- หน้าแรก
- ก้าวสู่อันดับหนึ่ง ด้วยบัคเกมบำเพ็ญเซียน
- ตอนที่ 10 น่าอายเหลือเกิน
ตอนที่ 10 น่าอายเหลือเกิน
ตอนที่ 10 น่าอายเหลือเกิน
ตอนที่ 10 น่าอายเหลือเกิน
เมื่อเสียงอิเล็กทรอนิกส์นี้ดังขึ้น เจียงหลิวถึงมีสีหน้าเหมือนเพิ่งเข้าใจ
เขาเกือบลืมไปแล้วว่าตัวเองยังมีจี้สื่อจิตอยู่อีกหนึ่งชิ้น
ถ้าพูดแบบนี้ งั้นตาแก่ใน 1-7 คนนั้นคงเป็นมอนสเตอร์เหนือขั้นหลอมปราณระดับห้าเหรอ?
มิน่าถึงสู้ไม่ไหว เลเวลต่ำเกินไปนี่เอง
เจียงหลิวลงมือส่งๆ จัดการโจรกระจอกคนที่เหลือจนสภาพปางตาย จากนั้นตัวเองก็เริ่มครุ่นคิดว่าควรปล่อยปราณวิญญาณออกนอกกายอย่างไร
จริงๆ ก็ไม่มีอะไรให้คิด เพราะมันง่ายเกินไปจริงๆ ขอแค่เป็นผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมปราณก็ทำได้ทุกคน
เจียงหลิวฝึกตามวิชาสามวัฏจักร ปราณวิญญาณในร่างค่อยๆ ไหลเวียน ภายใต้การควบคุมของเจียงหลิว มันไม่ได้เดินตามเส้นทางวัฏจักรใหญ่ แต่ไหลผ่านฝ่ามือไปยังกระบี่อรุณรุ่ง ทำให้กระบี่อรุณรุ่งที่เดิมทีเป็นสีเพลิงหม่นถูกเคลือบด้วยแสงเรืองรองสีฟ้าอ่อนสายหนึ่ง
ปราณวารีรวมตัวบนกระบี่อรุณรุ่ง ปราณกระบี่ระเบิดแสงสีฟ้ายาวครึ่งเมตร แผ่เสียงธารน้ำไหลเบาๆ ออกมา
สำเร็จแล้ว!
เจียงหลิวเห็นปราณวิญญาณที่ปล่อยออกจากปลายกระบี่อรุณรุ่ง ก็อดเผยสีหน้าดีใจไม่ได้ เขาวางเป้าหมายไว้ที่โจรกระจอกคนสุดท้าย แล้วฟันกระบี่ออกไปกลางอากาศ ปราณกระบี่สีฟ้าอ่อนผ่าทะลุอากาศออกไป
ฮ่าๆ ไอ้แก่เวร คุณชายผู้นี้ก็ใช้เป็นแล้ว!
[ ได้รับชัยชนะ ]
เจียงหลิวกลับไปยังเนื้อเรื่อง 1-7 อย่างเบิกบานใจ
[ บังอาจ! ]
[ ข้าม ]
คราวนี้ไม่รอให้ผู้อาวุโสสำนักหลิงอวิ๋นเริ่มก่อน เจียงหลิวเหวี่ยงปราณกระบี่ออกไปตรงๆ
ปัง!
ปฏิกิริยาของผู้อาวุโสสำนักหลิงอวิ๋นก็รวดเร็วมากเช่นกัน ยกมือฟันกระบี่ต่อเนื่องหลายครั้ง ในพริบตาก็สลายปราณกระบี่ของเจียงหลิว แล้วถือกระบี่กระโจนเข้ามาอีกครั้ง
ท่าทางเหมือนเดิม! กระบวนท่าเหมือนเดิม!
“ยังเปลี่ยนกระบวนท่าได้ด้วย!”
เจียงหลิวด่าในใจ เขายังนึกว่าตัวละครในเกมนี้จะโง่ๆ พุ่งชนปราณกระบี่ของเขาเสียอีก คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนกระบวนท่าโดยตรง
นี่ดันเป็นตัวละครในเกมอัจฉริยะด้วย!
เจียงหลิวถอยร่างหลบกระบี่นี้อย่างไม่ลนลาน ปราณกระบี่ในมือฟันออกไปต่อเนื่องสองสาย
ฟิ้ว ฟิ้ว!
คราวนี้ผู้อาวุโสสำนักหลิงอวิ๋นก็ไม่อาจหลบเลี่ยงได้แล้ว ถูกเขาฟันสองกระบี่จนชุดยาวฉีกขาด หน้าอกมีรอยเลือดสองสาย
เขามีรากวิญญาณสูงสุดธาตุน้ำ ความเข้มข้นของปราณวิญญาณเหนือกว่าคนอื่นไกล ต่อให้ระดับพลังของผู้อาวุโสสำนักหลิงอวิ๋นสูงกว่าเขาก็ไม่มีประโยชน์
แม้จะได้รับบาดเจ็บ แต่สีหน้าของผู้อาวุโสสำนักหลิงอวิ๋นกลับไม่เปลี่ยนแปลง ยังคงโบกฟันปราณกระบี่สีขาวที่เต็มไปด้วยจิตสังหารอย่างต่อเนื่อง
ทั้งสองคนอยู่ห่างกันหลายเมตร ใช้ปราณกระบี่ปะทะกัน พอจะนับว่าเสมอกันอย่างฝืนๆ
เจียงหลิวรู้สึกว่าปริมาณปราณวิญญาณในร่างกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว เขากัดฟัน กระบี่อรุณรุ่งในมือวาดเงากระบี่ต่อเนื่องหลายสายกลางอากาศ ปราณกระบี่ห้าสายครอบคลุมทุกทิศทาง ฟันเข้าใส่ผู้อาวุโสสำนักหลิงอวิ๋น
เขาใช้ปราณวิญญาณในร่างจนหมดเกลี้ยงแล้ว!
ขอเดิมพันกับการโจมตีนี้!
สีหน้าผู้อาวุโสสำนักหลิงอวิ๋นไม่เปลี่ยนแปลง ยกมือฟันกระบี่
แล้วก็ตาย หมัดมั่วฆ่าอาจารย์เฒ่าได้!
“ฮ่าๆๆ ไอ้แก่เวร ยังจะมาสู้กับฉันอีก!”
“แกชนะได้กี่ครั้งฉันไม่รู้หรอก แต่แพ้ได้แค่ครั้งเดียวโว้ย!”
“ฉันแพ้หลายครั้ง ขอแค่ชนะครั้งเดียวก็พอแล้ว!”
เจียงหลิวผ่านศึกแรกในโลกเซียน แม้ศึกแรกจะสู้ไปสามครั้ง แม้จะเป็นเพียงโลกเสมือน แต่เขาก็ยังดีใจมาก ภายในใจเต็มไปด้วยความพึงพอใจ
มีเพียงเวลาแบบนี้ เขาถึงจะรู้สึกลึกซึ้งว่าตัวเองไม่ได้กำลังเล่นเกม แต่กำลังบำเพ็ญเซียนอยู่จริงๆ!
แม่งโคตรสะใจเลย!
[ ได้รับชัยชนะ ]
[ ได้รับค่าบำเพ็ญ 500 แต้ม เหล็กดำ ]
[ ปลดล็อกด่านเนื้อเรื่อง 1-8 ]
เจียงหลิวอยู่ที่หน้าจอเนื้อเรื่องพักหนึ่งกว่าจะสงบอารมณ์ลงได้ แต่เขาไม่ได้เข้าสู่เนื้อเรื่อง 1-8 โดยตรง หากกลับเข้าไปยังด่านเนื้อเรื่อง 1-7 อีกครั้ง
เขาแค่มาฝึกฝนการต่อสู้จริง จัดการไอ้แก่เวรคนเดียวยังต้องตายตั้งหลายครั้ง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงมอนสเตอร์ในเนื้อเรื่องหลังจากนี้
ด่าน 1-7 ก็มีพลังมากกว่าเขาแล้ว สามารถสังหารข้ามระดับได้ก็ถือว่าดีพอแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องไปหาเรื่องโดนทุบตีในด่าน 1-8
เมื่อกลับเข้าสู่เนื้อเรื่องด่าน 1-7 อีกครั้ง เผชิญหน้ากับผู้อาวุโสสายนอกสำนักหลิงอวิ๋นอีกครั้ง คราวนี้เจียงหลิวไม่ได้ใช้ปราณกระบี่ แต่ใช้เพียงฝีมือกับร่างกายปะทะกับอีกฝ่าย นับว่าเพิ่มความยากให้ตัวเอง
ส่วนผลแลกเปลี่ยน... ก็คือตายไปเจ็ดแปดครั้ง ถึงฆ่าผู้อาวุโสสำนักหลิงอวิ๋นได้
แทบจะเกิดเงาฝังใจแล้ว...
ผลแลกเปลี่ยนหนักหน่วง แต่การพัฒนาก็มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเช่นกัน
ในการต่อสู้ไปกลับซ้ำๆ เขาพัฒนาจากถูกปราณกระบี่ของผู้อาวุโสสำนักหลิงอวิ๋นฟันโดน กลายเป็นเฉียดไหล่ผ่านไป จนสุดท้ายชนะโดยไร้บาดแผล ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ต่อสู้ ปฏิกิริยา หรือการคาดเดาศัตรู ล้วนเพิ่มขึ้นเป็นเส้นตรง
สุดท้าย เขาใช้เวลาครึ่งชั่วโมง ผ่านด่าน 1-7 ซ้ำไปซ้ำมา ฆ่าผู้อาวุโสสำนักหลิงอวิ๋นไปหลายสิบครั้ง ถึงได้ระบายความแค้นออกมาได้
เดิมทีเจียงหลิวยังอยากไปฝึกบินในเนื้อเรื่อง 1-1 แต่ยังไม่ทันที่เขาจะขยับตัว ภายนอกเกมก็เกิดความผิดปกติขึ้นเสียก่อน
บริเวณใต้ตันเถียนลงไปสามชุ่นมีความรู้สึกพองตึงส่งมา ราวกับมีอะไรบางอย่างกำลังเติมน้ำเข้าไปไม่หยุด เติมแล้วเติมอีก จนดูเหมือนจะระเบิดอยู่รอมร่อ
ไม่ใช่มั้ง มาอีกแล้วเหรอ?
หน้าเจียงหลิวเขียวคล้ำ รีบออกจากเกม แอบเหลือบมองครูประจำชั้นที่กำลังฝึกอยู่ แล้วค่อยๆ เดินออกจากห้องเรียนอย่างเงียบเชียบ
พอออกจากห้องเรียน ก็พุ่งตรงไปห้องน้ำทันที
เปิดประตูน้ำ ปล่อยน้ำ
ระหว่างปล่อยน้ำ เขาก็คิดไปด้วยว่าตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมในร่างกายของเขาถึงมีแหล่งน้ำมากมายขนาดนี้เกิดขึ้นมาจากความว่างเปล่า
หรือว่าผลข้างเคียงของรากวิญญาณสูงสุดธาตุน้ำคือ ปัสสาวะบ่อย?
เป็นไปไม่ได้หรอก ถ้ายังมีรากวิญญาณสูงสุดธาตุน้ำแบบนี้ ใครยังจะอยากได้อีก!
หรือจะไปค้นในฟอรั่มดูก่อนดี?
เจียงหลิวคิดในใจ หลังเซิร์ฟเวอร์เกมเขตที่ 4 เปิด ฟอรั่มผู้เล่นที่ติดมากับเกมก็เปิดให้เขตที่ 4 ใช้งานแล้ว ความเป็นมืออาชีพ และระดับการพูดคุยสูงกว่าข่าวลือบนอินเทอร์เน็ตมาก แทบจะสามารถหาข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับยุคบำเพ็ญเซียนได้
[ หลังได้รับรากวิญญาณสูงสุดธาตุน้ำ ทำไมถึงปัสสาวะบ่อย ปวดปัสสาวะกะทันหัน และปัสสาวะไม่สุด ]
ไม่ได้ๆ น่าอายเกินไปแล้ว การตั้งกระทู้ใช้ชื่อจริงด้วย สู้หากระทู้ดีกว่า
เจียงหลิวกดความคิดที่จะตั้งกระทู้ขอคำตอบลง เกมยุคบำเพ็ญเซียนอุบัติขึ้นมาตั้งสองปีแล้ว คนที่มีรากวิญญาณสูงสุดธาตุน้ำคงจะมีไม่น้อย ต้องมีคนเจอประสบการณ์แบบเดียวกับเขาแน่ ถึงเวลาค้นดูก็รู้แล้วไม่ใช่เหรอ?
ตอนที่เจียงหลิวคิดวิธีรับมือได้แล้ว จู่ๆ ก็มีร่างคนเดินเข้ามาในห้องน้ำ จ้องเขาเขม็ง
“เธอเป็นอะไร?”
ครูประจำชั้นยืนอยู่ข้างเจียงหลิว ก้มหน้ามองคลื่นน้ำเชี่ยวกรากของเจียงหลิว สีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง “เธอแบบนี้... สมชื่อจริงๆ!”
เจียงหลิวที่กำลังคิดฟุ้งซ่านอยู่ตกใจเพราะครูประจำชั้นที่จู่ๆ ก็โผล่มา “ครูไม่ได้กำลังฝึกอยู่เหรอครับ!”
“ฉันได้ยินเสียงเคลื่อนไหว เห็นเธอแอบย่องออกมา นึกว่าเธอจะหนีเรียน”
ครูประจำชั้นตอบส่งๆ สีหน้าเหลือเชื่อ “นี่มันสถานการณ์อะไร เธอปล่อยน้ำแทบจะเท่าก๊อกน้ำแล้ว ปัสสาวะไม่สุดเหรอ”
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ”
เจียงหลิวยิ้มขื่น ลังเลอยู่สองวินาที ก่อนพูดตามจริง “ผมสุ่มตู้กาชาได้รากวิญญาณสูงสุดธาตุน้ำ แล้วก็กลายเป็นแบบนี้ครับ”
เขามีเกมเวอร์ชันลด 100 เท่าอยู่ในมือ เดิมทีไม่อยากทำตัวเด่นเกินไป แค่อยากร่ำรวยแบบเงียบๆ
แต่วันนี้หลังมาถึงห้องเรียน เห็นหินวิญญาณกองเล็กๆ บนโต๊ะเรียน เขาก็เปลี่ยนความคิด
ทรัพยากรของโรงเรียนอุดมสมบูรณ์เกินไป!
เขาอยากได้!
จะทำอย่างไรถึงจะได้รับทรัพยากรจากโรงเรียน?
ระดับพลัง พรสวรรค์ คือวิธีการที่ง่ายที่สุด
ฉันไม่แกล้งแล้ว ฉันเปิดไพ่แล้ว ฉันมีรากวิญญาณสูงสุดธาตุน้ำ อนาคตยังจะรวบรวมรากวิญญาณสูงสุดครบทั้งห้าธาตุ!
รีบมาเลี้ยงฉันเถอะ!
“รากวิญญาณสูงสุดธาตุน้ำ?!”
เสียงของครูประจำชั้นสูงขึ้นหลายระดับในพริบตา สีหน้าตกตะลึงมองเจียงหลิว ดวงตาเต็มไปด้วยความสงสัย “เธอสุ่มกาชาได้มา? เอาหินวิญญาณจากไหนมาสุ่ม?”
ต้องรู้ว่า สุ่มเดี่ยวครั้งหนึ่งยังต้องใช้หินวิญญาณ 13 ก้อน ล็อกอินรายวันสองวันก็มีแค่ 10 ก้อนเองนะ!
“หินวิญญาณล็อกอินของปู่ผมก็ให้ผมมาด้วยครับ”
เจียงหลิวพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “รวบรวมได้พอสุ่มหนึ่งครั้ง แล้วก็ติดในครั้งเดียว”
อย่าถาม ถามก็คือติดในครั้งเดียว
เขาคิดออกแล้วว่าจะซ่อนเกมเวอร์ชันลด 100 เท่าอย่างไร
ดวงดีไง เขาดวงดีสุดๆ
ในเกมเขา ดาวกากทาบทับ สุ่มกาชาลากถึงการการันตี แพ็กเกจจำกัดเวลาสุ่มได้อาวุธเวทกับวิชาที่ใช้ไม่ได้
ในโลกจริง เขาคือ เทพแห่งกาชา สุ่มการ์ดติดในครั้งเดียว แพ็กเกจจำกัดเวลาได้รางวัลดีที่สุดตลอด
ทำไมรู้สึกเศร้านิดๆ นะ...
“ติดในครั้งเดียว...”
ครูประจำชั้นอึ้งไป เขาจินตนาการไม่ออกจริงๆ ว่าความน่าจะเป็น 0.1% แล้วติดในครั้งเดียวมันเป็นแนวคิดแบบไหน
ยังไงเขาก็รู้สึกอิจฉามากเหลือเกิน
แม้เขาจะเป็นครูประจำชั้น แต่ขณะเดียวกันก็เป็นผู้บำเพ็ญเซียนรากวิญญาณผสมสามสายธรรมดาๆ คนหนึ่ง นักเรียนในห้องสุ่มครั้งเดียวได้รากวิญญาณสูงสุดธาตุน้ำออกมา เขาดีใจไปด้วย ขณะเดียวกันก็อิจฉาริษยาอย่างมาก
นี่คือการพลิกชะตาท้าฟ้าแล้ว!
“เธอนี่มันดวงดีจริงๆ”
ครูประจำชั้นพูดอย่างเปรี้ยวปาก “เด็กเรียนแย่ที่เคยติดเกมคนนั้นจะทะยานฟ้าแล้วสินะ วันไหนก็ช่วยดึงครูด้วยนะ ก่อนหน้านี้ครูก็ทำดีกับเธอไว้มาก อย่าลืมซะล่ะ”
“ครูเลิกจ้องผมก่อนได้ไหมครับ?”
เจียงหลิวหน้าดำคร่ำเครียด “ผมอายจนหยุดไหลแล้วครับ”
“รอก่อน อย่าเพิ่งเสร็จ”
ครูประจำชั้นพูดพลางหยิบมือถือ แล้วหันหลังเดินออกจากห้องน้ำ
“หัวหน้าฝ่าย ห้องผมมีรากวิญญาณสูงสุดธาตุน้ำคนหนึ่ง จริงๆ อยู่ในห้องน้ำของมัธยมปลายปีสาม”
“ทำไมอยู่ในห้องน้ำเหรอ เขากำลังแสดงโชว์อยู่”
เจียงหลิว “...”
สองนาทีต่อมา
เจียงหลิวปล่อยแหล่งน้ำในร่างด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
ด้านข้าง ครูประจำชั้นกับหัวหน้าฝ่ายปกครองกำลังดูด้วยสีหน้าแปลกใหม่
หัวหน้าฝ่ายปกครอง “รากวิญญาณสูงสุดธาตุน้ำเป็นแบบนี้กันหมดเหรอ?”
ครูประจำชั้น “ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้สึกน่าสนใจดี”
หัวหน้าฝ่ายปกครอง “สุ่มครั้งเดียวติด ดวงท้าฟ้าจริงๆ นักเรียน ฉันคาดหวังในตัวเธอนะ”
เจียงหลิวสีหน้าไร้อารมณ์ ภายในใจนิ่งสงบราวบ่อน้ำโบราณ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
เจียงหลิวปล่อยน้ำด้วยสีหน้าชาเฉย
ด้านข้าง
ครูประจำชั้น หัวหน้าฝ่ายปกครอง และผู้อำนวยการกำลังยืนสังเกตการณ์
สามคนนี้รวมกันอายุเกินร้อยปีแล้ว แม้จะเพียงสงสัยคุณสมบัติพิเศษของรากวิญญาณสูงสุดธาตุน้ำ แต่ก็ยังทำให้เจียงหลิวทั้งตัวอึดอัดอยู่ดี
เขาจะพูดอะไรได้?
เขาไม่มีอะไรจะพูด
“ค้นเจอแล้ว ค้นเจอแล้ว”
ผู้อำนวยการที่อายุเกินครึ่งร้อยขยับแว่น แล้วพูดกับเจียงหลิวว่า “นี่คือรากวิญญาณสูงสุดธาตุน้ำกำลังปรับปรุงร่างกายเนื้อให้เธอ คล้ายกับการชำระเส้นลมปราณผลัดไขกระดูก”
“เธอลองคิดดูให้ดี สายน้ำเปลี่ยนจากเหลืองเป็นใส และสะอาดขึ้นเรื่อยๆ ใช่ไหม?”
ความเปลี่ยนแปลงที่รากวิญญาณสูงสุดนำมาให้เป็นการพลิกฟ้าคว่ำดิน ไม่ได้หมายถึงพรสวรรค์การบำเพ็ญเซียนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงทางร่างกายอีกด้วย
หลังเจียงหลิวได้รับรากวิญญาณผสมสามสาย ร่างกายเนื้อของเขาก็ปรับให้เข้ากันเป็นกายปะปนสามธาตุตามไปด้วย
แต่ตอนนี้
เมื่อเขาได้รับรากวิญญาณสูงสุดธาตุน้ำ สามธาตุที่ปะปนในกาย ยังไม่ใช้คู่ที่เหมาะสม
ดังนั้น
รากวิญญาณจึงปรับแก้ ใช้ปราณวารีรวมเป็นแหล่งน้ำ ปรับปรุงร่างกายเนื้อให้เจียงหลิว เปลี่ยนเป็นคุณสมบัติของร่างกายที่เข้ากับตัวมันเอง
นี่ไม่ใช่ของเฉพาะเจียงหลิว แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนซึ่งเปลี่ยนจากรากวิญญาณผสมเป็นรากวิญญาณสูงสุดต้องเผชิญหนึ่งครั้ง
“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้”
เจียงหลิวฟังเข้าใจแล้ว เขานึกย้อนดู ตอนปล่อยน้ำเมื่อเช้า น้ำยังออกเหลืองเล็กน้อย ตอนนี้เปลี่ยนเป็นเกือบใสแล้ว
พูดอีกอย่างคือ ใกล้ปรับปรุงเสร็จแล้วสินะ?
งั้นก็ดี งั้นก็ดี ปัสสาวะครั้งละเป็นตัน ถ้ามาอีกหลายรอบ ของล้ำค่าของเขาคงถูกชะจนพังแน่
“ไม่เลว ไม่เลว นักเรียน เธอชื่อเจียงหลิวใช่ไหม”
ผู้อำนวยการมองเจียงหลิวด้วยรอยยิ้ม สีหน้าเมตตาอ่อนโยน “นักเรียนเจียง เธอมีปัญหาอะไรที่ต้องให้ช่วยแก้ไหม บอกฉันมาได้เลย โรงเรียนจะช่วยเธอแก้ไขอย่างเต็มที่!”
เขาในฐานะผู้อำนวยการแสดงจุดยืนโดยตรง นักเรียนที่มีรากวิญญาณสูงสุดคือสมบัติล้ำค่าของโรงเรียน ต้องปกป้องให้ดี!
“มีครับ”
เจียงหลิวพยักหน้า กวาดตามองทั้งสามคน ลังเลแล้วพูดว่า “มีคนสามคนเอาแต่จ้องผมปล่อยน้ำ ผู้อำนวยการช่วยจัดการให้หน่อยได้ไหมครับ?”
( ***ลงตอนที่ 11 ต่อวันที่ 7 / 5 / 69 )