- หน้าแรก
- โชคของผมพุ่งขึ้นพันล้านแต้ม!
- บทที่ 1496 เป็นที่รังเกียจของสังคม
บทที่ 1496 เป็นที่รังเกียจของสังคม
บทที่ 1496 เป็นที่รังเกียจของสังคม
หลังจากพูดจบ คริสโตฟอฟสกี้ก็กดปุ่มขอความช่วยเหลือและรอเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยของรายการมารับ
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เมื่อผู้เข้าแข่งขันต้องการถอนตัว ทางรายการก็ต้องรับผิดชอบส่งคนมารับเขากลับไป นี่คือระเบียบพื้นฐานที่สุด
ทว่าเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายภารกิจในครั้งนี้ ต่างก็มีสีหน้าเหมือนเพิ่งกลืนแมลงวันตายเข้าไป
พวกเขารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องซวยและน่าสะอิดสะเอียนมาก
ผู้ชมเองก็รู้สึกเช่นเดียวกัน
เช้าตรู่แบบนี้ กลับต้องมาเห็นหมอนี่พูดจาไร้สาระแบบนั้นออกอากาศ
มนุษย์ต่างดาวติดต่อแกมาเหรอ? ติดต่อมายังไงล่ะ?
มาเข้าฝันงั้นเหรอ?
หรือว่ามนุษย์ต่างดาวกลายร่างเป็นแมลง บินมาหึ่ง ๆ ข้างหูแกไม่กี่ที แล้วแกก็แปลความหมายเอาเอง?
ถ้าอยากจะถอนตัวก็พูดออกมาตรง ๆ สิ!
ยังไงเสียก็ไม่มีใครหวังให้แกได้แชมป์อยู่แล้ว แกจะถอนตัวหรือไม่มันไม่มีผลอะไรเลย ทำไมต้องหาข้ออ้างห่วย ๆ แบบนี้มาพูดด้วย?
ต่อให้แกแกล้งปวดท้อง มันยังดูดีกว่าข้ออ้างนี้ตั้งเยอะ!
สมัยเรียนเวลาอยากจะขอลากลับบ้าน ใครบ้างไม่เคยแกล้งปวดท้อง?
บางคนเพื่อให้สมจริงยิ่งขึ้น ถึงขั้นยอมกินของเสีย ๆ ให้ท้องเสียจริง ๆ เพื่อให้ได้ใบลามาครอง
ในห้องพักฟื้น รอยยิ้มบนใบหน้าของทอมป์กินแข็งค้างไปโดยสิ้นเชิง
อารมณ์ในใจของเขาช่างซับซ้อนเกินบรรยาย
ควรจะพูดยังไงดีล่ะ?
หมอนี่กวนประสาทจริง ๆ น่าโดนต่อยชะมัด แถมยังทำเขาแขนหักจนต้องพักรักษาตัวอย่างน้อยสามเดือน
ตอนนี้ยังจะมาหาข้ออ้างปัญญาอ่อนเพื่อถอนตัว เป็นการดูถูกสติปัญญาคนอื่นชัด ๆ
แต่ในขณะเดียวกัน หมอนั่นก็บอกว่าจะมาดูแลเขาที่โรงพยาบาลและจะจ่ายค่าชดเชยให้ด้วย
อารมณ์ที่ซับซ้อนของทอมป์กินผ่านไปครู่ใหญ่ สุดท้ายก็กลายมาเป็นเสียงถอนใจยาวเหยียด
ความจริงพิสูจน์ให้เห็นว่า กับคนบางประเภทเราก็โกรธเขาไม่ลงจริง ๆ
เพราะสุดท้ายคนที่ต้องมานั่งโกรธจนอกแตกตายก็คือตัวเราเอง
ทอมป์กินนอนอยู่อย่างนั้น และเลือกที่จะไม่ดูไลฟ์สดอีกต่อไป เขาหาภาพยนตร์ในอินเทอร์เน็ตมาเปิดดูสักสองสามเรื่อง
เขาคะเนว่าพอดูหนังจบ คริสโตฟอฟสกี้ก็น่าจะมาถึงโรงพยาบาลพอดี
ส่วนในโลกออนไลน์ บรรดาผู้ชมที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นต่างบอกว่า จะปล่อยคริสโตฟอฟสกี้ไปแบบนี้ไม่ได้
ไม่ว่าอย่างไร ก็ต้องจัดการหมอนี่สักรอบ!
“ฉันเตรียมตัวพร้อมแล้ว พอเขากลับถึงบ้านฉันจะดักต่อยเขา บ้านฉันอยู่ข้างบ้านเขานี่เอง!”
“ฉันเป็นเจ้าของร้านสะดวกซื้อใต้ตึกบ้านเขา ต่อไปถ้าเขามาซื้อของ ฉันจะเก็บเงินเขาเพิ่มเป็นสองเท่า!”
“หึ ๆ ฉันยังติดหนี้เขาอยู่อีกสองหมื่นหยวน ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะไม่คืน! เอาเงินไปซื้อสกินในเกมยังดีกว่าคืนคนอย่างหมอนั่น!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า! ไอ้ที่ติดหนี้แล้วไม่คืนนี่ก็เกินไปหน่อยนะ!”
“รอดูเถอะ อีกไม่นานในเน็ตน่าจะมีคลิปคริสโตฟอฟสกี้โดนรุมประชาทัณฑ์โผล่ออกมาแน่!”
“.........”
ผู้ชมยังคงโกรธจัดไม่หาย
และหลังจากที่เลือกถอนตัวแล้ว คริสโตฟอฟสกี้ก็ปิดไลฟ์สดลง
จากนั้นเขาก็ระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้ม
“ในที่สุดก็ไม่ต้องติดอยู่บนเกาะเพื่อทนลำบากอีกแล้ว”
“ข้ออ้างที่ฉันหามานี่มันยอดเยี่ยมจริง ๆ ฮ่าฮ่าฮ่า!”
เขาให้คะแนนความฉลาดของตัวเองเต็มสิบไม่หัก
ในสายตาของเขา นี่มันสมเหตุสมผลที่สุดแล้ว
ในเมื่อเขาเป็นพวกคลั่งไคล้เรื่องมนุษย์ต่างดาวอยู่แล้ว การให้เหตุผลในการถอนตัวแบบนี้จึงถือว่าไร้ช่องโหว่!
เขถึงขั้นยืนอยู่ตรงนั้นแล้วท่องประโยคที่เขาชอบที่สุดออกมา
“สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดของมนุษย์คือชีวิต ชีวิตของคนเรามีเพียงครั้งเดียว ช่วงชีวิตหนึ่งควรจะผ่านไปอย่างคุ้มค่า เพื่อที่ว่าเมื่อมองย้อนกลับไปในอดีต เขาจะไม่ต้องเสียใจที่ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปโดยเปล่าประโยชน์ และไม่ต้องละอายใจที่ไม่ได้ทำอะไรสำเร็จเลย เมื่อถึงวาระสุดท้ายของชีวิต เขาจะสามารถพูดได้อย่างเต็มภาคภูมิว่า ‘ชีวิตทั้งชีวิตและพละกำลังทั้งหมดของฉัน ได้มอบให้แก่ภารกิจที่รุ่งโรจน์ที่สุดในโลก นั่นคือ... การตามหามนุษย์ต่างดาว’”
ใช่แล้ว... เขาเอาประโยคทองจากเรื่อง ‘How the Steel Was Tempered’ มาดัดแปลงเสียเละเทะ...
หากการกระทำของเขาในตอนนี้ถูกไลฟ์สดออกไปล่ะก็ เกรงว่าผู้คนเพียงน้อยนิดที่ยังพอจะเชื่อใจเขาอยู่ คงจะเกิดรังสีอำมหิตอยากจะฆ่าเขาขึ้นมาทันที!
คนที่เชื่อมั่นว่ามนุษย์ต่างดาวมีจริงนั้นมีอยู่เสมอ และคนที่คลั่งไคล้ก็มีไม่น้อย ดังนั้นจึงยังมีคนส่วนน้อยที่เต็มใจจะเชื่อเขา
แต่ในความเป็นจริง ทั้งหมดนี้คือคำลวงที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อหาทางถอนตัวเท่านั้น
ไม่นานนัก คริสโตฟอฟสกี้ก็ได้ยินเสียงคำรามของเครื่องยนต์เฮลิคอปเตอร์
เขาเตรียมใจไว้ล่วงหน้าแล้ว และก็เป็นไปตามคาด เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยในครั้งนี้ยังคงมองเขาด้วยสายตาเย็นชาเหมือนเดิม
ไม่มีใครยอมปริปากพูดกับเขาเลย
หลังจากขึ้นเฮลิคอปเตอร์ เขารู้สึกอึดอัดมากจนต้องชวนคุยแก้เขิน
“ขอบคุณที่มาช่วยผมนะครับ ขอบคุณจริง ๆ”
“ว้าว บนเครื่องเตรียมอาหารกับน้ำไว้ให้ด้วยเหรอครับเนี่ย หรือว่ามนุษย์ต่างดาวเป็นคนส่งมาให้?”
“เหะ ๆ ผมแค่ล้อเล่นน่ะ อย่าถือสาเลยนะครับ”
คริสโตฟอฟสกี้พยายามปล่อยมุข
ในตอนนั้นเอง เจ้าหน้าที่กู้ภัยหนุ่มคนหนึ่งทนไม่ไหวอีกต่อไป
“ไอ้ปี๊บเอ๊ย! นั่นมันของที่พ่อแกคนนี้เตรียมไว้ให้ ไม่ใช่ไอ้มนุษย์ต่างดาวเฮงซวยที่ไหนทั้งนั้น!”
“แล้วจำใส่หัวไว้ด้วยนะ ก่อนที่แกจะไสหัวลงไปจากเฮลิคอปเตอร์ลำนี้ ถ้าแกบังอาจปล่อย ปี๊บ ออกมาแม้แต่คำเดียวล่ะก็ ต่อให้ฉันต้องตกงาน ฉันก็จะต่อยฟันเหม็น ๆ ของแกให้ร่วงหมดปาก!”
“เข้าใจชัดเจนไหม!”
คริสโตฟอฟสกี้รีบพยักหน้ารับทันที ไม่กล้าส่งเสียงอีกเลย
คนอื่น ๆ บนเครื่องต่างก็จ้องมองเขาด้วยสายตาโกรธแค้น
ตลอดการเดินทางช่างเป็นช่วงเวลาที่ทรมานอย่างยิ่ง จนกระทั่งลงจากเครื่อง เขาถึงรู้สึกโล่งอกได้บ้าง
แต่ไม่นานเขาก็พบว่า ตลอดทางหลังจากนั้น ไม่มีใครยอมให้การต้อนรับที่ดีกับเขาเลย!
คนขับรถที่ไปส่งเขาที่โรงพยาบาลมีสีหน้าเหยียดหยามและเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย มองเขาเหมือนมองคนเสียสติ
ตอนที่เขาลงจากรถ เขายังแอบได้ยินคนขับบ่นพึมพำ
“สงสัยอยู่บนเกาะนานเกินไปจนประสาทกลับ”
จากนั้นเขาถูกเจ้าหน้าที่ของรายการพาตัวเข้าไปในโรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกาย
หมอ พยาบาล ทุกคนต่างมีสีหน้าย่ำแย่
คริสโตฟอฟสกี้ถึงเพิ่งจะเข้าใจว่า ตอนนี้ชื่อเสียงของเขาเหม็นโฉ่ไปหมดแล้ว
เขากลายเป็นที่รังเกียจของสังคม!
“พวกคุณฟังผมอธิบายก่อน ผมมักจะพูดเรื่องมนุษย์ต่างดาวอยู่บ่อย ๆ ส่วนใหญ่ผมก็แค่ล้อเล่นนะ!”
“ที่ผมรีบถอนตัวกลับมา ด้านหนึ่งเพราะผมอยู่คนเดียวต่อไปไม่ไหวแล้ว แต่อีกด้านผมก็อยากมาดูแลทอมป์กิน ผมรู้สึกผิดมากจริง ๆ!”
“จริง ๆ นะ ผมพูดความจริง ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเขา มันเป็นอุบัติเหตุ!”
“ผมไม่ใช่คนเลว......”
แต่ไม่ว่าเขาจะอธิบายอย่างไร ก็ไม่มีใครสนใจ
ครั้งนี้เขาพูดความจริงทั้งหมด แต่มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว!
ทุกคนเกลียดเขาเข้าไส้แล้ว ไม่อยากเห็นหน้า ไม่อยากฟังเขาพูด
แม้ความจริงในใจทุกคนจะรู้ดีว่า เขาไม่ใช่คนเลวร้ายหรือตัวร้ายขนาดนั้น แต่วิธีการของเขามันน่ารำคาญจริง ๆ!
เขาเริ่มเข้าไปโพสต์ข้อความแถลงการณ์ในเน็ต เพื่อหวังจะขอการอภัยจากทุกคน
“ล้อเล่น? จะล้อเล่นก็ต้องมีขอบเขตบ้าง ไม่มีทั้งอีคิวไม่มีทั้งไอคิว ยังจะกล้ามาล้อเล่นอะไรแบบนี้อีก?”
“แกอยู่เงียบ ๆ ไปเถอะ น่ารำคาญชะมัด!”
“เมื่อกี้มนุษย์ต่างดาวก็มาเข้าฝันฉันเหมือนกัน มนุษย์ต่างดาวบอกว่าให้ฉันหาทางต่อยแกสักที”
“ฉันนี่แหละมนุษย์ต่างดาว ตอนนี้แกโอนเงินมาให้ฉันสามล้านหยวน เดี๋ยวฉันจะพาแกไปท่องจักรวาล”
“ฉันก็เป็นมนุษย์ต่างดาวเหมือนกัน แกเรียกฉันว่าพ่อสิ เดี๋ยวฉันจะให้ดูยานอวกาศของฉัน”
“แกอยู่นิ่ง ๆ ไปซะ จะได้ไม่มีใครด่า ฉันแนะนำว่าช่วงนี้อย่าเพิ่งสะเออะโผล่หน้าออกมา รอให้เรื่องเงียบลงก่อนเถอะ!”
.........
ชาวเน็ตต่างพากันเยาะเย้ยเขา โดยใช้เรื่องมนุษย์ต่างดาวมาแต่งเป็นมุขล้อเลียนต่าง ๆ นานา
เมื่อมองดูคำพูดที่รุนแรงและเจ็บแสบเหล่านั้น คริสโตฟอฟสกี้ก็ได้แต่ตกอยู่ในความเงียบ
มีบางคนแนะนำให้เขารอจนกว่ากระแสเรื่องนี้จะจางหายไป
ในยุคข้อมูลข่าวสารล้นหลามแบบนี้ หลายคนจะลืมเลือนเรื่องของเขาไปเองภายในไม่กี่วัน
ในที่สุด คริสโตฟอฟสกี้ที่กลายเป็นที่รังเกียจของสังคมไปแล้วก็ได้ปิดมือถือลง แล้วมุ่งหน้าไปยังห้องพักฟื้นของทอมป์กิน
ในครั้งนี้เขาเก็บความคิดฟุ้งซ่านทั้งหมดลงไป และไม่เอ่ยถึงเรื่องมนุษย์ต่างดาวอีกแม้แต่คำเดียว
เขาแค่อยากจะขอโทษทอมป์กินอย่างจริงใจและตั้งใจจริงเท่านั้น
จบบท