- หน้าแรก
- ผมกลายเป็นมหาเศรษฐี ด้วยการค้าขายกับโลกยักษ์
- บทที่ 21 พ่อมดเฒ่ากับซานกั๋วเอ๋อร์
บทที่ 21 พ่อมดเฒ่ากับซานกั๋วเอ๋อร์
บทที่ 21 พ่อมดเฒ่ากับซานกั๋วเอ๋อร์
บทที่ 21 พ่อมดเฒ่ากับซานกั๋วเอ๋อร์
ยักษ์ตนนี้แก่ชรามากแล้ว
ร่างกายของเขาซูบผอมจนเห็นกระดูกที่ห่อหุ้มด้วยผิวหนังสีคล้ำซึ่งเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นและจุดด่างดำ ยักษ์เฒ่าสวมชุดคลุมยาวทำจากผ้าป่านหยาบสีเทา มือซ้ายถือไม้เท้าไม้มะเกลือยาว บนศีรษะล้านเลี่ยนมีรอยสักลวดลายลึกลับลามไปถึงหน้าผากและแก้มบางส่วน
แต่ทว่าด้วยดวงตาที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนและจมูกที่กว้างหนา ทำให้เขาดูไม่น่าเกลียดหรือน่ากลัวเลยแม้แต่น้อย คิ้วสีขาวโพลนทั้งสองข้างยาวลงมาปะปนกับหนวดเคราที่ทิ้งตัวลงไปถึงหน้าอก
"ซาเจีย อาซูลาเค่อซือ?"
เมื่อเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าโต๊ะ เขาก็ยกมือขวาทาบอกแล้วก้มตัวลงคำนับเกาจิ่ง
ความปรารถนาดีที่ยักษ์เฒ่าแสดงออกมานั้น แม้เกาจิ่งจะไม่มีพลังพิเศษที่ได้จากเลือดงู เขาก็ยังสัมผัสได้อย่างชัดเจน
"ขออภัยด้วยครับ"
เกาจิ่งก้มตัวลงคำนับตอบ "ผมฟังที่ท่านพูดไม่รู้เรื่อง"
เขาสังเกตเห็นรายละเอียดอย่างหนึ่ง นั่นคือเสียงพูดของอีกฝ่ายถูกจงใจกดให้ต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด
นับว่าเป็นการให้เกียรติความรู้สึกของ 'คนจิ๋ว' อย่างเขาอย่างเต็มที่
สิ่งนี้ทำให้เกาจิ่งเผลอเกิดความรู้สึกดีต่อยักษ์ชราตนนี้ขึ้นมาเล็กน้อย
"โอ้"
ยักษ์เฒ่าพลันนึกขึ้นได้
แน่นอนว่าเขาก็ฟังคำพูดของเกาจิ่งไม่ออกเช่นกัน เขาจึงยื่นมือเข้าไปค้นหาในถุงย่ามที่แขวนอยู่ข้างเอวครู่หนึ่ง
สุดท้ายก็หยิบป้ายไม้สีน้ำตาลดำออกมาหนึ่งชิ้น
กร๊อบ!
ป้ายไม้ถูกยักษ์เฒ่าบีบจนแตกละเอียดในมือ พลันมีแสงสว่างวาบขึ้นมาบนฝ่ามือของเขา
เขาชูนิ้วชี้ขึ้นแล้วชี้มาที่เกาจิ่งเบาๆ
ประกายแสงสีเงินพุ่งออกมาจากปลายนิ้ว และบินเข้าหาเกาจิ่งอย่างเงียบเชียบ
เกาจิ่งหลบไม่พ้น แสงดาวเหล่านั้นแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของเขาและหายวับไปจนหมดสิ้น!
เกาจิ่งไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใดๆ ในร่างกาย เพียงแต่รู้สึกเหมือนมีความทรงจำบางอย่างเพิ่มเข้ามาในสมอง
ยักษ์เฒ่าแบมือออก เศษป้ายไม้ร่วงหล่นลงสู่พื้น
เขากล่าวขึ้นอีกครั้งว่า "สวัสดี ผู้สืบทอดชนเผ่าบรรพกาลจากขุมนรก"
เกาจิ่งถึงกับอึ้ง
เพราะสิ่งที่ยักษ์เฒ่าพูดออกมายังคงเป็นภาษาเดิม แต่คราวนี้เขากลับเข้าใจความหมายทั้งหมดอย่างสมบูรณ์!
เกาจิ่งอ้าปากค้าง ไม่รู้จะตอบกลับไปอย่างไรดี
ควรจะตอบเป็นภาษาทางการดีไหมนะ?
ยังไม่ทันที่เกาจิ่งจะอ้าปากพูด ยักษ์เฒ่าก็กล่าวอย่างขออภัยว่า "ต้องขอโทษด้วย ป้ายมนตราสดับวจีสามารถทำให้เจ้าฟังภาษาต้าหวงรู้เรื่องเท่านั้น ข้าไม่มีป้ายมนตราสื่อสารระดับสูงกว่านี้ จึงไม่สามารถทำให้เจ้าเข้าใจภาษาต้าหวงได้ในทันที"
เกาจิ่งรีบส่ายหน้าเพื่อบอกว่าไม่เป็นไร
แค่ฟังรู้เรื่องก็ยอดเยี่ยมมากแล้ว
ช่างเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์จริงๆ
ในตอนนั้นเอง เด็กหญิงคนเมื่อครู่ก็ยกเก้าอี้ไม้จันทน์ม่วงตัวหนึ่งเข้ามา
ถึงแม้เก้าอี้จะสูงและใหญ่กว่าตัวเธอ แต่เธอกลับยกมันมาได้อย่างสบายๆ
นี่คือพรสวรรค์ของเผ่าพันธุ์อย่างนั้นหรือ?
"ข้าเชื่อว่าเจ้าคงมีข้อสงสัยมากมาย..."
ยักษ์เฒ่านั่งลงบนเก้าอี้ไม้แล้วกล่าวว่า "พวกเราค่อยๆ คุยกันก็ได้"
เกาจิ่งมีข้อสงสัยมากมายจริงๆ เขาจึงพยักหน้าแล้วนั่งขัดสมาธิลงบนโต๊ะไม้
ความจริงแล้วจากการสนทนาเพียงไม่กี่ประโยคเมื่อครู่ เกาจิ่งก็ได้รับข้อมูลมาไม่น้อยแล้ว
ในโลกหลัก หากจู่ๆ มีคนจิ๋วที่มีส่วนสูงเพียง 10 กว่าเซนติเมตรปรากฏตัวขึ้นมา เรื่องนี้จะต้องกลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลกอย่างแน่นอน และใครก็ตามที่พบเห็นย่อมต้องรู้สึกว่ามันเหลือเชื่อ
ทว่าสำหรับยักษ์เฒ่าตนนี้ เขากลับไม่ได้แสดงท่าทีประหลาดใจกับตัวเกาจิ่งมากนัก
เขาเรียกเกาจิ่งว่า 'ชนเผ่าบรรพกาล' และบอกว่าเกาจิ่งมาจาก 'ขุมนรก'
เรื่องนี้น่าสนใจมาก
คำพูดของอีกฝ่ายเผยข้อมูลออกมา 2 ประการ
ประการแรกคือ ในโลกใบใหญ่แห่งนี้มี 'คนจิ๋ว' ที่เหมือนกับเกาจิ่งอาศัยอยู่
นั่นก็คือกลุ่มคนที่ถูกเรียกว่าชนเผ่าบรรพกาลแห่งขุมนรก
ประการที่สองคือ ยักษ์เฒ่าเคยเห็นคนกลุ่มนี้มาก่อน!
ก่อนหน้านี้ตอนที่เกาจิ่งฟื้นขึ้นมา สิ่งที่เขากังวลที่สุดคือการที่ตัวเขาซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดจะถูกมองว่าเป็นสัตว์ประหลาดและถูกกำจัด
ตอนนี้ความกังวลเหล่านั้นยังไม่หายไปทั้งหมด แต่อย่างน้อยก็ลดลงไปมากกว่าครึ่ง
ดังนั้นเขาจึงสามารถสงบสติอารมณ์ลงชั่วคราว เพื่อสนทนากับยักษ์เฒ่าได้
"ก่อนอื่น ข้าขอแนะนำตัวก่อน"
ยักษ์เฒ่าลูบเครายาวของตัวเองแล้วกล่าวว่า "ข้ามีชื่อว่าซานเหยียน เป็นพ่อมดแห่งเผ่าซานเยว่"
"มหาพ่อมดต่างหาก"
เด็กหญิงตัวน้อยที่อยู่ข้างๆ พลันแทรกขึ้นมาแก้ไข "คุณปู่เป็นมหาพ่อมดค่ะ!"
เธอพูดด้วยท่าทางภาคภูมิใจมาก
เธอเบียดตัวเข้าไปอิงแอบอยู่ข้างกายพ่อมดเฒ่าอย่างใกล้ชิด
"หึๆ"
ซานเหยียนลูบหัวเด็กหญิงด้วยความเอ็นดู จนทำให้ผมเผ้าของเธอยิ่งยุ่งเหยิงเข้าไปใหญ่
พ่อมดเฒ่าแห่งเผ่าซานเยว่กล่าวต่อว่า "นักรบของเผ่าเราพบตัวเจ้าตอนที่พวกเขากำลังออกล่าพรรณวัวป่า ตอนนั้นเจ้านอนสลบอยู่บนท่อนไม้ผุๆ ท่อนหนึ่ง"
"นักรบของพวกเราพบเห็ดนิทรามรณะอยู่ใต้ท่อนไม้นั่น..."
หลังจากฟังคำอธิบายของพ่อมดเฒ่า เกาจิ่งถึงได้เข้าใจ
ที่แท้เขาก็โดนเห็ดชนิดหนึ่งเล่นงานเข้านี่เอง
เห็ดนิทรามรณะนี้ไม่ธรรมดาเลย เงื่อนไขการเติบโตของมันเข้มงวดมาก ดังนั้นจำนวนของมันจึงมีน้อยมาก
เห็ดนิทรามรณะสามารถปล่อยกลิ่นพิเศษออกมา เมื่อสัตว์ตัวเล็กๆ เดินผ่านและได้กลิ่นก็จะสลบไปในทันที
จากนั้นเห็ดนิทรามรณะจะรีบงอกรากจำนวนมหาศาลแทงทะลุเข้าสู่ร่างกายของเหยื่อเพื่อปล่อยพิษ เพื่อกัดกร่อนและละลายกล้ามเนื้อกับกระดูกของเหยื่อให้กลายเป็นของเหลวเพื่อดูดซึมสารอาหารไปหล่อเลี้ยงเมล็ดพันธุ์ใหม่ของมัน
นี่จึงเป็นที่มาของชื่อเห็ดนิทรามรณะ
เกาจิ่งถือว่าทั้งโชคร้ายและโชคดีในเวลาเดียวกัน
โชคร้ายที่เขาดันไปเจอเห็ดที่หายากชนิดนี้ แต่โชคดีที่ถูกนักรบของเผ่าซานเยว่พบเข้าและพากลับมา
ทำให้เขาไม่ต้องกลายเป็นปุ๋ยให้กับเห็ดนิทรามรณะ
"ขอบคุณครับ!"
เกาจิ่งก้มตัวลงคำนับขอบคุณ
ถึงแม้เขาจะพูดภาษาต้าหวงไม่ได้ แต่อีกฝ่ายย่อมเข้าใจความหมายแน่นอน
"ไม่ต้องเกรงใจไป"
พ่อมดเฒ่ายิ้มตอบ "เมื่อตอนที่ข้ายยังเยาว์วัย ข้าเคยเดินทางไปท่องเที่ยวที่นครแห่งหมื่นราชา และได้พบกับชนเผ่าบรรพกาลของพวกเจ้าที่นั่น เผ่าพันธุ์ของพวกเรามีต้นกำเนิดมาจากแหล่งเดียวกัน ย่อมควรที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน"
ข้อมูลนี้ช่างหนักแน่นนัก
เกาจิ่งจดจำคำว่า 'นครแห่งหมื่นราชา' และ 'ต้นกำเนิดเดียวกัน' เอาไว้ในใจ
คำพูดของพ่อมดเฒ่ายังช่วยยืนยันข้อสันนิษฐานของเขาเมื่อครู่นี้อีกด้วย
"เอาละ"
พ่อมดเฒ่ากล่าวว่า "แขกผู้มาจากขุมนรก ข้าขอถามว่าเจ้าตั้งใจจะออกเดินทางท่องเที่ยวต่อ หรืออยากจะพักอาศัยอยู่ที่เผ่าของเราสักระยะหนึ่ง?"
เกาจิ่งรีบพยักหน้าทันที "ผมอยากพักอยู่ที่นี่สักพักครับ!"
นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดในการทำความรู้จักกับโลกใบใหญ่ แม้ว่าจะมีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่อยากพลาดโอกาสนี้ไป
อืม แน่นอนว่าไม่ได้เป็นเพราะถูกดึงดูดด้วยไม้จันทน์ม่วงชั้นยอดที่มีอยู่มากมายนับไม่ถ้วนและหาได้ง่ายๆ ที่นี่หรอกนะ!
พ่อมดเฒ่าไม่ได้เข้าใจความหมายของเกาจิ่งผิดไป "ข้าคิดว่าเจ้าคงเลือกที่จะอยู่ต่อ งั้นข้าจะสอนภาษาต้าหวงให้เจ้าก่อนที่ฤทธิ์ของป้ายมนตราสดับวจีจะหมดลง"
ดวงตาของเกาจิ่งพลันเป็นประกาย นี่มันยอดเยี่ยมมากจริงๆ!
แน่นอนว่าเขามองออกว่าพ่อมดเฒ่าตรงหน้าไม่ใช่บุคคลธรรมดา และครอบครองพลังที่เหนือธรรมชาติ
หากได้เรียนรู้กับอีกฝ่าย แม้จะเป็นเพียงการเรียนภาษา เขาก็เชื่อว่าจะได้รับประโยชน์มากมายมหาศาลแน่นอน!
เกาจิ่งลุกขึ้นยืนแล้วโค้งคำนับพ่อมดเฒ่าอีกครั้งอย่างนอบน้อม
พ่อมดเฒ่ายิ้มบางๆ
"จริงด้วย"
เขาชี้ไปที่เด็กหญิงที่ยืนอยู่ข้างกายแล้วกล่าวว่า "ในช่วงเวลาที่เจ้าอยู่ที่เผ่าของเรา ซานกั๋วเอ๋อร์จะเป็นคนคอยดูแลเจ้า"
เอ๊ะ?
เกาจิ่งถึงกับอึ้งไปเลย
จะให้แม่หนูน้อยคนนี้เป็นคนดูแลเขางั้นเหรอ?
ล้อเล่นกันหรือเปล่าเนี่ย!
และในขณะที่เกาจิ่งมองไปทางเด็กหญิง แม่หนูน้อยที่ชื่อซานกั๋วเอ๋อร์คนนี้ก็หันหัวกลับมามองเขาเช่นกัน
สายตาของทั้งสองประสานกัน ตาเล็กจ้องมองตาโต
เกาจิ่งคือตาเล็ก
ซานกั๋วเอ๋อร์คือตาโต!
ต่างฝ่ายต่างมองหน้ากันอย่างเหลอหลา
[จบตอน]