- หน้าแรก
- ระบบฟังเสียงในใจ พลิกวิกฤตสยองขวัญสู่เส้นทางมหาเศรษฐี
- ตอนที่ 11 มนุษย์ รนหาที่ตายนักใช่ไหม
ตอนที่ 11 มนุษย์ รนหาที่ตายนักใช่ไหม
ตอนที่ 11 มนุษย์ รนหาที่ตายนักใช่ไหม
ตอนที่ 11 มนุษย์ รนหาที่ตายนักใช่ไหม
หัวของสิ่งลี้ลับค่อยๆ ยื่นออกมาจากหน้าต่าง มันอ้าปากกว้าง เผยให้เห็นฟันซี่เล็กๆ สีเลือดที่เรียงรายอยู่เต็มปาก
มันจ้องเขม็งไปที่แผ่นหลังของอวี๋หวั่น ปากที่โชกไปด้วยเลือดก็ค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้เรื่อยๆ
ในจังหวะที่อวี๋หวั่นกำลังจะก้าวเท้าออกจากสถานีตำรวจ เธอก็หันกลับมาเหมือนนึกอะไรขึ้นได้
"เกือบลืมไปเลย ขอบคุณมากนะคะ"
อวี๋หวั่นวางเหรียญสยองขวัญลงในปากที่อ้ากว้างของสิ่งลี้ลับตนนั้น
สิ่งลี้ลับสะดุ้งโหยงแล้วหดหัวกลับไปทันที
มันจ้องมองแผ่นหลังของอวี๋หวั่นด้วยความอาฆาตแค้น
'นังมนุษย์สมควรตาย รู้ได้ยังไงว่าต้องจ่ายเงิน อ๊ากกก โกรธแทบตายอยู่แล้ว'
อวี๋หวั่นเดินออกจากสถานีตำรวจสยองขวัญ เสิ่นหรูชิงและโจวอวี่ม่อก็รีบเข้ามาหาทันที
"เป็นยังไงบ้าง"
อวี๋หวั่นยิ้มกริ่มพลางตบหน้าอกตัวเองเบาๆ "ฉันเป็นคนจัดการทั้งที พวกเธอไม่ไว้ใจเหรอ เรียบร้อยแล้ว"
เธอคิดแผนไว้แล้ว คืนนี้จะให้โจวอวี่ม่อและเสิ่นหรูชิงเข้าไปค้างคืนในสถานีตำรวจสยองขวัญก่อน
ยังไงเสีย กฎก็แค่บอกให้หาที่พักพิงให้ได้เท่านั้น
ไม่ได้มีข้อกำหนดบอกว่าต้องเป็นโรงแรมหรือที่พักเท่านั้นเสียหน่อย
อวี๋หวั่นหันกลับมา พร้อมกับหยิบเหรียญสยองขวัญออกมาสองเหรียญ
"วันนี้พอฟ้ามืดปุ๊บ พวกเธอก็เข้าไปในสถานีตำรวจสยองขวัญเลยนะ พอฟ้าสางค่อยออกมา แต่ก่อนจะออกมา ต้องจำไว้ว่าให้เหรียญสยองขวัญกับสิ่งลี้ลับข้างในนั้นคนละหนึ่งเหรียญด้วยล่ะ"
โจวอวี่ม่อรับเหรียญสยองขวัญไป พลางมองอวี๋หวั่นด้วยความกังวล
"แล้วเธอล่ะ เธอจะไปไหน"
เห็นได้ชัดว่าคืนนี้อวี๋หวั่นมีแผนการอื่น
อวี๋หวั่นปรายตามองไปยังคฤหาสน์ของผู้ครอบครองดินแดนสยองขวัญที่อยู่ไม่ไกลนัก แล้วคลี่ยิ้มออกมา
"ฉันจะไปเจรจาเรื่องการลงทุนกับท่านผู้ครอบครองดินแดนสักหน่อย"
โจวอวี่ม่อและเสิ่นหรูชิงคิดว่าอวี๋หวั่นต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ
เธอกล้าไปพบผู้ครอบครองดินแดนสยองขวัญได้ยังไงกัน
"หวั่นหวั่น งั้น... พวกเราไปเป็นเพื่อนเธอดีไหม" เสิ่นหรูชิงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ เธอกำเหรียญสยองขวัญไว้แน่น พลางมองอวี๋หวั่นด้วยสายตามุ่งมั่น
อวี๋หวั่นช่วยชีวิตพวกเธอไว้ตั้งหลายครั้ง จะปล่อยให้เธอไปเสี่ยงอันตรายคนเดียวได้ยังไง
"ไม่ต้องหรอก ฉันมีแผนรับมือแล้ว วางใจเถอะ งานเลี้ยงที่อันตรายขนาดนั้น ฉันยังพาพวกเธอรอดออกมาได้แบบไร้รอยขีดข่วนเลยไม่ใช่เหรอ"
อวี๋หวั่นกะพริบตาอย่างเจ้าเล่ห์
แม้ว่าตอนกลางคืนพวกสิ่งลี้ลับจะเริ่มการเข่นฆ่าหมู่ก็ตาม
แต่เธอเพิ่งได้รางวัลเป็นยาล่องหนมานี่นา
ถึงเวลาที่การเข่นฆ่าจะเริ่มขึ้น เธอก็แค่ไปดักซุ่มอยู่หน้าคฤหาสน์ของผู้ครอบครองดินแดนสยองขวัญก็พอ
พอได้เวลาก็กลืนยาล่องหนเข้าไป
แค่นี้ก็หลบหนีจากการเข่นฆ่าของพวกสิ่งลี้ลับได้อย่างแนบเนียนแล้ว
เมื่อตัดสินใจได้ อวี๋หวั่นก็กำชับเสิ่นหรูชิงและโจวอวี่ม่อ "พวกเธอสองคนต้องจำไว้นะ ก่อนออกมาต้องให้เหรียญสยองขวัญไป ห้ามเสียดายเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นฉันอาจจะไปช่วยพวกเธอไม่ทัน"
ยังไงเสีย เหรียญสยองขวัญหนึ่งเหรียญก็มีค่ามาก
อวี๋หวั่นกลัวจริงๆ ว่าพวกเธอจะเสียดาย
"วางใจเถอะ พวกเราจะทำตามที่เธอบอกทุกอย่างไม่ให้ผิดเพี้ยนเลย"
น้ำเสียงของโจวอวี่ม่อแฝงความหนักแน่น
ยังไงอวี๋หวั่นก็ไม่เคยคิดร้ายกับพวกเธอเลยสักครั้ง ถ้าเกิดต้องตายจริงๆ ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้วล่ะ
เพราะถ้าไม่ได้อวี๋หวั่น พวกเธอก็คงถูกสิ่งลี้ลับฆ่าตายตั้งแต่ในโรงประมูลแล้ว
อวี๋หวั่นพยักหน้ารับ ก่อนจะหันหลังเดินมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์อย่างเด็ดเดี่ยว
ความมืดมิดค่อยๆ คืบคลานเข้ามา
เวลากลางวันในโลกสยองขวัญสั้นกว่าเวลากลางคืนมาก
แทบจะจบลงภายในสี่หรือห้าชั่วโมงเท่านั้น
อวี๋หวั่นมองดูดวงอาทิตย์ที่เดิมทีก็ไม่มีแสงสว่างมากนักค่อยๆ คล้อยต่ำลงสู่ทิศตะวันตก เธอรีบแลกยาล่องหนออกจากระบบทันที
เธอกำยาล่องหนไว้ในมือ จังหวะการเต้นของหัวใจเริ่มเร็วขึ้นทีละน้อย
ในเสี้ยววินาทีที่แสงอาทิตย์กำลังจะจางหายไป เธอก็ได้ยินเสียงลากโซ่เหล็กหนักๆ ดังมาจากด้านหลัง
เมื่อหันกลับไป ก็เห็นสิ่งลี้ลับร่างสูงใหญ่ตนหนึ่งยืนอยู่ตรงมุมมืดใต้ต้นไม้ กำลังจ้องมองเธอเขม็งด้วยสายตาหิวโหย
หัวของสิ่งลี้ลับตนนั้นใหญ่โตมาก แทบจะใหญ่เป็นสองเท่าของขนาดตัวมันเลยทีเดียว
หากมันอ้าปากหมายจะกินเธอเข้าไป ก็คงทำได้ในพริบตาเดียว
อวี๋หวั่นกำลังรอ และมันก็กำลังรออยู่เช่นกัน
รอเวลาที่ดวงอาทิตย์ตกดิน
'มนุษย์คนนี้รนหาที่ตายหรือไง ถึงได้กล้ามายืนรออยู่หน้าคฤหาสน์ของท่านผู้ครอบครองดินแดน เดี๋ยวฉันจะฆ่ามันซะ แล้วเอาไปถวายให้ท่าน ฮี่ฮี่ฮี่'
เมื่อได้ยินเสียงในใจของสิ่งลี้ลับ อวี๋หวั่นก็ยิ่งรู้สึกตึงเครียดมากขึ้นไปอีก
เมื่อแสงอาทิตย์ลำสุดท้ายลับขอบฟ้าไป สิ่งลี้ลับก็คำรามลั่น ก่อนจะพุ่งเข้าใส่อวี๋หวั่น
อวี๋หวั่นใส่เกียร์หมาวิ่งหนีสุดชีวิต พร้อมกับโยนยาล่องหนเข้าปากกลืนลงไป
ดาบเล่มโตในมือของสิ่งลี้ลับเล็งไปที่ลำคอของอวี๋หวั่น แล้วฟันฉับลงมาอย่างแรง
เคร้ง ดาบฟันกระทบพื้นดินจนเกิดประกายไฟกระเด็นว่อน
ทว่าอวี๋หวั่นที่เมื่อครู่ยังอยู่ตรงหน้ามัน กลับอันตรธานหายไปต่อหน้าต่อตา
ลูกตาโปนโตของสิ่งลี้ลับหัวโตกลอกไปมาอย่างลุกลี้ลุกลน พร้อมกับส่งเสียงคำรามลั่นด้วยความเกรี้ยวกราดที่ทำอะไรไม่ได้
มนุษย์
มนุษย์หายไปไหนแล้ว
อวี๋หวั่นที่หลบอยู่ตรงมุมตึก หัวใจเต้นโครมคราม
โชคดีที่เธอหลบได้เร็ว ไม่อย่างนั้นถ้าโดนดาบเล่มนั้นฟันลงมา คอเธอคงหลุดจากบ่าไปแล้วแน่ๆ
เมื่ออวี๋หวั่นดึงสติกลับมาได้ รอบข้างก็มีแต่เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงม
พวกสิ่งลี้ลับไม่เพียงแต่เข่นฆ่ามนุษย์บนท้องถนนเท่านั้น แต่ยังเข่นฆ่ากันเองอีกด้วย
สิ่งลี้ลับตนหนึ่งที่ไม่มีกายหยาบถูกสิ่งลี้ลับร่างสูงโย่งปั้นเป็นก้อนกลมๆ แล้วยัดเข้าปากกลืนลงท้องไป
คนขายเนื้อหัวหมูชูมีดปังตอขึ้นสูง เจอใครก็ฟันไม่เลือกหน้า
หัวของพวกสิ่งลี้ลับกลิ้งขลุกๆ มาหยุดอยู่แทบเท้าของอวี๋หวั่น
อวี๋หวั่นรู้สึกสะอิดสะเอียน รีบก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว
ถนนที่ตอนกลางวันดูเงียบเหงาและทรุดโทรม ตอนนี้กลับกลายสภาพเป็นโรงฆ่าสัตว์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดไปเสียแล้ว
กลิ่นเลือดคาวคลุ้งโชยเตะจมูกอวี๋หวั่นเป็นระลอก
เธอยกมือขึ้นปิดจมูก แล้วเดินเลี่ยงซากศพและชิ้นส่วนอวัยวะที่เกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นอย่างระมัดระวัง
เมื่อครู่เพื่อหลบหนีจากการตามล่า อวี๋หวั่นจึงวิ่งหนีจากประตูใหญ่มาทางด้านหลัง
ตอนนี้เธอต้องหาทางเดินอ้อมกลับไป
อวี๋หวั่นเดินย่องอย่างระมัดระวัง กลัวว่าจะเผลอไปชนโดนสิ่งลี้ลับตนไหนเข้าจนถูกจับได้
ตอนนี้เธอแค่ล่องหนเท่านั้น หากถูกจับจ้องจริงๆ ก็ยังสามารถได้รับบาดเจ็บและตายได้อยู่ดี
ในที่สุดอวี๋หวั่นก็เดินมาถึงหน้าประตูใหญ่
เธอพรูลมหายใจยาว ขณะที่กำลังจะยื่นมือออกไป จู่ๆ ก็มีเสียงแหลมยาวดังขึ้นจากด้านหลัง
'ทำไมถึงมีมนุษย์มาโผล่ที่นี่ได้ล่ะ หึหึ ช่างเถอะ ฆ่ามันก่อนดีกว่า หิวจะแย่อยู่แล้ว'
อวี๋หวั่นใจหายวาบ หรือว่ายาล่องหนจะมีระยะเวลาจำกัด
เธอหันขวับกลับไปทันที
ใบหน้าอันน่าสยดสยองขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอ
ปากของมันอ้ากว้างขนาดเท่าลูกแตงโม ภายในเต็มไปด้วยฟันแหลมคมเปื้อนของเหลวเหนียวเหนอะหนะสีเขียวคล้ำ
ถ้าถูกไอ้ตัวนี้กัดเข้า ต่อให้ไม่ตายทันที ก็คงต้องติดเชื้อแบคทีเรียตายแน่ๆ
สมองของอวี๋หวั่นขาวโพลน ในหัวมีเพียงความคิดนี้แล่นเข้ามา
เธอหลับตาลงอย่างสิ้นหวัง
บ้าเอ๊ย ถ้าได้เกิดใหม่อีกครั้ง คราวหน้าเธอจะถามระบบให้ชัดเจนไปเลยว่าของรางวัลมันมีระยะเวลาจำกัดไหม
ตายครั้งนี้มันช่างน่าอเนจอนาถเหลือเกิน
ทว่าความเจ็บปวดที่คิดว่าจะได้รับกลับไม่เกิดขึ้น กลับกลายเป็นสิ่งลี้ลับตนนั้นที่ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนออกมาแทบขาดใจ
คลื่นความร้อนแผ่ซ่านเข้ามาปะทะใบหน้าของอวี๋หวั่น
เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างระมัดระวัง
คนที่อยู่ตรงหน้าทำให้เธอเผลออุทานออกมา "ท่านผู้ครอบครองดินแดน"
เสวียนหมิงจิ้นลดมือลง ทอดสายตามองดูสิ่งลี้ลับที่ถูกเปลวเพลิงแผดเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน ก่อนจะเบือนหน้าหนีอย่างเย็นชา
เขาหันกลับมาจ้องมองอวี๋หวั่น "สวัสดี มนุษย์ พวกเราเจอกันอีกแล้วนะ"
อวี๋หวั่นมองเสวียนหมิงจิ้นด้วยหัวใจที่เต้นรัว เสวียนหมิงจิ้นช่วยชีวิตเธอไว้อีกแล้ว ทั้งสองคนจ้องมองหน้ากันเงียบๆ
จู่ๆ อวี๋หวั่นก็ได้ยินเสียงในใจของเสวียนหมิงจิ้น
'มนุษย์คนนี้อีกแล้วเหรอ'
[จบตอน]