- หน้าแรก
- ก้าวสู่อันดับหนึ่ง ด้วยบัคเกมบำเพ็ญเซียน
- ตอนที่ 9 เสมือนจริง
ตอนที่ 9 เสมือนจริง
ตอนที่ 9 เสมือนจริง
ตอนที่ 9 เสมือนจริง
“แต่ว่า”
ในขณะที่นักเรียนทุกคนกำลังผิดหวัง ครูประจำชั้นกลับเปลี่ยนน้ำเสียง แล้วพูดต่อว่า “แม้ว่าโรงเรียนเราจะเลี้ยงนักเรียนมัธยมปลายปีสามทั้งชั้นทั้งปีไม่ได้ แต่เลี้ยงหนึ่งห้องทั้งปีได้”
“โรงเรียนตัดสินใจว่าจะคัดนักเรียนชั้นยอดสามสิบคนจากมัธยมปลายปีสามเจ็ดห้อง มาจัดตั้งเป็นห้องสอบเซียน เพื่อฝึกฝนอย่างเข้มข้น”
“สิบวันนี้ คือช่วงเวลาที่โรงเรียนจะดูพรสวรรค์ และทัศนคติในการฝึกของพวกเธอ”
“หลังสิบวัน นักเรียนสามสิบอันดับแรกที่มีระดับพลังสูงที่สุดในมัธยมปลายปีสามทั้งหมด จะถูกรวมเข้าสู่ห้องสอบเซียน โรงเรียนจะใช้ทรัพยากรจำนวนมากฝึกฝนเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม”
“นักเรียนที่ไม่ได้เข้าห้องสอบเซียนก็อย่าท้อแท้หมดหวัง ห้องสอบเซียนจะมีการจัดอันดับทุกเดือน หากมีใครระดับพลังสูงกว่าอันดับสุดท้ายของห้องสอบเซียน ก็สามารถแทนที่ตำแหน่งของอีกฝ่ายได้ทันที”
ต้องบอกว่าสามเขตเมื่อสองปีก่อนทำตัวอย่างไว้ดีจริงๆ เขตที่ 4 เพิ่งเปิดเซิร์ฟวันที่สอง โรงเรียนก็วางแผนรับมือออกมาแล้ว
ผลักดันหนักสิบวัน!
สามสิบอันดับแรกเข้าสู่ห้องสอบเซียน!
ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์!
เพื่อนร่วมชั้นทั้งห้องพลันหัวใจสั่นสะท้าน คนที่พรสวรรค์ดีก็ลำพองใจ ส่วนคนที่พรสวรรค์แย่หน้าก็ดำคล้ำ
ก่อนหน้านี้มีเด็กเรียนเทพ พวกเขายอมรับแล้ว ตอนนี้ยังโผล่เด็กเซียนเทพมาอีกคน
ไม่ยุติธรรมเลยจริงๆ!
แต่ก็หมดหนทาง
ในยุคที่ทรัพยากรทางสังคมแทบจะล้นเกิน ทรัพยากรการศึกษาก็ยังเป็นไปไม่ได้ที่จะเฉลี่ยเท่าๆ กัน
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงยุคที่ทรัพยากรบ่มเพาะขาดแคลนอย่างยิ่งในตอนนี้ ยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้ยุติธรรมอย่างสมบูรณ์พร้อม
ทุกคนล้วนเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการศึกษาภาคบังคับเก้าปี เป็นคนรุ่นใหม่ยุคปัจจุบันที่เคยผ่านแรงกระแทกจากยุคข้อมูลระเบิด จะบอกว่ายอมรับได้ทั้งหมดก็คงไม่ใช่ แต่อย่างน้อยก็เข้าใจ
เปิดเซิร์ฟพร้อมกัน จุดเริ่มต้นเดียวกัน สิบวันก็ดูว่าใครวิ่งได้เร็วกว่า
เร็วหนึ่งก้าวก็เร็วทุกก้าว คือเหตุผลนี้เอง
ฉันจะฝึกฝน!
ฉันจะอยู่โรงเรียนดูดซับหินวิญญาณ!
ฉันจะเข้าห้องสอบเซียน!
เพื่อนร่วมชั้นทั้งห้องเกิดจิตต่อสู้ฮึกเหิม วิชาผสานต้นกำเนิดทุกคนก็เหมือนกัน หินวิญญาณทุกคนก็ดูดซับอยู่ ใครจะด้อยกว่าใคร?
สิ่งเดียวที่ต่างกัน ก็แค่พรสวรรค์เริ่มต้นเท่านั้น ในช่วงต้นของขั้นหลอมปราณ ผลกระทบของพรสวรรค์ต่อความเร็วในการฝึกแทบจะมองข้ามได้
ทุกอย่างเหมือนกัน แล้วต้องแข่งอะไรกัน?
แข่งกันตรงความไม่เหมือน!
อย่างในห้องหนึ่งนี้ หลี่ตงเจ๋อก็คือคนพิเศษ บ้านเขามีเงิน นี่แหละคือความไม่เหมือน
แน่นอน ยังมีคนที่พิเศษยิ่งกว่า
“ห้องสอบเซียนต้องมีที่ของฉันแน่!”
เจียงหลิวมั่นใจมาก ตอนนี้เขาอยู่ขั้นหลอมปราณระดับห้า มีรากวิญญาณสูงสุดติดตัว ถ้าเข้าห้องสอบเซียนไม่ได้ หมายังไม่เชื่อ
ทรัพยากรการศึกษาของโรงเรียนคือทรัพยากรเดียวที่ตอนนี้เขาสามารถรับได้ฟรี ต้องแย่งมาให้ได้!
คำพูดของครูประจำชั้น และการจัดตั้งห้องสอบเซียนจุดไฟความกระตือรือร้นในการบำเพ็ญเซียนของเพื่อนร่วมชั้นทั้งห้องขึ้นมาอีกครั้ง นิสัยที่เดิมทีนั่งไม่ติดถูกกดลงไปในพริบตา ทั้งห้องเงียบกริบ ทุกคนล้วนกำลังฝึกวิชาผสานต้นกำเนิด
แต่ไม่ได้จดจ่อเต็มสมาธิ
นี่เป็นวันที่สองของการฝึกฝนแล้ว นักเรียนทุกคนทำสองอย่างพร้อมกันได้แล้ว ด้านหนึ่งฝึกวิชาผสานต้นกำเนิด อีกด้านก็เข้าสู่เกม ทำงานที่เริ่มมาตั้งแต่ตื่นเช้าต่อไป
ฟาร์มเนื้อเรื่องไม่หยุด!
กิจกรรมเปิดเซิร์ฟเพื่อรับก่อรากฐานสมบูรณ์แบบ ทำให้ยุคบำเพ็ญเซียนที่เดิมทีไม่มีอะไรทำ ระเบิดความคึกคักขึ้นมา
ใส่หินก่อรากฐานก็สามารถหลอมเป็นขั้นก่อรากฐานสมบูรณ์แบบ ส่วนช่องทางได้รับหินก่อรากฐานมีเพียงแพ็กเกจ และโหมดเนื้อเรื่องเท่านั้น
แพ็กเกจ คนเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ซื้อไม่ไหว มีเพียงมหาเศรษฐีสายเปย์เท่านั้นที่จะใช้เงินซื้อแพ็กเกจรับก่อรากฐานสมบูรณ์แบบ
ผู้เล่นจนๆ เติมไม่ไหว งั้นก็มีแต่ต้องฟาร์ม
เวลากิจกรรมยาวนานหนึ่งเดือน รวมกันแล้วมีเจ็ดร้อยกว่าชั่วโมง ขอแค่แช่อยู่ในโหมดเนื้อเรื่องทุกวินาที ย่อมต้องฟาร์มก่อรากฐานสมบูรณ์แบบออกมาได้แน่!
เติมเงินเปลี่ยนชะตา สายฟาร์มก็เปลี่ยนชะตาได้เหมือนกัน!
แม้เจียงหลิวจะตั้งใจใช้แพ็กเกจเพื่อรับก่อรากฐานสมบูรณ์แบบ แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่ไปฟาร์มในโหมดเนื้อเรื่อง
เขาก็ต้องฟาร์ม!
ไม่ใช่เพื่อหินก่อรากฐาน แต่เพื่อการต่อสู้จริง!
หลังเจียงหลิวปรับสมดุลวิชาสามวัฏจักรเรียบร้อย ก็หันกลับเข้าสู่ยุคบำเพ็ญเซียน เปิดโหมดเนื้อเรื่อง แล้วกดด่าน 1-7
ในด่าน 1-6 แม้ตัวเอกจะฆ่าศิษย์พี่ของสำนักหลิงอวิ๋นตาย แต่ในขณะเดียวกันบุตรีเจ้าเมืองก็ตายด้วย ทำให้เขาโมโหจนออกจากเกมโดยตรง
ตอนนี้เขาฟื้นอารมณ์กลับมาแล้ว กลับมาอีกครั้งและมุ่งตรงสู่ด่าน 1-7!
กดเปิดด่าน 1-7 เนื้อเรื่องต่อจากครั้งก่อน ก่อนจะเริ่ม มีข้อความแจ้งเตือนปรากฏขึ้นบนหน้าจอด่าน
[ ผู้เล่น VIP1 ผู้ทรงเกียรติ คุณได้ปลดล็อกฟังก์ชัน ‘เสมือนจริง’ ต้องการเปิดใช้งานหรือไม่ ]
[ ใช่ ]
ในชั่วพริบตาที่ตกลง เจียงหลิวพลันรู้สึกว่าสมองหนักอึ้ง หัวหมุนตาลาย สายตามืดลง ฟ้าดินเปลี่ยนผัน
เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง กลับพบว่าตัวเองปรากฏอยู่ในจวนเจ้าเมืองของเนื้อเรื่อง!
“เหมือนอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ ด้วย?”
เจียงหลิวสีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง อดก้มมองตัวเองไม่ได้ โมเดลตัวละครกระดาษเดิมก็ถูกแทนที่ด้วยตัวเขาเองแล้ว
สวมเสื้อผ้าฝ้าย รองเท้าผ้า ถือกระบี่อรุณรุ่ง เอวแขวนหยกสื่อวิญญาณ ลำคอแขวนจี้สื่อจิต แผ่นหลังติดปีกหลิงอวิ๋น...
เขาก็คือตัวเอกเอง!
เจียงหลิวแทบไม่อยากเชื่อ หยิกตัวเองโดยสัญชาตญาณ ไม่รู้สึกเจ็บ
อืม นี่คือความฝันสินะ?
ไม่ใช่ความฝันก็เป็นโลกเสมือน ยังไงก็ไม่ใช่โลกจริง
เจียงหลิวใช้เวลาหลายวินาทีกว่าจะยอมรับสภาพว่าตัวเองเข้าสู่เนื้อเรื่องแล้ว เขาเงยสายตาขึ้น มองไปทั่วโถงใหญ่จวนเจ้าเมือง
ภายในโถงใหญ่ มีเจ้าเมืองวัยกลางคน มีชายชราเคราขาว บนพื้นมีบุตรีเจ้าเมือง เจ้าบ่าว และศิษย์พี่ของสำนักหลิงอวิ๋นนอนอยู่
ทั้งหมดล้วนเป็นตัวละครที่ไม่ใช่ผู้เล่น กำลังอยู่ในสภาพหยุดนิ่ง
ที่มุมขวาล่างของสายตาเขา ยังมีไอคอนสามอันคือ [ เริ่มเนื้อเรื่อง ] [ ความเร็วสองเท่า ] [ ข้าม ]
และเป็นไอคอนสามอันนี้เองที่ทำให้เขาหลุดออกจากอารมณ์อิน
[ เริ่มเนื้อเรื่อง ]
“บังอาจ!”
เสียงโกรธเกรี้ยวดังสะเทือนหู ชายชราเคราขาวที่มีชื่อตัวละครว่า ผู้อาวุโสสายนอกสำนักหลิงอวิ๋น ถลึงตาใส่เจียงหลิว แล้วตวาดอย่างเดือดดาล “เจ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม เจ้าคนป่าไร้มารยาท กล้าสังหารศิษย์สำนักหลิงอวิ๋นของข้า ข้าจะฆ่าเจ้า...”
[ ข้าม ]
“ให้ข้าผู้เฒ่าสั่งสอนเจ้า...”
[ ข้าม ]
หลังจากกดข้ามต่อเนื่องสองครั้ง เจียงหลิวยังรอให้อีกฝ่ายพูดบทอยู่ กลับเห็นผู้อาวุโสสายนอกสำนักหลิงอวิ๋นกางแขนทะยานเข้ามาหาเขาราวกับพญาเหยี่ยว ในมือพลันปรากฏกระบี่เงินเล่มหนึ่ง ฟาดตรงมายังศีรษะของเขา
เชี่ย พูดสองประโยคก็หมดคัตซีนแล้วเหรอ?!
เจียงหลิวตกใจอย่างหนัก แรงกดดันของผู้บำเพ็ญเซียน คมกระบี่เย็นเฉียบ จิตสังหารที่ไม่ปิดบังพุ่งปะทะหน้า กดจนเขาหายใจไม่ออก หนังศีรษะชาหนึบ
เขาเป็นแค่นักเรียนยุคปัจจุบัน เคยเอาชีวิตเข้าปะทะกับคนอื่นด้วยดาบจริงกระบี่จริงเมื่อไรกัน!
นี่ของปลอม นี่ของปลอม
ฝึกต่อสู้จริง ฝึกต่อสู้จริง
เจียงหลิวปลอบใจตัวเองในใจ ฝืนทำให้ตัวเองสงบลง แล้วรีบยกกระบี่อรุณรุ่งขึ้นกันอย่างลนลาน
เคร้ง!
เสียงโลหะปะทะกันดังใสอย่างยิ่งตามมา เจียงหลิวพลันเหมือนถูกโจมตีอย่างหนัก ร่างเสียหลัก เท้าถอยต่อเนื่อง ฝ่ามือชาจนแทบไร้ความรู้สึกจากแรงสะเทือนของกระบี่สองเล่มที่ปะทะกัน
วินาทีถัดมา
ยังไม่ทันที่เขาจะทรงตัวมั่นคง ลำแสงกระบี่สีขาวสายหนึ่งก็โจมตีมาจากระยะไกล สะท้อนอยู่ในดวงตาว่างเปล่าของเขา เข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
[ พ่ายแพ้ ]
[ จอมยุทธ์น้อย โปรดลองใหม่อีกครั้ง ]
เจียงหลิว “...”
เขาโดนยำเละแล้ว!
เจียงหลิวถูกดีดออกจากฟังก์ชัน ‘เสมือนจริง’ มองหน้าจอสรุปผลด้วยสีหน้ามึนงง หลังนิ่งไปหลายวินาที ถึงค่อยเกาหัว “ที่แท้โลกเซียนก็ไม่ใช่เทิร์นเบสนี่เอง!”
ถูกฆ่าครั้งแรก เจียงหลิวรู้สึกว่าตัวเองดูถูกตัวละครในเกมมากเกินไป
ปราณกระบี่ที่พุ่งมาสายนั้นทำให้สายตาเขาพร่า ทำให้จิตใจเขาตื่นตระหนก จนไม่มีแม้แต่โอกาสตอบสนอง
ไม่มีแถบเลือด ไม่มีแถบมานา หากทะลวงการป้องกันแล้วโจมตีจุดสำคัญก็จะตายทันที
เขาให้คะแนนการต่อสู้จริงครั้งแรกของตัวเองเป็นศูนย์ พอนึกย้อนกลับไป ก้าวแรกก็ทำผิดแล้ว
ตอนตัวละครในเกมฆ่าเข้ามา ทำไมต้องกันด้วย หลบไปก่อนแล้วค่อยโต้กลับก็ได้ไม่ใช่เหรอ?
เจียงหลิวจำลองอยู่ในสมองเงียบๆ ว่าตัวเองควรต้านทานอย่างไร ควรโต้กลับอย่างไร
ไม่กี่นาทีต่อมา
เขาเข้าสู่โหมดเนื้อเรื่องอีกครั้ง สายตาพลันเปลี่ยน กลับมายังจวนเจ้าเมืองอีกครั้ง
[ บังอาจ! เจ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม เจ้าคนป่าไร้มารยาท... ]
[ ข้าม ]
ในพริบตาที่กดข้าม เจียงหลิวก็เห็นผู้อาวุโสสายนอกสำนักหลิงอวิ๋นถือกระบี่พุ่งฆ่าเข้ามา
ท่าทางเหมือนเดิม! กระบวนท่าเหมือนเดิม!
แต่ว่าคราวนี้เจียงหลิวเตรียมตัวไว้ก่อนแล้ว เมื่อเห็นคมกระบี่แหลมคมฟันตรงลงมาที่ศีรษะ ฝีเท้าก็ถอยหลังวุ่นวายไปหลายก้าว แล้วยกกระบี่อรุณรุ่งแทงไปยังหน้าอกของผู้อาวุโสสายนอกสำนักหลิงอวิ๋น!
กระบี่นี้ มีท่วงท่าของเซียนกระบี่!
ผู้อาวุโสสำนักหลิงอวิ๋นโจมตีพลาด พลิกมือใช้กระบี่ดีดกระบี่อรุณรุ่งออก แล้วปราณกระบี่สีขาวอีกสายก็โจมตีมาจากระยะไกล
มาแล้ว!
หัวใจเจียงหลิวตึงเครียด เอียงตัวหลบอย่างค่อนข้างลนลาน เฉียดหลบปราณกระบี่สายนั้นไปได้พอดี
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะตั้งตัวตรง ปราณกระบี่อีกสายก็ปรากฏขึ้นในระยะสายตาของเขา
เจียงหลิว“????”
มีคอมโบด้วย ขี้โกงนี่หว่า!
[ พ่ายแพ้ ]
[ จอมยุทธ์น้อย โปรดลองใหม่อีกครั้ง ]
กลับมายังหน้าจอเนื้อเรื่อง ใบหน้าของเจียงหลิวดำคล้ำ ลมหายใจทางจมูกหนักขึ้น เห็นได้ชัดว่าโกรธจนแทบทนไม่ไหว
ท่วงท่าปราณกระบี่นี่โกงเกินไปหรือเปล่า?
อยู่ห่างกันตั้งหลายเมตรก็ยังฟันโดนเขาได้ โจมตีพลาดครั้งแรกยังมีครั้งที่สอง ตีโต้จนเขาตั้งรับไม่ทัน
เขาเข้าสู่เนื้อเรื่องด้วยความทะเยอทะยาน เดิมทีคิดจะฝึกฝนอย่างจริงจัง ใครจะคิดว่ากลับทนมอนสเตอร์เล็กๆ ในด่าน 1-7 ได้ไม่ถึงสองกระบวนท่า
เขามาฝึกฝนฝีมือต่อสู้จริง ไม่ได้มาฝึกฝนจิตใจ
“ฉันปล่อยปราณวิญญาณออกนอกกายไม่ได้เหรอ?”
เจียงหลิวครุ่นคิดในใจ ไม่ว่ายังไงเขาก็เป็นผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมปราณระดับห้า น่าจะทำได้เหมือนกันใช่ไหม?
แต่จะไปลองที่ไหนล่ะ?
เนื้อเรื่อง 1-7 ไม่ได้แน่ ไอ้แก่เวรนั่นเริ่มมาก็ลงมือทันที ไม่ให้เวลาเขาฝึกเลย
งั้นก็ต้อง...
สายตาเจียงหลิวเปลี่ยนไป แล้วเข้าสู่เนื้อเรื่อง 1-1
ภาพพลันเปลี่ยน
ตัวเองปรากฏอยู่บนทางเล็กในภูเขา ฝั่งตรงข้ามคือโจรกระจอกสวมหน้ากากสามคน
[ ภูเขาลูกนี้ข้าเป็นคนเปิด ต้นไม้นี้... ]
[ ข้าม ]
โจรกระจอกสวมหน้ากากทั้งสามฝั่งตรงข้ามไม่สนเลยว่าเจียงหลิวถืออาวุธเวท ในด้านหลังก็ติดปีกอยู่ พวกมันถือมีดเล็กพุ่งเข้ามาโดยตรง
โจรกระจอกมีดเล็ก ปะทะ ผู้บำเพ็ญเซียนที่ถือครองอาวุธเวท
เจียงหลิวฟันฉับๆ ฆ่าไปสองคน ปฏิกิริยาช้าไปเล็กน้อย ปล่อยให้มีดเล็กของโจรกระจอกคนสุดท้ายแทงเข้ามาบนร่าง
แต่กลับไม่บาดเจ็บแม้แต่น้อย
ในพริบตาที่มีดเล็กของโจรกระจอกแทงบนหน้าอก ร่างของเขาพลันมีแสงสีขาวผุดขึ้นมา ต้านการโจมตีอันแสนอ่อนแอนี้เอาไว้
ขณะเดียวกัน ในสมองก็มีเสียงแจ้งเตือนลอยผ่าน
[ ได้รับการโจมตี จี้สื่อจิตทำงาน ความรุนแรงของการโจมตีต่ำกว่าขั้นหลอมปราณระดับห้า ตัดสินว่าไร้ผล ]