เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1460 ผู้คุ้มครองวิถีของเย่ฮั่น

บทที่ 1460 ผู้คุ้มครองวิถีของเย่ฮั่น

บทที่ 1460 ผู้คุ้มครองวิถีของเย่ฮั่น


ทีมของเย่ฮั่นขยายใหญ่ขึ้นอีกครั้ง!

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่การมีวัวตัวเต็มวัยถึงสองตัวก็นับเป็นเรื่องที่เหนือจินตนาการแล้ว

ผู้ชมในห้องไลฟ์สดต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์และส่งข้อความจนเต็มหน้าจอ

“มาสถิติกันหน่อย ตอนนี้ขุนพลคู่ใจของเย่ฮั่นมีใครบ้าง?”

“ต้านิ้วเอ๋อร์, เอ้อนิ้วเอ๋อร์, เสี่ยวฮั่นฮั่น สามตัวนี้เป็นขุนพลสายกินพืช ต้าหวงน่าจะเป็นสายกินไม่เลือก ส่วนจิ่วเทียนคือขุนพลสายกินเนื้อ!”

“แบ่งประเภทแบบนี้เหรอ? กระจอกเกินไปแล้ว!”

“ฉันเอง! ภายใต้สังกัดเย่ฮั่น: แม่ทัพอากาศจิ่วเทียน! ขุนพลก๊วนป่วนต้าหวง! หัวหน้ากองทัพบกต้านิ้วเอ๋อร์ รองหัวหน้าเอ้อนิ้วเอ๋อร์ และตัวซัพพอร์ตเสี่ยวฮั่นฮั่น!”

“แกนี่นะ ฮ่า ๆ ๆ ๆ! พูดจาสัพเพเหระจริง ๆ เดี๋ยวก็แม่ทัพ เดี๋ยวก็ก๊วนป่วน แถมยังมีหัวหน้ากับตัวซัพพอร์ตโผล่มาอีก!”

“ผสมปนเปกันมั่วไปหมด แต่จะว่าไป มันก็ดูเข้าทีอยู่นะ!”

............

ทั่วทั้งโลกออนไลน์ต่างพูดคุยกันถึงเรื่องที่เย่ฮั่นสยบวัวเพิ่มมาได้อีกสองตัว

จนถึงปัจจุบัน ผู้ที่มีสัตว์เลี้ยงเป็นคู่หูมีเพียงผู้เข้าแข่งขันจากแคว้นสวรรค์เท่านั้น

แถมยังมีผู้ชมล้อเลียนว่า นี่คือ ‘ก๊วนเพื่อนสัตว์โลก’

น่าเสียดายที่ไม่มีเสือดาวหิมะ......

ในขณะเดียวกัน ที่โรงพยาบาล

ครอบครัวของซูเสี่ยวฉียังคงรวมตัวกันอยู่ที่โรงพยาบาล

ซูสิงจื่อถือโทรศัพท์มือถือดูไลฟ์สดไปพลางน้ำตาไหลไปพลาง แต่ก็ยังมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า

“ดูเสี่ยวฉีของเราสิ เผลอแป๊บเดียวโตเป็นสาวเต็มตัวแล้ว”

“เจ้าหนุ่มเย่ฮั่นคนนี้ ก็นับว่าเป็นคนที่ฝากผีฝากไข้ได้เหมือนกันนะ”

ข้าง ๆ กันนั้น โจวชิงอี๋คอยซับน้ำตาให้เขา

“เอาละ เลิกสะอื้นได้แล้ว”

“เดี๋ยวแม่จะได้ยินเข้า ท่านยังไม่รู้เรื่องนะ”

ดวงตาของเธอเองก็แดงก่ำเช่นกัน

ว่ากันว่าในโลกนี้ไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างแม่สามีกับลูกสะใภ้คู่ไหนที่จัดการได้ลงตัว

ถึงแม้ในอดีตจะเคยมีเรื่องขัดใจกันบ้าง แต่ในยามนี้ ในใจของโจวชิงอี๋กลับเหลือเพียงความโศกเศร้าและเสียใจ

“แม่ยังไม่ทันได้เห็นเสี่ยวฉีแต่งงาน มีลูกเลย”

“ถ้าเป็นแบบนั้นคงได้อยู่กันพร้อมหน้าสี่รุ่น ท่านคงจะมีความสุขมากแค่ไหนกันนะ!”

ซูสิงจื่อเริ่มร้องไห้ออกมาอีกครั้ง

ภาพเหตุการณ์นี้ถูกพยาบาลสาวคนหนึ่งที่เดินมาเปลี่ยนยาตรงหน้าห้องพักฟื้นได้ยินเข้าพอดี

เธอถึงกับต้องเอามือปิดปากด้วยความตกใจ

สามีภรรยาคู่นี้... ที่แท้คือพ่อแม่ของซูเสี่ยวฉี!

และผู้สูงอายุในห้องพักฟื้น... ก็คือยายของซูเสี่ยวฉีนั่นเอง!

ทว่าในตอนนั้น การกระทำของเธอถูกซูเจียงเทา อาของซูเสี่ยวฉี และซูหยาง ลูกพี่ลูกน้องของเธอเห็นเข้าพอดี

ทั้งสองรีบเข้าไปขวางพยาบาลสาวคนนั้นไว้

“ได้โปรดอย่าแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปเลยนะครับ”

“ตอนนี้พวกเราแค่ต้องการอยู่เป็นเพื่อนท่านให้เดินผ่านช่วงสุดท้ายของชีวิตไปอย่างสงบที่สุดครับ”

พวกเขากล่าว

พยาบาลสาวรีบพยักหน้าทันที

“ค่ะ ๆ ฉันจะไม่พูดมั่วซั่วแน่นอน!”

“แต่ว่า... แล้วเสี่ยวฉีจะทำยังไงล่ะคะ? ฉันเป็นแฟนคลับของเธอ ฉันชอบเธอมากเลยนะ!”

“ฉันรู้สึกว่า... เธอมีสิทธิ์ที่จะได้รับรู้นะคะ!”

พยาบาลสาวเริ่มร้อนใจแทนซูเสี่ยวฉี

หากรอจนการแข่งขันจบลงแล้วซูเสี่ยวฉีถึงเพิ่งจะรู้เรื่องนี้ เธอจะเสียใจขนาดไหน?

แต่ถ้าบอกเธอตอนนี้ เธอจะยอมถอนตัวกลับมาไหม?

มีโอกาสสูงมาก!

คนแคว้นสวรรค์ให้ความสำคัญกับคำว่า ‘กตัญญู’ เป็นอันดับหนึ่ง

นี่คือคุณธรรมประเพณีดั้งเดิมของแคว้นสวรรค์ ความกตัญญูต้องมาก่อนสิ่งอื่นใด!

หลังจากพูดจบ เธอเองก็นึกถึงจุดนี้ขึ้นมาได้ สีหน้าจึงเริ่มเคร่งเครียดตามไปด้วย

ญาติผู้ใหญ่ก็สำคัญ การแข่งขันก็สำคัญ นี่คือเรื่องที่ตัดสินใจยากจริง ๆ

จะบอกซูเสี่ยวฉี หรือไม่บอกดี ต่างก็ลำบากใจทั้งนั้น!

“ขอบใจมากนะจ๊ะหนู”

“เรื่องนี้พวกเรากำลังปรึกษากันอยู่ ยังไม่ได้ตัดสินใจขั้นเด็ดขาด”

“รบกวนหนูช่วยเก็บเป็นความลับไว้ก่อน อย่าเพิ่งเอะอะไป เดี๋ยวจะรบกวนผู้ใหญ่ท่านเข้า”

ซูสิงจื่อปาดน้ำตา สวมแว่นตา แล้วเอ่ยขอบคุณเธอ

จากนั้นเขาก็สูดน้ำมูก พยายามปั้นรอยยิ้มบนใบหน้า แล้วเดินกลับเข้าไปในห้องพักฟื้น......

บนเกาะ ท้องฟ้าเริ่มมืดสลัวลง

เวลาอีกหนึ่งวันกำลังจะผ่านพ้นไป

เย่ฮั่นและซูเสี่ยวฉีกำลังทานมื้อค่ำ แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ซูเสี่ยวฉีกลับมีความรู้สึกว้าวุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก

เรื่องนี้ทำให้เย่ฮั่นเป็นกังวล เขาเอ่ยถามเธอหลายครั้ง แต่เธอก็ระบุไม่ได้ว่าเป็นเพราะอะไร

“มันแค่รู้สึกใจคอไม่ดีน่ะค่ะ เหมือนมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นยังไงก็ไม่รู้”

ซูเสี่ยวฉีทำหน้าเศร้าพลางกอดแขนเย่ฮั่นไว้

เย่ฮั่นลูบหลังเธอเบา ๆ เพื่อปลอบประโลม

“ไม่เป็นไรนะ ถ้าตรงไหนไม่สบายต้องรีบบอกผมนะ”

“บางทีอาจจะเป็นเพราะวันนี้ได้กลิ่นคาวเลือดนานเกินไป เดี๋ยวคืนนี้พักผ่อนให้เต็มที่แล้วรอดูอาการอีกทีนะ”

เย่ฮั่นยังลองวัดไข้ซูเสี่ยวฉีดูด้วย

ซึ่งอุณหภูมิร่างกายก็ปกติดี

ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

เย่ฮั่นคิดในใจว่า ด้วยดวงของเขา การจะให้ซูเสี่ยวฉีมาล้มป่วยหนักบนเกาะแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ต้องคอยระวังอยู่ตลอด

เพราะอาการของซูเสี่ยวฉี มื้อนี้ทั้งคู่จึงทานกันไปได้ไม่มากนัก

สุดท้ายลาภปากจึงตกเป็นของต้าหวงทั้งหมด

“กินเถอะต้าหวง ค่อย ๆ กินนะ ทั้งหมดนี่ของแก ไม่มีใครแย่งหรอก”

“ก็เพราะแกที่เจอวัวพราหมณ์พวกนี้ ไม่ใช่แค่ช่วยชีวิตพวกมันไว้ แต่ยังทำให้ทีมของเราแข็งแกร่งขึ้นอีก สมควรได้รับรางวัลแล้ว”

เย่ฮั่นเอ่ยชม

ต้องยอมรับตามตรงว่า ต้าหวงสร้างผลงานให้ทีมได้มหาศาลจริง ๆ

สิ่งนี้ทำให้พวกที่จงเกลียดจงชังเย่ฮั่นและแคว้นสวรรค์ ต่างมองว่าต้าหวงเป็นหนามยอกอก และรุมด่ามันอยู่ทุกวัน

“สรุปแล้ว สุดท้ายก็ต้องพึ่งต้าหวงอยู่ดี!”

“ความจริงปรากฏแล้วพี่น้อง ถ้าไม่มีต้าหวงช่วย เย่ฮั่นก็ไม่มีอะไรเลย!”

“ฮ่า ๆ ๆ ขอบคุณต้าหวง สรรเสริญต้าหวง!”

“ขนาดนี้ยังมีคนบอกว่าต้าหวงเป็นแค่ก๊วนป่วนสร้างบรรยากาศอีกเหรอ ฉันว่านั่นมันดูถูกต้าหวงเกินไปแล้ว!”

“นั่นสิ ฉันว่าต้าหวงควรเป็นกุนซือของเย่ฮั่นมากกว่านะ!”

“ถ้าใช้สูตรในนิยายแฟนตาซีจีน (เสวียนห้วน) นี่เขาเรียกว่า ‘ผู้คุ้มครองวิถี’ (护道者)!”

“ชื่อนี้เท่ระเบิดเลย ต่อไปนี้ให้เรียกต้าหวงว่าเป็นผู้คุ้มครองวิถีของเย่ฮั่นแล้วกัน!”

........

ผู้ชมต่างพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน จนทำให้ฐานะ ‘ผู้คุ้มครองวิถี’ ของต้าหวงกลายเป็นเรื่องจริงจังขึ้นมา

คำว่าผู้คุ้มครองวิถี โดยปกติจะใช้ในนิยายแฟนตาซีจีน หมายถึงยอดฝีมือที่คอยปกป้องอัจฉริยะระดับ ‘บุตรศักดิ์สิทธิ์’ หรือ ‘โอรสเทพ’ ในตอนที่พวกเขายังไม่เติบโตเต็มที่

เมื่ออัจฉริยะออกไปฝึกฝน จะมีผู้แข็งแกร่งคอยคุ้มกันอยู่ในเงามืด เพื่อไม่ให้อัจฉริยะเหล่านั้นต้องจบชีวิตลงก่อนเวลาอันควร

คนที่คอยคุ้มครองในเงามืดแบบนี้แหละที่เรียกว่าผู้คุ้มครองวิถี

ตอนนี้ทุกคนต่างบอกว่าต้าหวงคือผู้คุ้มครองวิถีของเย่ฮั่น

ทว่าผู้คุ้มครองวิถีที่ว่านี้ ในตอนนี้กลับกำลังนั่งยอง ๆ อยู่บนพื้น เอาหน้ามุดชามเนื้อ แล้วเขมือบคำโตอย่างเอร็ดอร่อย

มองยังไง... ก็ไม่มีราศีของผู้แข็งแกร่งที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดเลยสักนิด!

แถมยังดูไม่มีศักดิ์ศรีเลยด้วย!

แต่ก็เป็นต้าหวงตัวนี้นี่แหละ ที่สร้างผลงานอันน่าทึ่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า!

ทั้งหาปืนพกมาให้เย่ฮั่น ช่วยเย่ฮั่นค้นหาทรัพยากรและของล้ำค่ามากมาย ผลงานของมันทุกคนต่างประจักษ์แก่สายตา

เจ้านี่คือยอดขุนพลผู้สร้างคุณูปการอย่างแท้จริง!

มื้อค่ำวันนี้ ต้าหวงกินจนพุงกางจนพุงกลมปิ๊ก

เมื่อเห็นท่าทางตลก ๆ ของมัน อารมณ์ของซูเสี่ยวฉีก็เริ่มดีขึ้นบ้าง เธอเริ่มยิ้มออกมาได้เสียที

หลังจากทั้งคู่ล้างหน้าล้างตาเสร็จ ก็เข้าไปนอนพักผ่อนในบ้านวิวน้ำตก

ท่ามกลางเสียงน้ำตกที่ดังแว่วมาจากที่ไกล ๆ ทั้งคู่ค่อย ๆ เข้าสู่ห้วงนิทรา

เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เวลาล่วงเลยเข้าสู่การแข่งขันวันที่ 226

ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ซูเสี่ยวฉียังคงรู้สึกว้าวุ่นใจและนอนหลับไม่สนิท

เรื่องนี้เริ่มทำให้เย่ฮั่นรู้สึกเป็นกังวลจริงจังเสียแล้ว

ทีแรกเขานึกว่าคงไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่พอดูตอนนี้ ดูเหมือนว่าจะมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นจริง ๆ!

จบบท

จบบทที่ บทที่ 1460 ผู้คุ้มครองวิถีของเย่ฮั่น

คัดลอกลิงก์แล้ว