์ผู้ดูแลไม่มีเวลาไปสนใจพวกเขา เขารีบหันมาตรวจสอบความจริงกับหลินจี้เฉินอีกครั้ง
"ศิษย์น้อง เจ้าแก้แค้นให้จางไห่สำเร็จ และทวงคืนเคล็ดวิชาลับของสำนักกลับมาได้แล้วจริงๆ รึ?"
หลินจี้เฉินพยักหน้ารับ
"แน่นอน"
"คนผู้นั้นอยู่ระดับพลังใด?"
"ขั้นรวบรวมลมปราณ ตอนปลาย"
หลินจี้เฉินขี้เกียจเล่าเรื่องของโจวเซิน คนเราต้องรู้จักถ่อมตัวเข้าไว้
ศิษย์ผู้ดูแลฉายแววประหลาดใจในดวงตาอีกครั้ง แต่ไม่นานเขาก็คลายความสงสัยลง
ก็แน่ล่ะ หลินจี้เฉินเป็นถึงศิษย์ตำหนักใน ซึ่งถือเป็นกลุ่มศิษย์ที่มีพรสวรรค์ยอดเยี่ยมที่สุดของสำนัก
การฆ่าศัตรูข้ามระดับพลังแม้จะพบเห็นได้ยาก แต่ก็ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับพวกศิษย์หัวกะทิเหล่านี้
"ศิษย์น้องสมกับเป็นศิษย์ยอดฝีมือจากตำหนักในจริงๆ ข้าขอคารวะด้วยความนับถือ ในอนาคตศิษย์น้องต้องได้ดิบได้ดีแน่นอน ข้าขออวยพรให้เจ้าเจริญก้าวหน้าในวิถียุทธ์นะ"
เมื่อได้ประจักษ์ถึงความแข็งแกร่งของหลินจี้เฉิน ศิษย์ผู้ดูแลก็รีบพูดจาประจบประแจงทันที น้ำเสียงเต็มไปด้วยความพยายามจะผูกมิตร
ผู้เล่นรอบข้างต่างก็ปักใจเชื่อในสิ่งที่เห็น ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาบาดใจคนนี้ สามารถเคลียร์ภารกิจระดับนรกได้สำเร็จจริงๆ
ความรู้สึกของทุกคนปั่นป่วนวุ่นวายไปหมด ในขณะที่ทุกคนยังคงปลุกปล้ำอยู่กับภารกิจระดับง่ายและปานกลาง กลับมีคนก้าวข้ามไปทำภารกิจระดับนรกสำเร็จแล้ว
ความอิจฉา ริษยา ความสงสัย ความเลื่อมใส และความไม่ยอมแพ้... หลากอารมณ์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของพวกเขา
หลินจี้เฉินไม่สนใจปฏิกิริยาของพวกนั้น เขาเพียงแค่กล่าวขอบคุณศิษย์ผู้ดูแลอย่างมีมารยาท พร้อมกับบอกว่า
"ศิษย์พี่ ข้ามีธุระต้องไปทำต่อ รบกวนช่วยสรุปรางวัลภารกิจให้ข้าหน่อยเถิด"
ศิษย์ผู้ดูแลมีสีหน้าลำบากใจ
"รางวัลภารกิจระดับนรกต้องเป็นท่านผู้อาวุโสฝ่ายจัดการเป็นคนมอบให้น่ะสิ ศิษย์น้องโปรดรอสักครู่ ข้าจะให้คนไปเชิญท่านผู้อาวุโสมาเดี๋ยวนี้"
"รบกวนด้วย"
ศิษย์ผู้ดูแลสั่งให้ศิษย์น้องที่อยู่ข้างๆ ไปเชิญผู้อาวุโสมาทันที
ในเวลานี้ยังมีผู้เล่นอีกจำนวนมากที่ต่อคิวรอรับภารกิจอยู่ ศิษย์ผู้ดูแลไม่กล้าทิ้งงานไปเฉยๆ จึงต้องกลับไปลงทะเบียนภารกิจให้ผู้เล่นคนอื่นๆ ก่อน
พอศิษย์ผู้ดูแลผละไป หลินจี้เฉินก็ถูกผู้เล่นรุมล้อมทันที
"พี่ชาย เก่งไม่เบาเลยนี่ เคลียร์ภารกิจระดับนรกได้ด้วย ตอนนี้พี่อยู่ระดับพลังไหนแล้วเนี่ย?"
"ลูกพี่ มีกิลด์อยู่หรือยัง? ถ้ายังไม่มี มาเข้ากิลด์หมาป่าฟ้าของพวกเราไหม!"
"สุดหล่อ เก่งขนาดนี้ ช่วยแบกน้องสาวหน่อยได้ไหมคะ น้องชื่อองค์หญิงเฉียว สวยบาดใจเลยน้า~"
หลินจี้เฉินรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นแพนด้าในสวนสัตว์ โดนคนมุงดูแถมยังโดนรุมจีบรุมทาบทามสารพัด
เมื่อเห็นว่าหลินจี้เฉินทำหูทวนลม ผู้เล่นบางคนที่มีเจตนาแอบแฝงก็เริ่มใช้วิธีข่มขู่
"ไอ้หนุ่ม อย่ามาทำเป็นหยิ่งให้มันมากนักนะ ถ้าแกไม่ยอมเข้ากิลด์เรา ก็อย่าหาว่าพวกเราไม่เตือน เดี๋ยวจะหาว่ากิลด์เราดักตีหัวไม่รู้ตัว"
หลินจี้เฉินกำลังจะอ้าปากสวนกลับไอ้พวกอันธพาลในเกมพวกนี้ แต่ผู้อาวุโสฝ่ายจัดการก็เดินเข้ามาพอดี
เมื่อเห็นผู้อาวุโส ผู้เล่นก็สงบเสงี่ยมลงทันตาเห็น
เพราะผู้อาวุโสฝ่ายจัดการคนนี้ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวด เจ้าระเบียบ แถมยังชอบลงโทษผู้เล่นใหม่อีกต่างหาก
ผู้เล่นทุกคนที่เคยไปรับแพ็กเกจต้อนรับจากแก ล้วนเคยเจอฤทธิ์เดชแกมาแล้วทั้งนั้น แอบตั้งฉายาให้แกว่า 'ตาแก่หน้าตาย'
เพราะไม่เคยมีใครเห็นแกรอยยิ้มเลยสักครั้งเดียว
"ศิษย์คนไหนเคลียร์ภารกิจระดับนรกได้?"
ผู้อาวุโสหน้าตายเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าฝูงชน เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงขรึมๆ ตามสไตล์
ทุกคนแทบจะไม่กล้าหายใจแรง
หลินจี้เฉินก้าวออกมาข้างหน้า แล้วตอบกลับไปว่า
"ท่านผู้อาวุโส ข้าเองขอรับ"
ผู้อาวุโสหน้าตายเหลือบมองหลินจี้เฉิน พริบตาต่อมา ใบหน้าเหี่ยวย่นของแกก็ฉีกยิ้มกว้างราวกับดอกเบญจมาศบานแฉ่ง...
"ที่แท้ก็หลินจี้เฉินนี่เอง ข้าก็ว่าอยู่ว่าใครจะมีน้ำยาไปจัดการภารกิจระดับนรกได้ ข้าน่าจะเดาได้ตั้งนานแล้ว ฮ่าๆ สมกับเป็นศิษย์คนเดียวของท่านเจ้าสำนักจริงๆ ข้าก็กะไว้แล้วว่าท่านเจ้าสำนักไม่มีทางรับคนไร้ความสามารถเป็นศิษย์แน่"
สิ้นคำพูดของแก บรรยากาศ ณ จุดรับภารกิจก็เงียบกริบลงทันที
ศิษย์ท่านเจ้าสำนัก? แถมยังเป็น... ศิษย์คนเดียวด้วย?
นี่มันเรื่องจริงเหรอเนี่ย ต้องเป็นความฝันแน่ๆ...
ทุกคนยืนตัวแข็งทื่อเป็นหินไปตามๆ กัน สมองยังประมวลผลข้อมูลช็อกโลกนี้ไม่ทัน
พวกเขาถึงขั้นลืมไปเลยว่า การที่ผู้อาวุโสหน้าตายหลุดยิ้มออกมาได้นั้น ถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์พันลึกขนาดไหน ในหัวมีแต่ข่าวใหญ่เรื่องศิษย์ท่านเจ้าสำนักดังก้องอยู่
หลินจี้เฉินเองก็คาดไม่ถึงว่าผู้อาวุโสจะแฉความลับของเขา แต่ก็ช่างเถอะ ยังไงซะความลับก็ต้องเปิดเผยเข้าสักวันอยู่ดี
"ท่านผู้อาวุโสชมเกินไปแล้วขอรับ ข้าก็แค่โชคดีเท่านั้นเอง"
บุคลิกที่ถ่อมตัวของหลินจี้เฉิน ยิ่งทำให้ผู้อาวุโสประทับใจในตัวเขามากขึ้นไปอีก
"ไม่ต้องถ่อมตัวไปหรอก การได้รับความเมตตาจากท่านเจ้าสำนัก ถือเป็นเกียรติยศสูงสุดของเจ้า และเป็นผลพวงจากความสามารถอันโดดเด่นของเจ้าเอง ข้าเตรียมรางวัลภารกิจมาให้เจ้าแล้ว"
ผู้อาวุโสฝ่ายจัดการยื่นสิ่งของหลายชิ้นให้หลินจี้เฉิน
หินปราณระดับต่ำหนึ่งร้อยก้อน ป้ายไม้หนึ่งแผ่น ยาหนึ่งเม็ด ตำราวิชาหนึ่งเล่ม และรองเท้าหนึ่งคู่
แค่เห็นหินปราณหนึ่งร้อยก้อน ผู้เล่นทุกคนก็แทบจะน้ำลายหกด้วยความอิจฉาแล้ว
ตอนนี้ผู้เล่นแต่ละคนมีหินปราณเฉลี่ยไม่ถึงหลักสิบด้วยซ้ำ รางวัลจากภารกิจส่วนใหญ่ของสำนักก็ให้แค่หลักหน่วยเท่านั้น
ส่วนป้ายไม้นั้น ผู้เล่นหลายคนก็รู้จักดี มันคือป้ายบันทึกแต้มคุณูปการของสำนัก
มีผู้เล่นตาดีสังเกตเห็นตัวเลขบนป้ายไม้: 100 แต้ม
พวกเขาอดไม่ได้ที่จะบ่นอุบอิบในใจ ร้อยแต้มนี่ พวกเขาต้องทำภารกิจเป็นสิบๆ รอบถึงจะได้มา
ส่วนยา ตำรา และรองเท้าที่เหลือ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นของดีระดับแรร์แน่นอน
ยังไม่ทันที่ทุกคนจะได้ดูให้เต็มตา หลินจี้เฉินก็รีบรับรางวัลมา กล่าวขอบคุณผู้อาวุโสอย่างมีมารยาท แล้วรีบเผ่นหนีไปให้พ้นสายตาทุกคนทันที
ผู้เล่นหลายคนพยายามจะวิ่งตามไปขอเกาะแข้งเกาะขา แต่ก็ต้องพบว่าหลินจี้เฉินเดินทะลุผ่านตำหนักนอกเข้าไปข้างในเสียแล้ว
ส่วนศิษย์ที่เฝ้าประตูก็ไม่ได้เข้าไปห้ามปรามแต่อย่างใด ซ้ำยังแสดงความเคารพอย่างนอบน้อมและปล่อยให้เขาผ่านไปอย่างง่ายดาย
ส่วนพวกเขาน่ะเหรอ? ฝันไปเถอะ ขืนก้าวเท้าเข้าไปแม้แต่ก้าวเดียว มีหวังโดนกฎเหล็กของสำนักเล่นงานอ่วมแน่
หลินจี้เฉินจากไปแล้ว แต่ความตกตะลึงที่เขาทิ้งไว้ให้ผู้เล่นในตำหนักนอกยังคงคุกรุ่นอยู่
"พระเจ้าช่วย เกมเพิ่งเปิดโอเพ่นเบต้าแค่วันที่สอง ก็มีคนฝากตัวเป็นศิษย์ท่านเจ้าสำนักได้แล้วเหรอเนี่ย? มันจะโอเวอร์ไปหน่อยไหม?"
"ไม่ใช่แค่ออเวอร์ธรรมดานะ แต่มันหลุดโลกไปเลย! ไอ้หมอนี่มันเป็นลูกรักของบริษัทเกมหรือไง?"
"ไม่ยอมเว้ย ฉันจะฟ้องร้อง เกมนี้มันต้องมีบัคแน่ๆ! ไอ้หมอนี่ต้องอาศัยช่องโหว่ของเกม มุดไปเป็นศิษย์ท่านเจ้าสำนักชัวร์"
"ฉันได้ยินผู้อาวุโสเรียกเขาว่าหลินจี้เฉินนะ"
"เดี๋ยวก่อนนะ ไอ้หมอนี่ใช่หลินจี้เฉินที่ระบบประกาศชื่อตอนเปิดเกมวันแรกหรือเปล่า? คนที่เฟิร์สคิลบอสใหญ่ในหมู่บ้านมือใหม่อ่ะ?"
"เชี่ยเอ๊ย น่าจะเป็นหมอนั่นจริงๆ ด้วย!"
...