เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 แทบไม่อยากจะเชื่อสายตา

บทที่ 9 แทบไม่อยากจะเชื่อสายตา

บทที่ 9 แทบไม่อยากจะเชื่อสายตา


บทที่ 9 แทบไม่อยากจะเชื่อสายตา

ซินอวี่ หญิงสาวที่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยหมาดๆ และเพิ่งเคยเดินทางไกลเป็นครั้งแรก ผู้ไม่เคยรับรู้ถึงความโหดร้ายของโลกใบนี้ เมื่อได้เห็นคอมเมนต์ในไลฟ์สด เธอก็เริ่มรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจริงๆ เสียแล้ว

เธอทิ้งความสนใจที่มีต่อคนดูในไลฟ์ไปจนหมดสิ้น ลืมแม้กระทั่งภาพลักษณ์ของตัวเอง เธอตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาจากกองดินอย่างทุลักทุเล แล้วพุ่งเข้าไปคว้าแขนหมอที่เพิ่งวิ่งกระหืดกระหอบมาถึง "ช่วยตรวจดูทีค่ะว่าฉันยังมีโอกาสรอดไหม"

ชิวจี้เฟิงมองดูหญิงสาวที่กำลังอยู่ในวัยแรกรุ่นด้วยความเวทนา เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ ย่อตัวลงเพื่อตรวจดูบาดแผลและเตรียมทำแผลให้เธอ

คนที่ถูกแร่กัมมันตภาพรังสีบาด มีแต่ต้องนอนรอความตายเท่านั้น แต่เมื่อชิวจี้เฟิงเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาของซินอวี่ เขาก็พูดความจริงออกไปไม่ลง

เขาใช้เครื่องมือสแกนตามร่างกายของเธอไปหนึ่งรอบ ตามปกติแล้วในสถานการณ์เช่นนี้ เขาจะพูดโกหกด้วยความหวังดี โดยบอกว่าบาดแผลไม่ร้ายแรงอะไร จากนั้นก็ทำแผลให้ เพื่อให้คนเจ็บได้จากไปอย่างสงบโดยที่ยังมีความหวังหล่อเลี้ยงจิตใจอยู่บ้าง

การทำแบบนี้จะช่วยให้คนเจ็บรู้สึกดีขึ้นได้บ้าง และวันนี้เขาก็ตั้งใจจะทำเช่นนั้นเหมือนกัน

ชิวจี้เฟิงกวาดสายตามองข้อมูลบนหน้าจอเครื่องมืออย่างลวกๆ แล้วฝืนยิ้มออกมาด้วยความเจ็บปวด "แผลของเธอ..."

ซินอวี่จ้องมองการเปลี่ยนแปลงบนสีหน้าของหมอตาไม่กะพริบ ตั้งแต่รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเจ็บปวด เปลี่ยนเป็นความตกตะลึง ก่อนจะกลายเป็นความตื่นตะลึงสุดขีด และสุดท้ายก็กลายเป็นจ้องมองเธอด้วยความประหลาดใจ หัวใจของเธอเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง

ในใจคิดว่า จบเห่แล้ว จบเห่แน่ๆ เธอต้องตายแน่ๆ รู้อย่างนี้เชื่อฟังที่บ้านแล้วนั่งเล่นนอนเล่นอยู่บ้านดีกว่า

"แผลของเธอ... ไม่เป็นอะไรเลยนี่?" แม้แต่ตัวชิวจี้เฟิงเองก็ยังไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น

นอกจากรอยถลอกภายนอกแล้ว ไม่มีร่องรอยของก๊าซพิษ ไม่มีการติดเชื้อจากรังสี และไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ทั้งสิ้น

ถ้าไม่เห็นว่ามีแร่กัมมันตภาพรังสีเปื้อนเลือดตกอยู่ข้างๆ เขาคงคิดว่าซินอวี่ดวงแข็งจนไม่โดนแร่พวกนั้นหล่นใส่เลยด้วยซ้ำ

ซินอวี่น้ำตาคลอเบ้า "...คุณเป็นหมอนะ มาถามฉันได้ยังไง"

ชิวจี้เฟิงยังคิดว่าตัวเองตาฝาดไป เขาขยี้ตาแรงๆ แล้วสแกนร่างกายของซินอวี่ซ้ำอีกสองรอบ ถึงได้มั่นใจว่าสิ่งที่เห็นคือความจริง "แค่แผลถลอกน่ะ ทำแผลนิดหน่อยก็หายแล้ว"

เป็นไปไม่ได้!

ผีหลอกแน่ๆ! หรือว่าร่างกายของเด็กสาวคนนี้จะมีความพิเศษอะไรซ่อนอยู่

ซินอวี่ปล่อยโฮออกมาเสียงดังลั่น "หมอคะ หมอไม่ต้องมาปลอบใจฉันหรอกค่ะ คนดูในไลฟ์บอกกันหมดแล้วว่าฉันไม่รอดแน่ๆ"

"เธอแค่ถลอกนิดหน่อยจริงๆ นะ!"

ชิวจี้เฟิงโชว์ผลการตรวจสแกนให้กล้องดู ก่อนจะลงมือทำแผลให้ซินอวี่อย่างรวดเร็ว แล้วรีบผละไปดูคนเจ็บรายต่อไปทันที

[ผมเป็นนักศึกษาแพทย์ครับ ดูจากข้อมูลที่หมอโชว์ให้ดู สตรีมเมอร์แค่ถลอกนิดหน่อยจริงๆ ครับ ไม่ถึงตายหรอก]

[ไม่เครื่องมือหมอเสีย ก็สตรีมเมอร์นี่แหละดวงแข็งสุดๆ สงสัยจะหลบแร่กัมมันตภาพรังสีพ้นหวุดหวิด]

[จู่ๆ ฉันก็นึกขึ้นมาได้ หรือว่าหินนำโชคที่คนโกหกคนนั้นให้สตรีมเมอร์มาจะเป็นของจริง มันช่วยชีวิตเธอไว้ในสถานการณ์คับขันแบบนี้ได้เลยนะเนี่ย]

ซินอวี่ยังคงนั่งนิ่งอยู่กับที่ เธอยังไม่หายตกใจกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น

หรือว่า... หินนำโชคนั่นจะช่วยชีวิตเธอไว้จริงๆ

ซินอวี่ล้วงก้อนหินออกจากกระเป๋าเสื้อ รูปร่างหน้าตาของมันคล้ายกับแร่กัมมันตภาพรังสีมาก สิ่งเดียวที่แตกต่างออกไปคือลวดลายที่ดูเก่าแก่และซับซ้อนที่ถูกสลักเอาไว้บนพื้นผิว

ชิวจี้เฟิงเองก็ยังรู้สึกมึนงงอยู่ไม่หาย เขาได้แต่ถอนหายใจและคิดว่าเด็กสาวคนนั้นดวงแข็งจริงๆ

"เฒ่าชิว ช่วยฉันด้วย ฉันกำลังจะตายแล้ว"

เสียงตะโกนดังลั่นมาแต่ไกล เหอลี่วิ่งกระหืดกระหอบตรงดิ่งมาหาเขาด้วยสภาพเลือดอาบไปทั้งตัว พลางบ่นกระปอดกระแปดไปตลอดทาง "เพดานอุโมงค์เหมืองถล่มลงมา ไม่ได้รุนแรงอะไร ไม่มีใครตายหรอก แต่มีคนโดนแร่กัมมันตภาพรังสีบาดเจ็บกันเพียบ ฉันเองก็โดนบาดเหมือนกัน ฉันกำลังจะตายแล้วเนี่ย"

ชิวจี้เฟิงไม่รอช้า รีบตรงเข้าไปตรวจดูบาดแผลให้เขา พอตรวจเสร็จก็เตะก้นเหอลี่ไปหนึ่งที "แกก็แค่ถลอกนิดหน่อยเอง เลือดออกเยอะจนดูน่ากลัวเฉยๆ ไม่ตายหรอกน่า วันๆ เอาแต่ตื่นตูมไปได้"

เหอลี่โวยวายลั่น "เป็นไปไม่ได้ ฉันเห็นกับตาว่าแร่กัมมันตภาพรังก้อนเท่ากำปั้นมันพุ่งมาชนหัวฉันจังๆ ฉันต้องตายแน่ๆ แต่อย่ามาพูดปลอบใจกันเลย"

พอโวยวายจบ เขาก็สังเกตเห็นว่าชิวจี้เฟิงกำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ จึงรู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมา "มองฉันแบบนั้นทำไม ฉันเหลือเวลาอีกเท่าไหร่เนี่ย"

ชิวจี้เฟิงทำหน้าเซ็ง "วันนี้ฉันต้องเจอผีหลอกเข้าแล้วแน่ๆ แกไม่เป็นอะไรจริงๆ แกแค่ถลอกนิดหน่อยจริงๆ ไม่ได้พูดปลอบใจโว้ย"

เหอลี่สะดุ้งโหยง รีบลุกพรวดขึ้นมา "จริงดิ หลอกกันเล่นป่าวเนี่ย"

ชิวจี้เฟิงทำหน้าจริงจังกว่าเดิม "จริงสิวะ"

เหอลี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น "ถ้าเป็นเรื่องจริงล่ะก็ ฉันรู้แล้วว่าอะไรช่วยชีวิตฉันไว้ คนเจ็บในอุโมงค์เหมืองนี้อาจจะรอดตายกันหมดก็ได้!"

เขาล้วงหินค่ายกลต้านทานพิษออกมาจากอกเสื้อให้ชิวจี้เฟิงดู "นี่คือหินที่เด็กผู้หญิงคนนั้นให้ฉันมา คนที่ขายโอสถปี้กู่นั่นแหละ ที่ฉันเคยบอกให้แกไปดูที่ร้านค้าออนไลน์ของเธอไง แล้วแกก็บอกว่าเป็นเรื่องหลอกลวง แถมยังเตะฉันออกจากคลินิกด้วย จำได้ไหม"

ชิวจี้เฟิงรับหินค่ายกลต้านทานพิษมาถือไว้ด้วยความงุนงง "มันจะมหัศจรรย์ขนาดนั้นเชียวเหรอ"

"ช่างมันก่อนเถอะ ตอนนี้ช่วยคนเจ็บสำคัญกว่า!" เหอลี่แย่งหินค่ายกลต้านทานพิษกลับมาจากมือของชิวจี้เฟิง แล้ววิ่งไปหาคนเจ็บที่เพิ่งถูกช่วยเหลือออกมาจากกองเศษซากปรักหักพัง พลางเร่งเร้าให้ชิวจี้เฟิงที่วิ่งตามมาติดๆ "ตรวจแผลเร็วเข้า!"

เมื่อเห็นว่าคนเจ็บสลบไสลไม่ได้สติ ชิวจี้เฟิงจึงไม่กล้าชักช้า เขารีบใช้เครื่องมือสแกนร่างกายของคนเจ็บทันที "กระดูกแขนขวาท่อนล่างหัก มีรอยถลอกหลายแห่งตามร่างกาย ก๊าซพิษเข้าสู่ร่างกายแล้ว อีกสามสิบนาทีจะลุกลามเข้าสู่หัวใจและปอด"

เหอลี่ทำตามวิธีที่มั่วจุนเยว่ใช้รักษาคน เขาค่อยๆ วางหินค่ายกลต้านทานพิษลงบนตัวของคนเจ็บ รอยคล้ำบริเวณบาดแผลค่อยๆ จางหายไปอย่างรวดเร็ว เลือดสีดำที่ไหลซึมออกมาก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงสด

"ตรวจอีกรอบสิ!" เหอลี่หยิบหินค่ายกลต้านทานพิษออก

ชิวจี้เฟิงรีบทำการสแกนร่างกายคนเจ็บอีกครั้งอย่างรวดเร็ว "กระดูกแขนขวาท่อนล่างหัก มีรอยถลอกหลายแห่งตามร่างกาย เสียเลือดมาก"

ผลการตรวจครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนอย่างสิ้นเชิง ทั้งสองคนมองหน้ากัน ต่างก็เห็นความตกตะลึงฉายชัดอยู่ในดวงตาของอีกฝ่าย

ปัญหาที่แม้แต่จักรวรรดิทั้งหมดยังจนปัญญาแก้ไข กลับถูกทำลายลงอย่างง่ายดายด้วยก้อนหินที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งสร้างขึ้นมาเนี่ยนะ

ตัดภาพมาที่ซินอวี่ หลังจากที่เธอตั้งสติได้ ก็พบว่าจำนวนคนดูในไลฟ์กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ทะลุสองหมื่นกว่าคนไปแล้ว

เธอรู้สึกว่าไม่ควรปล่อยให้โอกาสทองในการเพิ่มยอดผู้ติดตามหลุดลอยไป เธอจึงตัดสินใจฝืนทนอาการบาดเจ็บเพื่อถ่ายทอดสดต่อ โดยบรรยายให้คนดูฟังถึงสภาพความเป็นอยู่ที่ยากลำบากของชาวโลกโบราณ

"ทุกคนคะ พวกคุณก็เห็นแล้วว่าสภาพแวดล้อมที่ผู้คนที่นี่อาศัยอยู่นั้นอันตรายมากแค่ไหน พวกเขาต้องใช้ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายทุกวัน ไม่คิดเลยนะคะว่าในสังคมยุคปัจจุบันนี้จะยังมีสถานที่ที่ยากจนและลำบากขนาดนี้หลงเหลืออยู่อีก..."

ในขณะที่ซินอวี่กำลังบรรยาย เธอก็แพนกล้องไปที่กลุ่มคนเจ็บ เพื่อถ่ายทอดเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้าแบบเรียลไทม์

"เอ๊ะ?"

มีคนสองคนกำลังสาละวนอยู่กับการรักษาคนเจ็บโผล่เข้ามาในเฟรมกล้อง หนึ่งในนั้นคือหมอที่เพิ่งทำแผลให้เธอเมื่อครู่นี้ ส่วนอีกคนในมือถือหินก้อนหนึ่งอยู่ และกำลังนำไปวางทาบลงบนตัวคนเจ็บทีละคนๆ

ซินอวี่ประหลาดใจเป็นอย่างมาก เธอสังเกตเห็นว่าหินก้อนนั้นมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับหินนำโชคของเธอไม่มีผิดเพี้ยน

เธอจึงเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วเอ่ยปากสัมภาษณ์ "คุณลุงคะ ลุงกำลังสวดมนต์ขอพรให้คนเจ็บอยู่เหรอคะ นี่เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมลี้ลับของโลกโบราณใช่ไหมคะ"

เหอลี่ทำหน้างง "ขอพรบ้าบออะไรกัน ฉันกำลังรักษาคนเจ็บอยู่ต่างหาก"

ซินอวี่ตกตะลึงตาค้าง เธอรีบหยิบหินนำโชคของตัวเองออกมาเทียบดู มันเหมือนกับหินในมือของคุณลุงคนนี้ราวกับแกะ "หินนำโชคไม่ได้มีไว้เสริมดวงหรอกเหรอคะ มันใช้รักษาโรคได้ด้วยเหรอ"

เหอลี่: ...

ชิวจี้เฟิงตบฉาดลงบนต้นขาตัวเอง "ฉันก็ว่าอยู่ทำไมแม่หนูนี่ดวงแข็งนัก ที่แท้เธอก็มีหินค่ายกลต้านทานพิษติดตัวอยู่นี่เอง ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็อย่ามัวแต่ยืนบื้ออยู่เลย รีบมาช่วยกันรักษาคนเจ็บเร็วเข้า"

หลักการทำงานของหินค่ายกลก็คือ การรวบรวมพลังวิญญาณมากำจัดพลังมาร ซึ่งจะส่งผลดีต่อทุกคนที่ได้สัมผัสกับหินค่ายกลก้อนนี้

และด้วยเหตุนี้เอง ซินอวี่จึงถูกลากไปช่วยรักษาคนเจ็บด้วยประการฉะนี้

ในระหว่างการช่วยเหลือ เธอถึงได้เข้าใจกระจ่างแจ้งว่า หินก้อนนี้ไม่ใช่หินนำโชคอะไรเลย แต่มันคือหินค่ายกลต้านทานพิษที่มีไว้สำหรับรับมือกับก๊าซพิษโดยเฉพาะ

ผู้ชมในไลฟ์สดต่างก็ประหลาดใจและแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเช่นกัน

[สรุปก็คือ สองพี่น้องคู่นั้นไม่ใช่นักต้มตุ๋น แต่เป็นยอดฝีมือที่เก็บซ่อนตัวตนเอาไว้สินะ]

[หินก้อนสุดท้ายที่แถมให้ก็ไม่ใช่หินนำโชค แต่เป็นเพราะพี่สาวรู้ว่าสตรีมเมอร์จะเข้าไปในเหมือง เลยตั้งใจมอบหินค่ายกลต้านทานพิษให้เพื่อปกป้องเธอใช่ไหม]

[สมกับเป็นโลกโบราณจริงๆ มียอดฝีมือซ่อนอยู่ทุกหนทุกแห่งเลยแฮะ!]

[ถ้าอย่างนั้น... ของที่ขายในร้านค้าออนไลน์สำนักเสวียนเทียน ก็เป็นของจริงหมดเลยน่ะสิ]

พอชาวเน็ตคนนี้ทักขึ้นมา กลุ่มคนที่เข้ามาดูไลฟ์สดตั้งแต่แรกก็พลันนึกถึงชื่อร้านค้าออนไลน์สำนักเสวียนเทียนที่สองพี่น้องคู่นั้นเคยพูดถึงขึ้นมาได้ ก่อนหน้านี้พวกเขายังด่าทอว่าสองคนนั้นเป็นสิบแปดมงกุฎอยู่เลย

แต่พอได้เห็นสรรพคุณของก้อนหินกับตาตัวเองแบบนี้ พวกเขาก็รีบแห่กันกดเข้าไปที่ร้านค้าออนไลน์สำนักเสวียนเทียนอีกครั้ง ปรากฏว่าสินค้าทั้งสามรายการที่เคยวางขายอยู่ ถูกกวาดซื้อไปจนเกลี้ยงแผงแล้ว

แล้วแต่ละคนก็รีบวิ่งกลับมาโวยวายในไลฟ์สด

[ใครกันวะเนี่ย มือไวชะมัด แอบไปเหมามาหมดเกลี้ยงเลย]

[ไหนใครหน้าไหนบอกว่าพวกเขาเป็นสิบแปดมงกุฎไง แล้วนี่แอบมุดไปเหมาของในร้านจนเกลี้ยง แบบนี้ไม่หน้าแตกยับเยินหรือไง]

[ฉันกดซื้อไม่ทันเลย ใครเป็นคนเหมาไปวะ รีบโผล่หัวออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ฉันอยากจะรู้จริงๆ ว่าหน้าใครจะแตกยับเยินกว่ากัน]

ทว่ากลับไม่มีใครยอมรับในช่องคอมเมนต์เลยสักคน ท้ายที่สุดก็ไม่มีใครรู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนกวาดซื้อสินค้าพวกนั้นไปจนเกลี้ยง

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 9 แทบไม่อยากจะเชื่อสายตา

คัดลอกลิงก์แล้ว