เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 ดาบเดียวปลิดชีพ

บทที่ 28 ดาบเดียวปลิดชีพ

บทที่ 28 ดาบเดียวปลิดชีพ


ถึงจะไม่มีวิชากระบี่เป็นชิ้นเป็นอัน แต่กระบวนท่าของหลินจี้เฉินก็ทำให้โจวเซินตั้งรับแทบไม่ทัน

ความดูแคลนที่โจวเซินเคยมีมลายหายไปจนสิ้น

ไอ้หนุ่มที่ตอนแรกดูอ่อนแอปวกเปียกเหมือนมดปลวก

นอกจากจะไล่ต้อนจนเขาต้องงัดท่าไม้ตายก้นหีบอย่างวิชายุทธ์วิญญาณออกมาใช้แล้ว ยังสามารถพัฒนาฝีมือตัวเองขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างการต่อสู้ได้อีก

คนแบบนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว

โจวเซินคาดเดาว่าไอ้หนุ่มนี่ต้องเป็นศิษย์คนสำคัญของสำนักกระบี่เทียนเหยี่ยนแน่ๆ

จะปล่อยให้มันรอดไปไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นต้องมีปัญหาตามมาทีหลังเป็นพรวนแน่

เวลาค่อยๆ ล่วงเลยไป

ห้านาทีผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลินจี้เฉินรู้สึกได้ทันทีว่าพละกำลังของตัวเองลดฮวบลง

ความรู้สึกเหมือนผู้ชายที่เพิ่งเสร็จกิจจนหมดเรี่ยวหมดแรง มองอะไรก็ดูอ่อนระทวยไปหมด

หลินจี้เฉินรู้ดีว่าฤทธิ์ยาหมดลงแล้ว

แต่เขาก็ไม่ได้ลุกลี้ลุกลน เพราะเลือดของโจวเซินก็เหลือแค่สี่ถึงห้าร้อยแต้มเท่านั้น

สภาพของทั้งสองคนตอนนี้สูสีกันมาก

เขากำลังรอคอยจังหวะอยู่

ฝ่ายโจวเซินก็กำลังรอจังหวะอยู่เช่นกัน พอเห็นว่าน้ำหนักการฟันของหลินจี้เฉินเบาลง เขาก็รู้ทันทีว่าฤทธิ์ยาของอีกฝ่ายหมดแล้ว

โจวเซินไม่รอช้า ฉวยโอกาสนี้เงื้อดาบสับหิมะที่อัดอั้นมานาน ฟันฉับลงไปอย่างสุดแรงเกิด บังเกิดเป็นประกายดาบสว่างวาบ!

"ปลิดวิญญาณ!"

ดาบสับหิมะพุ่งทะยานพร้อมเสียงแหวกอากาศอันดุดัน รวดเร็วปานสายฟ้าฟาด มุ่งตรงดิ่งเข้าหาหลินจี้เฉิน!

ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย

หลินจี้เฉินงัดวิชาตัวเบา 'ย่างก้าวเงาลวง' ออกมาใช้ ร่างของเขาหายวับไปในพริบตา ทิ้งไว้เพียงเงาลวงตาเลือนราง

ดาบสับหิมะฟันผ่าอากาศว่างเปล่าไปอย่างน่าเสียดาย!

และหลินจี้เฉินก็ไม่ได้ใช้วิชาตัวเบาเพื่อถอยหนีไปตั้งหลัก

ในทางกลับกัน เขาอาศัยจังหวะความเร็วที่เพิ่มขึ้น พุ่งทะยานเข้าประชิดตัวโจวเซิน

ฉวยโอกาสในเสี้ยววินาทีที่โจวเซินยังดึงดาบกลับมาไม่ทัน ตวัดกระบี่เฉือนคอหอยอย่างแม่นยำ!

ฉึก!

กระบี่เมฆาชาดปาดผ่านลำคอของโจวเซิน ทิ้งบาดแผลฉกรรจ์เหวอะหวะไว้

เลือดพุ่งกระฉูดตามรอยกระบี่!

"การโจมตีปลิดชีพ! สร้างความเสียหายคริติคอล! -466!"

ร่างของโจวเซินแข็งทื่ออยู่กับที่ เลือดทะลักออกจากลำคออย่างบ้าคลั่ง

พริบตาต่อมา สติสัมปชัญญะก็ดับวูบ ร่างทรุดฮวบล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรง

หลินจี้เฉินพลิกเกมกลับมาเอาชนะได้อย่างปาฏิหาริย์!

ฟู่!

เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลง หลินจี้เฉินก็ทรุดตัวลงนั่งหอบหายใจบนพื้น เขารีบล้วงเอายาบำรุงลมปราณที่ศิษย์พี่หนานกงเยว่ให้มาออกมากินเพื่อรักษาแผล

ภารกิจนี้ ต่อให้เป็นผู้บำเพ็ญเพียรขั้นรวบรวมลมปราณตอนปลายมารับงาน โอกาสรอดก็แทบจะเป็นศูนย์ เพราะอีกฝ่ายดันมีพี่ชายเป็นถึงผู้บำเพ็ญเพียรขั้นสร้างรากฐานคอยหนุนหลังอยู่

หลินจี้เฉินที่เพิ่งอยู่แค่ขั้นรวบรวมลมปราณตอนต้น มารับภารกิจที่ความยากทะลุปรอทระดับนรกแบบนี้ ถือว่าบ้าบิ่นสุดๆ

เขาเองก็ไม่นึกไม่ฝันเหมือนกันว่า ภารกิจของขั้นรวบรวมลมปราณ จะมีผู้บำเพ็ญเพียรขั้นสร้างรากฐานโผล่มาเอี่ยวด้วย

ตามหลักแล้ว ภารกิจระดับนี้ไม่น่าจะมีคู่ต่อสู้ระดับสร้างรากฐานโผล่มาได้ แต่เขาก็ดันแจ็กพอตแตกเจอเข้าจนได้

แถมยังต้องสู้แบบหนึ่งรุมสองอีกต่างหาก

คิดแล้วหลินจี้เฉินก็แอบหวั่นใจ ถ้าให้ย้อนเวลากลับไปเลือกได้อีกครั้ง เขาคงไม่ทำตัวห้าวเป้งรับภารกิจนี้มาเด็ดขาด

แต่โชคดีที่ผลลัพธ์ออกมางดงาม

หลังจากกินยาเข้าไป ไม่กี่นาทีบาดแผลของหลินจี้เฉินก็สมานตัวจนหายสนิท

เสื้อผ้าถึงจะขาดวิ่นไปบ้างก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยไปเบิกชุดใหม่ที่สำนักเอาก็ได้

การต่อสู้ครั้งนี้ ทำให้ความชำนาญในสองสกิลของหลินจี้เฉินพุ่งพรวด การต่อสู้ข้ามรุ่นเพื่อเอาชนะคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่า เป็นหนึ่งในวิธีอัปความชำนาญสกิลที่ไวที่สุด

บวกกับตอนนี้พรสวรรค์วิชากระบี่ของเขาเพิ่มขึ้นเป็น 10% แล้ว ความชำนาญสกิลก็ยิ่งพุ่งปรี๊ดเร็วกว่าเดิมเข้าไปใหญ่

พอฟื้นฟูสภาพร่างกายจนพร้อมรบ หลินจี้เฉินก็พุ่งเป้าไปที่การเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ทันที

ที่แรกที่เขาพุ่งไปคือป้ายวิญญาณศพของโจวเซิน ข้างในนั้นมีแสงสีฟ้าเรืองรอง บ่งบอกว่ามีของดีซ่อนอยู่เพียบแน่ๆ

【ดาบสับหิมะ ระดับวิญญาณ】: พละกำลัง +12, คริติคอล +6, มาพร้อมสกิล 【ปลิดวิญญาณ】 ซึ่งจะช่วยรวบรวมปราณดาบ เพื่อปลดปล่อยการโจมตีรุนแรง 200% ในพริบตา สร้างความเสียหายให้กับศัตรูอย่างไม่ทันตั้งตัว

เงื่อนไข: สงวนสิทธิ์เฉพาะผู้เล่นสายดาบ ผู้เล่นสายอาชีพอื่นไม่สามารถใช้สกิลนี้สร้างความเสียหายได้

...

【แหวนร้อยถลุง ระดับวิญญาณ】: พละกำลัง +8, ปราณโลหิต +300, ความต้านทานสกิลธาตุไฟ +5

เงื่อนไข: ไม่มี

...

【เข็มขัดหนังแรด ระดับวิญญาณ】: พลังป้องกัน +10, อัตราหลบหลีก +1%, ฟื้นฟูปราณโลหิตอัตโนมัติ 10 แต้มต่อวินาที

เงื่อนไข: ไม่มี

...

หลินจี้เฉินแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง อุปกรณ์ระดับวิญญาณทั้งสามชิ้นของโจวเซิน ดรอปออกมาให้หมดเลย

ความจริงแล้ว การดรอปไอเทมของ NPC กับมอนสเตอร์ป่าก็ใช้ระบบสุ่มเหมือนกัน

ถ้าไม่ทำแบบนี้ ผู้เล่นคงแห่ไปล่าหัว NPC กันหมด ใครจะยอมไปฟาร์มมอนสเตอร์ให้เมื่อยล่ะ

อัตราการดรอปไอเทมของ NPC ก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดินพอๆ กับมอนสเตอร์ป่านั่นแหละ หลักๆ คือต้องพึ่งดวง

แต่ด้วยค่าโชคลาภมหาศาลที่หลินจี้เฉินมี ทำให้เขาเป็นเทพทรูเรื่องการดรอปไอเทมชนิดที่ไม่มีใครเทียบติด

นอกจากอุปกรณ์สามชิ้นนี้แล้ว หลินจี้เฉินยังได้ตำราสกิลมาอีกเล่ม ซึ่งก็คือสกิล 【ดาบเพลิงผลาญร้อยริ้ว】 ที่เกือบจะส่งเขาไปเฝ้ายมบาลเมื่อครู่นี้

【วิชายุทธ์วิญญาณ·ดาบเพลิงผลาญร้อยริ้ว ระดับวิญญาณ】: ตวัดดาบสร้างคลื่นดาบขนาดยักษ์ ฟาดฟันไปเบื้องหน้า สร้างความเสียหายพื้นฐาน 1,000 แต้ม แก่ศัตรูในระยะ 30 เมตร พร้อมมอบสถานะ 'เจาะเกราะ' ให้ศัตรูเป็นเวลา 5 วินาที ใช้พลังเวท: 500 แต้ม, คูลดาวน์: 60 นาที

เงื่อนไข: พรสวรรค์วิชาดาบ 40 แต้มขึ้นไป, สงวนสิทธิ์เฉพาะผู้บำเพ็ญสายดาบขั้นสร้างรากฐานขึ้นไป

น่าเสียดายที่วิชาไม้ตายนี้เป็นของสายดาบ หลินจี้เฉินจึงหมดสิทธิ์เรียนรู้

แต่เขาก็เก็บมันใสกระเป๋าอย่างทะนุถนอม เผื่อวันหน้าเอาไปปล่อยขาย น่าจะได้ราคาดีไม่หยอก

นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ระดับธรรมดาอีกสองสามชิ้น หลินจี้เฉินปรายตามองแวบเดียวเห็นว่าไม่มีราคาค่างวดอะไร ก็จับโยนเข้าแหวนมิติไปให้หมด เก็บไว้รอขายเลหลัง

จากนั้นก็หันไปสำรวจป้ายวิญญาณศพของโจวห่าวบ้าง

ศพของโจวห่าวนี่มันจนกรอบจริงๆ มีอุปกรณ์ระดับวิญญาณหลุดมาแค่ชิ้นเดียวเอง

【วิชาตัวเบา·พุ่งทะลวงหมอก ระดับวิญญาณ】: เพิ่มความเร็ว 20 แต้มเป็นเวลา 15 วินาที และหากถูกโจมตีด้วยสกิลประเภทพันธนาการ, ลดความเร็ว, หรือทำให้มึนงง ในจังหวะที่กดใช้สกิล จะสามารถลบล้างสถานะผิดปกติเหล่านั้นได้ทันที ใช้พลังเวท: 120 แต้ม, คูลดาวน์: 60 วินาที

เงื่อนไข: ไม่มี

ตอนอ่านบรรทัดแรก หลินจี้เฉินก็แอบผิดหวัง นึกว่าเป็นแค่วิชาตัวเบากากๆ ทั่วไป

แต่พออ่านคำอธิบายบรรทัดต่อไป ความคิดของเขาก็พลิกกลับตาลปัตรทันที

ไม่นึกเลยว่าวิชาตัวเบาที่ดูแสนธรรมดานี้ จะมีทีเด็ดซ่อนอยู่

ลบล้างสถานะผิดปกติ!

สกิลนี้มันโคตรมีประโยชน์เลยนะเนี่ย!

ไม่ว่าจะเอาไว้ใช้ดวลกับผู้เล่นด้วยกัน หรือเอาไว้ฟาร์มมอนสเตอร์ ก็ล้วนแต่มีประโยชน์มหาศาลในการต่อสู้ทั้งนั้น

วิชาตัวเบาชั้นยอดขนาดนี้ แต่โจวห่าวกลับเอามาใช้แค่วิ่งหนีหางจุกตูด ช่างเสียของจริงๆ

หลินจี้เฉินกดเรียนวิชาตัวเบานี้ทันที ทำให้มันกลายเป็นวิชาตัวเบาสกิลที่สองของเขา

น่าเสียดายที่จนป่านนี้ เขายังไม่ตกสกิลวิชากระบี่มาได้เลยสักเล่มเดียว

นอกจากตำราวิชาตัวเบาแล้ว โจวห่าวยังมีม้วนคัมภีร์หนังแกะอยู่อีกหนึ่งม้วน

【เคล็ดวิชาลี้ลับ: เคล็ดวิชาลับของสำนักกระบี่เทียนเหยี่ยนที่สูญหายไป หากเปิดอ่านจะไร้ผลทันที】

ตอนนี้หลินจี้เฉินมีทางเลือกอยู่สองทาง

ทางแรกคือ แอบเปิดอ่านมันซะ แล้วฮุบไว้เป็นของตัวเอง

แต่ถ้าทำแบบนั้น ภารกิจก็จะถือว่าล้มเหลว และเขาชวดรางวัลทั้งหมด

ถ้าดวงดีหน่อย ก็อาจจะได้สกิลเทพๆ จากคัมภีร์ม้วนนี้ ซึ่งอาจจะดีกว่ารางวัลภารกิจหลายเท่าตัว หรืออาจจะหลายสิบเท่าตัวเลยทีเดียว

ทางที่สองคือ เอากลับไปส่งมอบเพื่อจบภารกิจ

หลินจี้เฉินเชื่อมั่นในโชคลาภมหาศาลของตัวเอง ถ้าเขาเปิดคัมภีร์ม้วนนี้ออกล่ะก็ อาจจะได้สกิลเทพๆ มาครองจริงๆ ก็ได้

แต่เขากลับเลือกที่จะไม่ทำแบบนั้น เขาเก็บม้วนคัมภีร์เข้ากระเป๋าอย่างมิดชิด โดยไม่แม้แต่จะปรายตามองมันอีก

เพราะถ้าทำแบบนั้น เขาจะสูญเสียความไว้วางใจจากเบื้องบนของสำนักไปทันที

ความจริงแล้ว ภารกิจประเภทนี้ ไม่ว่าคุณจะเลือกทางไหน สำนักก็จะล่วงรู้ทั้งหมด

แต่พวกเขาจะไม่เอามาพูดให้ฟัง และจะไม่ลงโทษคุณด้วย

แต่ในใจของพวกเขาจะมีตราชั่งอยู่ การกระทำของคุณจะเป็นตัวกำหนดน้ำหนักบนตราชั่ง ว่ามันจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง

นี่คือดัชนีชี้วัดที่ซ่อนอยู่ในภารกิจของสำนัก ซึ่งจะมีผลต่อการประเมินผลงานและการเลื่อนตำแหน่งในอนาคต

ถ้าคุณเป็นพวกชอบกินรวบ เห็นแก่ตัว เอาเปรียบสำนัก หน้าไหว้หลังหลอก

พวกเบื้องบนของสำนักก็ย่อมไม่ปลื้ม และตั้งแง่รังเกียจ ทำให้โอกาสในการเลื่อนตำแหน่งของคุณริบหรี่ลงไปโดยปริยาย

ในทางกลับกัน ถ้าคุณทำงานอย่างเต็มที่ นึกถึงผลประโยชน์ของสำนักเป็นหลัก เป็นคนซื่อสัตย์สุจริต โอกาสในการก้าวหน้าของคุณก็จะเปิดกว้างขึ้นมาก

เรื่องพวกนี้ผู้เล่นส่วนใหญ่เพิ่งจะมารู้ตัวก็ตอนที่เกมเปิดมาได้ช่วงกลางๆ แล้ว

มียอดฝีมือหลายคนที่อยากจะเลื่อนขั้นไปรับตำแหน่งที่สูงขึ้น เพื่อรับสิทธิประโยชน์และอำนาจจากสำนักมากขึ้น ทั้งๆ ที่คุณสมบัติผ่านเกณฑ์ทุกอย่าง แต่ก็มักจะถูกปฏิเสธคำขออยู่ร่ำไป

ตอนหลังถึงได้สืบรู้มาว่า ต้นเหตุมันมาจากพฤติกรรมการทำภารกิจของพวกเขานั่นเอง

ในฐานะคนที่ตายแล้วเกิดใหม่ หลินจี้เฉินย่อมรู้กติกาที่ซ่อนอยู่นี้เป็นอย่างดี เขาจึงไม่ชายตามองม้วนคัมภีร์หนังแกะนั่นเลยแม้แต่น้อย

แค่ของที่ได้จากภารกิจนี้ เขาก็คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้มแล้ว ได้อุปกรณ์ระดับวิญญาณตั้งสามชิ้น สกิลวิชายุทธ์ระดับวิญญาณอีกหนึ่ง และวิชาตัวเบาระดับวิญญาณอีกหนึ่ง

แถมยังมีอุปกรณ์ระดับธรรมดาอีกหลายชิ้น พร้อมหินปราณระดับต่ำอีกกว่า 50 ก้อน และเงินอีกจำนวนหนึ่ง

ถ้ากลับไปส่งภารกิจ หลินจี้เฉินก็จะได้รางวัลจากสำนักเพิ่มมาอีกชุดใหญ่ แค่คิดก็ฟินแล้ว

จะเอาตัวเองไปเสี่ยงเปิดม้วนคัมภีร์ที่ยังไม่รู้เลยว่าจะมีอะไรอยู่ข้างในไปทำไมกัน

...

จบบทที่ บทที่ 28 ดาบเดียวปลิดชีพ

คัดลอกลิงก์แล้ว