เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 14 ข่มขู่

ตอนที่ 14 ข่มขู่

ตอนที่ 14 ข่มขู่


ตอนที่ 14 ข่มขู่

[ หมดเวลา ]

[ ระดับประเมิน : C ]

[ ได้รับหินวิญญาณ : 4 ก้อน ]

“ฮ่า... ฮ่า...”

ภาพตัดกลับ เจียงหลิวถูกส่งออกจาก [ เสาทองเกล็ดมังกร ] มองหน้าจอสรุปผลพลางหอบหายใจ

ก็โอเคนะ ห้านาทีได้หินวิญญาณ 4 ก้อน กำไรอยู่

แค่ระดับประเมินต่ำไปหน่อย เขาทุ่มสุดตัวแล้วยังได้แค่ระดับ C ดูเหมือนพลังรบโดยรวมจะยังไม่พอรองรับขั้นหลอมปราณระดับแปด

คิดดูแล้วก็ใช่ สิ่งที่เพิ่มพลังให้เขามีแค่รากวิญญาณสูงสุดธาตุน้ำกับกระบี่อรุณรุ่ง แถมวิชาที่ติดมากับกระบี่ยังถูกปิดผลึก ฝ่ามืออัคคีก็ใช้ไม่ได้ พลังรบจะไปสูงได้ยังไง

“ดูท่าจะต้องหาวิชาธาตุน้ำแล้ว...”

เจียงหลิวคิดในใจ รากวิญญาณสูงสุดธาตุไฟยังไม่รู้จะสุ่มได้เมื่อไหร่ ถ้าอยากเพิ่มพลังให้เร็ว ก็มีแค่เรียนวิชาเท่านั้น

การโจมตีของเขามีแค่ปราณกระบี่วารี ซึ่งก็แค่รวมปราณวิญญาณแล้วฟันออกไป ยังไม่ถึงขั้นเป็นวิชาด้วยซ้ำ ทำให้ดึงพลังของขั้นหลอมปราณระดับแปดออกมาไม่ได้อย่างเต็มที่

มีแต่ระดับพลังแต่ไม่มีพลังรบ ถ้าเปิดโหมดประลองระดับพลังแล้วเขายังเป็นแบบนี้ มีหวังโดนคนเลเวลต่ำกว่าล้มแน่ ถึงตอนนั้นคงน่าอับอายแย่

“บอกว่าจะหาวิชา แต่ของแบบนี้ก็ไม่มีช่องทางแน่นอนด้วยสิ...”

เจียงหลิวทำหน้ากลุ้ม คิดว่าคงต้องลองไปหาซื้อในออนไลน์ดูทีหลัง

พับเรื่องซื้อวิชาไว้ก่อน เจียงหลิวกดเข้าไปในดันเจี้ยน [ กลไกอาวุธลับ ] ต่อ

[ กลไกอาวุธลับ : ภายใต้การโจมตีของหุ่นกล ให้โต้กลับอย่างต่อเนื่อง ยิ่งกำจัดหุ่นได้มาก ก็จะได้รับค่าบำเพ็ญมากขึ้น ]

อันก่อนให้ตีเสา อันนี้ให้โดนตี?

เจียงหลิวเม้มปาก ก่อนจะเปิดฟังก์ชันเสมือนจริง

กลับมาที่ลานฝึกหินขาวอีกครั้ง คราวนี้ตรงกลางไม่ใช่เสาแล้ว แต่เป็นหุ่นไม้สูงสองเมตร ไม่มีอาวุธ

นับถอยหลัง

เจียงหลิวถือกระบี่อรุณรุ่ง กลั้นหายใจ จ้องหุ่นตรงหน้าอย่างตั้งใจ

[ รอบที่ 1 เริ่ม ]

ทันทีที่นับถอยหลังจบ หุ่นไม้ก็พุ่งเข้าหาเจียงหลิวตรงๆ ไม่มีการตั้งรับ มีแต่บุก

เจียงหลิวเล็งไปที่แขนของหุ่น ฟันปราณกระบี่ออกไป แขนขวาของหุ่นไม้หลุดกระเด็นทันที

ฟันทีเดียวขาดแขน เขาถึงกับอึ้งไป

“ง่ายขนาดนี้เชียว?”

เจียงหลิวชะงักเล็กน้อย แต่ในพริบตาเดียว หุ่นไม้ก็มาถึงตัว ยกแขนที่เหลืออยู่ฟาดใส่เขา

ไม่เร็วไม่ช้า ในสายตาเขาเหมือนเด็กตีกัน หลบได้สบาย เขาเอียงตัวหลบ ก่อนจะฟันอีกครั้ง ตัดแขนอีกข้างของหุ่นทิ้ง

ง่ายกว่าด่าน 1-7 ในโหมดเนื้อเรื่องตั้งสิบเท่า!

ตกใจหมด นึกว่าจะโหดแค่ไหน!

เจียงหลิวยักคิ้ว ความตึงเครียดหายไป ฟันหุ่นไม้จนแหลกเป็นชิ้นๆ ภายในไม่กี่จังหวะ เศษไม้กระจัดกระจายไปทั่วพื้น ยังขยับอยู่เล็กน้อย จนเขาแทบหลุดหัวเราะ

แต่ในวินาทีถัดมา เขาหัวเราะไม่ออกแล้ว

รอบที่ 2 หุ่นไม้ 2 ตัว เขายังรับมือไหว

รอบที่ 3 หุ่นไม้ 4 ตัว เขาเริ่มเหงื่อแตก

รอบที่ 4 หุ่นไม้ 8 ตัว เขาหันหลังวิ่งทันที

ในลานฝึกที่กว้างยิ่งกว่าสนามบาส เจียงหลิววิ่งไปก่นด่าไป ด้านหลังมีหุ่นไม้สิบกว่าตัวไล่ตามไม่หยุด

ถ้าความเร็วในการฆ่าไม่ทันความเร็วในการเกิด หุ่นจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนผู้ท้าทายตาย

รอบที่ 5 โผล่มาอีก 16 ตัว เจียงหลิวหยุดวิ่ง กัดฟันพุ่งเข้าไปฟันมั่วในกองหุ่น

ไม่กี่วินาทีต่อมา

[ หมดเวลา ]

[ จำนวนที่กำจัด : 4 ]

[ ระดับประเมิน : D ]

[ ได้รับค่าบำเพ็ญ : 2000 แต้ม ]

“ดันเจี้ยนขยะอะไรวะเนี่ย!”

เจียงหลิวมองหน้าจอสรุปผลพลางสบถ ภาพตัวเองโดนหุ่นไม้กดลงพื้นแล้วทุบไม่ยั้งยังติดอยู่ในหัว ถึงจะไม่รู้สึกเจ็บ แต่ก็ทิ้งแผลใจไว้ไม่น้อย

โดนทุบจนร่างแทบเละ แบบนี้สู้โดนฆ่าในทีเดียวยังดีกว่า!

“2000 แต้มยังไม่พอค่าทำขวัญฉันเลย”

เจียงหลิวส่ายหัว ก่อนจะกดเข้าไปในดันเจี้ยนสุดท้าย [ ป่าเซียนหญ้าหิน ]

[ ป่าเซียนหญ้าหิน : คุณจะปรากฏตัวในป่าเซียน ภายในมีหญ้าวิญญาณและหินวิญญาณซ่อนอยู่มากมาย กรุณาค้นหาให้พบภายในเวลาที่กำหนด ]

ดันเจี้ยนสุดท้ายเป็นการล่าสมบัติ!

เจียงหลิวตาเป็นประกาย เทียบกับการสู้แล้ว เขาชอบล่าสมบัติมากกว่า!

เขามีดวง +1 งานนี้ต้องได้ของดีแน่!

ภาพตัดไป เจียงหลิวปรากฏตัวอยู่ในดันเจี้ยน [ ป่าเซียนหญ้าหิน ] มองไปรอบๆ เห็นแต่ป่าไผ่สีเขียวขจี ปราณวิญญาณเข้มข้นพุ่งเข้าปะทะ ทำให้รู้สึกสดชื่น

ยังไม่ทันได้สำรวจรอบด้าน เวลานับถอยหลังก็สิ้นสุดลง ดันเจี้ยนเริ่มต้นทันที

“มีแค่ 10 นาทีเองเหรอ จะทำอะไรได้เนี่ย!”

เจียงหลิวเหลือบมองเวลาที่จำกัด รีบก้าวเท้าวิ่งแหวกป่าไผ่ สองตากวาดมองไปรอบๆ เพื่อหาหญ้าวิญญาณ และหินลึกลับที่มีค่า

สิบเมตร

ห้าสิบเมตร

ร้อยเมตร

เจียงหลิววิ่งไปในป่าไผ่ ยิ่งวิ่งก็ยิ่งรู้สึกแปลก ต้นไผ่ทุกต้นในป่าแห่งนี้สูงเท่ากัน อ้วนผอมเท่ากัน สีเดียวกัน เหมือนกันทุกประการ ให้ความรู้สึกเหมือนของก๊อปปี้

ให้ตายสิ โมเดลต้นไผ่นี่คัดลอกวางซ้ำใช่ไหมเนี่ย?

ไม่ว่าจะเป็น [ เสาทองเกล็ดมังกร ] หรือ [ กลไกอาวุธลับ ] ฉากก็เรียบง่าย โมเดลอุปกรณ์ก็ธรรมดามาก แถมป่าเซียนนี้ยังคัดลอกวางซ้ำอีก ทำให้เจียงหลิวอดคิดไม่ได้ว่า เกมยุคบำเพ็ญเซียนนี่งบไม่พอหรือยังไง ดันเจี้ยนทรัพยากรถึงได้ทำออกมาห่วยแตกขนาดนี้

แต่ไม่ว่าดันเจี้ยนจะทำออกมายังไง พอเขาสังเกตว่าต้นไผ่เหมือนกันหมด เขาก็เข้าใจทันที

นี่ไม่ใช่ล่าสมบัติ แต่มันคือเกมจับผิด!

ไม่นาน เขาก็พบจุดที่แตกต่าง ใต้ต้นไผ่ต้นหนึ่งห่างออกไปสิบเมตร มีหญ้าวิญญาณต้นหนึ่งกำลังไหวเอน ดูเด่นชัดมากในฉากที่เหมือนกันหมด มองแวบเดียวก็เห็น

เขารีบวิ่งไปเด็ดหญ้าต้นนั้น แล้วเหลือบตามอง ก็เห็นแผ่นเหล็กสีดำติดอยู่บนลำต้นไผ่ข้างๆ ฝังอยู่บนผิวไม้

“นี่มันไม่ได้แข่งดวง แข่งสายตาชัดๆ เลยไม่ใช่เหรอ?”

เจียงหลิวบ่นพลางแกะแผ่นเหล็กสีดำนั้นออก แล้ววิ่งค้นหาต่อในป่าไผ่

ใต้ต้นไผ่ บนต้นไผ่...

ไม่มีเทคนิคอะไรเลย วางของให้เห็นชัดๆ แค่ตั้งใจมอง ใครมีตาก็เห็นได้

เวลาสิบนาทีผ่านไปอย่างรวดเร็ว เจียงหลิวถูกดีดออกจากดันเจี้ยน สีหน้าเต็มไปด้วยความมึนงง

ดันเจี้ยนนี้... ยังสู้สองอันก่อนหน้าไม่ได้เลย!

โปรแกรมเมอร์เรียนไม่จบหลักสูตรหรือไงเนี่ย?

[ หมดเวลา ]

[ ระดับประเมิน : C ]

[ ได้รับหญ้าวิญญาณสิบปี 13 ต้น หญ้าวิญญาณร้อยปี 1 ต้น เหล็กธรรมดา 17 ก้อน เหล็กดำ 1 ก้อน ]

“แบบนี้ยังได้แค่ระดับ C อีกเหรอ?”

เจียงหลิวไม่พอใจขึ้นมาทันที เขาวิ่งไม่หยุดตลอดทาง ระยะทางรวมเป็นพันเมตร เก็บของได้เป็นสิบชิ้นยังได้แค่ระดับ C แล้วจะต้องทำยังไงถึงจะได้ระดับ A?

หรือว่าต้องบินหา?

“ครั้งหน้าคงต้องให้ตัวละครอัตโนมัติไปทำแทนละ แบบเสมือนจริงนี่เปลืองสมองจริงๆ”

เจียงหลิวส่ายหน้า ดันเจี้ยนช่วงแรกทำออกมาย้ำแย่เกินไป รอถึงขั้นก่อรากฐานแล้วค่อยลองแบบเสมือนจริงอีกที

ลบเพื่อน เพิ่มเพื่อน ปรุงยา ฝ่าด่านพลัง ผ่านดันเจี้ยนทรัพยากร

วันหนึ่งของเจียงหลิวแน่นมาก พริบตาเดียวเสียงเลิกเรียนก็ดังขึ้น

แต่ทั้งห้องไม่มีใครอยากกลับบ้าน

กลับไปทำอะไร ก็ต้องนั่งฝึกเหมือนเดิม สู้แช่อยู่โรงเรียนเพื่อดูดซับปราณวิญญาณไม่ดีกว่าเหรอ

หินวิญญาณกองนี้ทำให้ปราณวิญญาณในห้องเข้มข้นขึ้นหลายเท่า ความเร็วในการฝึกเพิ่มขึ้นอย่างมาก มีเวลาแค่สิบวัน ไม่มีใครอยากพลาด

สิบวันนี้คือช่วงเร่งสปีด จะเป็นตัวตัดสินว่าใครจะได้เข้า ห้องสอบเซียน เร็วหรือช้าก้าวเดียวสำคัญมาก แค่พักโรงเรียนแล้วลุยเต็มที่สิบวัน ใครจะกลัวใคร?

“เจียงหลิว ไปโรงอาหารกันไหม”

หลี่ตงเจ๋อเรียกเจียงหลิว พวกเขายังเป็นแค่ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมปราณ ยังไม่ถึงระดับงดอาหาร ทั้งวันผ่านไปท้องก็ร้องแล้ว

“ต้องไปขนขนมจากร้านเล็กมาเก็บไว้ที่โต๊ะเรียนบ้างแล้ว”

ทั้งสองออกจากห้องเรียนตรงไปโรงอาหาร ระหว่างทางเจียงหลิวเสนอความคิด เดินไปกินข้าวไกลขนาดนี้ทุกครั้งเสียเวลาเกินไป สู้เอาขนมมาแทนดีกว่า

“เห็นด้วยเลย”

หลี่ตงเจ๋อพยักหน้าอย่างจริงจัง “เดี๋ยวฉันเอาขนมดีๆ จากบ้านมาให้ โอสถหลอมปราณหนึ่งเม็ดแลกหนึ่งกล่อง เอาไหม?”

“ฮ่าๆ ฉันชอบกินหมั่นโถวธรรมดามากกว่า”

หลังอาหาร

เจียงหลิวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา โทรหาปู่

“ปู่ครับ ช่วงนี้ผมไม่กลับบ้านนะ โรงเรียนมีการฝึกพิเศษ ปู่ช่วยเก็บหินวิญญาณจากการเช็กอินไว้ให้ผมด้วย”

“หา? ฝึกกี่วันล่ะ?”

“สิบวัน ฝั่งปู่ทำไมเสียงวุ่นวายจัง?”

เจียงหลิวขมวดคิ้ว เสียงจากปลายสายเต็มไปด้วยความโกลาหล มีทั้งเสียงด่า และการโต้เถียง เหมือนกำลังทะเลาะกัน

“ที่บ้านมีอะไรหรือเปล่า?”

“ไม่... ไม่มีอะไร หลานเอาเวลาไปตั่งใจฝึกเถอะ”

ปู่เจียงตอบสั้นๆ ก่อนจะวางสายทันที

“ไง ที่บ้านมีเรื่องเหรอ?”

หลี่ตงเจ๋อเห็นสีหน้าเขาไม่ดี จึงพูดขึ้น “มีอะไรก็บอกนะ โอสถหลอมปราณเปิดทาง เรื่องอะไรก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่”

“ฉันจะกลับไปดูหน่อย”

เจียงหลิวเป็นห่วงสถานการณ์ที่บ้าน โบกมือให้หลี่ตงเจ๋อแล้วรีบออกจากโรงเรียนทันที

สิบกว่านาทีต่อมา

เจียงหลิวเดินเข้าหมู่บ้าน เข้าตึกที่พัก พอขึ้นไปถึงชั้นก็เห็นประตูบ้านคนอื่นถูกสาดสีทันที สีหน้าเขาเปลี่ยนเป็นมืดครึ้ม

บนประตูเหล็กมีสีแดงเลือดสาดเต็มไปหมด และยังมีตัวอักษรสีดำเขียนไว้ชัดเจน

[ หินวิญญาณ : จะขายหรือไม่ขาย ]

เจอพวกนักเลงมาบังคับซื้อแล้ว!

ใจเจียงหลิวจมดิ่ง รีบขึ้นไปชั้นเจ็ด อย่างที่คาดไว้ ประตูบ้านเขากับบ้านยายจ้าวข้างๆ ก็ถูกสาดสีเหมือนกัน

ประตูบ้านเขายังเปิดอยู่ พอได้ยินเสียงทะเลาะด่าทอจากข้างใน สมองเขาก็อื้อไปทันที ความโกรธพุ่งขึ้นเหมือนภูเขาไฟระเบิด!

ในบ้านมีแค่คนแก่เจ็ดสิบกว่าปีคนเดียว!

เจียงหลิวพุ่งเข้าไปทันที เห็นในห้องนั่งเล่นนอกจากปู่เจียงกับยายจ้าวแล้ว ยังมีชายร่างใหญ่สองคนใส่สูท สีหน้าดุร้ายยืนอยู่

ชายสองคนนั้นกำลังสะบัดเงินปึกใหญ่ ตาเขม็ง ด่าทอไม่หยุด พร้อมบังคับขู่ปู่เจียงกับยายจ้าว

“ไอ้แก่สองตัว! พวกกูไม่ได้ให้เงินเหรอ! ไม่ได้ให้เหรอ!”

“เชี่ย! อะไรคือปล้น! ปล้นมันผิดกฎหมาย พวกมึงรู้กฎหมายไหม! นี่มันขายของตามบ้าน เป็นธุรกิจถูกกฎหมาย!”

“บังคับซื้อ? นี่เรียกว่าการขายแบบมีปากเสียง เป็นข้อพิพาททางแพ่ง!”

“สีพังๆ เหรอ? ฮ่าๆๆ ไอ้หนุ่มคนนั้นยอมมอบตัวไปแล้ว!”

“บอกไว้เลย พวกแก ทั้งหมู่บ้านใครไม่ขาย พวกกูสาดสีหมด สาดทุกวันแล้วไปมอบตัวทุกวัน คนของพวกกูมีเยอะ!”

“มีคน มีเงิน มีทนาย ไม่อยากมีปัญหาก็รีบเอาหินวิญญาณออกมา!”

ชายร่างใหญ่คนนั้นสะบัดเงิน สีหน้าหยิ่งผยอง ราวกับไม่กลัวฟ้าดิน ทำเอาปู่เจียงกับยายจ้าวหน้าแดง ตัวสั่น ความดันขึ้น

“ไร้ยางอาย! เจ้าพวกนักเลงหัวไม้”

ปู่เจียงปกป้องยายจ้าว ชี้นิ้วสั่นๆ ไปที่ชายสองคนนั้น ปากสั่นด้วยความโกรธ

“เออ นักเลง แล้วจะทำไม อัดเสียงไว้หรือยัง?”

“กูจะกระทืบมึง!”

ดวงตาเจียงหลิวแดงก่ำ พลังของผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมปราณระดับแปดปะทุออกมา เตะเข้าที่หลังของชายร่างใหญ่คนนั้นเต็มแรง กระเด็นไปหลายเมตร กระแทกกำแพง

“แก”

อีกคนตกใจ พอหันมาเจียงหลิว หมัดใหญ่ก็ซัดเข้าใส่ทันที เลือดกระจาย ร่างลอยกระเด็นออกไป

จบบทที่ ตอนที่ 14 ข่มขู่

คัดลอกลิงก์แล้ว