- หน้าแรก
- โชคของผมพุ่งขึ้นพันล้านแต้ม!
- บทที่ 1498 การผลิตยางประสบความสำเร็จ!
บทที่ 1498 การผลิตยางประสบความสำเร็จ!
บทที่ 1498 การผลิตยางประสบความสำเร็จ!
ในขณะนี้ เย่ฮันกำลังนั่งยอง ๆ อยู่ในพุ่มไม้ โดยมีหม้อใบหนึ่งวางอยู่ตรงหน้า
หม้อใบนี้ถูกนำออกมาเพื่อใช้ในการผลิตยางโดยเฉพาะ
ภายในหม้อมีของเหลวหนืดคล้ายกาวซึ่งเป็นผลผลิตจากการได้รับความร้อน ด้านข้างของเย่ฮันมีรองเท้าคูหนึ่งวางหงายส่วนพื้นขึ้น
ผู้ชมทุกคนสามารถมองเห็นได้ว่า พื้นรองเท้าคู่นั้นมีร่องรอยการปริแตกอยู่บ้าง
ช่วยไม่ได้จริงๆ เพราะการใช้ชีวิตอยู่บนเกาะมานานขนาดนี้ ต่อให้รองเท้าคู่นี้จะทำจากเหล็กกล้า ก็เกรงว่าคงจะมีความเสียหายเกิดขึ้นบ้างแล้ว
ตอนนี้เย่ฮันกำลังวางแผนจะใช้ยางในหม้อเพื่อซ่อมแซมพื้นรองเท้าคู่นี้
เขาใช้กิ่งไม้จุ่มยางในหม้อแล้วนำมาทาบนพื้นรองเท้าอย่างสม่ำเสมอ
“ฉันว่ามันไม่น่าจะมีปัญหานะ ยางนี่ดูแล้วน่าจะใช้งานได้ดีเลยล่ะ”
“ใช่แล้ว ฉันอาราหนงอี้ก็คิดว่ามันไม่เลวเหมือนกัน ถ้าใช้งานไม่ได้ล่ะก็ ฉันจะดื่มยางหม้อนี้นโชว์เลย!”
“งั้นคำถามคือ อาราคนนี้เป็นตัวจริงหรือตัวปลอมล่ะเนี่ย?”
“ตอนนี้ในเน็ตมีคนแอบอ้างเป็นอาราหนงอี้ไม่ต่ำกว่าแปดร้อยถึงหนึ่งพันคนแล้ว คนที่เวอร์ที่สุดบอกว่าจะกินดวงอาทิตย์เข้าไปด้วยซ้ำ”
“ไม่ ๆ ๆ นั่นยังไม่เวอร์ที่สุด คนที่เวอร์ที่สุดบอกว่าจะกินบ่อเกรอะทั้งบ่อต่างหาก”
“ถ้าจะพูดเรื่องนี้ล่ะก็ ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าทางฝั่งหลู่จื้อเซินไลฟ์สดตอนอึไปตั้งห้าหกครั้งแล้วนะเนี่ย เขาถ่ายเก่งจริง ๆ!”
...........
เมื่อมีคนพูดถึงท่านอาจารย์อู้เฉินที่น่าสงสารขึ้นมา ผู้ชมทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมา
และในตอนนี้ก็ใกล้จะถึงเวลาอาหารกลางวันพอดี หลายคนจึงกำลังนั่งกินมื้อเที่ยงไปพลางดูไลฟ์สดไปพลาง
พอได้เห็นกระสุนตัวอักษรนี้เข้า บางคนถึงกับพ่นข้าวออกมาทันที
นับตั้งแต่ที่หลู่จื้อเซินหรือท่านอาจารย์อู้เฉินเผลอไปกดโดนปุ่มเปิดไลฟ์สดระหว่างการต่อสู้กับเสือโคร่งครั้งก่อน เขาก็ยังไม่รู้ตัวเลยจนถึงตอนนี้
ดังนั้นเขาจึงต้องเผชิญกับการขายหน้าออกสื่อซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่น้อย
นี่มันคือประวัติศาสตร์ด้านมืดชัด ๆ!
ถึงแม้ว่าทุกครั้งเจ้าหน้าที่หลังบ้านที่แสนดีจะช่วยเซนเซอร์ภาพหรือทำเสียงตัดออกให้
แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก การขายหน้าออกสื่อก็ยังเป็นการขายหน้าออกสื่ออยู่วันยันค่ำ หลบไม่พ้นจริง ๆ
แน่นอนว่าผู้ชมต่างพากันคาดเดาไว้แล้วว่า เมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลง ต่อให้ท่านอาจารย์อู้เฉินจะรู้ความจริงเรื่องนี้ เขาก็คงไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
นิสัยของเขาเป็นแบบนั้น จะไปสนใจรายละเอียดเล็กน้อยพวกนี้ทำไม?
ผู้ชมจำนวนไม่น้อยยังคงปักหลักเฝ้าดูอยู่ในห้องไลฟ์นี้ไม่ไปไหน
ต่อให้ไม่มีฉากขายหน้าอะไรให้ดู แต่การได้ดูชีวิตประจำวันของท่านอาจารย์อู้เฉินก็น่าสนใจมากแล้ว
อย่างเช่นตอนที่เขาด่าทอคนอื่น มันดูสนุกมากทีเดียว
สไตล์การด่าของเขาเหมือนกับหลู่จื้อเซินในเรื่อง ‘ซ้องกั๋ง’ (Water Margin) ไม่มีผิดเพี้ยน จนผู้ชมบางคนสงสัยว่าเขาต้องเคยดูเรื่องนี้มาแล้วแน่ ๆ แถมอาจจะดูมากกว่าหนึ่งรอบด้วยซ้ำ
ความจริงก็เป็นเช่นนั้นเอง
เพียงแต่ท่านอาจารย์อู้เฉินไม่ชอบอ่านหนังสือ เขาดูจากละครโทรทัศน์เอา
ในเวลานี้ ท่านอาจารย์อู้เฉินกำลังนั่งกินเนื้อเสือไปพลางด่าทอเจ้าเสือตัวนี้ไปพลาง
พูดตามตรง เจ้าเสือตัวนี้ก็นับว่าซวยซ้ำซวยซ้อนจริงๆ ที่มาเจอท่านอาจารย์อู้เฉินเข้า ถูกเขาฆ่าตายแล้วโดนเอาเนื้อมากินไม่พอ ยังต้องมาโดนด่าไม่หยุดอีก
สาเหตุก็เพียงเพราะหลังจากท่านอาจารย์อู้เฉินกินเนื้อเสือเข้าไปมื้อหนึ่งแล้ว เขาก็เกิดอาการท้องเสียไปครึ่งวันเท่านั้นเอง
ตอนนี้ท่านอาจารย์อู้เฉินหายดีตั้งนานแล้ว แต่เขาก็ยังคงบ่นพึมพำด่าทอไม่เลิก ช่างเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นจริง ๆ!
ถ้าเจ้าเสือรับรู้ได้ในปรโลก มันคงจะหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความโศกเศร้าแน่นอน
ในอีกด้านหนึ่ง ทางฝั่งของเย่ฮัน เขาได้ทายางทำเองลงบนพื้นรองเท้าทั้งสองข้างจนทั่วแล้ว
การจะรู้ว่ามันใช้งานได้ดีหรือไม่ มีประสิทธิภาพแค่ไหน ยังต้องรอเวลาอีกสักพัก เพื่อให้ยางแข็งตัวเสียก่อนถึงจะตรวจสอบได้
ประจวบเหมาะกับที่ซูเสี่ยวชีทำมื้อเที่ยงเสร็จพอดี เธอจึงตะโกนเรียกเย่ฮันให้มากินข้าว
เย่ฮันปัดมือไปมาแล้วเดินตรงเข้าไปหา
มื้อเที่ยงวันนี้คือเนื้อกวางม้าผัดเผ็ด อาหารหลักมีมันเทศและมันฝรั่ง นอกจากนี้ยังมีต้มเนื้อนกเรยหมิงที่ใส่เครื่องเคียงอย่างถั่วพูและอาร์ติโชกลงไปด้วย
แถมยังมีของหวานหลังอาหารอย่าง ‘เจียงจ้วงไหน่’ (นมตุ๋นขิง) อีกด้วย
ต้าเหนี่ยว (นกใหญ่) ไม่มีน้ำนมเหลือแล้ว แต่เอ้อร์นิวกลับมีน้ำนมเยอะมาก
เสี่ยวเสี่ยนเตี้ยน (สายฟ้าน้อย) กินคนเดียวไม่หมดแน่นอน เย่ฮันและซูเสี่ยวชีจึงต้องช่วยกันแบ่งเบาไปบ้าง
สิ่งที่น่ากล่าวถึงคือ ตอนนี้เสี่ยวเสี่ยนเตี้ยนลืมตาขึ้นมาแล้ว
สิ่งที่ทำให้ทุกคนโล่งอกก็คือ ดวงตาของเสี่ยวเสี่ยนเตี้ยนไม่มีปัญหาอะไรเลยแม้แต่น้อย มันช่างใสซื่อและสว่างไสวมาก
อย่างไรเสีย เสี่ยวเสี่ยนเตี้ยนก็เป็นเด็กแฝดสยาม ซึ่งถือว่ามีความผิดปกติทางร่างกาย
รอยรูปสายฟ้าบนหน้าผากนั้นแม้จะดูน่ารัก แต่ก็อาจจะแฝงไปด้วยอันตรายบางอย่าง
เมื่อได้เห็นว่ามันสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแรง ผู้ชมต่างก็พากันสบายใจและมีความสุขมาก
“ต้าหวง แกจะตะกละอะไรขนาดนี้เนี่ย?”
“ไม่ใช่ว่าไม่เคยได้กินนะ แต่อย่างกับว่าแกได้กินทุกมื้อเลยนะ!”
เย่ฮันมองดูท่าทางของต้าหวงแล้วส่ายหน้าไปมา
ถ้าใครไม่รู้เข้า คงนึกว่าเขาทารุณกรรมต้าหวง ไม่ยอมให้มันกินข้าวแน่ ๆ!
แต่ความจริงแล้ว ข้าวของต้าหวงไม่เคยขาดเลยแม้แต่มื้อเดียว
โดยเฉพาะในช่วงสองวันที่ซูเสี่ยวชีป่วย มันกินเยอะกว่าใครเพื่อนเลยด้วยซ้ำ
เย่ฮันรู้สึกว่าตอนนี้มันอ้วนขึ้นมาเป็นกองเลยทีเดียว
ตอนที่เจอต้าหวงครั้งแรก มันยังเป็นลิงที่ผอมเพรียวอยู่เลย
ตอนนี้เรียกได้ว่าแทบจะเป็นลิงอ้วนตัวกลมป๊ิกไปแล้ว
“นั่นสิ!”
“ต้าหวง กินให้น้อยลงหน่อยเถอะ ฉันว่าแกควรจะลดน้ำหนักได้แล้วนะ ตั้งแต่บ่ายนี้เริ่มฝึกทหารกันเลยดีไหม”
อย่างที่โบราณว่าไว้ ใจผู้หญิงนั้นไซร้ยากแท้หยั่งถึง (คำเปรียบเปรยถึงความเด็ดขาด)
คำพูดเพียงประโยคเดียวของซูเสี่ยวชี ก็ส่งต้าหวงลงสู่ขุมนรกในทันที
ส่วนผู้ชมต่างพากันหัวเราะออกมาอย่างไม่เกรงใจ
“ฝึกทหาร ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”
“ในวันนั้น ต้าหวงก็นึกถึงความหวาดกลัวที่เคยถูกครอบงำขึ้นมาอีกครั้ง”
“ต้าหวงฟังออกด้วยล่ะ! มันฟังคำว่าฝึกทหารออก!”
“นั่นเป็นเพราะความประทับใจมันฝังรากลึกจนกลายเป็นปฏิกิริยาสะท้อนกลับไปแล้วไงล่ะ!”
“ถูกต้องเลย! ทุกครั้งที่ต้าหวงได้ยินคำว่าฝึกทหาร มันจะต้องเจอกับการทรมานที่ไร้มนุษยธรรม ดังนั้นมันเลยรู้ว่าถ้าได้ยินสองคำนี้เมื่อไหร่คือซวยเมื่อนั้น”
“โถ่เอ๊ย เสี่ยวชีใจร้ายจัง ทีนี้ต้าหวงคงไม่มีกะจิตกะใจจะกินข้าวแล้ว เนื้อในปากคงไม่อร่อยอีกต่อไปแล้วล่ะ”
ผู้ชมจำนวนมหาศาลต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์และส่งกระสุนตัวอักษรเข้ามาไม่หยุด
ยังมีอีกหลายคนที่เลือกจะส่งของขวัญมาเพื่อปลอบใจต้าหวง
แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เงินรางวัลจากของขวัญเหล่านี้ สุดท้ายก็ต้องเข้ากระเป๋าของเย่ฮันและซูเสี่ยวชีอยู่ดี
หลังจากมื้อเที่ยงสิ้นสุดลง เย่ฮันและซูเสี่ยวชีก็เก็บกวาดสิ่งของ
จากนั้นก็เดินไปยังจุดที่วางยางทิ้งไว้
แม้ต้าหวงจะไม่เต็มใจนัก แต่มันก็เดินตามมาด้วย
ช่วยไม่ได้ ในเมื่อทั้งเย่ฮันและซูเสี่ยวชีให้มันตามมา มันคงไม่กล้าวิ่งหนีไปไหนหรอก
“ยังไม่ต้องรีบฝึกทหารให้ต้าหวงหรอก มาดูยางนี่ก่อนว่าเป็นยังไงบ้าง”
เย่ฮันพูดพลางย่อตัวลงหยิบรองเท้าคู่นั้นขึ้นมา
ในตอนนี้ยางที่เขาทาไว้บนพื้นรองเท้าได้แข็งตัวแล้ว
เวลาเพียงชั่วหนึ่งมื้ออาหารก็เพียงพอที่จะทำให้มันคงรูปได้
นอกจากนี้เขายังพบว่า บนยางที่แข็งตัวแล้วนั้น มีแมลงตัวเล็ก ๆ สองตัวติดอยู่และตายสนิทไปแล้วด้วย
“ผลลัพธ์นี่ ฉันรู้สึกว่ามันไม่เลวเลยนะ!”
เย่ฮันลองสวมรองเท้าคู่นั้นดู แล้วเดินไปสองสามก้าว แถมยังกระโดดอีกสองครั้ง
สุดท้ายเขายังยกขาขึ้นมาแล้วเอาพื้นรองเท้าไปถูกับลำต้นของต้นไม้เพื่อตรวจสอบร่องรอยการสึกหรอ
การสึกหรอมันต้องมีอยู่แล้ว เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีเลย
แต่มันถือว่าน้อยมาก
เย่ฮันคะเนดูแล้วว่า ด้วยระดับการสึกหรอขนาดนี้ พื้นรองเท้าที่ทายางหนึ่งครั้งน่าจะใช้งานได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์
ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว
เย่ฮันจึงประกาศว่า การผลิตยางของเขาประสบความสำเร็จ!
จบบท